Translate

เกิดข้อผิดพลาดใน Gadget นี้

วันพฤหัสบดีที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2554

บ้านสวนกาแฟ ร้านกาแฟ ที่ ต้องมา ... เชียงใหม่



" บ้านสวน กาแฟ "    อย่าหาว่า ไม่บอกนะ ...  ต้องมา ต้องมาเลยครับ  ที่  เชียงใหม่
















                 ลึกลับ ... ซ่อนเร้น ... จนต้องไปค้นหา   ตามเสียงลือ เสียงเล่าอ้าง ที่หลายต่อหลายคนมาบอกเล่าให้ผมฟัง ...  ตอนแรกที่ได้ยินชื่อร้านนี้ ผมเองก็ตอบคนที่มาเล่าว่า   ผมไม่ค่อยได้เขียนถึงร้านกาแฟเท่าไหร่  เพราะผมทานกาแฟ  ประมาณวันละแก้วเท่านั้น  เลยไม่ได้พิถีพิถันอะไรนักกับการเลือกดื่ม กาแฟ   อย่างมากก็ วันละ 1 แก้วตอนเช้าๆ  ...  แต่หลายคนที่มาเล่า ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า  ชอบบรรยากาศ ที่นี่กันหมดทุกคน ...   ผมก็มักจะย้อนถามว่า แล้วเค้ามีอาหารขายมั้ย  อร่อยมั้ย ... เท่าที่ได้ยิน ไม่เคยมีใครบ่นว่าอะไรทั้งสิ้น  เกือบทุกคน กลับบอกว่า  รายการอาหารที่นี่ เค้ามีน้อย แต่อร่อยดีนะ ..... อืมมมมม  นี่แหละ แบบนี้ก็ต้องมาชิมให้ได้ (ผมนึกในใจ)  ...  แล้วก็พยายาม สอบถามเส้นทางจากพรรคพวก ... จนเมื่อวานนี้  ก็ได้ฤกษ์ ครับ ตอนกลางวัน ว่างๆ  ก็ต้องหาคนไปเป็นเพื่อนซะหน่อย  เผื่อหลงทาง จะได้โทษ คนที่ไปด้วยได้ครับ
















                    สาดส่อง มองหาคนไปด้วย ทั่วออฟฟิส น้องๆที่ทำงานก็ออกไปหาอะไรทานกันหมดซะแล้วด้วย   ในที่สุดก็มี น้องคนนึง เดินเหงื่อซกผ่านมา ... ผมไม่รอช้าครับ  .. " ไปธุระ กับพี่หน่อย " ... ไม่ใช่ใครอื่น ก็  เจ้าโอ๋  นั่นเองครับ  ไม่ถามกลับซักคำครับ ว่าจะไปไหน ทานอะไร ... กลับกระโดดขึ้นรถ สตาร์ท แล้วหันมาถามผม  " ไปไหน ดีพี่ "  ...  ผมเลยบอกว่า " พี่บอกทางให้ "  ...  ผมออกจากที่ทำงาน มาตาม ถนนวงแหวน เส้นหลัง ม.พายัพ มุ่งหน้าไปคลองชลประทาน  ทางเดียวกับที่ไป พืชสวนโลก คร้บ ... ขับมาจนสุดถนน จนเจอคลองชลประทาน จะมีสามแยก  แล้วเลี้ยวขวา เลาะคลองไป  (ให้คลองอยู่ทางขวามือเรานะครับ)  ขับมาอีกนิดเดียว ก่อนเข้าโค้งตัว S  จะเห็นรั้วสีม่วงอยู่ซ้ายมือ  ก็ชะลอความเร็ว แล้วชิดซ้ายครับ มองทางซ้ายจะเห็นป้าย  คณะอุสาหกรรมการเกษตร (ม.ช.)  เลี้ยวซ้ายเข้ามาเลยครับ
                  เมื่อเข้าเขตสถานศึกษา ก็ขับรถ เบาๆกันหน่อยนะครับ .. ขับไปตามทางเส้นหลัก ไปเรื่อยๆครับ จนผ่าน ทะเลสาบเล็กๆด้านขวามือ  เลาะขึ้นเนิน เห็นเนิน ที่เด็กๆเค้าจัดกิจกรรมกัน  บางทีมีเด็กๆมาตั้งแคมป์ ลงเนินมาก็จะมีแยกทางขวามือ แลดูเหมือนไม่มีอะไร เลี้ยวขวาเข้ามาเลยครับ  ขับมาจนสุดถนน จะมีซุ้ม ตรงทางแยกที่อยู่สุดถนน  บนซุ้มเขียนป้าย ทางเข้า วัดสวนพริก ... นั่นแหละครับ  ตรงไปเลยครับ















                      ลัดเลาะไปตามขุนเขาที่ไม่สูงมาก  ผ่านที่ทำการอุทยาน ท.ป.4  (แม่เหียะ) ไปซัก กิโลกว่าๆครับ  ถนนเส้นนี้สวยมากครับ  มีต้นไม้สูงสองข้าง แสงแดดรำไร ส่องผ่าน แนวใบไม้ ช่างเหมือนกับ ถนนสาย โรแมนติคสตาเซ่  แถวๆเมือง มิวนิค เลยครับ (ไม่เคยไปก็ จินตนาการเอาหน่อยนะครับ 555)  ...  ขับเพลินๆกับบรรยกาศซักพัก  ก็จะเห็นร้านนี้อยู่ซ้ายมือครับ  มองเข้าไปต้นไม้ร่มรื่นทีเดียวครับ  พอเลี้ยวรถเข้าไปจอด เริ่มมองเห็นตัวร้าน และ บรรยากาศ  .... " โดน โดน "  โดนครับ  เสียงรำพึงรำพัน ที่แทบจะออกมาพร้อมกัน
                    บรรยากาศน่ารักมากครับ  อาคารเรียบง่าย  แต่เก๋ มีรสนิยมดีครับ  มีลำธารไหลผ่านกลางร้าน  สามารถสัมผัสธรรมชาติได้เต็มๆ   แถมมีโต๊ะสำหรับ  คนเท้าเหม็น ให้ด้วยครับ 555   ไม่ใช่นะครับ  โต๊ะสำหรับนั่งแช่เท้าในลำธารครับ  ....  มีแปลงปลูกผักสวนครัวด้วยครับ  จัดวางมุมวางโต๊ะ  วางเก้าอี้ ที่นั่งไว้อย่างลงตัวครับ  ...  ถึงว่าซิครับ เจอใครทีไรก็ต้องบอกว่า ต้องมา ต้องมา ...ให้ได้
















                  พอเดินชมรอบร้านเสร็จ ก็เลือกหานั่ง ริมน้ำ ซะเลย (ก่อนที่คนจะมาเยอะ)   ที่นี่ แต่งโต๊ะไว้หวานแหวว  เหมาะสำหรับพา แฟนมาบอกรัก มากเลยครับ ... แต่ .. แต่ .. แต่พอผมเงยหน้าขึ้นมอง คนที่นั่งหน้าผม .. ว้า ..  กลายเป็น  " เจ้าโอ๋ สถาปนิก หนวดเฟิ้ม "  ... โอววว ฟ้าช่างไม่ปราณีผมเลย .... 5555
                 ว่าแล้วดูเมนู  มีกาแฟ มากมายหลายประเภท รวมถึง ชา และ เครื่องดื่มต่างๆ  รายการอาหาร ส่วนใหญ่ เป็นอาหารจานเดียว ครับ .. จะมีของทานเล่นบ้าง ไม่กี่อย่าง ....  ก็เลยหันไปถามน้องที่มาคอยบริการอยู่ว่า  มีอะไรแนะนำบ้าง .. เธออมยิ้มอยู่ซักพัก เลยเปลี่ยนคำถามใหม่ครับ  จานไหนที่ลูกค้า สั่งแล้วชมว่าอร่อยบ้างจ้ะ .... อืมมมม ได้ความทันทีครับ
                 เธอบอกว่า   ก๋วยเตี๋ยวผัดไท , ข้าวกระเพราไก่กรอบ , โรตีกุ้งกรอบ  ค่ะ ... เอามาหมดเลยครับ .... ส่วนน้ำดื่มก็สั่ง ชาเย็นทั้งสองคนครับ ... นั่งรอ และชื่นชม บรรยากาศ ระหว่างนั้นก็ถ่ายรูปไป ....  ก้มลงไปดูที่โทรศัพท์ของผม  " ไม่มีสัญญาน "   ครับ ของโอ๋ มีแค่ ครึ่งขีดครับ ... เหลือบไปดูเห็นป้าย  แล้วเข้าใจเลยครับ ติดป้ายเบ้อเริ่มเทิ่ม   " NO - WIFI "   ครับ .... ดีจังเลยครับ  ขอชมครับ ร้านนี้ บรรยกาศอย่างงี้  จะมาโทร จะมาแช้ด อะไรกันนักหนา  มาดื่มด่ำธรรมชาติ ดีที่สุดครับ (แล้วกลับไปค่อย upload ทีลัง .. 5555)
















                   รอแป้บเดียวเองครับ อาหารที่สั่งก็ยกมาเลยครับ .... โอวววววว  น่าทานจังเลยครับ ... ผมรีบจัดแจงยึด กระเพราไก่กรอบ มาเป็นของผม  ผัดไทไปให้โอ๋ (กระเพรา น่าทาน มากกกกกกก ครับ)  ส่วนโรตีกุ้งกรอบ เอาไว้แบ่งกันครับ ... เท่านั้นเอง เจ้าโอ๋ กัดกราม กร๊อด กร๊อด .. ผมก็เลยจำใจ ตักแบ่งให้ชิมไปนิดนึง พร้อมแลกเปลี่ยนกันกับผัดไท  ..... พอชิมคำแรก ต่างเงยหน้ามาสบตากันครับ พร้อมเสียง อืมมมม  อร่อยครับ .... กระเพราไก่กรอบแปลกดีครับ แต่รสอร่อยแบบไทยดีด้วยครับ ผัดไทก็อร่อยมากครับ ทั้งสองจานผมไม่ได้ต้องปรุงอะไรเลยซักนิดเดียวครับ  ส่วน โรตีกุ้งกรอบ จะดูคล้ายๆ กุ้งกระเบื้องอะไรทำนองนั้น ครับ ... แต่ พอหยิบทานเข้าปากคำแรก  กรุ๊บบบ .. โอววว เสียงน่าจะดังไปถึง พืชสวนโลก เลยครับ  รสชาติดีอร่อยเลยครับ ... ส่วนชาเย็น ที่ยกมาเสริฟ  ผมดูดไปเกือบครึ่งแก้วแล้วครับ  โชคดีที่เจ้าของร้านเดินผ่านมา แล้วมาบอกผมว่า  พี่คะ  พี่คะ  ชาของพี่อะค่ะ  พี่ยังไม่ได้ชงเลยนะค่ะ ... ทีใส่มา ยังนอนก้นอยู่เลยนะคะ ....  อ้ากกก  ถึงว่า ทำไมมันจืด ..... พอชงเข้าแล้วก็ ... อืมมมม  กลมกล่อมเลยครับ ... 5555

                 ลองแวะไปชิมกันดูนะครับ  สายๆ บ่าย เย็นๆ  บรรยกาศ สุดยอด ครับ ... อาหารก็อร่อยครับ  ไม่ไปเดี๋ยวจะเชยนะครับ  ทางที่ดี จดเบอร์ร้านไว้นะครับ  เผื่อไปไม่ถูก   
086-427-1042  
อ้อ ... อย่าลืมชวนแฟนไปนะครับ



แผนที่ของ บ้านสวนกาแฟ-Baan Suan Cafe

แผนที่ของ บ้านสวนกาแฟ
- See more at: http://drink.edtguide.com/374588_Baan-Suan-Cafe-%E0%B8%9A%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%A7%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B9%81%E0%B8%9F-%E0%B9%80%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B9%88-%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B9%81%E0%B8%9F#sthash.IwvlOSPs.dpuf
บ้านสวนกาแฟ ตั้งอยู่ที่ 170 หมู่3 ตำบลแม่เหียะ อำเภอเมืองเชียงใหม่ เชียงใหม่ 50100 




ป๋าปึกส์
22/12/2011

ขอแนะนำ ร้านโปรดของผู้เขียน
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2010/11/tengoku-1.html
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2010/11/tengoku-2.html
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2011/05/tengoku-de-cuisine.html


ติดตาม คอลัมน์ แนะนำร้านอาหารอร่อย โดย ป๋าปึกส์ ได้ทุกวันใน  Facebook
ได้ที่  : http://www.facebook.com/SuebsaengSun

วันเสาร์ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2554

เฮือนม่วนใจ๋ อาหารเมือง ที่ เชียงใหม่


" เฮือนม่วนใจ๋ "    ร้านอาหารเมือง (เหนือ)  ใกล้ กาดสวนแก้ว ... เชียงใหม่












                         " เข้าเมืองตาหลิ่ว .. ให้หลิ่วตาตาม "  ....  เป็นคำนิยาม ผมชอบพูดให้ เพื่อนๆ น้องๆ  หรือ คนรู้จัก ... ในเวลาที่ ใครจะ ไปเที่ยว ที่ใดที่หนึ่ง ... ให้เค้าได้ ปรับตัวเอง ให้ใกล้เคียง หรือ เหมือนๆ กับคนในท้องถิ่น ในเวลาที่เข้าไปเที่ยวในต่างถิ่น ... ไม่ว่าจะเรื่อง การใช้ชีวิตประจำวัน หรือ การรับประทานอาหาร ......  แต่ ไม่ได้หมายความ ให้เราไปยักคิ้วหลิ่วตาให้ใคร นะครับ .. โดยเฉพาะ สาวๆ สวยๆ ในเมืองนั้นๆ นะครับ ... และ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง  ดินแดน ล้านนา ที่มากมายไปด้วยสาวงาม อย่างเมือง  " เชียงใหม่ "
                          วันนี้ก็ตั้งใจแนะนำ  ร้านอาหารพื้นเมือง (อาหารเหนือ)  ร้านใหม่ล่าสุด   ที่เพิ่งเปิดมาไม่นานมานี้ครับ ...  ผมเองได้มีโอกาสไป ในวันที่ร้านนี้เค้าเปิดร้านในวันแรก ... แต่ก็เป็นธรรมดาครับ ในวันเปิดร้าน ก็เต็มไปด้วยผู้คน  เลยไม่ค่อยเห็นบรรยากาศรอบๆร้าน มากเท่าไหร่ครับ ก็ผู้คนแห่ มาแสดงความยินดีกัน  จนแทบไม่มีที่ยืนเลยครับ












                            ในวันเปิด ผมติดตามผู้ใหญ่ท่านนึง(ที่ท่านได้รับเชิญไป)   ไปถึงทางเจ้าของร้านก็มาดูแลเป็นอย่างดีครับ (ผมเพิ่งมารู้จักร้านนี้ ก็ในวันที่เปิดร้านนั่นแหละครับ ทราบว่า เจ้าของ มีกิจการ ร้านอาหารไทย ในประเทศญี่ปุ่น อยู่หลายแห่ง หลายเมืองด้วยกัน)  ...  นั่งซักพัก พนักงานรวมไปถึงเจ้าของ ญาติเจ้าของ ก็ยกอาหารนานาชนิดมาบริการเต็มโต๊ะเลยครับ  ...  แต่เผอิญ พวกเราต้องไปต่ออีกนัดนึง ก็เลย ชิมกันแค่ พอ หอมปาก หอมคอ ครับ หนักไปทางนั่งคุยสรวลเสเฮฮา มากกว่าครับ ....
                             เท่าที่ผมลองชิมวันนั้น   อร่อยเลย ทีเดียวครับ และ ก็ตั้งใจว่าจะแอบกลับมาทานอีกครั้งนึง เพื่อจะเขียนแนะนำร้านให้เค้า ... โดยคราวหน้า จะมาในฐานะ ลูกค้าไม่ใช่แขกครับ ... วันนั้นมีหลายอย่างที่ยกมา แล้วทำให้ผมอยากกลับมาชิมครับ เช่น  ...  แกงหน่อ (อร่อยสะใจ จริงๆครับ หน่อไม้เป็นหน่อไม้ครับ ช่าง สด และ ใหญ่ จริงๆครับ ... เนื้อหน่อไม้ ก็ หวานนุ่ม )  , ไส้อั่ว (เค้าทำเองครับ หอมกลิ่นเครื่องเทศ  รสชาติ จัดจ้านดีครับ)   ....   มาในวันเปิด ก็ต้องรักษามารยาทซะหน่อย เลยชิมแค่พอเป็นพิธีครับ (เสียดายจังเลยครับ)












                            วันนี้ประสพโอกาสดี   ที่เจอน้องๆ (บรรดาลูกน้องสาวๆ ของผม ที่ไปพบเนื้อคู่ เป็นฝรั่งตัวใหญ่ๆ ทั้งหลาย .. ทั้ง 2 คน เดินทางกลับมาเชียงใหม่ แล้วแวะมาหาผมที่ทำงาน)   หล่อนทั้งสอง   อยากทานอาหารเมือง (อาหารเหนือ)  เป็นอย่างมาก  ...  ผมก็เลยชวนทั้งสองว่า  มีร้านเปิดใหม่  ที่เพิ่งเปิดได้ ซักเดือนกว่าๆ  ไปชิมกันมั้ย ....  เพราะตั้งใจจะไปเขียนแนะนำร้านนี้ซักหน่อย .... ว่าแล้วก็นัดหมายมาเจอที่ร้านนี้ตอนเที่ยงครึ่งครับ
                             ร้านนี้หาไม่ยากครับ อยู่ใกล้ๆย่าน สันติธรรม (ที่มีแยกมากมาย จนผมหลงทางทุกครั้งที่มาแถวนี้)    ผมก็เลยเลือกเส้นทางที่ผมไม่น่าจะหลง ครับ ....  คือ ถ้าเราขับรถมาตามถนนห้วยแก้ว  จากแยกรินคำ(นิมมาน)   มุ่งหน้าเข้าคูเมือง ...  ขับมาเรื่อยๆ เยื้องๆปั๊มน้ำมัน ก่อนถึง กาดสวนแก้ว  มีซอยซ้ายมือครับ ... ที่สมัยก่อน ปากซอยเป็น ร้านสุกี้เก่าแก่    " โคคา "   (ตอนนี้รื้อไปแล้วครับ)   เลี้ยวเข้าซอยมาเลยครับ ไปเกือบสุดซอย ก็ เป็นสี่แยกเล็กๆ ... เราก็เลี้ยวไปทางขวา แล้วพอเห็นซอยซ้ายมือซอยแรก ก็เลี้ยวซ้าย มาอีกนิดเดียวครับ ... ก็จะเห็นร้านนี้อยู่ทางขวามือครับ  ... มีที่จอดรถด้านหน้าร้านครับ












                              พอมาถึงร้าน น้องสาวทั้งสอง ก็รออยู่แล้ว  แต่ยังไม่ได้สั่งอาหาร (สงสัยกลัวเราไม่มา แล้ว ต้องจ่ายเอง มั้งครับ ... อิอิ)  ... โชคดีครับ ที่วันที่ไป ไม่ตรงกับวันหยุด ...  แล้วเราก็มากันเกือบบ่ายโมงแล้วครับ ดีครับคนไม่ค่อยเยอะครับ .... มาถึงนั่งปั้ป ก็คว้าเมนูกันทันที  กำลังหิวได้ที่เลยครับ ...  ผมรีบชิงสั่งก่อนเลยครับ ... ไก่เมืองนึ่ง , แกงหน่อ  ก่อนที่น้องๆจะเริ่มสั่งกันมาด้วยความหิวโหย ... แกงจิ้นส้มผักปั๋ง (หาทานยากครับ อาหารเมืองเก่าแก่ ที่เอาแหนมมาแกงกับผักปั๋ง ผักลื่นๆอร่อยแปลกดีครับ) , น้ำพริกปลา , ไส้อั่ว , ส้าผักกาดน้อย , หมูทอด , แกงผักหวาน  .... ข้าวนึ่งคนละหนึ่ง
                   นั่งแป้ปเดียวครับ ยกมาทันควัน ... เห็นหน้าตาสีสันแล้ว ... อืมมม เข้าท่าครับ  ... มาถึงก็ไม่มีใครรอใครครับ  ...

ไก่เมืองนึ่ง   ....  ก่อนที่อาหาร จะยกมา  ผมเองก็ "จก" เอาข้าวนึ่ง มาปั้นในมือรอ แล้วครับ ... คำแรก ที่ตักก็เป็นเข้าปาก  ต้องร้อง ...  โอวววววว  เลยครับ ...  ช่างหอมอร่อยเลยครับ กลิ่นเครื่องเทศโดยเฉพาะขมิ้น ลอยเด่นขึ้นมาเลยครับ  แค่เอาข้าวนึ่ง ลงไปจุ่มในน้ำไก่นึ่ง ก็ อร่อยเร้าใจแล้วครับ

ส้าผักกาดน้อย  ....   อาหารจานนี้  หาทานได้ไม่ง่ายครับ  ...  ต้องร้านอาหารเมืองจริงๆ ครับที่ทำกัน  เค้าเอาผักกาดน้อย(ผักกาดหนุ่มน้อยต้นเล็ก)  มายำกับ มะกอกน้ำเป็นหลัก  ใส่ถั่วเน่า(จริงแล้วไม่เน่านะครับ  แต่เค้าเรียกกันอย่างงั้น)  โรยหน้าด้วย แค๊บหมู ชิ้นน้อยๆ   ...   ส้าผัก ที่นี่ รับรองว่า อร่อยไม่แพ้ใครเลยครับ











แกงหน่อ  ....     พอเค้ายกมา ผมก็ถามเค้าว่า  ...  วันที่เค้าเปิดผมได้ทาน หน่อไม้ใหญ่ๆ เป็นดุ้นๆ (ไม่เหมือนร้านอื่น) แล้วตีให้แตก   แล้วถึงเอาไปแกง อร่อยจนต้องกลับมาในวันนี้   ทำไมวันนี้เป็นหน่อไม้แผ่นเหมือนร้านอื่น .. ก็ได้คำตอบว่า ช่วงนั้นเพิ่งหมดฝน หน่อไม้ออกมาใหม่  จึงได้หน่อไม้สดๆ มาทำให้ทานครับ  (ที่นี่ใช้ หน่อไม้สด ขนาดขึ้นอยู่กับฤดูกาล ครับ) ... แต่ที่ เค้าทำมาก็ รสชาติ ดีคงเดิมครับ ....

แกงจิ๊นส้มผ้กปั๋ง  ....   เป็นแกงพื้นบ้าน ของทางเหนือ  ที่เลือกเอา  ผักปั๋ง  (ผักที่มีรูปร่างหน้าตา เป็นญาติกับ  ผักจำพวก ยอดฟักทอง อะไรทำนองนั้น  แต่รสชาติแปลกดีครับ  ลื่นๆ อร่อยดีครับ)  ... ผักปั๋งโดยมากจะแกงกับ  จิ๊นส้ม  (แหนม)  อาหารยอดฮิต ของทางเหนือ ... รสชาติอร่อย ออกเปรี้ยวของรสแหนม นำหน้ามาเลยครับ  ...  รสชาติอาจจะแปลก  สำหรับใครที่ไม่เคยลองทานครับ   ... ขอแนะนำให้ลองสั่งทานดูนะครับ

แกงผักหวาน  ....  ผักพื้นบ้านในภาคเหนือ ที่สมัยก่อนต้องทานตามฤดูกาล แต่เดี๋ยวนี้ เกษตรกรไทย ของเราพัฒนาไปไกล  ปลูกได้ทุกฤดูกาลแล้วครับ  ...  ทานกันได้ทั้งปีครับ  แต่ถ้ามาช่วงปลายหน้าหนาว  ก็จะตรงกับฤดูกาล  " ไข่มดแดง "    ซึ่ง   แกงผักหวานใส่ไข่มดแดง  ของที่นี่  ต้องอธิบายเป็นภาษาใน  Facebook  ของ วัยรุ่น  ว่า    " อร่อย  ฝุด  ฝุด  ครับ "  











ไสอั่ว ....   ที่นี่เค้าทำ ไส้อั่ว เองครับ ...  รสชาติจัดจ้าน  ถึงเครื่องดีครับ  รสชาติอร่อยดี

หมูทอด  ....  อาหารยอดฮิต  ที่ร้านอาหารเมือง ทุกแห่งในภาคเหนือ  มีขายกันทุกร้านครับ  แต่หมูทอดร้านนี้ หมักมาจนหอมอร่อย เนื้อนุ่มดีครับ

น้ำพริกปลา  ....   เป็นน้ำพริกของทางเหนือ  หรือที่เรียกกันว่า น้ำพริกปลาจี่  (ซึ่ง ใช้ปลาช่อน หรือ ปลาดุกย่าง  แล้วเอาเนื้อโขลกแบบน้ำพริกใส่ พริกชี้ฟ้า หอมแดง กระเทียม น้ำปลา มะนาว  ตามสูตรใครสูตรมันครับ)   ....  รสชาติกลมกล่อม  เหมาะกับ ข้าวนึ่ง ดีครับ

                        ร้านเปิดใหม่อย่างนี้   ก็ต้องลองมาชิมกันดูเองนะครับ ว่า อร่อยแบบที่ผมเล่า รึเปล่า ... ราคามาตรฐานครับ  ลองแวะกันไปชิมนะครับ ตามที่อยู่ด้านล่างครับ
                        เลขที่  24   ถนน ราชพฤกษ์  , ตำบล ช้างเผือก   , อำเภอเมือง  , เชียงใหม่
ไปไม่ถูกก็ลองโทรไปถามนะครับที่     053-404-998  ... 085-031-4555 ... 089-701-2894


แผนที่ร้านอาหารทั้งหมด ที่ผมเขียนแนะนำไว้ใน   " แนะนำ ร้านอาหารอร่อย โดย ป๋าปึกส์ "
https://mapsengine.google.com/map/edit?authuser=0&hl=en&mid=zi7qOsZPeff0.kmjHpvkh5cmM 


ป๋าปึกส์
 3/12/2011
ขอแนะนำ ร้านโปรดของผู้เขียน
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2010/11/tengoku-1.html
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2010/11/tengoku-2.html
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2011/05/tengoku-de-cuisine.html

 ติดตาม คอลัมน์ แนะนำร้านอาหารอร่อย โดย ป๋าปึกส์ ได้ทุกวันใน  Facebook
ได้ที่  : http://www.facebook.com/SuebsaengSun

วันพุธที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

เฮือนใจ๋ยอง อาหารเมือง(ยอง) ... เชียงใหม่


 " เฮือนใจ๋ยอง "  ... อาหาร  เมืองแบบชาวยอง  ... บนถนนสันกำแพงตัดใหม่  ... เชียงใหม่
















                               เมื่อประมาณ 200 ปีที่แล้ว    " คนยอง "   (คนไทยทางภาคเหนือ ที่มีเชื้อสายมาจาก ชาวไทลื้อ)  ที่อาศัยอยู่ใน รัฐฉาน ของประเทศพม่า ได้อพยพ โยกย้ายถิ่นฐานครั้งใหญ่  ... ลงมาอยู่ทางตอนเหนือของประเทศไทย   แถวๆ เมืองลำพูน นี่เองครับ
" ชาวยอง "    เป็นชนเผ่า  ที่มี  ศิลปะ และ วัฒนธรรม อันสวยงาม  และ ยังคงสืบทอดวัฒนธรรม  ศิลปะ  รวมไปถึง การดำรงชีวิต แบบดั้งเดิมไว้อย่างดี  ...  และ โชคดีที่ยังมีลูกหลานสืบทอด  สิ่งเหล่านี้  ต่อกันมาหลายชั่วอายุคน
คนท้องถิ่นที่อาศัยอยู่ทางเหนือในอดีต  จะเรียก คนกลุ่มนี้ว่า
" ชาวไทยอง "  หรือ  " คนยอง "
คนยอง มีการถ่ายทอดประเพณี และ วัฒนธรรม สืบต่อมาอย่างดี  จาก รุ่นสู่รุ่น  .... ไม่ว่าจะเป็น งานประเพณี และ การใช้ชีวิตประจำวัน  รวมไปถึง  การรับประทานอาหารของชาวยอง  ที่มี รสชาติ และ การทำอาหาร ใกล้เคียงกับ อาหารเมืองของชาวเหนือ   ....   แต่รสชาติ ออกจะจัดจ้าน และเข้มข้นกว่าเล็กน้อย ครับ















                           วันนี้ ผมขอแนะนำ  ร้านอาหารเมือง ในแบบฉบับ ของ ชาวยอง  ...  ร้านโปรดของผมครับ  ....  " เฮือนใจ๋ยอง "  ....    ที่  ถนนสันกำแพงตัดใหม่  ครับ ....
การเดินทางมาร้านนี้ไม่ยากครับ ... ถ้ามาจากสนามบิน ก็ขับรถตรงมาตลอดครับ  จนข้ามสพานลอย ถนนซุปเปอร์ (แยก ดอนจั่น)  .. มุ่งหน้า อำเภอ สันกำแพง ..  ขับตรงมาตามถนน เรื่อยๆ  พอเลย แยก ดอนจั่น มาแล้วเค้าเรียกว่า  " สันกำแพงตัดใหม่ "  (ขับรถระวังหน่อยนะครับ .. ถนนกำลังขยายอยู่ครับ  ครับ)   ... จากสนามบิน  วิ่งไป  ร้านเฮือนใจ๋ยอง  ระยะทางประมาณ  14 ก.ม.     ก็จะถึงทางแยกทางเข้าอำเภอ สันกำแพง อยู่ซ้ายมือ ... อย่าเลี้ยวนะครับ  ...  ชิดขวา กลับรถมาเลยครับ ..  กลับรถมาซัก  100 กว่าเมตร  ที่หลัก ก.ม.ที่ 14   ก็จะเห็นป้ายชื่อร้าน  เฮือนใจ๋ยอง  สังเกตุง่ายๆ จะมี ต้นก้ามปูใหญ่ อยู่ปากซอย
เลี้ยวเข้าไปเลยครับ ก็จะเห็น ร้านอยู่ขวามือ รูปทรงเป็นบ้านแบบพื้นเมือง  แบบชาวยองดั้งเดิม เป็นบ้านไม้สองชั้น  ... ปรกติถ้าคนไม่เยอะ เค้าก็จะทานกันที่ใต้ถุนบ้าน(ชั้นล่าง) แบบชาวบ้านยอง แท้ๆ ... โต๊ะเก้าอี้ ง่ายๆ แบบมีสไตลส์  จานชามก็ง่ายๆ แต่สอาดสอ้าน  ห้องน้ำก็ทำไว้ดีทีเดียว แยกหญิงชาย ... มีที่ล้างมือ (เวลาทานข้าวนึ่งให้อร่อย ควรเปิปด้วยมือครับ)  ... ที่อ่างล้างมือ เค้าก็เตรียม ผ้าลูกไม้   สำหรับเช็ดมือไว้ให้ครับ (น่ารักมาก) ... พนักงานเสิร์ฟ ก็เป็นลูกๆ หลานๆ ของเจ้าของร้าน ...  มี  " คุณนก "  เจ้าของร้าน คอยยิ้มแย้มต้อนรับเป็นกันเองทุกวันเลยครับ   (ถ้าไม่ยุ่ง)


















                          อาหาร ที่นี่ มีมากมายหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็น  ลาบคั่ว  .. ไส้อั่ว  .. หมูทอด .. แกงฮังเล .. แกงโฮ๊ะ  ..  น้ำพริกหนุ่ม  ..  น้ำพริกอ่อง .. น้ำพริกปลา  ..  แกงผักกาดจอ  ... ฯลฯ
อาหารทุกชนิด  เสิร์ฟในจานไม่ใหญ่มากนัก  ทานกับแบบที่ชาวยองทานในชีวิตประจำวัน   ที่สำคัญ  เมื่อเรา  เทียบ  ราคา  กับ  คุณภาพ และ รสชาติ ของอาหารแล้ว แล้ว ต้องบอกว่า  สุดคุ้มครับ
อาหารจานโปรด  ที่ผมสั่งทานเป็นประจำ  (อาจจะชอบไม่เหมือนคนอื่นนะครับ)   ก็จะมี

ส้าผักกาดน้อย    ........    แปลเป็นไทยว่า   "ยำผักกาดน้อย"  (ผักกาดต้นเล็ก)
จานนี้หาทานยากครับ  ไม่ค่อยมี  ร้านอาหารเมืองทั่วๆไปเค้า ทำขายกันครับ
ที่นี่ เค้าใช้  .. ผักกาด ต้นน้อยๆ  ..  ยอดมะม่วง  .. ยอดมะกอก .. ผักจ้ำ .. ผักปู่ย่า  .. ฯลฯ
ปรุงเครื่อง ด้วย  พริกชี้ฟ้าย่าง , หอมแดง , กระเทียม , ต้นหอม , กะปิ , ปลาร้าต้ม หรือ ถั่วเน่า  ...   แล้ว  โรยหน้า  ด้วย  หอมแดงทอด และ แค๊บหมูชิ้นเล็กๆ
รสชาติสุดยอดเลยครับ   ทานแล้วทำให้รู้สึกว่า  นี่แหละคือสิ่งที่ ร่างกายผมต้องการ เลยครับ   ...   มาร้านนี้ทีไร ก็ต้องสั่ง ส้าผักกาดน้อย จานนี้  2 จาน เป็นอย่างน้อย  ทุกเที่ยวเลยครับ

ไก่เมืองนึ่ง   ..........   ไก่เมือง (ไก่บ้าน)   ตัวน้อยๆ  นึ่งด้วยสมุนไพร  หอมกลิ่นขมิ้นโชยมาแต่ไกล  ... หอมอร่อย  ...  ไก่นุ่มเหนียวกำลังดี  เครื่องเทศเข้าเนื้อ ...  แค่ซดน้ำไก่นึ่ง  ที่ออกมาจากไก่ ก็ ต้องร้อง .. โอววววว เลยทีเดียวเชียว ครับ ...  จานนี้แนะนำว่า  ถ้าไปทานในวันหยุด ควรจะโทรไปจองก่อนไป  นะครับ   เพราะ เปิดร้านขายแป๊ปเดียว  ก็มักจะหมดเป็นอย่างแรก  อยู่เรื่อยเลยครับ

แกงผักหวาน  (ใส่ไข่มดแดง)  ..........    " ไข่มดแดง "   จะมีตามฤดูกาลเท่านั้นนะครับ  ประมาณช่วงต้นปีของทุกปี  หรือ ช่วงปลายหน้าหนาวนั่นเองครับ  ...  สำหรับท่านที่ไม่เคยลองทาน ไข่มดแดง  ก็ต้องแนะนำให้มาลองที่ร้านนี้ นี่เลยครับ  ...  ต้องขอบอกว่า   " อร่อยๆๆ  อร่อยๆๆ  มาก มาก มากๆๆๆๆ ครับ "   ...   ช่วงที่ไม่มีไข่หมดแดง ก็มีแกงผักหวานใส่ปลาแห้ง  ก็อร่อยไม่แพ้กันครัย

แกงหน่อ    ..........    จานนี้ เป็นอีกจานที่อร่อย แบบพลาดไม่ได้เช่นกันครับ  ...   แกงหน่อแบบเมืองๆ  ต้องใส่ปลาแห้ง กับ น้ำปู๋ (น้ำที่ตำมาจาก ปูนา)  แบบที่ร้านนี้  รสชาติกลมกล่อมดีครับ
แต่ถ้าอยากทาน  หน่อไม้สดๆ อ่อนๆ อร่อยๆ  ที่หวานอร่อยในตัว  ก็ต้องรอ ตอนช่วงเริ่มมีฝนตกใหม่ๆ หน่อยนะครับ

แกงโฮ๊ะ   ..........    " แกงโฮ๊ะ "    มีต้นตอมาจาก การนำเอา อาหารที่ใช้จัดเลี้ยงตามงานมงคลต่างๆ ของชาวเหนือ ...  เมื่อกับข้าวที่ทำเลี้ยงกัน แล้วเหลือ จะนิยม เอามาคลุกเคล้ารวมกัน  ... โดยจะต้องมี  แกงฮังเล  และ วุ้นเส้น เป็นหลัก ...
แต่ที่ร้านนี้  เค้าทำใหม่หมดนะครับ ....   ไม่ได้ไปเอาของเหลือที่ไหนครับ  ....  รสชาติครบรส  กลมกล่อม  ...  ที่สำคัญไม่หวานมาก  เหมือน แกงโฮ๊ะ ทั่วๆไปด้วยครับ

จิ้นส้มนึ่ง  ...........    จิ้นส้ม  แปลว่า  แหนม  ครับ ...  จานนี้คือ  แหนมนึ่ง  (ที่ทั้งใส่ และ ไม่ใส่ไข่)  เมื่อเอาแหนมไปนึ่ง ก็ยิ่งเพิ่มความอร่อยครับ   รสชาติจัดจานขึ้นมาทันทีครับ  ....   เสิร์ฟมาพร้อม ถั่วลิสง และ พรกขี้หนู กระเทียม ครับ   .

















                               นอกจากนั้น  ยังมีอาหารจานเด็ด  อีกมากมายครับ  เช่น   น้ำพริกปลาจี่  ...  หมูทอด  ... ไส้อั่ว  ...   ลาบปลา  ...   ลาบคั่ว     และ อื่นๆอีกมากมาย  ที่เหมือนตามเมนู ร้านอาหารเมืองทั่วๆไปครับ  ....  ต้องบอกว่า  อาหารทุกจาน ที่ผมเคยทาน ที่ร้านนี้   อร่อยทุกจานครับ
ที่สำคัญ  ...  มี ผักสด ที่เค้าปลูกเอง ในแปลงหลังร้าน แบบปลอดสารพิษ  ให้เราทาน แกล้มกับอาหารยอง   อย่างอิ่มหนำสำราญ แบบไม่อั้น  .....   ส่วนเครื่องดื่ม มีให้เลือกมากมาย    แต่ที่ผมชอบที่สุด คือ น้ำแครอทมะนาว   มันช่างตัดกันกับรสชาดิอาหารยอง   ดีซะเหลือเกิน ครับ
                              ขนมหวานก็มีทั้งเฉาก๊วย และ ลอดช่อง และยังมี ขนมไทยๆ ขายหน้าร้าน  ...   สำหรับใครที่  ต้องเดินทาง และ นั่งรถเที่ยวต่อ   มีของดี  ที่หน้าร้านนี้  ที่ต้องแนะนำอีกอย่างนึงครับ  ....   ที่ร้่านนี้มีขาย   " ยาดม อารมณ์ดี "   ...  ยาดม  ที่ใคร ดมแล้ว น่าจะสบายใจ  และ อารมณ์ดี ขึ้นมาทันทีนะครับ   ... ผมดมทีไร  ก็ อารมณ์ดีทุกทีเหมือนกันครับ


                                        














                   มา เชียงใหม่เมื่อไหร่.....อยากทานอาหารพื้นเมืองแบบยอง แล้วละก็  ลองไปชิมที่ร้านนี้ดูนะครับ รับรองว่า คุณมาถึงเมืองเชียงใหม่ จริงๆ  ครับ
สอบถามเส้นทาง , สั่งอาหาร , จองโต๊ะ   .....    โทร  086-671-8710  




แผนที่ร้านอาหารทั้งหมด ที่ผมเขียนแนะนำไว้ใน   " แนะนำ ร้านอาหารอร่อย โดย ป๋าปึกส์ "
https://mapsengine.google.com/map/edit?authuser=0&hl=en&mid=zi7qOsZPeff0.kmjHpvkh5cmM   





ป๋าปึกส์
24/09/2553
ขอแนะนำ ร้านโปรดของผู้เขียน
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2010/11/tengoku-1.html
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2010/11/tengoku-2.html
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2011/05/tengoku-de-cuisine.html

ติดตาม คอลัมน์ แนะนำร้านอาหารอร่อย โดย ป๋าปึกส์ ได้ทุกวันใน  Facebook
ได้ที่  : http://www.facebook.com/SuebsaengSun


วันอังคารที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

ข้าวซอยเกาะคา ... ลำปาง


ข้าวซอยเกาะคา  ...  ที่ อำเภอเกาะคา ย่าน เซรามิค  ... ลำปาง


                เมื่อวาน ผมไปลำปาง เพื่อหาซื้อ ถ้วยชามสวยๆ เพื่อมาใช้ในร้านอาหาร ของผมเอง .... ซึ่งผมก็ไปโรงงานเดิมๆ ที่ซื้อกันมาเป็นประจำอยู่แล้วครับ  ไม่ใช่ที่ไหนอื่น ก็  Eatrh and Fire  โรงงานที่ทำ เซรามิค ส่งออกไปประเทศญี่ปุ่น มากที่สุดแห่งของของเมืองไทยเลยละครับ  อยู่แถว อำเภอเกาะคา จังหวัดลำปาง นี่เองครับ ... วันนี้ก็เลย พาภรรยามาด้วย ถือโอกาสพาชิมอาหารอร่อยๆ ด้วยกันซะเลยครับ
                ร้านที่จะแนะนำวันนี้ เป็นร้าน ข้าวซอย อันลือชื่อของอำเภอเกาะคา ครับ  ชื่อเสียงเรียงนามก็บอกยี่ห้อและตำแหน่งชัดเจนเลยครับ   " ข้าวซอยเกาะคา "  อยู่ตรงกลางย่านชุมชน ริมน้ำวังที่อำเภอเกาะคาเลยครับ  ถ้าขับรถมาจากเชียงใหม่ก็ เลี้ยวเข้ามาทางอำเภอเกาะคา ซึ่งเป็นทางที่ไปทะลุ โดยไม่ต้องผ่านตัวเมืองลำปาง เวลาเดินทางกลับเข้ากรุงเทพฯ  ร้านนี้อยู่เลยทางเข้าวัดเจดีย์หลวงมาอีกครับ พอเริ่มเข้าเขตุชุมชนของอำเภอ ก็ใกล้ถึงเลยละครับ















                  ร้านนี้ด้านหน้าก็เป็นบ้านติดถนนแบบตึกแถวชั้นเดียวทั่วไปครับ พอเดินเข้าไปด้านใน ก็จะเป็นระเบียงยื่นเข้าไปอยู่ริมน้ำวัง ร่มเย็นเห็นทิวทัศน์ สบายตาดีครับ มีโต๊ะวางอยู่บนระเบียงที่มีหลังคาปกคลุม  อยู่ซัก 6 โต๊ะ  บรรยากาศริมน้ำ สวยเชียวครับ  ร้านนี้ทำกันแบบครอบครัว  คุณป้าเป็นคนลวกเส้น ตักแกง คุณลุงก็ คอยบริการ เทคออร์เดอร์ และ เสริฟอาหาร  น่ารักดีครับ
                 แน่นอนครับ  ร้านนี้ ชื่อร้านบอกชัดเจนอยู่แล้ว ว่า ขายข้าวซอย  ....  จานเด็ดของที่นี่ก็ต้องเป็นข้าวซอยแน่ๆ ครับ แต่ข้าวซอยเองก็ทำกันในหลายจังหวัดใน ภาคเหนือครับ แต่ละอำเภอ แต่ละจังหวัดก็แตกต่างกันไปด้วย รสชาต  ... ร้านนี้ที่ผมติดใจก็คือ ความกลมกล่อมของน้ำแกง ที่แทบไม่ต้องปรุงรสเลยครับ(อาหารอะไร ที่ไหนก็ตาม ถ้าลูกค้า บอกว่า แทบไม่ต้องปรุง .. รับรองว่า ขายดีแน่นอนครับ) ... มาทีไรก็ ต้องข้าวซอยเนื้อ ทุกทีไปครับ เค้าทำได้เปื่อยดีครับ  แค่เติมผักกาดดอง กับ หอมแดง บีบมะนาวซักนิดนึง  ก็อร่อยโฮก โฮก แล้วครับ








               ที่ร้านนี้นอกจากข้าวซอย แล้ว ยังมีรายการอาหารอีกมากมายหลายชนิด เขียนติดบอร์ดอยู่ที่ผนัง แต่ผมเองชิมไปไม่กี่อย่างครับ  ที่ติดใจเป็นอันดับสองเห็นจะเป็น ก๋วยเตี๋ยวเส้นเล็กแห้งเนื้อตุ๋น ใส่เอ็นเยอะๆ แล้วขอน้ำซุปมาชุ่มคอซักถ้วยครับ ... อีกจานนึงที่ทานประจำทุกเที่ยวก็ เกาเหลาน้ำเงี้ยวครับ (ที่สั่งเกาเหลาก็เพราะ ทานเข้าไปหลายอย่างไม่มีพื้นที่สำหรับ เส้นหนมจีนอีกแล้วครับ) เท่าที่ทานมาทั้งหมด ต้องถือว่า รสมือ ของร้านนี้ น่าจะอยู่ในระดับแนวหน้า ของอำเภอเลยครับ
              มาจากกรุงเทพ หรือ จะเดินทางกลับกรุงเทพ  ผ่านเส้นทางนี้ก็ไม่ต้องไป รถติดในตัวเมืองได้ครับ  ถนนอาจจะเล็กกว่าหน่อย แต่ท่านจะผ่านชุมชน โบราณสถานอีกหลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็น วัลำปางหลวง , วัดไหล่หิน , วัดปงยางคก และ ยังเรียงรายไปด้วย โรงงานเซรามิค ที่สามารถหาซื้อเป็นของฝากได้ครับ













                ผมเคยเขียนแนะนำร้านนี้มาแล้วครั้งนึงเมื่อปีที่แล้วครับ แต่ปรากฏว่า หาไม่เจอว่าอยู่ที่ไหน เลยต้องมาเขียนใหม่ครับ  แต่ก็ขาดเบอร์โทรศัพท์ และ วันเปิดปิด ของร้านนี้ไปครับ  จะพยายามหามาเติมให้ครับ  หรือ ใครผ่านไปทาน ก็ ฝากถามเจ้าของ แล้วมาบอกกันหน่อยนะครับ  จะได้เอามาลงให้เพื่อนๆ ได้รายละเอียดเพิ่มเติมครับ
                ผ่านไป เกาะคา ก็ลองไปชิมดูนะครับ



ป๋าปึกส์

ขอแนะนำ ร้านโปรดของผู้เขียน
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2010/11/tengoku-1.html
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2010/11/tengoku-2.html
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2011/05/tengoku-de-cuisine.html


ติดตาม คอลัมน์ แนะนำร้านอาหารอร่อย โดย ป๋าปึกส์ ได้ทุกวันใน  Facebook
ได้ที่  : http://www.facebook.com/SuebsaengSun

วันศุกร์ที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

Hinlay Curry House ย่านวัดเกตุ ... เชียงใหม่

Hinlay  Curry  House  ... อาหารอินเดีย  ย่านวัดเกตุ ... เชียงใหม่














มีน้องๆ  โทรมาชวนผม  ไปชิมอาหารร้านใหม่ (ที่ผมยังไม่เคยไปทาน)
ผมก็ถามกลับไปว่า   " ร้านอะไรครับ "  
ก็ได้คำตอบว่า   " พี่คงยังไม่เคยมาร้านนี้แน่ๆ เลยอยากชวนมาชิมด้วยกัน  ชื่อร้าน  Hinlay  Curry House  "  
พอได้ยินชื่อ ก็จินตนาการ ไปว่า  คงต้องเป็น  ร้านอาหารแบบอินเดีย  หรือ   ไม่ก็ออกไปทาง พม่า แน่นอน  (อาหารอินเดีย ของโปรดผมเลยครับ)    
พอได้ยินเท่านั้น  ไม่รอช้า  รีบสอบถามเส้นทาง แล้วตามไปเจอ  ในทันใดเลยครับ














                                 
ร้านนี้อยู่ในย่านวัดเกตุ  ย่านชุมชนเก่าแก่ ริมฝั่งแม่น้ำปิง
ขับรถ เข้ามาใน  ถนนเส้นหลังวัดเกตุ   ชื่อซอยว่า    " ซอยหน้าวัดเกตุ "  ครับ
เอาง่ายๆครับ  ถ้าคุณมาแถวๆนี้ มองหา คอนโดที่มีความสูงที่สุด  ของเมืองเชียงใหม่  ...  ร้านนี้อยู่ติดกันเลยครับ  จะเข้ามาทาง ถนนแก้วเนาวรัตน์   ก็ได้ครับ
                                   
มองหน้าร้าน ดูเป็นบ้านโบราณ ธรรมดาธรรมดา
แต่  ถ้ามีโอกาส เดินมาตรงกลางสนาม  ข้างร้านนี้   ก็จะ ตะลึง กับความงาม ที่แสนจะงดงาม จนสะกด ให้ผมต้องยืนดูนิ่งๆ อยู่นาน ทีเดียวครับ
ผมยืนกลางสนาม  หันหน้าเข้าตัวบ้าน
ด้านหน้าของผม เป็นบ้าน 2 ชั้น ทรงโคโลเนียล อายุกว่า 165 ปี ครับ
สง่า  งดงาม   จนผมแทบไม่เชื่่อสายตาตัวเองครับ   ...  ผมยืนดูอย่าง  เพลิดเพลิน  ไปกับ เสน่ห์ และ มนต์ขลัง ของบ้านนี้  อยู่นานเลยครับ
ขอบคุณ ท่านเจ้าของ  ที่ได้รักษาบ้าน และ ทนุบำรุงบ้านหลังนี้ไว้อย่างดี  ให้ได้เห็น ศิลป วัฒนธรรม ของคนเมือง ในอดีต ที่สวยงาม จริงๆครับ
               














เรา มาว่ากันเรื่องร้านอาหารร้านนี้ดีกว่าครับ
เท่าที่ผมทราบ  ท่านเจ้าของร้าน และ บ้านหลังนี้    ลงมือเข้าครัวทำอาหารเองเลยครับ  
ลงทุน ข้ามน้ำ ข้ามทะเล  ไปเรียนทำอาหารอินเดีย จากคนอินเดีย ใน สิงค์โปร์เลยครับ  
หลังจากนั้น  ก็เอาวิชาความรู้  มาดัดแปลงตามความตั้งใจของเค้าเองครับ  ...

พอได้โต๊ะนั่ง  ...  ผมก็ขอดูเมนูแล้ว ก็หันไปบอกเจ้าของร้าน  ให้ช่วยกรุณาจัดรายการอาหาร ที่เป็นจานที่เลื่องชื่อ และ จานแนะนำ ของร้านนี้  มาให้ครบทุกอย่างเลยแล้วกันนะครับ
นั่งซักพักเดียวครับ เด็กที่ร้านก็ยกมาทีละจานครับ


" Chicken Tikka Masala "    
อาหารจานนี้  ดูรูปร่างหน้าตา แบบเผินๆ  จะ คล้ายๆกับ แกงกระหรี่ไก่
แต่ ใส่เครื่องเทศ ที่แตกต่างกันไป  บางเจ้าก็ใช้  นมสด หรือ โยเกิร์ต แทนกะทิ
มาซาล่า ของที่ร้านนี้  ใส่เครื่องเทศมาซะ กลิ่นหอมฉุยเลยครับ  ...  สีสัน ก็เข้มข้น น่าทาน  
รสชาติกลมกล่อม  แต่ไม่เผ็ด  สัมผัสได้ถึง ความร้อนแรง  ของเครื่องเทศแบบอินเดีย
จานนี้  ทานกับ นาน  หรือ ข้าวหมก สีเหลืองแบบอินเดีย อร่อยดีครับ

 " Hinley Curry "  
แกงกระหรี่ ชื่อ  เดียวกับร้าน ...  ถึงแม้จะเป็นไก่ อีกจานนึง  ก็ต้องสั่งมาลองครับ
จานนี้น่า  น่าจะเป็นอาหารจานโปรด ของเจ้าของร้าน เลยตั้งชื่อเดียวกับร้าน เลยครับ
สีสันแกงกระหรี่ สีอ่อนกว่า มาซาล่า เล็กน้อย เครื่องเทศหอมจูงใจเหลือเกินครับ    
รสชาติ  กลมกล่อม ไม่เผ็ด  ทานง่าย  ...   อร่อยแบบ ต้องลอง เลยครับ

" Pumpkin Curry "    
แกงกระหรี่ฟักทอง  ....   น้ำแกงเข้มข้นสะใจ  ฟักทองก็สุกกำลังดี  ไม่เละ แบบฟักทองต้ม
เหมาะสำหรับคนที่ชอบทานอาหาร  Vegetarian

และ อีกอย่างนึง  ซึ่งผมจำชื่อไม่ค่อยได้ครับ  เป็นคล้ายแกงกะหรี่ไก่แบบเข้มข้น  และ  จานสุดท้ายที่ขาดไม่ได้    โรตี    (ที่หนาและทอดได้ดี   ต่างจาก  "นาน"  ของอินเดีย)

พออาหาร มาเสริฟบนโต๊ะ เรียบร้อย ทุกคนหันมามองแล้วก็บอกว่า 
" ป๋าปึกส์ ชิมก่อนเลย  แล้ว วิจาร์ณ ให้ฟังหน่อยซิ "
พูดจบผมก็เริ่มตักชิม ทุกจาน โดยทุกคนรอฟังไม่ยอมทานครับ .... ผมก็ทำหน้ากรุ้มกริ่ม แล้วก็บอกว่า
" อืมมม ...  ไม่จัดจ้าน และ กลิ่นแรง  แบบอินเดียแท้ๆ นี่  ...  ผมว่า เป็นอาหารอินเดีย  ที่เอาใจ คนไทย และ ฝรั่ง  ดีน้ะ "

พูดจบน้องๆ ก็ถามว่า มันยังไงกัน ผมก็อธิบายไปตาม ประสพการ์ณ  ที่เป็นคนชอบอาหารอินเดีย  และ โปรดปราณการทานอาหารอินเดีย  ว่า
" พ่อครัวเค้าน่าจะเอาใจตลาดที่นี่  เลยลดความจัดจ้าน และ เข้มข้น ลง  ...  โดยลดปริมาณเครื่องเทศลง    แต่ก็ยัง  ได้กลิ่นไอ ของอาหารอินเดียอยู่เต็มๆ  เลยทีเดียว "  
พอเราเริ่มลงไม้ลงมือกัน   ไม่เกิน 5 นาที ทุกอย่างที่วางบนโต๊ะ  หมดไม่มีเหลือให้    น้องๆที่ร้านต้องลำบากในการล้างจานเลยครับ

** นั่นแสดงว่า สิ่งที่พ่อครัวเค้าตั้งใจ ก็ได้รับการตอบรับจากลูกค้า อย่างพวกเรา โดยดี **














                             
ทราบมาว่า   ทางเจ้าของร้านเค้า  ตั้งใจทำให้ รสชาติ และ ความเข้มข้น  ออกมาเป็นอย่างนั้น  ซึ่งก็อร่อยถูกใจผมดีครับ  และ ผมว่าถูกใจฝรั่งมังค่า รวมไปถึง นักทานชาวไทย  ด้วยหละครับ  
ก็ ตอนผมมาถึงร้านนี้   ผมเห็นมีคนไทยรวมคณะผมแล้ว ก็เพียง 2 โต๊ะเองครับ ที่เหลือ ฝรั่ง เต็มร้านครับ   ...   เอาเป็นว่า รอคิวกันเลยละครับ
                             
บรรยากาศไม่ต้องพูดถึงครับ   สอาดสอ้าน   โปร่งโล่ง  เย็นสบายครับ   แค่นั่งมองบ้านที่สุด   คลาสสิค อายุกว่า 165 ปี  ...    ก็มีความสุขแล้วครับ
                             
ลองแวะไปชิมกันดูนะครับ ผมว่าน่าจะ  ถูกปาก ถูกใจ ทุกคนครับ

Hinlay  Curry House 
  .. เลขที่ 8/1   หน้าวัดเกตุ ซอย 1
โทร    053-242-621      หรือ      081-952-3155


แผนที่ ร้านอาหารทั้งหมด ที่เขียนแนะนำไว้ใน   " แนะนำร้านอาหารอร่อย โดย ป๋าปึกส์ "
https://mapsengine.google.com/map/edit?authuser=0&hl=en&mid=zi7qOsZPeff0.kmjHpvkh5cmM 



ป๋าปึกส์

ขอแนะนำ ร้านโปรดของผู้เขียน
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2010/11/tengoku-1.html
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2010/11/tengoku-2.html
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2011/05/tengoku-de-cuisine.html


ติดตาม คอลัมน์ แนะนำร้านอาหารอร่อย โดย ป๋าปึกส์ ได้ทุกวันใน  Facebook
ได้ที่  : http://www.facebook.com/SuebsaengSun

วันเสาร์ที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2554

Pla Seafood ที่หาดสุรินทร์ ... ภูเก็ต

 " Pla  Seafood "   ... อาหารทะเล ริมทะเล หาดสุรินทร์  ....  ภูเก็ต


                       ต้องเรียนไว้ก่อนว่า การไปเที่ยวของแต่ละคน มันไม่เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับ รสนิยม และ ความชอบของคนที่ไปด้วยกัน  แต่สำหรับ ครอบครัวผม กับ น้องๆ ที่ไปด้วยกัน เราไปกันหลายที่ หลายรอบ แล้วครับ เลยรู้ว่าใครชอบยังไงกัน และ เผอิญเราชอบเหมือนๆกันซะด้วย เลยไปกันใหญ่เลยครับ (น้ำหนักขึ้นทุกคนครับ)   ก็ก๊วนผม ส่วนมากจะรื่นเริงกับการ พักผ่อนซะเป็นส่วนใหญ่ ไม่ค่อยออกไปไหน ตื่นมาก็โต๋เต๋อยู่ในโรงแรม , สระน้ำ , ที่ห้องพัก แล้วออกไปหาอะไรทาน เสร็จแล้วก็ เดินเล่น , ช้อบปิ้ง, แวะร้านกาแฟบ้าง ...   แล้วก็ บ่ายๆก็ กลับโรงแรมพักผ่อน ดื่มนิดๆหน่อยๆ พอเพลินๆ ..... แล้วเย็นก็ออกตระเวณ หาอะไรทาน  ใช้เวลานั่งทานนั่งคุยกันเป็นสวนใหญ่  .... อ่านแล้วอย่าอิจฉา นะครับ .... 55555
                        ระหว่างที่เราขับรถ ตระเวณดูโน่น ดูนี่ ในช่วงบ่ายๆ  ผมก็ดูร้านอาหาร ร้านไวน์อย่างเดียวครับ ผมจะสังเกตุได้ว่า  ร้านอาหารที่ภูเก็ต ที่เรียงรายอยู่ริมทะเล หาดโน้น หาดนี้  มีหลายร้านทีเดียว ที่ เจ้าของเป็น ฝรั่งที่แต่งงาน กับ คนไทย บางร้านก็ชื่อ    Tom and Noy(น้อย)  ,  Mark and barnyen(บานเย็น) ,  Bobby and supha(สุภา)    อีกหลายคู่  เยอะแยะไปหมดครับ   ....
                        บังเอิญ ... ผมมีน้องสาวที่ไปด้วย เธอเป็น เศรษฐินี แต่งงานกับ สามีชาวอเมริกัน ทั้งคู่เป็นเจ้าของโรงแรมดังในเมืองจีน 3 แห่ง  ... ก็เลยหันไปบอก " คุณน้ำ "  ว่า..   " ถ้าชั้นเป็นเธอ ชั้นจะเปิดร้านอีกร้านนึงชื่อ  " Chris and Nam "  ... 5555  ... พูดจบ คุณน้ำเธอก็หันมา ค้อน ดัง  " ควับบบ ๆๆๆๆ 
















                        เพราะร้านที่จะแนะนำวันนี้  ผมก็สันนิฐานว่า เจ้าของน่าจะเป็น  คนไทยที่แต่งงานกับ คนออสเตรเลีย ครับ ... ก็เพราะที่ป้ายร้านอีกเช่นกัน ที่เขียนว่า   "   Pla Seafood "  , Thai-australian  food   เห็นเค้าเขียนแล้วพอเดาได้ว่า  สามีเป็นคนออสซี่  ภรรยาคนไทย ชื่อ " ปลา " .... ใครที่แวะเวียนไปชิมก็ลองถามแล้วมาบอกกันหน่อยนะครับ
                       ร้านนี้อยู่ริมหาดสุรินทร์ครับ ขับรถตรงเข้าไปสุดหาดเลี้ยวซ้าย มีที่จอดรถครับ  จอดที่นั่นแล้วเดินเลาะริมหาด ให้ทะเลอยู่ด้านขวามือของท่านไปจนเกือบสุด ย่านที่มีร้านอาหารริมทะเลครับ  ร้านนี้แทบจะเป็นร้านสุดท้ายเลยครับ
                       หลายท่านที่เคยอ่าน ร้านที่ผมแนะนำร้านอาหารเกือบทุกแห่ง จะมีรูปอาหารที่ผมชอบทุกร้าน  อาจจะ งง ว่าทำไมร้านนี้ถึงไม่ลงรูปและพูดถึงอาหารเลย  จริงๆแล้วอาหารเค้าอร่อยใช้ได้ทุกอย่างเลยครับ แต่ผมปลื้มกับบรรยากาศ ของร้านนี้จนไม่อยากพูดถึงอาหารครับ  ขอแนะนำว่า ถ้าใครต้องการบรรยกาศ ชิวชิว ละก้อ  มาที่นี่ไม่มีผิดหวังครับ  โดนเฉพาะหลังพระอาทิตย์ตกดิน  ร้านนี้ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของเกาะภูเก็ตครับ



 










                         ร้าน Pla Seafood  มีทั้งส่วนที่มีหลังคา อยู่ด้านใน และ ส่วนที่อยู่บนหาดทราย ซึ่งส่วนนี้แหละครับที่อยากแนะนำให้มากัน .... โต๊ะเก้าอี้ที่จัดวางไว้ก็ดูดีทีเดียวครับ ...    เป็นเก้าอี้หวายเทียมสีขาว    ..... โต๊ะเก้าอี้ วางไว้ได้จังหวะดีครับ  ... ไม่ติดกันเกินไป ........  Lighting  ก็โดนครับ  โดยเฉพาะ สป๊อตไล้ท์ ที่ใช้สาดไปที่เกลียวคลื่น และ เปลี่ยนสี ไปตามจังหวะเสียงเพลง แบบเฮ้าส์  ..... โอวววว มันช่างโดน จริงๆครับ
                         แถมทางร้านก็ยังมีเครื่องดื่มทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็น แชมเปญ , ไวน์ , วิสกี้ , ค๊อกเทล ,เบียร์ และ อาหารทะเลสดๆ และ อาหาร ทั้ง สไตลส์ไทย และ ออสซี่  ส่วนรสชาดอาหารผมทานมาหลายอย่างเกือบครบแล้วครับ ยืนยันว่าใช้ได้เลยครับ  เมื่อรวมๆ ไปกับ สถานที่ , บรรยากาศ  และ สนนราคา  .... แน่นอนครับ ราคาร้านอาหารริมหาด ที่เต็มไปด้วยฝรั่งที่มีกำลังซื้อ เต็มหาด แล้วละก็ราคาย่อมสูงกว่าร้านทั่วไปนิดหน่อย แต่เมื่อเทียบกับในโรงแรมที่ผมพักแถวๆนั้นแล้ว ร้านนี้ก็ยังถูกกว่าครับ  และ ก็ไม่แพงกว่าร้านอาหารในกรุงเทพฯครับ


 










                        อย่าลืมนะครับ  หากไปเที่ยว ภูเก็ต  แล้วอยากได้ บรรยกาศที่อยู่บนหาดทราย  เสียงคลื่น ลมฉ่ำๆ เพลงเบาๆ  เครื่องดื่มเย็นๆ  กับคนที่รู้ใจ ละก็ ....  ตรงมา ร้านนี้เลยครับ
                      "  PLA  SEAFOOD  "      หาดสุรินทร์   ภูเก็ต 
จองที่นั่ง หรือ สอบถาม ที่  076-386-517   หรือ  Pla  081-050-0706  หรือ  Robert  081-891-7064


ป๋าปึกส์
14/10/2554
ขอแนะนำ ร้านโปรดของผู้เขียน
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2010/11/tengoku-1.html
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2010/11/tengoku-2.html
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2011/05/tengoku-de-cuisine.html