Translate

เกิดข้อผิดพลาดใน Gadget นี้

วันจันทร์ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

นิวสุกี้ (สุกี้แบบโบราณ) ที่ เชียงใหม่

" นิวสุกี้ "   (สุกี้แบบโบราณ)   ย้ายร้านมาที่ใหม่ แถวๆ กาดคำเที่ยง



ร้านนี้มีชื่อว่า   " นิวสุกี้ "    แต่ขาย   สุกี้แบบโบราณ
" นิวสุกี้ "   ถ้าแปลจากภาษาอังกฤษ คงต้อง แปลว่า  " สุกี้ใหม่ "  .
แต่ร้าน  สุกี้   ที่แนะนำในวันนี้  ไม่ใหม่เหมือนชื่อ  แน่นอนครับ
ร้านนี้ เปิดมานานมากแล้วครับ .... เท่าที่ฟังจากคนเก่าคนแก่ ที่ผมรู้จักในเชียงใหม่  ต่างเล่าให้ผมฟังว่า   ร้านนี้ น่าจะเปิด มาหลายสิบปีแล้ว  
สมัยที่เปิดใหม่ๆ ร้านนี้ตั้งอยู่ใกล้   โรงพยาบาลช้างเผือก 
พออยู่มาซักพัก  ก็ ย้ายร้าน มาอยู่ที่ใหม่  ใกล้ๆ  สนามกีฬาเทศบาล  ...  ตรงด้านหน้าโรงน้ำแข็ง เยื้องกันกับ โชว์รูมรถเบ็นซ์  ...   และก็ตั้งอยู่ที่นี่  นานพอสมควร  จนลูกค้าเรียก กันจนคุ้นปากว่า    
" สุกี้โบราณ หน้าสนามกีฬาเทศบาล "  

ผมเองก็เป็น ลูกค้าประจำ มาตั้งแต่ สมัยร้านนี้ อยู่หน้า โชว์รูมเบนซ์ นี่แหละครับ  ...  พอประมาณเดือน กันยายน. 2553   ผมกลับมาทาน ร้านนี้อีกรอบ  เห็นเค้าขึ้นป้ายว่า  " จะย้ายร้าน "   แล้วหลังจากนั้นก็ไม่ได้ข่าวร้านนี้อีกเลยครัย   และ ก็ไม่ทราบว่า  ร้านนี้เมื่อย้ายไปแล้ว  กิจการเป็นอย่างไรบ้าง  ยังขายดีเหมือนเดิมมั้ย
แต่ด้วยความที่  ผมเป็นลูกค้าเก่าแก่ ที่ดี  ของร้านนี้   ก็เลยต้องติดตาม หาข่าว มาแจ้งให้ลูกค้าประจำ  คนอื่นๆ  ได้ทราบ  ถึงที่แห่งใหม่  ของร้านนี้ซะหน่อยครับ







       





สุกี้แบบโบราณ   ก็คือ  สุกี้  ที่ลวกผัก  ลวก เนื้อ , ไก่ , หมู , อาหารทะเล(แล้วแต่ ใครจะสั่งอะไร)     มาแบบทำสำเร็จในชาม  ราดน้ำซุป   คลุกเคล้ามาพร้อม น้ำจิ้ม  ที่ทำมาจากเต้าหู้ยี๊ แท้ๆ  ปรุงรสเข้มข้น และ กลมกล่อม  เรียบร้อยก่อนเสิรฺ์ฟเลยครับ  
แถมยังมี น้ำจิ้มเต้าหู้ยี๊ รสเด็ด  ยกมาแถมให้ด้วย อีกถ้วยนึง  ....  สำหรับคนที่ชอบความเข้มข้น ด้วยครับ  ถ้าไม่พอ จะขอเติมเค้าก็ยินดีครับ
ที่แตกต่าง และ อร่อยกว่า สุกี้สมัยใหม่    ก็ตรง  น้ำจิ้ม ที่ทำจาก เต้าหู้ยี๊ นี่แหละครับ

สุกี้ โบราณ  ไม่เหมือน ร้านสุกี้ ตามห้าง  ที่เป็นที่นิยมในปัจจุบัน
ที่มีน้ำซุปในหม้อ  แล้วให้แขกลวกจิ้ม และ  มีอาหารนานาชนิดให้เลือกสั่งมากมาย  ซึ่งได้รับการตอบรับ และ ความนิยมในปัจจุบัน  จนครอบครอง ตลาด สุกี้ ไปเกือบค่อนประเทศ แล้วครับ
ในทางตรงข้ามกัน   " ร้านสุกี้ แบบโบราณ "  ...  ที่ตั้งอยู่ในร้านเดิมๆ ที่ไม่ได้อยู่ในห้าง  ก็เริ่มค่อยๆหายไปจากความนิยม   ค่อยๆหายไปจากความทรงจำ   จนหาทานยากขึ้นทุกวันเลยครับ  .

วันนี้เลย อยากเชิญชวน ให้ น้องๆ รุ่นใหม่ที่ ชอบทาน  สุกี้ ยักษ์ใหญ่ ตามห้างทั้งหลาย ...  ลองแวะมาสัมผัส วัฒนธรรมการกิน ของคนสมัยก่อนดูกันบ้างนะครับ  ต่อไปในอนาคต  หากไม่มีใครสนับสนุน ร้านสไตลส์  เก่าแก่  ประเภทนี้ ....   อีกไม่นาน  ร้านสไตลส์ นี้  คงจะลด น้อยลง น้อยลงทุกวัน  เหมือน  ร้านอาหาร  และ อาหารบางประเภท  ที่ถูกลืมเลือนไปจากสังคมไทย  ในยุคปัจจุบัน  เลยครับ

**************************************************************
                            
ผมมาร้านนี้ทีไรผมก็ต้องสั่ง   " สุกี้แห้ง "  ของโปรดของผมเลยครับ

*****

สุกี้แห้งเนื้อ   แน่นอนครับ  ร้านสุกี้  ที่ขายราคาแค่นี้  เค้าคงต้องเลือกใช้เนื้อวัวบ้านเรานี่แหละครับ  ...  แต่ พอตักเนื้อ ที่อยู่ในชามเข้าปากคำแรกเท่านั้นครับ  ...  โอววววว  .. เหลือเชื่อครับ  ..  เหลือเชื่อจริงๆ ครับ  ...  เนื้อนุ่ม  เคี้ยวง่ายเลยครับ  ....   เค้าหมักเนื้อ มาจน รสชาติกลมกล่อม และ นุ่มเลยทีเดียว ครับ  ...  เครื่องเคราในสุกี้ ก็ใส่มาครบครับ ทั้งผักกาดขาว  เห็ด ต้นหอม ฯลฯ  
และที่ผมว่า  สุกี้โบราณ แบบนี้ อร่อยกว่า สุกี้สมัยใหม่    ก็ตรง  น้ำจิ้ม   ที่ทำจาก เต้าหู้ยี๊  นี่แหละครับ ...  น้ำจิ้ม ที่เข้มข้นและกลมกล่อม  เคล้าคลุกมากับสุกี้  เรียบร้อยเลยครับ   แถมยังมี น้ำจิ้ม ยกมาให้ด้วย อีกถ้วยนึง  ....  สำหรับคนที่ชอบความเข้มข้นครับ
(สุกี้  มีให้เลือก ทั้งหมู , ไก่ และ  ทะเล ครับ)

*****

ข้าวกระเพราหมูสับไข่ดาว   สำหรับ คอข้าวผัดกระเพรา ทั้งหลาย ไม่ควรพลาดเลยครัย   ....   ผัดกระเพรา  ของร้านนี้ต้องจัดให้อยู่ ในระดับแนวหน้าเลยหละครับ   ...  ร้านนี้เค้าใช้ หมูสับ ที่สับเอง ไม่ได้สั่งหมูบดจากตลาด ที่ บดจนละเอียดเกินไป  ...  ผัดกระเพรา  รสเข้มข้น ครบรส  จัดจ้าน กลิ่นหอม กระเพรา ลอยมาตั้งแต่อยู่บนเตาเลยครับ ...  จานนี้ ผมว่า  แค่เอาน้ำผัด มาคลุกข้าว ยังอร่อยเลยครับ

*****

ข้าวหมูทอด 
หมูหั่นมาชิ้นกำลังดี ไม่หนา ไม่บาง  หมักเครื่องหมัก มาเข้าเนื้อดีครับ   ทั้งกระเทียม พริกไท  รสชาติ เข้าไปในเนื้อ อร่อยดีจังเลยครับ  ....  คลุกกับข้าว  ทานกับ ไข่ดาวไม่สุก  เหยาะน้ำปลาพริก ซักนิดนึง   .....  เอาเหรียญ เณรคำ มาแลก  ผมก็ไม่ยอมครับ ... 5555

*****

ก๋วยเตี๋ยวผัดซีอิ้ว 
ก๋วยเตี๋ยวเส้นใหญ่ สดทุกวัน มีให้เลือกสั่ง  ทั้ง หมู ทั้ง เนื้อ  ...  ร้านนี้ต้องชมว่า  หมักเนื้อ และ หมู  มานุ่มนวลดีครับ   ...  ที่ชอบที่สุด ก็ตรงที่  เส้นผัดซีอิ๊ว  ของร้านนี้ มีกลิ่น เกรียมของกระทะ  ติดมาด้วย  ช่างได้อารมณ์  จริงๆครับ  

*****
ส่วนอาหารอื่นๆ  ที่ร้านนี้  มีอาหารอีกหลายอย่าง นะครับ ...  แต่ผมไม่เคยได้ลองซักที ครับ  ไปทีไร ก็ สั่งทานอยู่แค่นี้และครับ  ....   แต่เท่าที่ทานก็ พอจะทราบได้ ถึงรสมือ ของแม่ครัว ร้านนี้  จนสันนิฐานได้ว่า  จานอื่นๆ ก็คงไม่แพ้ จานที่ผมทานมาแน่นอนครับ














ร้านนี้ปัจจุบันย้ายมาอยู่ที่  ถนนอัษฎาธร   บอกชื่อ ถนน หลายท่านคงไม่คุ้นนะครับ ...  ผมเองก็เพิ่งมารู้จัก ชื่อถนนก็ตอนเขียนนี่แหละครับ   ...  เอาง่ายๆ แล้วกันนะครับ
หากขับรถมาทาง   ถนนซุปเปอร์  มุ่งหน้าเข้าเมือง ... พอข้ามสพาน ข้ามแม่น้ำปิง  ก็ชิดซ้ายออกเลนคู่ขนาน  ขับเลย  LOTUS   มานิดเดียว  ....  แล้ว เลี้ยวซ้ายเข้ามาทาง  ตลาดคำเที่ยง  ตรงมาอย่างเดียวไม่ต้องเลี้ยวเข้าย่านขายต้นไม้นะครับ  ...  ผ่านไฟแดง  ก็ไม่ต้องแวะ   ท่าช้งท่าช้าง (ร้านเหล้า ที่ขายดีจนต้องเข้าคิว ครับ)นะครับ  ...  ตรงมาจนสุด  ย่านร้านเหล้า ...   ก็จะเห็นร้านนี้อยู่ทางด้านซ้ายมือ  ติดกับเต๊นท์ขายรถ  เต๊นท์แรกๆเลย   มีป้ายร้าน   แบบในรูปอยู่หน้าร้านครับ
ลองแวะไปอุดหนุน   และ   ให้กำลังใจคนย้ายร้านใหม่กันด้วยนะครับ
ไปไม่ถูกก็โทรไปถามทางได้ครับที่     053-223-101    หรือ  085-722-1017  



แผนที่ ร้านอาหารทั้งหมด  ที่ผมเขียนไว้ใน    " แนะนำ ร้านอาหารอร่อย โดย ปาปึกส์ "  
https://mapsengine.google.com/map/edit?authuser=0&hl=en&mid=zi7qOsZPeff0.kmjHpvkh5cmM




ป๋าปึกส์
29/11/2553


ขอแนะนำ ร้านโปรดของผู้เขียน
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2010/11/tengoku-1.html
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2010/11/tengoku-2.html
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2011/05/tengoku-de-cuisine.html

ติดตาม คอลัมน์ แนะนำร้านอาหารอร่อย โดย ป๋าปึกส์ ได้ทุกวันใน  Facebook
ได้ที่  : http://www.facebook.com/SuebsaengSun



วันอังคารที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

ก๋วยเตี๋ยวเนื้อ นครปฐมโอชา ... เชียงใหม่


ก๋วยเตี๋ยวเนื้อ    " นครปฐมโอชา "     ...  ต้นถนนเชียงใหม่ - สันกำแพง   (เชียงใหม่)















                                 ร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อ ร้านนี้อยู่ใกล้ตัวผมมากเลยครับ   .... ที่สำคัญ ผมแวะทาน ก๋วยเตี๋ยวเนื้อ  ร้านนี้ นับเป็น  ร้อยๆครั้ง  เลยทีเดียวครับ  ...   ทานมาตั้งแต่  ตอนที่ เริ่มย้ายถิ่นฐานมาอยู่เชียงใหม่  เลยครับ  ....   ผมแวะไปทาน ก่วยเตี๋ยวเนื้อ   " นครปฐม โอชา "   ที่ ต้นถนน เชียงใหม่ - สันกำแพง  ...   แล้วเพิ่งนึกได้ว่า     " เขียนแนะนำร้านอื่นๆ  ไกลๆ  มาตั้งเยอะ   ดันมาลืม  ร้านขาประจำ ใกล้ๆตัว ซะได้ "  ......
                                ร้านนี้ เพิ่งย้าย จากที่เดิม มาอยู่ที่ใหม่ ใกล้ๆกัน  บนถนนเดัยวกัน  ก่อนถึงที่เดิมเล็กน้อยครับ  ...    " ก๋วยเตี๋ยวเนื้อ นครปฐมโอชา "    ย้ายมาอยู่ที่ใหม่ บนต้นถนน เชียงใหม่-สันกำแพง (สายเก่า ที่เคยมี ต้นก้ามปู เยอะๆ)  จากแยก หนองประทีป   เข้ามาไม่ถึง 1 ก.ม. ครับ  ...  พอขับรถมาจนถึง   ธนาคารไทยพานิชย์  ด้านซ้ายมือ  ...  ก็พยายามมองหาที่จอดได้เลยครับ หรือ จะเข้าไปจอดแล้วทำธุระในธนาคารก่อนก็ได้นะครับ  ...  ถัดจาก ธนาคารไทยพานิชย์  ก็เป็น  7 eleven  ... แล้วมีร้านขายเสื้อผ้า  แล้วก็ จะเป็น ตึกแถว   " ก๋วยเตี๋ยวเนื้อนครปฐมโอชา "   อยู่ห้องแรก ของตึกแถวเลยครับ  ห่างจาก   Seven ซัก 20-30  เมตรเท่านั้นครับ
















                             
                                " นครปฐมโอชา "   ชื่อนี้หลายคนได้ยินแล้ว  อาจจะรู้สึกคุ้นๆ  ....   เพราะผมเคยเขียนแนะนำ ถึงร้านอาหาร หลายร้าน ที่มีคำลงท้ายว่า   " นครปฐมโอชา "  ครับ  ....  มีร้านก๋วยเตี๋ยวราดหน้า  ร้านอร่อย ร้านนึง  อยู่ตรงกันข้ามกับประตูข้างของ  โรงแรม Empress  แถวช้างคลาน ...
                                ผมเคยนึก สงสัยอยู่เหมือนกันว่า    " คน นครปฐม เค้าคงเป็นคนที่รักถิ่นฐาน ของตัวเองมาก  เลยไม่ยอมตั้งชื่อ อย่างอื่น กันเลย นอกจากชื่อ จังหวัด  "   ...   ไม่ว่าผม ไปทานร้านไหน  จังหวัดไหน  หากไปเจอร้านอาหาร ที่เจ้าของ เป็น คนนครปฐม ... ไม่ว่าจะเป็น  ก๋วยเตี๋ยวเนื้อ  ..  ก๋วยเตี๋ยวหมู  ..  ก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลา  ..  ก๋วยเตี๋ยวราดหน้า  ..  ข้าวหมูแดง  ..  ข้าวแกง    ก็เห็นตั้งชื่อเหมือนกันหมดทุกร้าน ทุกเมือง ทุกภาค เลยทีเดียวเชียวครับ  ...  อะไร อะไรก็   " นครปฐมโอชา "  หมดเลยครับ   ....  ผมเองก็ไม่ทราบเหมือนกันว่า   ร้านที่เขียนแนะนำในวันนี้  เกี่ยวดองกันอย่างไร กับ  ราดหน้านครปฐมโอชา   รึเปล่านะครับ ..  แต่เท่าที่ทราบ  สองร้านนี้เจ้าของเป็น  คนนครปฐม เหมือนกัน ทั้งคู่  และ ทำอาหารอร่อยด้วยกันทั้งคู่ครับ  ....   แค่นั้นพอครับ ...  ใครอยากทราบ รายละเอียด มากกว่านี้ ก็คงต้อง ไปลองทาน  ทั้งสองร้าน แล้วลองถามเจ้าของร้านดูเอาเองนะครับ ....  5555

















                          ก๋วยเตี๋ยวเนื้อ นครปฐมโอชา   ร้านนี้มีดี ตรง  น้ำซุป  ,  เนื้อสด , เครื่องใน , เนื้อเปื่อย , เอ็นตุ๋น  และ  พริกน้ำส้ม ครับ  ....   ผมมาร้านนี้  ทีไรก็สั่งอยู่ไม่กี่อย่าง   จนเจ้าของร้านนี้น่าจะจำผมได้เลย

เกาเหลาพิเศษใส่ทุกอย่างไม่ชิ้น  ........   ที่ ผมไม่ใส่ลูกชิ้น  ไม่ได้หมายความว่า ลูกชิ้นไม่อร่อย นะครับ  ....  แต่ผมชอบ  อย่างอื่น  ที่ผมติดใจ ยิ่งกว่าลูกชิ้นครับ  ....  มาทุกเที่ยว ที่ขาดไม่ได้เลย ก็ต้องใส่ เอ็นตุ๋น (สีเหลืองงาม ยังกับ บุษราคัม เนื้อเอ็นยังคงเด้ง แต่นุ่ม ทานง่ายดีจังเลยครับ)   และ  เนื้อน่องลาย   (เนื้อน่องลาย  ที่เอาไปตุ๋นจนนุ่ม  หอมกลิ่นสมุนไพร  เวลาเคี้ยวยังสัมผัสได้ กับเส้นเอ็นในเนื้อน่อง ที่ยังเด้งดึ๋ง  อร่อยมากครับ ...  แต่ต้องไปเร็วซักหน่อยนะครับ   เนื้อน่องลาย มักจะ หมดก่อนอย่างอื่นครับ)   .....  น้ำซุป  ที่ร้านนี้ อร่อยจับใจ จริงๆ ครับ ยิ่งตอน บ่ายๆ ยิ่งอร่อยมากขึ้นครับ  ปล่อยให้เค้าลวกเนื้อ ลวกตับ ลงไปเยอะๆ  ...  น้ำซุปจะได้เข้มข้น ขึ้นอีกเยอะเลยครับ  (แนะนำว่า ต้อง เน้น  คนลวกให้ ตักน้ำซุป เยอะๆหน่อยนะครับ .. เพราะบางที  เค้าตัก น้ำซุป ให้น้อยไปหน่อยครับ)

เส้นใหญ่น้ำ เนื้อเปื่อย ตับ ไม่ต้องลวก  .......  ที่เลือกทาน  "เส้นใหญ่"    ก็เพราะ เพื่อนผม มีโรงงานก๋วยเตี๋ยว  ...  เค้าบอกผม ว่า   เวลาทานก๋วยเตี๋ยว  ให้เลือกทาน เส้นใหญ่  ....  เพราะว่า ร้านก๋วยเตี๋ยวเกือบ ทุกร้าน  จะใช้เส้น สด  .... ส่วน เส้นประเภทอื่น บางร้าน อาจใช้เส้นสำเร็จรูป ที่ต้องเอาไปแช่น้ำ ครับ  เพื่อนผม คนที่เป็น เจ้าของโรงงาน ก๋วยเตี๋ยว เลยบอกผมว่่า ต้องทานเส้นสด เท่านั้นครับ  55555
เนื้อเปื่อย ร้านนี้เด็ดขาดจริงครับ  หอม มีรสชาติ และ เปื่อยกำลังดีครับ  .... ส่วน ตับ ผมชอบแบบไม่ลวกครับ แค่เอาน้ำซุป ร้อนๆ ราดลงบนตับ ก็พอแล้วครับ  น้ำตับที่ออกมาบนชาม นั่นแหละครับ เด็ด จริงๆ ครับ

เวลาไปทาน ก๋วยเตี๋ยวเนื้อ  ผมมักจะเลือกเวลาไปครับ  ไปช่วง บ่าย หลังเที่ยงนิดหน่อย ดีที่สุดครับ  ...  ช่วงเที่ยง คนค่อนข้างเยอะ ...   ที่ไปบ่าย ก็เพราะ อีกเหตุผลนึงครับ  ผมชอบรอให้เค้าขาย มื้อกลางวันไปซักพัก  แล้วค่อยไปทานครับ  ก็เป็นเพราะ  ให้เวลา ทางร้าน เค้าลวก  เนื้อสด และ ตับ ลงไปในหม้อน้ำซุป นานๆหน่อย ....   ยิ่งลวกบ่อยๆ  น้ำที่ออกมาจาก เนื้อ กับ ตับ  ....  ก็ออกมาเข้มข้นขึ้นทุกที  นั่นแหละครับ .....  โอววววว  ...   อร่อย สุดยอด ครับ

ร้านนี้ตรงตามสูตรความอร่อย  แบบร้านก๋วยเตี๋ยวในใจ ของผมเลยครับ  
น้ำซุป แทบไม่ต้องปรุง   
พริกน้ำส้ม กลมกล่อมหอมอร่อย  
นึกแล้วยังอยากกลับไปทานซะเดี๋ยวนี้เลย   อย่าลืมแวะไปทานนะครับ   ร้านนี้เค้าเปิดทุกวัน ตั้งแต่ก่อน 9 โมงเช้า    บ่ายๆก็หมดแล้วครับ




แผนที่ ร้านอาหาร ที่เขียนแนะนำไว้ใน        " แนะนำ ร้านอาหารอร่อย โดย ป๋าปึกส์ "  
https://mapsengine.google.com/map/edit?authuser=0&hl=en&mid=zi7qOsZPeff0.kmjHpvkh5cmM








ป๋าปึกส์
23/11/2553

ขอแนะนำ ร้านโปรดของผู้เขียน
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2010/11/tengoku-1.html
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2010/11/tengoku-2.html
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2011/05/tengoku-de-cuisine.html

ติดตาม คอลัมน์ แนะนำร้านอาหารอร่อย โดย ป๋าปึกส์ ได้ทุกวันใน  Facebook
ได้ที่  : http://www.facebook.com/SuebsaengSun

วันศุกร์ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

Tengoku กับ เมนูทีไม่ควรพลาด (2) เชียงใหม่


 Tengoku  กับ เมนูทีไม่ควรพลาด  (ตอนที่  2)      เชียงใหม่



เมื่อตอนที่แล้ว  ( : http://restaurantaroi.blogspot.com/2010/11/tengoku-1.html )   ผมแนะนำ อาหารจานเด็ดของที่ร้าน  Tengoku     ที่เชียงใหม่ ไปแล้ว 4 จานเด็ดครับ
ที่ร้านนี้มี  อาหารจานโปรด ของผมอยู่ประมาณ 10 อย่างครับ
แต่ไม่ใช่ว่า รายการอาหารอย่างอื่น  จะอร่อยสู้ 10 อย่างที่จะแนะนำไม่ได้นะครับ
ต้องคารวะในฝีมือ ของ สุดยอดฝีมือเชฟที่นี่ (ไม่แพ้เชฟกระทะเหล็ก ของญี่ปุ่น เลยหละครับ)
 เชฟ  " ภิรมย์ กุฎีศรี "  ... ผุ้ที่มีประสพการณ์  ในการเป็นเชฟอาหารญี่ปุ่น มาร่วม 30 ปี
วันนี้ ขอแนะนำรายการอาหารของร้านนี้ เพิ่มเติมอีกซัก  5  รายการครับ












Foiegras Sushi  (ข้าวปั้นหน้าตับห่านทอด ราดแอปเปิ้ลซอส) 
เมนูนี้เกิดจากความชอบส่วนตัวของ เจ้าของร้าน ที่ชอบทาน  Foeigras  ทอด แบบฝรั่งเศส กับ apple ซ้อส  เป็นนักเป็นหนาครับ
เจ้าของ  ร้าน   Tengoku    เค้าเคยทำร้านอาหารฝรั่งเศส  จนเป็นร้านอาหารชื่อดังแห่งเมืองเชียงใหม่มาแล้วร้านนึง    ดังจนต้องเข้าคิวทานกันเลยครับ    ต่อมา   มีผู้ที่ชอบรสชาติของอาหาร และ บรรยากาศของร้าน    ก็เลยมาเสนอซื้อกิจการในราคาที่  แกไม่สามารถปฏิเสธได้ครับ
พอแกมาเปิดร้านอาหารญี่ปุ่นร้านนี้  (Tengoku)   ก็เลยทำ อาหารฝรั่งเศส จานนี้  ให้เชฟใหญ่ (เชฟภิรมย์)  ได้ลองชิม ...  แล้วก็บอกเชฟว่า   มันน่าจะเข้ากันได้ดีมาก กับข้าวปั้นแบบญี่ปุ่น ซึ่งเวลาคลุกข้าว จะมีส่วนผสมของน้ำส้มสายชู  และ มิริน  เพื่อตัดรสชาติ ของข้าวปั้นให้มีรสหวานอมเปรี้ยว   ... แล้วน่าจะมี apple ซอส  ที่มีรส อมเปรี้ยว อมหวาน ราดหน้าบน  Foeigras   ซักนิดหน่อย
พอเชฟภิรมย์  ชิมไปไม่ทันไร  เชฟภิรมย์  แกก็ลงลองมือทำเองทันที ทั้ง Foeigras ทั้ง Apple ซ้อส ...  เชฟใหญ่  เอาข้าวปั้นขนาดยาวซักนิ้วครึ่งมา   แล้ววางด้วย Foeigras ทอดแบบฝรั่งเศส (เชฟระดับนี้ไม่ต้องสอนอะไรเลย  ต่อให้เป็นอาหารฝรั่งเศส แกทอดครั้งเดียว อร่อยได้ที่เลยครับ) 
เสร็จแล้วแกก็วางตับห่านที่ทอดร้อนๆ  ลงบนข้าวปั้นแล้วพันด้วยสาหร่ายตรงกลาง  ราดด้วยซ้อส apple  (ที่แกเรียนรู้ และ หัดทำได้เอง ภายในเวลา ชั่วโมงกว่าๆ เท่านั้นครับ)    เป็นเส้นตามทางยาวของ  Foeigras
 แทบไม่น่าเชื่อ เลยครับ  ว่า อาหาร คนละสัญชาติ คนละสายพันธุ์  ช่างเข้ากันได้ดีอย่างกลมกล่อม  รสชาติของ  Foeigras   ช่างนุ่มนวล ตัดกับ  ข้าวปั้นของญี่ปุ่น ได้ดีแบบเหลือเชื่อครับ แถมยังมี แอปเปิ้ลซ้อส เสริมเข้าไปอีก  ... ผมถึงกับ ร้องครางออกมา เบาๆว่า .....โอววววว ... อะไรกันนี่ ... มันช่างอร่อยขนาดนี้เชียวเหรอ    .......   ขอแนะนำว่า  จานไม่ควรพลาดครับ 


************************************************************











Gyu  Niku  Tsukudani   หรือ  " เนื้อตุ๋นแบบญี่ปุ่น "   จานนี้   " เชฟภิรมย์ " (เชฟใหญ่จาก เทนโกกุ)    เป็นผู้แนะนำให้ผมชิม ด้วยตนเองเลยครับ
พอผมได้ชิมจานนี้แล้ว  ติดใจถึงขนาดเดินไปหา เชฟ แล้วบอกแกว่า   ผมขอเรียนวิชาจากแก เพราะผมเป็นชอบทานเนื้อซะเหลือเกินครับ 
เชฟแกก็ใจดี จังเลยครับ  แกบอกว่า วันรุ่นขึ้นแกจะทำ ถ้าอยากดูก็ให้มาตั้งแต่ 9 โมงเช้าเลย ...  คนรักการทำอาหารอย่างผมไม่เคยพลาดครับ  มาตรงตามนัดครับ
เชฟภิรมย์   เลือกเนื้อวัว  จาก New Zealand  ส่วนที่ติดกับเอ็น เพื่อมาตุ๋น
การตุ๋นแต่ละครั้ง ใช้เวลาเกือบ 3 ชั่วโมง ... ผมไปดู เชฟเค้า ตุ๋นเนื้อ โดยใช้ไฟให้น้ำเดือดแบบเบาๆตลอดเวลา  ส่วนเครื่องปรุง เชฟแกให้ผมดูหมดเลยครับ   แต่ตกลงกันไว้ว่า จะไม่บอกวิธีให้ใคร ครับ
กลิ่นสมุนไพร และ เครื่องปรุงแบบญี่ปุ่น  เข้าเนื้อ หอมรัญจวนใจ ซะเหลือเกินครับ
ที่สำคัญก็คือ รสชาติ ที่ท่านทานแล้วจะสัมผัสได้ถึง ความแตกต่างจากเนื้อตุ๋น ประเภทอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นแบบจีน หรือ แบบไทย  จานนี้คุณจะสัมผัสได้ถึง ความเป็นญี่ปุ่น แท้ๆ  เลยหละครับ ...
ทันทีที่ เนื้อสัมผัสลิ้น   รสชาติจะออกหวานนำ และเค็ม ตามมาแบบกลมกล่อม
จานนี้ เสิร์ฟพร้อมกับ   ไข่ดาวน้ำ   แบบไข่แดงเป็นยางมะตูม  พร้อมด้วยผักลวกที่มีทั้ง แครอท , บล็อคคาลี่ และ หน่อไม้ฝรั่ง   และ  มีขิงซอยเส้นบางๆ   โรยหน้ามา แบบ น่าทานดีจริงๆครับ
เนื้อตุ๋น เปื่อยจนเคี้ยวง่ายมาก  ไม่ลุ่ยเละเกินไป  รสชาติก็บอกได้คำเดียวว่า  " สุดยอด "  ครับ ....   เพียงแค่ ทานกับข้าวสวยแบบญี่ปุ่น ร้อนๆ หรือ ข้าวผัดกระเทียมแบบญี่ปุ่น    รับรองว่าคุณจะลืมเนื้อตุ๋น ทุกสัญชาติ ที่เคยทานมาก่อน กัน เลยทีเดียว เลยหละครับ


***********************************************************
  












Kaiso Sarada   สลัดสาหร่ายทะเล 3 ชนิด เป็นสาหร่ายทะเล 3 ชนิด 3 สี  มีทั้งเขียว , ขาว , แดงอมม่วง
ตอนที่ พนักงาน  ยกมาเสิร์ฟ   ผมยังได้กลิ่นไอทะเล ลอยตามมาติดๆ เลยหละครับ
ที่ร้านนี้  นำเข้าสาหร่ายมาโดยตรงจากญี่ปุ่นเลยครับ
สาหร่ายทะเล จากญี่ปุ่น  ที่ทำความสอาดมาอย่างดี   เสิร์ฟมาพร้อมกับ   น้ำจิ้มงาขาว 
งาขาว  ที่ถูกนำมาคั่วไฟ ด้วยไฟอ่อนๆ   แล้วนำไปบด และ เคี่ยวไฟอ่อนๆ  เป็นเวลานานเลยครับ  
เชฟ ปรุงแต่ง  รสน้ำจิ้มได้กลมกล่อมซะเหลือเกินครับ    (ส่วนผสม : น้ำส้มสายชู , งาขาว , โชหยุ , น้ำตาล)    ...  โรยหน้า น้ำจิ้ม ด้วยงาขาวคั่ว
วิธีทานให้ถูกต้องตามแบบ ต้นฉบับ  ต้อง คีบเอา  สาหร่าย ลงไปแช่ ในน้ำจิ้ม ให้ทั่ว
แล้วค่อยๆ บรรจงเอาเข้าปาก
อืมมมมมม   ....   รสชาติ และ ความสด ที่มีกลิ่นไอทะเล  มันช่างเข้ากันได้ดี  กับน้ำจิ้มงาขาว  ยิ่งนัก   จานนี้มีประโยชน์ และ คุณค่าทางโภชนาการอย่างมากเลยครับ


**********************************************************












Nori  Salad  สลัดสาหร่ายย่าง
จานนี้   เชฟ เลือกใช้  ผักกาดแก้ว  สดๆ จากยอดดอยเมืองเชียงใหม่   ล้างมาอย่างสะอาด และ หั่นได้ขนาดพอดีคำ  แล้วเอาลงไปแช่ในน้ำเย็น  ซักพักนึง  ...   ถึงนำขึ้นมาสะเด็ดน้ำ  
แล้ว  ฉีดด้วย  น้ำสลัดแบบญี่ปุ่นสูตรพิเศษ ของทางร้าน (จากต้นตำหรับ ที่ เมือง อิบูซูกิ ในญี่ปุ่น)
ที่ผมบอกว่า    " ฉีด น้ำสลัด "     ก็เพราะที่นี่ เค้ามีเทคนิค ในการไม่ทำให้ผักช้ำ จากการคลุกผักสลัด ครับ   ...   เค้าเอา  น้ำสลัด ใส่ลงใน ที่ ฉีด ที่ดูคล้ายๆที่ ฉีดน้ำ เวลารีดผ้านั่นแหละครับ
เมื่อฉีดน้ำสลัดจนทั่วแล้ว   ...   โรยหน้ามาด้วย  สาหร่ายทะเลแบบตากแห้ง  หั่นเป็นชิ้นสี่เหลี่ยม  
แล้วเอาสาหร่าย ไป อังไฟ  จนกรอบและหอมได้ที่   ...   แล้ววางลงบนผักสลัด ที่คลุกมาแล้ว ... โรยหน้า ด้วยงาขาวคั่ว .
เวลาทาน ก็ไม่จำเป็น ต้องคลุกมากนักเพราะ  เค้าฉีดน้ำสลัด มาจนทั่วแล้วนะครับ  (ถ้าคลุกมากไป  สาหร่ายที่อังไฟ มาจนกรอบ อาจโดนน้ำสลัดแล้วหายกรอบได้)  
ตอนเสิร์ฟ   จะมีมะนาว  แถมมาด้วย 1 ซีก ...   มะนาว ที่จัดมาให้  สำหรับบางท่านที่ชอบรสจี๊ดจ้าด มากยิ่งขึ้นครับ    (ทราบมาว่า  ที่เสิร์ฟมะนาว   ก็เพราะเจ้าของร้านเค้าชอบใส่มะนาวครับ)




***********************************************************


    










Salmon Kabutoni  หัวปลาแซลม่อนต้มซีอิ้ว
ไม่เป็นเรื่องแปลกที่ นักกินชาวญี่ปุ่น และ ชาวจีน  ... ต่างพิศมัย  การรับประทานหัวปลาเป็นอย่างยิ่ง รวมทั้ง นักกิน พี่ไทยอย่างผมด้วย  ... ชาวจีน และ ชาวญี่ปุ่น มีความชอบ และความเชื่อเหมือนกันว่า การนำเอาหัวปลา ไปเคี่ยวด้วยไฟอ่อนๆ ที่เดือดเบาๆ จะทำให้น้ำซุป หวานหอมอร่อย 
หัวปลาแซลม่อน ของร้านนี้  เค้าเอา หัวปลาแซลมอน ล้างจนสอาดทั้งหัว ...  แล้วนำลงไปต้มในน้ำสต็อคที่ใช้ โชหยุ และ ปลาแห้ง เป็นหลัก
เชฟจะต้มน้ำสต็อค   ด้วยตัวเองเป็นชั่วโมงก่อนที่จะเอาหัวปลาไปใส่
ส่วนผสมน้ำสต็อค ก็มีส่วนประกอบมากมายเช่น  กระดูกปลา , หัวไชเท้า , แครอท , ต้นกระเทียม , หอมใหญ่ และ เครื่องปรุงรส
เมื่อต้มจนน้ำข้น และ รสชาติ ได้ที่แล้ว จึงเอาหัวปลาลงไปต้มด้วยไฟอ่อนๆ โดยไม่ต้องคน  จนเชฟกะว่าได้ที่แล้วจึง  นำมาเสิร์ฟพร้อมผักเครื่องเคียง และ ขิงอ่อน ซอยเป็นเส้น  ... จานนี้ทานกับ ข้าวญี่ปุ่นร้อนๆซักถ้วยนึง  เอาทองมาแลกยังต้องคิดดูก่อนเลยครับ


****************************************************************

      


5 เมนู สำหรับวันนี้ เป็นอีกชุดนึงที่ขอแนะนำว่า ไม่ควรพลาด เวลาที่ท่านมาที่ Tengoku  อย่าลืมนะครับลองสั่งมาชิมกันดู   รับรองว่าอร่อยล้ำทุกจาน ครับ
สอบถามเส้นทาง หรือ จองโต๊ะ ได้ที่  
053-85-1133  ,  053-850-111    หรือ   081-885-5959  

ลองแวะไปชิมกันดูนะครับ .... ร้านนี้ฝีมือ และ รสชาติไม่แพ้ ร้านดังๆ ในกรุงเทพฯ เลยหละครับ





View Larger Map




ป๋าปึกส์
19/11/2553
ขอแนะนำ ร้านโปรดของผู้เขียน
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2010/11/tengoku-1.html
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2010/11/tengoku-2.html



ติดตาม คอลัมน์ แนะนำร้านอาหารอร่อย โดย ป๋าปึกส์ ได้ทุกวันใน  Facebook
ได้ที่  : http://www.facebook.com/SuebsaengSun


วันพฤหัสบดีที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

ก๋วยเตี๋ยวปลา " เซี๊ยะ " ที่ เชียงใหม่


 " เซี๊ยะ "      ก๋วยเตี๋ยวปลา(ลูกชิ้น)   ใกล้ตลาดขะจาว  สันผีเสื้อ   เชียงใหม่





                  









                                   ร้านนี้เปิดมาแล้วครับ  น่าจะประมาณเกือบ  20 ปีได้แล้วมั้งครับ ... เพราะตั้งแต่ผมมาอยู่เชียงใหม่ เมื่อ 10 กว่าปีที่แล้วก็  ได้ยินคนพูดถึง และ แนะนำให้ผมไปทานร้านนี้แล้วครับ  ...  ร้านนี้อยู่ย่าน  สันผีเสื้อ  ไม่ไกลจากย่านใจกลางเมืองเท่าไหร่ครับ   ....  ถ้าขับรถมาทาง ถนนซุปเปอร์  มุ่งหน้าเข้าเมืองเชียงใหม่   ก่อนถึงสพานข้ามน้ำปิง (เลยสามแยกไปแม่โจ้ ที่มีโรงพยาบาลอยู่ตรงหัวมุม)    ก็ชิดซ้ายออกเลนนอกได้เลยครับ ... วิ่งไปจนเกือบจะตกแม่น้ำปิง  มีที่กลับรถใต้สะพานข้ามแม่น้ำปิง  ... กลับรถทางขวามือเลยครับ  แล้วก็เลี้ยวซ้าย  เข้าถนนซ้ายมือ ซอยแรกเลยครับ
ถนนเส้นที่เข้ามาคือ ถนนฟ้าฮ่าม (แต่คนละฝั่งกับ ร้านข้าวซอย นะครับ)  .... สังเกตุปากซอยก่อนเลี้ยวเป็นที่ตั้งสำนักงานของ  DSI    (สมัยก่อนเป็นสถานทูตอินเดีย)    ขับเข้ามานิดเดียวเองครับ   ไม่ถึงกิโลก็จะเห็นป้ายชื่อร้าน อยู่บนตึกแถวด้านขวามือ   ที่จอดรถด้านหน้าร้านหายากครับ  ....  ขับเลยไปนิดเดียว จนสุดตึกแถว  มีซอยอยู่ขวามือ  ปากซอยเป็นตลาดเล็กๆ ชื่อ   " ตลาดขะจาว " 
เลี้ยวเข้ามานิดเดียว ก็มีทางเข้าที่จอดรถของร้าน กว้างขวางครับจอดได้เป็น 10 คันเลยละครับ
















                        ร้านนี้ โด่งดังมานานแล้วครับ  มี ก๋วยเตี๋ยว ให้เลือกหลายชนิด รวมไปถึงเย็นตาโฟ   .... ที่สำคัญ ร้านนี้ เค้าทำเอง แทบทุกอย่าง ตั้งแต่   ลูกชิ้นปลา  ,  หื่อก๊วย  และ  ปลาเส้น   รวมไปถึง  เกี๊ยวปลา   ครับ   ...
ผมไปร้านนี้ทีไร  ก็จะสั่งทาน แต่จานโปรดของผม  ดังนี้ครับ    

เส้นเล็กแห้งลูกชิ้นปลาอย่างเดียว   .........   ผมว่า การทานก๋วยเตี๋ยวแห้ง ให้อร่อย  มีองค์ประกอบอยู่ไม่กี่อย่างครับ   แต่ที่มีสำคัญที่สุด ก็คงอยู่ที่ การลวกเส้น ที่สุกกำลังดีเป็น ลำดับแรกครับ  ...  ก๋วยเตี๋ยวร้านนี้  เปิดมานาน จน คนลวกเส้น มีชำนาญมากครับ  สั่งทีไร ลวกเส้นได้สุกกำลังดี  ทุกครั้ง  (ผมไปทานหลายร้าน พอเจ้าของร้านให้ลูกน้องลวกทีไร  ไม่สุกจนเละ ก็ เส้นด้านในยังดิบก็มีครับ)   ....  เส้นเล็กแห้ง คลุกน้ำมันกระเทียมเจียว  มาแบบกำลังพอดี ไม่เยอะ ไม่เยิ้มจนเกินไป  ...   ส่วนลูกชิ้นปลา ของร้านนี้ เค้าทำเอง  สด  เด้ง ไม่คาว  อร่อยกรุบดีครับ  ... ไม่มีแป้ง  ครับ  

ซุปกระดูกหมู  ..........    ที่ผมมาร้านนี้แล้วเริ่มด้วย ก๋วยเตี๋ยวแห้ง  ก็เพราะผมตั้งใจ เพื่อจะได้ ซด และ ทาน  ซี่โครงที่ติดเนื้อเยอะ ต้มจนเปื่อย ...  เปื่อย แบบ แทบจะเอาลิ้นดุน ก็พอจะกลืนได้เลยครับ .. 5555  (เว่อร์ไปหน่อยมั้ยครับ)  ....  ซุปกระดูกหมู ที่ร้านนี้  ผมขอยก สองนิ้วโป้ง ให้เลยครับ  ....  เค้าเลือกกระดูกซี่โครง แบบ ติดเนื้อเยอะ ... หั่นมาเป็นแผง  เนื้อที่ติดซี่โครงมา ชิ้น เบ้งๆ ทั้งนั้นครับ ... ตุ๋นจนเนื้อเปื่อยกำลังดี  แทบไม่ต้องออกแรง รบกวนฟัน ของผมเท่าไหร่เลยครับ    ....  ผมจำได้ว่า  ....  สมัยที่มาอยู่ เชียงใหม่ ปีแรกๆ  ผมคิดว่า ร้านก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลา ที่ขาย ลูกชิ้นลูกเล็กๆ  แถวประตูช้างเผือก  (ที่ขายตอนดึกๆ)  มีซุปกระดูก ที่เด็ดแล้ว  ...  พอมาเจอ  ซุปกระดูกของร้าน ก๋วยเตี๋ยวปลาร้านนี้   ผมถึงกับ ต้องร้อง  " โอวววว "    เลยหละครับ

น้ำซุป และ พริกน้ำส้ม   ..........   สิ่งที่ผมเขียนถึงอยู่เป็นประจำ เวลาเขียนถึง ร้านก๋วยเตี๋ยว ก็คือ  น้ำซุป และ พริกน้ำส้มครับ  ...  สองอย่างนี้สำหรับผม ผมมองว่า เป็น ดัชนี ชี้วัดถึง ความใส่ใจ และ พิถีพิถัน ของเจ้าของกิจการ ที่มีต่อลูกค้าครับ
น้ำซุป  ....  น้ำซุปร้านนี้ อร่อยแน่นอนครับ  ก็เค้าใช้ ซี่โครงที่ติดเนื้อ ตุ๋นลงในน้ำซุปจนเปื่อย  .. ใส่เครื่องเทศ เครื่องปรุง ตามสูตรของร้าน  พอตักชิมน้ำซุป สัมผัสได้ถึง รสชาติหวานๆ ของน้ำซุป ที่เคี่ยวมาด้วยกระดูกเลยครับ
พริกน้ำส้ม  .... พริกน้ำส้มร้านนี้ มี 2 แบบ ครับ  ..  มีทั้งพริกชี้ฟ้าซอย ใส่ลงในน้ำส้มสายชู แบบ ร้านก๋วยเตี๋ยวอื่นๆ ทั้วไปครับ  .. อีกชนิดนึง เป็น น้ำส้มพริกตำ  ใช้ พริกชีฟ้าแดง และ น่าจะผสมกับ พริกขี้หนูแดง  .. แน่นอนครับ ส่วนผสมอื่นเค้าคงไม่มาบอก แต่น่าจะมีกระเทียมและหอมแดง  ...  พริกน้ำส้ม หอมอร่อยเลยครับ


มีอีกหลายชามที่อร่อย  ไม่ว่าจะเป็น    เยนตาโฟ ... วุ้นเส้นต้มยำ ...  บะหมี่แห้ง  ...   เกาเหลา 
แต่เวลาที่ ผมไปทาน ร้านไหน  ชอบอะไร  ...  ก็มักจะสั่ง รายการอาหารเหมือนเดิมทุกครั้งเลยครับ  ...  เช่นกันครับ  พอมาเป็นลูกค้าร้านนี้  ก็สั่งแต้ที่ชอบ  เลยไม่ค่อยได้เขียน ถึง จานที่ไม่ค่อยได้สั่ง เท่าไหร่เลยครับ
สมัยก่อน  ถ้าพูดถึงร้าน  ก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลา แล้วละก็  ...  ร้านนี้ครองแชมป์  มาอยู่นานเลยครับ  .... เดี๋ยวนี้ก็ยังคง ความอร่อยสด เหมือนเดิมครับ
แต่เดี๋ยวนี้  พอมี  ก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลา  หลายๆร้าน ที่มาจาก กรุงเทพฯ และ จังหวัดอื่นๆ   มาเปิดใหม่  เพิ่มขึ้นอีกหลายร้านมากเลยครับ   ...   แต่ละร้านก็ตั้งใจทำเพื่อ ช่วงชิงตลาด ก๋วยเตี๋ยวปลา  ... แต่ก็ดีครับ  พวกเรา คนชอบทาน ก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลา  มีตัวเลือก มากขึ้นครับ
แต่ ผมก็ยังคง ยืนยันได้ว่า  ร้าน   " เซี๊ยะ "   ยังคงรักษา ความอร่อย ที่มีมายาวนาน  ทั้ง  คุณภาพ และ รสชาติ ยังคงเดิมครับ
                   
ลองแวะมาชิมดูนะครับ   มาไม่ถูกก็ลองโทรถามทางดูที่    053-246-195



แผนที่ ร้านอาหารทั้งหมดที่ผมเขียนแนะนำไว้ใน   " แนะนำร้านอาหารอร่อย โดย ป๋าปึกส์ "
https://mapsengine.google.com/map/edit?authuser=0&hl=en&mid=zi7qOsZPeff0.kmjHpvkh5cmM 





ป๋าปึกส์

ขอแนะนำ ร้านโปรดของผู้เขียน
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2010/11/tengoku-1.html
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2010/11/tengoku-2.html


ติดตาม คอลัมน์ แนะนำร้านอาหารอร่อย โดย ป๋าปึกส์ ได้ทุกวันใน  Facebook
ได้ที่  : http://www.facebook.com/SuebsaengSun




วันพุธที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

Tengoku กับ เมนูที่ไม่ควรพลาด (1) เชียงใหม่

Tengoku de cuisine   เชียงใหม่   กับ เมนูทีไม่ควรพลาด (1)   

วันนี้ขอแนะนำรายการอาหาร ของ   ร้าน Tengoku de cuisine   ...  ร้านอาหารญี่ปุ่น ใน จังหวัดเชียงใหม่
ร้านนี้เปิดบริการมาเกือบ  6 ปี และได้รับรางวัล    Thailand's Best Restaurant  จาก นิตยสาร  Thailand's Tatler  ติดต่อกันมาถึง  5 ปีซ้อน เลยครับ

โทร    053-85-1133  และ   053-850-111  และ  081-885-5959  

วันนี้ ผมขอแนะนำอาหาร เป็นรายเมนู อย่างละเอียดครับ
เมนูเด็ดที่แนะนำ   บางเมนู เป็น เมนู ที่ทางร้านคิดสูตรขึ้นมาเอง  ไม่เหมือนใคร และ ไม่มีใครเหมือน ครับ ....   ส่วนบางเมนู ก็เอาแบบอย่างมาจาก ต้นตำรับ อาหารญี่ปุ่นแท้ ๆ   ที่หาทานได้ยากใน ร้านอาหารญี่ปุ่น ทั่วๆ ในบ้านเรา (เชียงใหม่) ครับ
หลายๆท่านที่เคยมาทานที่  ร้าน เทนโกกุ   อาจจะเคยเห็น อาหารบางเมนู เป็นครั้งแรก  ก็ที่   Tengoku  นีแหละครับ  .
ลองอ่านดูรายละเอียดด้านล่าง   และ  จะให้ดีที่สุดก็ต้อง ลองไปชิมครับ




*********************************************************











Beef  Tataki
   (เนื้อดิบ กับ น้ำจิ้มปงซึ)
เมนูนี้  เป็นรายการอาหาร แบบดั้งเดิมจริงๆ  ที่ญี่ปุ่น 
แต่ที่ต่างกันก็คือ  ในประเทศ ญี่ปุ่น เค้าจะเสิร์ฟด้วย   เนื้อม้าดิบ ครับ
เนื้อม้าดิบแช่แข็ง แล้วสไลด์บางๆ  เสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มปงสึ
แต่ทางร้าน   Tengoku    เค้า เข้าใจดีว่าคง  ขืนใช้เนื้อม้าแบบญี่ปุ่น  คงไม่ถูกปากคนไทยแน่นอน
เชฟ ภิรมย์  (เชฟใหญ่ ของ Tengoku)   เลยดัดแปลงเล็กน้อย  
โดยการเปลี่ยนจาก เนื้อม้า มาเป็น  เนื้อ New Zealand  Ribeyes  
เค้าเลือกหั่นเนื้อเป็นเส้นยาวๆ   หนาประมาณ 2 นิ้ว  ...  แล้วเอาเนื้อไป ย่างด้วยไฟแรง แบบ    " สดุ้งไฟ "    (ย่างด้วยไฟร้อนจัด รอบด้าน อย่างรวดเร็ว  แค่พอให้ผิวด้านนอกเปลี่ยนสี) 
แล้วทิ้งไว้จน  เนื้อ เย็นลง แล้วจึงนำไปแช่ในช่องแข็ง
ก่อนเสิร์ฟ จะสไลด์บางๆ  แล้ววางลงบนหอมใหญ่   ที่ซอยเป็นเส้นบางๆ  แล้วนำลงไปแช่น้ำเย็นจัด  (เพื่อลดกลิ่นไอ ที่อาจทำให้เกิดอาการเคืองตา)  ... แล้วเอาขึ้นมา สะเด็ดน้ำ ก่อนเสิร์ฟ ...  เวลาเสิร์ฟ   จะมี  กระเทียมบด ที่ขูดละเอียด  วางอยู่บนเนื้อสไลด์ ที่รองไว้ด้วยหัวหอมซอย  โรยหน้าด้วยต้นหอมซอย ... เสิร์ฟมาพร้อมกันกับ    น้ำจิ้ม  Pongsu   (น้ำจิ้มที่มีรสเปรี้ยวจาก น้ำส้มสายชู  ผสม โชหยุ และ มิริน)
และ  ที่สำคัญที่สุดคือ  ... จะทานให้อร่อยต้องทานให้ถูกวิธีครับ  ก่อนอื่น ต้องเอากระเทียมบด   ลงไปคนให้ทั่ว  ในซ้อส     Pongsu  ให้เข้ากันซะก่อน นะครับ  (อันนี้ แล้วแต่ใครชอบใส่กระเทียม มาก หรือน้อย นะครับ) ...   แล้วใช้ ตะเกียบคีบ เนื้อสไลด์  และ หอมใหญ่ซอย  นำลงไปแช่ใน น้ำจิ้ม ปงสึ  จนฉ่ำ  .... อย่าแช่ นานนัก นะครับ ..  เพราะ ความเปรี้ยวของซ้อส อาจทำให้เนื้อสุกเกินไป   ควรใช้เวลาประมาณ ไม่เกิน   5  วินาที  ก็พอแล้วครับ
หลังจากนั้น ใช้ตะเกียบ คีบทาน พร้อมหอมใหญ่ ... รับรองเลยครับ ว่า
คุณจะต้องร้อง โอวววว  ....   และ ลืมเนื้อหลายๆจาน ที่คุณเคยทานมาก่อน เลยหละครับ

***************************************************












Natsudeng Kaku
  ..   " มะเขือม่วงราดซอสมิโซ "
จานนี้  ...  เป็นอาหารจานที่ได้รับความนิยมที่สุด จานนึง ของร้าน  Tengoku  เลยครับ
ใครไป ใครมา ก็มักจะสั่งจานนี้กันเกือบทุกคนครับ
จานนี้ทางร้าน Tengoku  ได้สูตร ของซ้อสมิโสะ มาจากร้านเก่าแก่  ร้านนึงแห่งเมือง เกียวโต  ประเทศญี่ปุ่น เลยหละครับ ...  พอมาทำขาย ได้ไม่นาน หลายๆร้านในเมืองเชียงใหม่   ก็เริ่มทำและขายกัน จนในปัจจุบัน มีขายกัน หลายร้านเลยครับ  แต่รสชาติ  ก็ต่างกันอย่างไร  คงต้องมาพิสูจน์กันว่า  ใครคือของดั้งเดิมกันเลย ครับ  
ปรกติแล้ว เวลาเอ่ยถึง  มะเขือม่วง ที่เอามาทำอาหารกันทั่วๆไป  ... คนทั่วไปก็มักจะนึกถึงรสชาติ  จืดๆ  เฝื่อน ๆ ของมะเขือม่วง    ซึ่งส่วนมาก ก็มักจะนำไปสไลด์  แล้วย่างด้วยน้ำมันมะกอก  โรยเกลือพริกไท  รสชาติ ค่อนข้างจะออกเป็น อิตาเลี่ยน ซะมากกว่าครับ
แต่ที่  Tengoku    เค้าเอามาหั่น  เป็นชิ้นหนาซัก 1 นิ้ว ... แล้วมาบาก ด้วยมีดเป็นตารางสีเหลี่ยมคล้ายๆ ผ้าลายสก็อต  ...  แล้วจึงนำมะเขือม่วง  ลงไปทอดในน้ำมันที่ร้อนจัด และ เดือดพล่าน อยู่ในกระทะทองเหลือง ...  พอเอามะเขือม่วง สุกได้ที่ ตามสูตรของทางร้าน  ก็เอาขึ้นจากกระทะลงจาน  ทิ้งไว้ซักแป๊ปเดียว (ให้ความร้อนลดลงซักหน่อย)
แล้วจึงราด ด้วย  " มิโซซอส "   สูตรพิเศษของทางร้าน   Tengoku     ที่ลงทุนไปเล่าเรียนโดยตรง  มาจากร้านต้นตำหรับแห่งเมือง   " เกียวโต เมืองหลวงเก่าของญี่ปุ่น "   เลยครับ
สูตรน้ำจิ้มมิโซซอสนี้   ทางร้านทำเองทุกขั้นตอนตามแบบฉบับของต้นตำรับเลยครับ ...  รสชาติ จะออก  หวาน อม เค็ม  กลมกล่อมเลยทีเดียวครับ
เอาน้ำจิ้ม ทาลงบนมะเขือม่วง แล้ว โรยด้วย งาขาวคั่ว
เวลาทานระวัง นิดนึงนะครับ  .... เพราะมะเขือม่วงค่อนข้างจะอมความร้อนได้ดีครับ
รับรองว่า จานนี้  ท่านใดได้ลองลิ้มชิมรสแล้ว  ท่านจะต้องกลับมาทานซ้ำแล้ว ซ้ำอีก แน่ๆเลยหละครับ



***************************************************************











Tengoku Wasabi
 
จานนี้เล็กแต่เร้าใจจริงๆ ครับ    ...   มันไม่ใช่แค่  Wasabi  ธรรมดาๆ แบบที่เสิร์ฟกันอยู่ทั่วๆไปครับ
วาซาบิ    ที่ท่านเคยเห็นเขียวๆปั้นเป็นรูปคล้ายๆเจดีย์เสิร์ฟมาในจานปลาดิบ  ในร้านอาหารญี่ปุ่นทั่วไป  (ที่ร้าน Tengoku   ก็มีเสิร์ฟอยู่บนทุกจาน Sashimi  ด้วยเช่นกันครับ)
ความจริงแล้ววาซาบิ ที่กล่าวมา ส่วนใหญ่เป็น   " วาซาบิสำเร็จรูป "   ที่ทำมาจากวาซาบิ เหมือนกัน แต่ก็มีส่วนผสมอย่างอื่นผสมไปด้วย  เพื่อได้รสชาติที่ จัดจ้าน และ ฉุนขึ้น และ ทำให้เก็บได้นานขึ้น  
บ้างก็ทำเป็นหลอด   บ้างก็ทำเป็นผงแล้วต้องผสมน้ำเข้าไป  ...  แต่ทั้งหมดที่กล่าวมา  ถ้าท่านไปดูที่ซอง กระปุกหรือ หลอดบางยี่ห้อ  เค้าจะเขียน รายละเอียดชัดเจนครับว่า เป็น วาซาบิ  ที่มีส่วนผสมอย่างอื่นเข้าไปด้วยครับ ลองไปอ่านดูนะครับ .....
ส่วน  วาซาบิพิเศษ จานนี้     " Tengoku Wasabi " 
ทางร้าน   Tengoku   ไม่ได้ แถมนะครับ  ต้องสั่งเพิ่มครับ
เพราะทางร้าน    สั่งนำเข้า   หัว วาซาบิ  มาจาก ญี่ปุ่น โดยตรงครับ   ..  ราคาแพงกว่า วาซาบิธรรมดา  เป็นเท่าตัวเลยทีเดียวเชียวครับ  ...  แต่ที่ร้าน Tengoku  เค้าขายเพียง  ที่ละ 50 บาทเท่านั้นครับ
วาซาบิ ชนิดนี้  เวลาทางร้านสั่งเข้ามาจาก ญี่ปุ่น   จะบรรจุอยู่ในซองสูญญากาศ แช่เย็นมาอย่างดี  ...  ข้างในเป็น วาซาบิ 100 %   (ที่ไม่มีอะไรผสม แม้แต่น้อย)   มี ทั้งลำต้น .. ทั้ง ราก .. ทั้ง เปลือก .. ที่ทำความสะอาดมาอย่างดี  แล้ว  สับละเอียดเป็นชิ้นเล็กๆ บรรจุอยู่ในถุงสูญญากาศ อย่างดี
เมื่อนำมาถึง  ทางร้าน  ก็จะหมักด้วย  ชหยุ และ เกลือ (ตามสูตรของร้าน)  แล้วทิ้งค้างคืนไว้ในตู้เย็น
** มีวิธี ทาน มาแนะนำครับ  **  
วาซาบิ แบบนี้  ไม่ต้องนำไปผสมกับ โชหยุ แบบ วาซาบิ ทั่วไปนะครับ
นำเอา   ปลาดิบ ลงไปจุ่มใน ซอสโชหยุ   (ที่ ร้าน Tengoku  เค้าพิถีพิถัน ถึงขนาดต้มโชหยุ ของตัวเอง แบบร้านอาหารดีๆ ในญี่ปุ่นเลยครับ ...  ผมสอบถาม เชฟชั้นนำของญี่ปุ่น เค้าบอกว่า ทานปลาดิบให้อร่อย ต้องไม่ใช่ โชหยุ ที่เค็มสำเร็จรูป ... แต่ละร้านก็จะมีสูตรของตัวเอง เช่น ผสมมิริน ผสมปลาแห้ง ลงไปต้ม แล่วช้อนออก เพื่อให้มี กลิ่นและ รสที่ดีขึ้น  ยิ่งเวลาทานกับของดิบ จะสัมผัสถึง กลิ่น และ รสชาติ ได้ดีกว่า โชหยุ ทั่วไปครับ )
เมื่อจิ้มโชหยุแล้ว   นำขึ้นมาบนจานแบ่ง   คีบ  Tengoku Wasabi  วางลงบนเนื้อปลา 
(หากเป็นการทานครั้งแรก  ควรเริ่มต้นจาก น้อยๆ  ก่อนนะครับ)
เมื่อท่าน เคี้ยวในปากแล้ว  จะรู้สึกว่า  มันปรี๊ดปร้าดขึ้นมา  ตอนที่เรากัดไปโดน เนื้อวาซาบิ ของมันเท่านั้น  ... ความเผ็ด หรือ อาการขึ้นจมูก  จะน้อยกว่า และ แตกต่าง และ ได้อารมณ์กว่า วาซาบิธรรมดาๆ ทั่วไป แบบ   " ฟ้ากับดิน "    เลยทีเดียวเชียวครับ  ... "  Tengoku Wasabi  "    จานนี้  ทานกับ ปลาดิบ รับรองครับว่า     อร่อยเร้าใจ แบบ สุดขั้วเลย ครับ


***********************************************************











" Sashimi "   (ปลาดิบ)
สำหรับปลาทุกชนิดที่มาทำปลาดิบ ไม่ว่าจะเป็น  ปลาทูน่า (โอโทโร่ , ชูโทโร่ หรือ บลูฟิน) .. ปลาแซลมอน .. ปลาฮามาจิ หรือ ปลาชนิดใดก็ตาม  เมื่อจับขึ้นจากทะเล (ไม่ว่าทะเลไหนก็ตาม)   กว่าเรือที่จับปลา จะเข้าฝั่ง  กว่าจะนำมาส่งตลาดประมูลปลา  เพื่อประมูล หรือ วางขายตลาดปลา ...  กว่าจะส่งถึงร้านอาหาร ...  เรียกว่า  ใช้เวลาเดินทางจากทะเล มาถึงผู้ บริโภค  นานโข ทีเดียวเลยครับ 
เพราะฉนั้น  การเลือกซื้อปลา จากที่ไหน อย่างไร  จึงต้องคำนึงถึง ผู้ขายส่งที่มี การเก็บรักษา ที่ทำกันด้วยอุณหภูมิที่ถูกต้อง และ พิถีพิถัน  การควบคุมอุณภูมิที่ถูกต้อง และ สม่ำเสมอ  จึงเป็นเรื่องสำคัญที่สุดในการทำ ปลาดิบ ครับ
ทันทีที่ ปลาที่ส่งมา ... เมื่อขึ้นปลาแล้ว (ขึ้นปลา หมายถึง แล่ปลาพร้อมเสริฟ)   ปลาตัวนั้น  จะถูกเก็บรักษาต่อไปยังไง  จะแช่อยู่ในตู้เย็น ด้วยอุณหภูมิ เท่าไหร่ และ เก็บอีกสักกี่วัน ... ความสด และ คุณภาพของเนื้อปลา  มันสำคัญอยู่ที่ ขั้นตอนเหล่านั้นครับ  .....
วิธีการรักษาสภาพ และ วิธีการขายให้หมดในเวลาที่สมควร ... มีผลกับคุณค่าทางอาหาร   เป็นที่สุด ...  ที่ร้านนี้  (Tengoku)     ดูแล และคัดสรร   ตั้งแต่การทำความสะอาด  การเก็บรักษา การระบายสินค้า  เพื่อการขายให้หมดในเวลา ... เพื่อความสด  ...  ด้วยเหตุผลเพื่อ นำมาซึ่งความสด  ที่นี่ ร้านนี้  ..  ทาง  Tengoku  เค้าถึงมีรายการ  Promotion  และ  Buffet      เพื่อจะระบาย ปลาในสต็อค ให้อยู่ในความควบคุม  ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้   ปลาเค้าถึงสดตลอดเวลา
ที่เล่ามาทั้งหมด   เป็นขั้นตอนที่ทำกันอยู่ที่ร้าน    Tengoku de cuisine  ครับ


********************************************************


เมนู  แนะนำอีก  5  รายการ อยู่ที่นี่  ครับ
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2010/11/tengoku-2.html


ร้านนี้อยู่ ในซอยวัด บวกครกหลวง  .. ด้านหน้า โรงแรมดาราเทวี  (อดีต  Mandarin Oriental)
ลองแวะมาชิม ดูซิครับ
โทรสอบถามเส้นทาง , จองโต๊ะที่     
053-851-133 ,  053-850-111    หรือ   081-885-5959


คอยติดตามเมนูต่อไปในตอนต่อไปนะครับ





View Larger Map



ป๋าปึกส์
17/11/2553

ขอแนะนำ ร้านโปรดของผู้เขียน

 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2010/11/tengoku-1.html
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2010/11/tengoku-2.html



ติดตาม คอลัมน์ แนะนำร้านอาหารอร่อย โดย ป๋าปึกส์ ได้ทุกวันใน  Facebook
ได้ที่  : http://www.facebook.com/SuebsaengSun

ป้าแป๊ด ทะเลมหาชัย ... หลัง พายัพ ... เชียงใหม่

 " ป้าแป๊ด ทะเลมหาชัย "   อาหารทะเลสด  ... หลัง พายัพ  ... เชียงใหม่



                 
เวลานึกถึง  อาหารทะเล  ....  ใครๆ ก็มักจะนึกถึง   เมืองชายทะเล 
แน่นอนครับ  อาหารทะเล ก็ต้องอยู่ที่ เมืองชายทะเล  ...  จับกันตรงนั้น ขายกันตรงนั้น  สดแน่นอนครับ   
แล้วถ้าอยู่เชียงใหม่ ล่ะ  ....  จะมีอาหารทะเล สดๆ กันบ้างมั้ย ?  
มีเพื่อนของผม หลายๆคน  มักจะโทรมาถามผมว่า  
" อยากทานอาหารทะเล  ..  ป๋า  ช่วยแนะนำร้านอาหาร สดๆ แซ้บๆ  ให้หน่อย ว่า ควรไปทานร้านไหนดี "
อาหารทะเล ที่เชียงใหม่ มีหลายแห่งด้วยกันครับ  อร่อยหลายร้านเลยครับ
บางร้านขายดิบขายดี คนแน่นร้านแทบทุกวัน  ... บางร้านก็ สั่ง ปูเป็นๆ ปลาเป็นๆ  มาเลี้ยงโชว์ ในตู้ แล้วให้เลือก ... ชี้แล้วช้อน กันสดๆ เลยครับ  ...
ผมเองก็ เขียนแนะนำร้านอาหารทะเล  ไว้หลายร้านเช่นกันครับ
วันนี้ขอเอามาแนะนำ เพิ่มเติมอีกซักร้านนึงครับ

" ป้าแป๊ด ทะเลมหาชัย "   ...   ร้านนี้ ยกแพปลา และ ทะเลมหาชัย  มาไว้ที่เชียงใหม่เลยครับ
ร้านนี้อยู่ริมถนนวงแหวน  ด้านหลังมหาวิทยาลัยพายัพ ...  หาง่ายมากครับ อยู่ติดกับทางเข้า หมู่บ้านพิมุกต์ 3  ขับรถเลย  ม.พายัพ มานิดเดียว ก็จะเห็น ป้ายโฆษณา  อันเบ้อเริ่มเทิ่มเลยครับ
โดยเฉพาะเวลากลางคืน   จะเห็นป้ายไฟนีออน มีรูป   " ป้าแป๊ด "    ยืนยิ้ม รอต้อนรับอยู่ ริมถนนวงแหวน เลยครับ
ร้านนี้ ดูจากด้านนอก เป็นร้านอาหาร พื้นบ้าน ธรรมดาๆ
แต่ต้องขอบอกว่า  ร้านนี้ไม่ ธรรมดาเลยครับ
ที่ไม่ธรรมดา ก็เพราะ เจ้าของร้าน เป็น เจ้าของแพปลา ที่ มหาชัย ซะเองเลยครับ  ....   แน่นอนครับ  วัตถุดิบ  เช่น   กุ้ง .. หอย ..  ปู  ..  ปลา  ...   ถูกเลือกสรร และ คัดเกรด  แล้วส่งตรงมาเชียงใหม่ รายวัน เลยหละครับ   












วัตถุดิบ ที่เป็น อาหารทะเลสดๆ  ถูกส่งตรง มาจากอ่าวไทย มาถึงเชียงใหม่ ทุกวัน
ร้านนี้มี รายการอาหารมากมาย หลากหลายเมนู .. อร่อยแซ้บ หลายจาน เลยครับ  ...  ไม่ว่าจะเป็น    ปลากระพงทอดน้ำปลา   ,   ฉู่ฉี่ปลากระบอก   ,   ปูม้านึ่ง  ,  ปูทะเลนึ่ง   ,   ปูผัดผงกระหรี่  ,   กุ้งเผา  ,   กุ้งอบเกลือ   ....  และ เมนูอาหารอีกนับร้อยอย่าง เลยครับ ...  อร่อยและสดแน่นอนครับ  ....  แต่จานเด็ด   ประจำร้านนี้ ที่ไม่ควรพลาด    มาแล้วต้องลองเลยนะครับ ...

ต้มส้มปลาทู   .........  ปลาทู จากแพปลา มหาชัย  ปากอ่าวไทยแท้ๆ  ....  ต้องตัวเล็กๆแบบนี้เลยครับ ... (ก็ มันโตไม่ทัน  คนทาน นี่ครับ)   ....  แต่เนื้อปลาทู สดและอร่อยจริงๆครับ  ...  ช่างเข้ากับน้ำแกงต้มส้ม  ที่กลมกล่อมจนต้องสั่งมาเบิ้ลเลยละครับ

ปลากระพงทอดน้ำปลา   .........   ปลากระพงตัวใหญ่  ทอดมาสีสวย สุกกำลังดี  ราดมาด้วย น้ำปลาปรุงรส ...  เสิร์ฟมาพร้อม ยำมะม่วง  อร่อยทานง่ายดีครับ  ...  เด็กๆ หรือ คนไม่ทานเผ็ด ก็ไม่ต้องราด ยำมะม่วง

ปูทะเลนึ่ง   .........    ปูทะเล สดๆเป็นๆ ก้ามใหญ่ๆ   ยังกับ นักเพาะกาย   ....  แต่ราคาของสดๆ แบบนี้ ก็ย่อม เป็นไปตามความยากง่าย  ในการนำมา และ เลี้ยงไว้ แบบเป็นๆ  แน่นอนครับ
แต่ ด้วยความสด  สดขนาดวางโชว์ ไว้ยังดิ้นอยู่เลยครับ  ....  สดๆ อย่างงี้ เท่าไหร่ก็จ่ายไปเถอะครับ  ...  อร่อยคุ้มค่า ครับ
















ปูม้านึ่ง  ..........  ไปเที่ยวเมือง ชายทะเลที่ไหน ที่ว่า ปูม้าตัวใหญ่ๆ  ....   ต้องมาเจอ ปูม้า ร้านนี้เลยครับ
รับรองว่า  ใหญ่และสด  ไม่แพ้ใคร เลยครับ  .....   ปูม้า สดๆ  เนื้อแน่น จนเด้ง เลยครับ
เสิร์ฟมาพร้อม  น้ำจิ้มทะเล สามรส   รสจัดจ้านของร้านนี้แล้ว  ... บอกได้คำเดียวว่า  ลงตัว  ครับ

ฉู่ฉี่ปลากระบอก   ...........   ปลากระบอกตัวขนาดกำลังดี เนื้อแน่นสด  ..  ราดมาด้วย เครื่องฉู่ฉี่  ที่หอมกลิ่นสมุนไพร  และ  รสชาติ ร้อนแรง จัดจ้าน  เร้าใจ  ...  อร่อยซะ จนต้องเติม ข้าว กันเลยทีเดียวเลย ครับ

หอยแครงลวก   ...........   หอยสด ต้องหุบ เท่านั้นครับ  ...  ที่ร้านนี้  หอยแครง ทั้ง  สด และ  ตัวใหญ่เบ้อเริ่ม เลยครับ  ....  แล้วแต่สั่งเลยครับ ทำได้ทั้ง ลวก และ เผา  แล้วแต่จะชอบแบบไหนครับ

ปลาผัดฉ่า   .........  ใครอยากทานปลาอะไร  ไม่ว่า  ชนิดไหน พันธ์ไหน  ....  มีให้เลือก หลายประเภทเลยครับ ... บอกให้เค้าเอาไปผัดฉ่า มาได้เลยครับ  มีปลาให้เลือกหลายชนิดครับ
รสจัดจ้านครบเครื่องดีครับ  ... ฝีมือแม่ครัวร้านนี้  ร้ายกาจ  เลยทีเดียวเชียวครับ
ก็ คุณ " ป้าแป๊ด "   หรือ ไม่ก็ ลูกชาย  ....  เล่น ลงมือเข้าครัวกันเอง  ทุกวันเลยละครับ













ยังมี อาหารอีกหลากหลาย รายการ ให้เลือกนะครับ  ...  แต่เท่าที่สั่งมาทานใน วันนี้ ก็ต้องกลับไปเข้ายิม อีกเป็น อาทิตย์ เลยหละครับ   .....  อร่อยถูกปากทุกจานครับ  .....  ลองแวะไปชิมกันดูนะครับ
อาหารร้านนี้  หลายๆคนอาจจะบ่นว่า ราคา ค่อนข้างสูง
แต่ผมว่า  เมื่อเทียบกับ  ความสด ของ วัตถุดิบแล้ว ....   ผมว่า สมเหตุ สมผล นะครับ
ท่านใด ยังไม่เคย ... แนะนำว่า ต้องไปลองเลยครับ 
โทรไปจองที่นั่ง หรือ สอบถามเส้นทางที่     084-611-1953   หรือ   086-920-4488


แผนที่ ร้านอาหารทั้งหมด ที่เขียนแนะนำไว้ใน     " แนะนำร้านอาหารอร่อย โดย ป๋าปึกส์ "
https://mapsengine.google.com/map/edit?authuser=0&hl=en&mid=zi7qOsZPeff0.kmjHpvkh5cmM 



ป๋าปึกส์
17/11/2553

ขอแนะนำ ร้านโปรดของผู้เขียน
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2010/11/tengoku-1.html
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2010/11/tengoku-2.html
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2011/05/tengoku-de-cuisine.html

ติดตาม คอลัมน์ แนะนำร้านอาหารอร่อย โดย ป๋าปึกส์ ได้ทุกวันใน  Facebook
ได้ที่  : http://www.facebook.com/SuebsaengSun