Translate

เกิดข้อผิดพลาดใน Gadget นี้

วันพุธที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2554

ก๋วยเตี๋ยวพริกกระเหรี่ยง ... ลำพูน

" ก๋วยเตี๋ยวพริกกระเหรี่ยง "   ...  ที่  ลำพูน









                              วันนี้ช่างเป็นเหตุบังเอิญ  ซะเหลือเกินครับ  ...  ตอนแรก ผมชวนยนายโอ๋ (สถาปนิกเจ้าเก่า)   ว่าจะไปทาน  ร้านอาหารร้านนึง ที่มีชื่อทำนองว่า   " แซ้บอะไรซักอย่าง "   อยู่ริมซุปเปอร์ทางไปลำพูน  (ผมเคยไปร้านนี้ มาซัก 3-4 ปีที่แล้ว)
แต่ดันขับรถ หลงทาง หาร้านไม่เจอครับ  เลยไปไกลเลยทีเดียวครับ   ...   จนต้องเปลี่ยนใจ  ไปหาอย่างอื่นทานแทนครับ  ...   ก็เลยตัดสินใจเลี้ยวขวาเข้าทางไป จังหวัดลำพูน ซะเลยครับ  ...  กะว่าจะไปหา อะไรอร่อยๆ ทาน  ที่  ลำพูน แทนครับ  
                             ผมเองก็ไม่ค่อยชำนาญ เส้นทางแถวนี้เท่าไหร่ครับ   ...   เลยมาแบบ เดาสุ่ม เลยครับ  พอผมเลี้ยวขวาเข้ามาจาก ซุปเปอร์ไฮเวย์  ก็เห็นป้าย    " ชุมชนบ้านป่าเส้า "   ....   ผมขับตรงมา  พอถึง   Local Road  ...  ต้อง ระวัง  หน่อยนะครับ  แถวนี้ รถวิ่งกันเร็วเหลือเกินครับ  (สงสัยถูกหวยกันมา เลยมีเงินออกรถใหม่ก็เลยขับเร็วโชว์สาวๆกันละมังครับ)
พอผ่าน Local Road    ก็เจอ   ด่านกั้นทางรถไฟ ที่ใช้งานไม่ได้    อีกแล้วครับ    ใครที่ผ่านเส้นนี้ แล้วไม่รู้เวลา  เข้าออกของรถไฟ   ก็ต้องระมัดระวังกันหน่อยนะครับ  
(ใครมี ญาติผู้ใหญ่อยู่การรถไฟ  กรุณาบอกญาติ  ให้บอกลูกน้องมาซ่อมกันบ้างนะครับ)   
พอขับมานิดเดียว   ก็ถึงแยกถนน สายเชียงใหม่-ลำพูนสายเก่า (ต้นยาง)    มองไปฝั่งตรงข้าม มีป้าย  ซอยเทศบาลตำบลอุโมงค์ 46   และ  ทางเข้าวัดป่าเส้า 
จะจอดฝั่งนี้  หรือ  เอารถข้ามไปจอดฝั่งโน้นได้หมดครับ     ร้านนี้อยู่ปากซอย 46  นี่แหละครับ  ....   ร้านนี้อยู่ก่อนถึงตัวเมืองลำพูนประมาณ 6 ก.ม.











                            ร้านนี้ผมมาเจอโดยบังเอิญ และ ไม่มีใครแนะนำ ให้ผม    มาเห็นร้านนี้ ก็ตอนเลี้ยวรถมาเพื่อจะไปลำพูน   ตอนเลี้ยวรถ ยังตั้งใจว่า  จะไปทานอาหารปักษ์ใต้ ร้านนึงที่อยู่กลางเมือง ลำพูน  ...  ผมเคยไปทาน  อาหารปักษ์ใต้ ร้านที่ว่ามา เมื่อ 4-5 ปีที่แล้วครับ  
ถึงแม้ มาโดยบังเอิญ  แต่พอเลี้ยวรถ แล้วมองเห็น หน้าร้านนี้  ผมถึงร้องให้ เจ้าโอ๋ ที่ขับรถมาให้ ว่า  "จอด  จอด"    เลยหละครับ  ...  มันเหมือนมีสัญชาตญาน อะไรบางอย่างมาบอกผมว่า  
" ร้านนี้ต้องอร่อยแน่ "    ....   พอลงมาที่ร้านเห็นผู้คนเริ่มทยอยเข้าร้าน   ร้านนี้มีโต๊ะ ตั้งอยู่  10 กว่าโต๊ะ  ...  พอเรานั่งลง ไม่ถึง 15 นาที  ..  ผู้คนหลั่งไหลมาจากไหนไม่ทราบ  เต็มร้านภายในพริบตา   ...   ความรู้สึกหิวจึงบังเกิดขึ้นในบัดNOW    ...   เหลือบดูป้ายต่างๆรอบร้าน
มีทั้ง   ผลิตลูกชิ้นเอง ..  ขายส่ง ทั้งเนื้อและหมู  ...   ผมรู้ได้ทันทีว่า   ไม่ ธรรมดา แน่นอน
                            ว่าแล้วก็จัดแจงสั่งเลยครับ  ...  ของผม   เส้นเล็กน้ำหมูทุกอย่าง (มีทั้ง ลูกชิ้น , หมูเด้ง , หมูสับ)   และ  สั่งมาชิมเล่นอีก 2 ชามคือ   ลูกชิ้นเนื้อวัวลวก และ ลูกชิ้นหมูลวก
ระหว่างนั่งรอก็เปิดดูฝาชี  ที่ปิดเครื่องปรุงไว้ (เค้ารักษาความสอาดดีครับ)  
พอเห็น น้ำส้มพริกตำ ก็ดมก่อนเลย ... อืมมมมม  ...  หอมใช้ได้เลยครับ  ....   สักพักอาหารก็ยกมา   ก๋วยเตี๋ยว  ที่นี่เป็นก๋วยเตี๋ยวน้ำใสนะครับ  ทั้ง  เนื้อและหมู


สวนหน้าบ้านใคร สวยมาก,ฝากชมครับ









เส้นเล็กน้ำหมูทุกอย่าง   ..........  พอเค้ายก ชามก๋วยเตี๋ยว วางลงบนโต๊ะ  ผมก็จัดแจง   ชิมน้ำซุป ก่อนเลยครับ   ....   ร้อง  YESSSS  เลยครับ
ผมเลือกร้านถูกแล้วละครับ  ....   น้ำซุปหวานน้ำต้มกระดูก  และ หอมสมุนไพร  แถม น้ำซุปใส ยังกับเหล้าโรง   รสชาติกลมกล่อม อร่อยล้ำนักครับ  ...  ลูกชิ้นหมู  เนื้อล้วนๆ ไม่สามารถหารสชาติของแป้งได้ในลูกชิ้นเลยครับ  ..  หมูเด้ง เนื้อหมูแล่เป็นแผ่นบาง หมักมาจนนุ่ม ทานง่าย และ เนื้อเด้งดีครับ
ด้วย พริกน้ำส้มหอมๆ  ที่ผมแอเปิดดูและดม ตั้งแต่เข้าร้าน  ก็เลยเหยาะ    น้ำส้มพริกตำ  กับ น้ำปลา  ลงไปซักอย่างละช้อน   แล้ว โรย   " พริกกระเหรี่ยง "  ที่ทางร้านเค้าทำเอง คั่วเอง เผ็ดสะใจ และ อร่อยจน เจ้าของต้องเอามาตั้งเป็นชื่อร้านเลยครับ  

ลูกชิ้นลวก    ...........   ผมสั่งมาทั้ง ลูกชิ้นหมู และ เนื้อ  ...  ลูกชิ้นเนื้อ  เนื้อแน่น กลิ่นเนื้อไม่แรง และ ไม่สาบ  เนื้อล้วนๆ  ...  ส่วนลูกชิ้นหมู ก็หมูล้วน  ไม่บนแป้งแม้แต่น้อยเช่นกัน  ...  ลูกชิ้น ทั้งสองอย่าง เนื้อเด้ง กรุบ ทานง่ายดีครับ   ....  เสริฟมาพร้อมกับ  น้ำจิ้ม คล้ายๆ น้ำจิ้มสุกี้     อร่อยแปลก  ดีครับ
แต่ผมเอา พริกน้ำส้ม ของทางร้าน ผสมน้ำปลา เท่ากัน  แล้วพริกกระเหรี่ยง ซักครึ่งช้อน  จิ้มกับลูกชิ้น  ก็อร่อย สุดแซ้บ แล้วครับ

***   ขอเตือนครับ  " พริกกระเหรี่ยง "    เผ็ดนะครับ  ***
ร้านนี้เค้าทำลูกชิ้นเอง ขายปลีก และ ส่งด้วยครับ  ...  ใครสนใจ จะสั่งไปทาน ก็ ติดต่อที่   053-558-802

ร้านนี้เปิดตั้งแต่  07.00 น.  ถึง   14.30 น.   หยุดทุกวันอาทิตย์  ครับ
ใครไปลำพูน ก็ลองแวะไปชิมนะครับ อร่อยเลยครับ



แผนที่ร้านอาหาร ทั้งหมดที่ผมเขียนแนะนำ ไว้ใน   " แนะนำ ร้านอาหารอร่อย โดยป๋าปึกส์ "
https://mapsengine.google.com/map/edit?authuser=0&hl=en&mid=zi7qOsZPeff0.kmjHpvkh5cmM



ป๋าปึกส์
27/04/2554

ขอแนะนำ ร้านโปรดของผู้เขียน
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2010/11/tengoku-1.html
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2010/11/tengoku-2.html


ติดตาม คอลัมน์ แนะนำร้านอาหารอร่อย โดย ป๋าปึกส์ ได้ทุกวันใน  Facebook
ได้ที่  : http://www.facebook.com/SuebsaengSun


วันจันทร์ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2554

ก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นน้ำใส ... ที่ ลำปาง

 ก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นน้ำใส  ...  ขายมากว่า  50 ปี  ที่ จังหวัด ลำปาง  














                              วันนี้ออกเดินทางออกจากเชียงใหม่ แต่เช้าเลยครับ  .... ไปหาตระเวนหาซื้อ  ถ้วยชาม เซรามิค  สวยๆ  ที่  ย่านโรงงานที่ทำ เซรามิค ส่งออก  แถวๆ อำเภอเกาะคา  ลำปาง   ....  พอลงเขา เข้าเขตชานเมืองลำปาง  ...  ก็เริ่มได้ยินเสียง ท้องร้อง  จ๊อก จ๊อก ..  เลยเริ่มนึกกันในรถ ว่า กลางวันวันนี้ จะทานอะไรดี  ...   โชคดี ที่ในรถ มีน้องๆที่ทำงานผม  ตามไปด้วย  5-6 คน   โดย หนึ่งในนั้น  เป็น สาวน้อย (อายุเหลือน้อยลง  นะครับ 555)  ชาวลำปาง  ที่ชื่อ  Nancy   ร่วมขบวนไปด้วยครับ   ....  
                              แนนซี่  จัดแจงนำเสนอ ร้านก๋วยเตี๋ยว  ร้านเก่าแก่  ที่เปิดมากว่า  50 ปี  กลางเมือง ลำปาง ขึ้นมาในรถ ทันทีครับ  ...  แถมเล่ารายละเอียดว่า  ร้านก๋วยเตี๋ยว ร้านนี้เป็นร้านที่ เก่าแก่ที่สุด  ร้านนึง   อยู่ใน ย่านที่สมัยก่อน เป็นย่านค้าขาย ของ ชาวไทยเชื้อสายจีน ในลำปาง   ...  อยู่ใกล้ๆ  สถานีรถไฟลำปาง   (อาคารสถานีรถไฟ ที่นี่  ยังคงรักษาไว้ได้ดี และ สวยมากเลยครับ)  ....  ร้านนี้  หาไม่ยากครับ  ..  พอถึงลำปาง ก็ขับรถมุ่งหน้าไปยัง  สถานีรถไฟ เลยครับ  ....   พอถึง แยก หน้าสถานี  (หันหน้าเข้าหาสถานี)  ก็ เลี้ยวซ้ายเลยครับ  ถ้าดูป้ายชื่อถนน ที่เลี้ยวมา  ก็จะเป็น  ถนนประสาทมนตรี  ....  ขับตรงไปอีกประมาณ 300 เมตร  ....  ร้านจะอยู่ในตึกแถว  ด้านซ้ายมือครับ  ... ต้องคอยสังเกต ดีๆ นะครับ  ...  ร้านนี้ เค้าไม่มีป้ายติดหน้าร้าน นะครับ  .... ร้านเป็นตึกแถวเล็กๆห้องเดียวครับ   หาไม่ยากครับ  ...  ถ้าไม่แน่ใจ หรือ จะสอบถามเส้นทาง  ก็โทรไปได้ที่   โทร     054-224-530



                  











                                 เป็น ร้านเล็กๆ อยู่ในตึกแถวเก่าหน่อย  แต่ร้าน ก็สอาดดีครับ  ....   ร้าน ก๋วยเตี๋ยว ร้านนี้  เค้ามีทั้ง  ลูกชิ้นหมู  และ  ลูกชิ้นเนื้อ  ที่ทำเองทั้งหมดเลยครับ.  ....   พอคณะเรามาถึง  โชคดีมาถึง 11 โมงกว่าๆเองครับ  คนยังไม่เยอะเท่าไหร่ครับ  นั่งโต๊ะ ก็สั่งกันเลยครับ  ผมเป็นคนชอบทานเนื้อ   ก็เลยสั่ง  

เส้นเปียก ลูกชิ้นเนื้อ  ......    พอเขียนว่า   " เส้นเปียก "   หลายท่าน อาจจะ งง เล็กน้อยนะครับ  ไม่ใช่เส้นก๋วยเตี๋ยวที่เปียกน้ำ  นะครับ  ... ชาวลำปาง  เค้ามีเส้น  ที่เรียกไม่เหมือนคนอื่นครับ ... " เส้นเปียก "   คือ   เส้นใหญ่ที่เล็กกว่าเส้นใหญ่ แต่ใหญ่กว่าเส้นเล็ก ครับ  ....  น่าจะพอ  นึกภาพออก กันนะครับ  ...  ระหว่าง รอ ก็ตื่นเต้นเล็กน้อย ว่า ร้านนี้  จะอร่อยจริงเหมือนที่   Nancy    คุยมาตลอดทางรึป่าว  ...  ผมเหลือบไปดูถ้วย  ที่มีฝาปิด ใบเบ้อเริ่ม  อยู่บนโต๊ะ ก็ลองเปิดดู .....โอววววว   หอมฉุยเลยครับ   ...   กลิ่น พริกตำ ในน้ำส้มสายชู หอมลอยมาเลยครับ   ด้วยสัญชาตญาน ของนักกิน  ก็พอจะรู้ได้ว่า  ร้านนี้น่าจะอร่อยสมคำร่ำลือ ครับ  ... พอยกมา แล้วตักน้ำซุป ชิมเท่านั้นครับ   ...  ร้อง   โอวววววว   อีกแล้วครับ  ....  ขนาดถ้วย กำลังดี  ..  น้ำซุปใสแจ๋ว  ...  ตอนผมลองตักชิมน้ำซุป  แล้วค่อยๆ  เหลือบตาขึ้นมองหน้า  Nancy   ...  น้องเค้า ทำหน้าแหยๆ แบบ ลุ้นว่า ผมจะว่ายังไง  .....  ทันใดนั้น  ผมแกลงทำหน้าเหมือนไม่ถูกใจ  แล้ว ก็บอกว่า    " เยี่ยม "  พร้อมยกนิ้วโป้งให้  ...  เท่านั้นเองแหละครับ   Nancy    ก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่เลยครับ    อร่อยจริงครับ    ลูกชิ้นเนื้อก็เนื้อล้วนๆ   ไม่มีแป้ง   กรุบกรอบอร่อยเลยครับ  ..... แค่ เหยาะ  พริกน้ำส้ม นิดนึง  ...  น้ำปลา หน่อยนึง  ..  พริกป่นเล็กน้อย  ......  แป้ป เดียวเท่านั้นเองครับ  ผมซดซะ เกลี้ยง จนแทบไม่ต้องเอาจานไปล้างเลยหละครับ 

เกาเหลา ลูกชิ้นหมู   .....   หลังจากเส้นเปียกลูกชิ้นเนื้อแล้ว ก็ สั่งเกหลาลูกชิ้นหมู มาลองครับ ... เค้าให้รายละเอียดดีนะครับ  ซุป ของก๋วยเตี๋ยวหมู ก็แยกต่างหากอีกหม้อนึงครับ  เอาใจ คนไม่ทานเนื้อ ซะด้วยครับ ....  น้ำซุปอร่อยไม่แพ้เนื้อครับ  ลูกชิ้นก็ใช้เนื้อหมูเนื้อล้วน  อร่อยไม่แพ้ลูกชิ้นเนื้อ เลยครับ

ส่วนน้องๆ  ที่ไปด้วยกัน ก็ สั่งกันไม่ยั้งเลยครับ  ลองกัน ทั้ง ลูกชิ้นเนื้อ และ หมู  เลยครับ  อร่อย  และ  ราคามาตรฐานดีครับ  ...  หลังจากนั้นเราก็ ย้อนกลับไปเกาะคา หาซื้อ ถ้วยชาม สวยๆ ก่อนเดินทางกลับเชียงใหม่  ซึ่ง ใกล้กันนิดเดียวครับ ขับรถ เพลินๆ ก็ ชั่วโมงเดียวเองครับ
             
หากมาจาก กรุงเทพ หรือ จะกลับ กรุงเทพ หรือ ไปเที่ยวลำปาง  ก็ลองไปชิม กันนะครับ  ...  อร่อยจริงๆ ครับ



ป๋าปึกส์

วันศุกร์ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2554

โอชาวัฒนา .. แห่งเมือง ลำปาง


" โอชาวัฒนา "  ...  ร้านอาหารระดับตำนาน   ขายกับข้าว เพียงแค่ 6 อย่าง ที่ ลำปาง


                       ร้านนี้เก่าแก่มากครับ เปิดมากว่า 50 ปีแล้วครับ    เป็นร้านอาหารไทย ที่ รสชาติ ออกสไตลส์จีน หน่อยๆ  แต่ ความอร่อยเป็นเลิศ ครับ  ....   มีประกาศนียบัตร  " เชลส์ชวนชิม "  ประดับอยู่ที่ข้างฝาผนังเรียบร้อย  มานานมากแล้วครับ  ...  แต่ผมเชื่อว่าหลายท่านที่ไปเที่ยว ลำปาง หลายๆท่าน  คงอาจจะไม่เคยไปชิม ร้านอาหาร ระดับตำนาน ร้านนี้  ...  วันนี้ก็เลยเอามาเขียน แนะนำ อีกซักครั้ง  ...  สำหรับท่านที่วางแผนขับรถมาจาก กรุงเทพ หรือ ขับกลับ กรุงเทพ  หรือ  จะมาเที่ยว ลำปาง โดยตรง (อย่ามา ลำพัง นะครับ เดี๋ยวจะเหงา ครับ 5555)    ก็ขอแนะนำว่าไมควรพลาด  ร้านระดับตำนานร้านนี้   ที่แปลกกว่าที่ไหนๆ ก็คือ  ร้านนี้ตั้งแต่เปิดกิจการ มาจนถึงปัจจุบัน   " ขายอาหารแค่ 6 อย่างเท่านั้น " .














               
                        ผมมาทานร้านนี้หลายครั้งมาก จนเจ้าของร้านแทบจะจำหน้า ผมได้เลยครับ  แต่ก็ไม่เคยไปถามอะไรแก ...  แต่มาเที่ยวนี้ตั้งใจว่าต้องถาม   " ถึงที่มาของการทำกับข้าว ของร้านนี้ให้ได้เลยครับ "    เพราะจะตั้งใจ จะเอามาเล่าให้เพื่อนๆผู้อ่านฟัง  ...  แต่พอมาถึงร้าน ก็หิวพอดีเลยครับ ... ก็เลย สั่งอาหารก่อน แล้วค่อย หาโอกาสคุยดีกว่า  ....  ว่าแล้วก็จัดแจงสั่งอาหารเลยครับ  สั่งง่ายมากครับ  มาถึงร้าน ก็บอกเจ้าของร้านได้เลยครับ    " เต็มชุด "   เนื้อ หรือ หมู   ง่ายดีครับ ...
                       ใครไม่ทานเนื้อ หรือ ไม่ทานหมู   เค้าจัดให้ได้หมดครับ  ครบทั้งหมด 6 อย่าง  ขนาดของจานก็แล้วแต่จำนวนคน  .....  หลังจากสั่งเสร็จ  ...  คุณพี่ผู้ชายที่เป็นทั้งเจ้าของร้าน และ เชฟใหญ่ ก็หันไปลงมือทำ
ผมก็เลยเดินไป  ถามพี่ผู้หญิง  ภรรยาเจ้าของร้าน (เชฟใหญ่ นั่นเองครับ)  ว่า 
" ทำไมถึงทำอาหารขายแค่ 6 อย่าง  ครับ " 
ได้รับ  คำตอบ ที่ ถูกใจ ที่สุดครับ  ...  มีเหตุผล และ เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งครับ
" 6  อย่างที่ทำ   เรามั่นใจว่า  อร่อยทุกจาน  ...  เตรียมตัวง่าย  ... เลือก และ คัดวัตถุดิบ  ได้ง่ายกว่า  ...  สดทุกอย่าง  เหล่านี้  คือ เหตุผลที่สมเหตุสมผล และ  ตรงไปตรงมาที่สุด "   
ใครจะจำไปใช้   ก็ได้นะครับ  ที่แน่ๆ หากผมไปเปิดร้านอาหารประเภทนี้ เมื่อไหร่   ขอเลียนแบบด้วยคนนะครับ ....  (เรื่องอะไร จะไปเสียเวลา ขายของที่ไม่มั่นใจ กันละครับ ... มีหลาย ๆ  ร้าน ที่มี 100-200 เมนู แต่อร่อย ไม่ถึง 6 อย่างครับ)















อาหารจานเด็ด  ทั้ง 6 อย่าง   ประกอบด้วย  ...

ไส้กรอกเซี่ยงไฮ้  ..........   อาหารจีนแบบ เซี่ยงไฮ้  เมนูนี้  หาทานยากขึ้นทุกวันครับ   ....  กุนเชียงรสดี  พร้อม ไข่แดงเค็ม  ...  ห่อด้วย ฟองเต้าฮู้  แล้วเอาไปทอด  เสิรฺฟมาพร้อม น้ำจิ้ม บ๊วยเจี่ย  ....  รสชาติ อร่อย  ทานกับข้าว  หรือ จะทานเป็น กับแกล้ม พร้อมเบียร์ เย็นๆ ก็เข้ากันดีครับ  ...   ใครที่ไม่เคยลอง เมนูนี้มาก่อน แนะนำว่าต้องสั่งเลยครับ   แปลกดี และ หาทานยากจริงๆ  ครับ

เป็ดพะโล้ พร้อมเลือด   ..........  เนื้อเป็ด  ต้มพะโล้  มาจน นุ่ม แต่หนังยังสวยงาม  ...  เอาเนื้อเป็ดพร้อมเลือก และ น้ำพะโล้ในจาน ราดข้าวสวยร้อนๆ ...  เหยาะน้ำส้มพริกตำ  ...  รสชาติ ช่างเข้ากันดีซะเหลือเกินครับ  ...  น้ำส้มพริกตำ ช่วยตัดรส กับ น้ำราด ทำให้อร่อยกลมกล่อม ขึ้นมาอีกครับ

ขาหมูพะโล้   .........   ขาหมู และ เนื้อหมู  ที่ต้มมาจนเปื่อย  ...  พร้อมหนัง และ เอ็นข้อ  ...  ลองมาด้วยผักกาดดอง  ...  ทานกัน น้ำส้ทพริกตำ (น้ำส้ทพริกตำร้านนี้ หอมอร่อยดีจังเลยครับ)  ...  พอผมตักชิมคำแรก  เท่านั้น ก็เล่น จ้วงตัก  แบบลืมคำว่า  " อ้วน "   ไปทันที  เลยครับ















ผัดผักคะน้า  ...........   ผักคะน้ำ คัดมาทั้ง ก้าน และ ใบ ... หั่นมาขนาดพอดีคำ  ...   ผัดได้กรอบ อร่อย กลมกล่อม  เอาน้ำผัด ราดข้าว ยังอร่อยเลยครับ

ต้มจืดสาหร่าย  ..........   เมนูธรรมดาๆ  ที่เข้ากันกับอาหารไทย สไตลส์จีน ของร้านนี้จริงๆ ครับ  ...  น้ำซุป รสชุ่มคอ  ....  หมูสับปั้นเป็นก้อนเล็กๆ นุ่มอร่อย  ใส่มาพร้อม เต้าหู้เหลือง  ..  ลอยหน้ามาด้วย สาหร่าย  ....   ช่างลื่นคอ และ ล้างมันหมูจาก ขาหมูพะโล้ ที่ผมทานเข้าไปแบบไม่ยั้ง ได้เป็นอย่างดีครับ  ....   จานนี้ ต้องสั่งซดให้ลื่นคอ เลยครับ

เนื้อ หรือ หมู ผัดน้ำมันหอย  ...........  จานนี้เวลาสั่ง ครบชุดก็ให้บอกไปเลยนะครับ  ว่า  ไม่หมู หรือ ไม่เนิ้อ  ครับ  .....   ไม่ว่าทั้ง เนื้อ และ หมู  ....  เค้าหมักมาเข้าเนื้อ และ นุ่มนวล เลยครับ ... รับรองว่า ทานเสร็จ   ฟันทุกซี่  ยังอยู่ครบแบบแข็งแรงเหมือนเดิม แน่ๆครับ  .

ผมแวะร้านนี้ทุกครั้งที่ไป ลำปาง ครับ  ....  อาหารอร่อยแบบลงตัวทุกจานครับ   ...   แค่นี้ก็ ไม่จำเป็นต้องทาน กับข้าว อย่างอื่นเพิ่มอีกแล้วครับ  ...  อาหาร 6 อย่าง ที่ทุกจาน ช่างเข้ากัน และ แก้กันได้ดีทุกจานเลยครับ
ขอบอกว่า เวลามาร้านนี้  สิ่งที่ทำได้เพียงอย่างเดียว หลังจากที่สั้ง เป็นชุดทั้ง 6 อย่างไปแล้ว  ก็คือ   จะสั่งจานไหนเพิ่มเท่านั้น   ครับ

                       ร้านนี้หาไม่ยากครับ  ไม่ว่าขับมาจาก ก.ท.ม. หรือ เชียงใหม่  ตามถนนเส้นหลักมาจนถึง สี่แยก  เชียงใหม่-ลำปาง   ปัจจุบันแยกนี้มีชื่อใหม่ชื่อ   " แยกนาก่วม "   (มีป้ายติดทุกมุมแยก) เลี้ยวเข้ามาทางเข้าตัวเมืองลำปางเลยครับ ...  ขับมาเรื่อยๆ จนถึง ทางข้ามทางรถไฟ  ..  พอข้ามทางรถไฟ ก็จะถึงสี่แยกไฟแดงอันแรก  ห่างจากแยก นาก่วม  ประมาณ  1.6 ก.ม.  ...  แล้วเลี้ยวขวามาอีกซักประมาณ   600  เมตร ...  ผ่านประตูทางเข้าด้านหลังของห้าง Big C  ... ผ่าน สี่แยกไฟแดงเล็กๆ  ...  ผ่าน Show room TOYOTA   ....   เลยมานิดเดียวก็จะเห็น  ร้านนี้ อยู่ในตึกแถว 2 ห้อง  ด้านขวามือ   (ฝั่งเดียวกับ Toyota)   หาไม่ยากครับ

ที่อยู่ของร้านนี้ นะครับ

136/34-35  ถ.พหลโยธิน (ใกล้สี่แยกสถานีขนส่ง)  ต.สบตุ๋ย  อ.เมือง  ลำปาง 52100 

หากหาไม่เจอ ก็ต้องโทรถามแล้วละครับ    054-221-153    หรือ  054-218-093 
อย่าลืมแวะ ไปชิม กันนะครับ


  1. ร้านโอชาวัฒนา
  2. ที่อยู่: ถนน พหลโยธิน อ.เมือง จังหวัด ลำปาง 52100
    โทรศัพท์:054 218 093
    ชั่วโมง:
     
    วันเสาร์ 9:00-15:00  -  ดูทั้งหมด
  3. ความเห็น











ป๋าปึกส์
27/10/2553

ขอแนะนำ ร้านโปรดของผู้เขียน
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2010/11/tengoku-1.html
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2010/11/tengoku-2.html
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2011/05/tengoku-de-cuisine.html

ติดตาม คอลัมน์ แนะนำร้านอาหารอร่อย โดย ป๋าปึกส์ ได้ทุกวันใน  Facebook
ได้ที่  : http://www.facebook.com/SuebsaengSun

วันจันทร์ที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2554

ชวนชิม ร้านข้าวแกงอร่อย ... เชียงใหม่

" ชวนชิม "    ... ร้านข้าวแกงอร่อย  (โชตนา)   ที่ เชียงใหม่


 










                                   วันนี้ ตอนเที่ยง  ก่อนออกจากที่ทำงานไปทานอาหารกลางวัน  ผมเพิ่งเปิดอ่านใน   Facebook  ....  เห็น คุณ Woodie Chiangmai  (เพื่อนใน Facebook หน้า แนะนำร้านอาหารอร่อย)    เพิ่งส่งข้อความ แนะนำมา  ว่ามี   ร้านข้าวแกง ที่อร่อยไม่แพ้ใคร  ...  อยากให้ผมไปลอง
ชื่อร้าน   " ชวนชิม "    ร้านนี้อยู่ แถวๆ  ถนนโชตนา
                                   ก็เลยชวนน้องๆ ที่ทำงาน ออกไปหาอะไรอร่อยๆ ทานกัน .. ระหว่างนั่งคุยกัน  ในรถ   ว่าจะไปทานกลางวัน ที่ร้านไหนดี  ...  ผม ก็เลยเสนอ ร้าน  " ชวนชิม "  ที่เพิ่งมีคนแนะนำมา   ..  น้องๆ ที่ทำงาน  ที่มาด้วยกัน  ต่างลงความเห็นว่า  ร้านนี้อร่อยเลยทีเดียว  ...  พวกเค้าเคยผูกปิ่นโต ทานกันมา ตั้งแต่สมัยยัง เรียนหนังสือกันอยู่เลยเลยครับ  (แสดงว่านานมาก แล้วครับ ก็น้องๆ ที่มาด้วย อายุแต่ละคน ก็ปาเข้าไปเกือบ 40  กันหมดแล้วครับ ... 5555)
                                  เส้นทางไปร้านนี้ ผมเลือกอธิบายง่ายๆ  โดย ถ้ามาจาก ถนนซุปเปอร์ไฮเวย์ มุ่งหน้าเข้าเมืองเชียงใหม่  พอก่อนถึงอุโมงค์แยกข่วงสิงห์ (อุโมงค์สุดท้าย ก่อนถึงวัดเจ็ดยอด) ... ก็ชิดซ้าย  ออกเลนคู่ขนาน ซ้ายมือเลยครับ  ...  แล้วขับมาเรื่อยๆ  มาเลี้ยวซ้าย ที่  สี่แยกข่วงสิงห์  ...   ขับมา จนผ่าน ม.ราชภัฏ  .. ผ่านไฟแดงแรก พอถึง ธนาคาร  Standard Charter  ก็หาที่จอดซ้ายมือ ... ตรงที่เป็นที่ว่าง แล้วมีเจดีย์ใหญ่ๆอยู่ นั่นแหละครับ ..จอดแถวนั้นหละครับ แล้วเดินข้ามถนนมาฝั่งตรงข้าม  ... จะเห็นมี ร้านอาหาร ติดกันอยู่หลายร้านเลยทีเดียวครับ   ทั้งก๋วยเตี๋ยว  ,  เย็นตาโฟ  ,  ข้าวแกง  ....   ย่านนี้ สมัยก่อนคึกคัก กันทั้งวันทั้งคืน เลยครับ ...  เป็นที่ตั้งของโรงหนังเก่าแก่  " นครเชียงใหม่ " ....
                                  พอมาถึงยุค  ศูนย์การค้าเฟื่องฟู   พฤติกรรมการดูหนัง  ของ คนไทยก็เปลี่ยนไปครับ  ...  โรงหนังใหญ่ๆในอดีต ปิดกันแทบไม่เหลือเลยครับ   ... ผู้คนแห่กันเข้าไปดูหนังกัน ตามโรงในห้าง  ที่ออกแบบให้นั่งสบายกว่า แอร์เย็นกว่า  จอดรถง่ายกว่า  หาของทานง่ายกว่า  แถม ดูเสร็จ หรือ ก่อนดู  ก็เดินเล่น  ช้อบปิ้ง กันได้อีก  ....   
                                  ร้านข้าวแกง ร้านที่ผมไปทานวันนี้   หากเป็นคน มีอายุ ซักหน่อย  ที่เคยไปมาแถวๆนี้    จะเคยชิน กับชื่อ    " ข้าวแกงหน้านครเชียงใหม่ "   
















                                     มาร้านนี้คงจะไม่ต้องทานอย่างอื่นเลยครับ  ชื่อ ก็บอกอยู่แล้วว่า ขายข้าวแกง พอเดินมาหน้าร้านก็จะเห็นตู้กระจก   วางกับข้าว เรียงราย  อยู่หลายอย่างเลยครับ  นับดูแล้วเป็นสิบอย่าง เลยครับ ...   สีสัน ดูน่าทานทุกอย่างเลยครับ ...    มี หม้อต้มซุป ตั้งไฟไว้  ทำแกงจืด ไว้ให้ซดลื่นคอ (ถูกใจที่ซู๊ดดดด)  ...  ผมได้รับการบอกกล่าวมาจากคนแนะนำว่า   " ผัดเผ็ดกบอร่อยมาก "  

                                    วันนี้มา 3 คนก็จัดไปหลายจานหน่อยครับ     ผัดเเผ็ดกบ   ,   ผัดเผ็ดปลาดุก   ,   ไก่ผัดหน่อไม้   ,    หลน(จำไม่ได้ว่าหลนอะไร แต่อร่อยมาก)   ,   เห็ดนางฟ้าผัด   ,   ผัดบวบ  และ แกงจืดสาหร่าย  ..... เบ็ดเสร็จ ก็สั่ง กับข้าว 7 อย่าง ข้าวเปล่า 5 จาน ...  

ผัดเผ็ดกบ    ...........  ไปทาน ร้านข้าวแกง ในเมืองเชียงใหม่ มาหลายร้าน  เริ่มสงสัยเหมือนกันครับ ว่า คนเมืองนี้ น่าจะชอบทานกบ กันนะครับ ก็ ผมไปร้านข้าวแกง ร้านไหน ที่มีลูกค้าเยอะๆ  มักจะมี  เมนู กบผัดเผ็ด  ขายกันแทบทุกร้านเลยครับ  ...  ผัดเผ็ดกบร้านนี้  ไม่เบาเลยครับ  รสชาติ เข้มข้น จัดจ้าน แต่ ไม่เผ็ดมากจนเกินไปครับ  .. เนื้อกบแน่น  ชิ้นใหญ่  ...  เครื่องแกงที่ผัดหอมเครื่องสมุนไพรไทย ครบเครื่องครับ  

ผัดเผ็ด ปลาดุก   ..........   เนื้อปลาดุก ที่คัดเอา ไซ้ด์ใหญ่กำลังดี  สีเนื้อสวย  เนื้อแน่น  .. ผัดเผ็ดใส่เครื่องมาเยอะ รสชาติถึงเครื่องดีครับ ... นอกจากเนื้อปลาดุก อวบๆ ในจานนี้แล้ว ผมยังชอบเครื่องเคียงที่ผัดมาด้วย  ... มะเขือที่ผัดมาก็สุกกำลังดี ไม่สุกมากจนเละ ... กระชาย (สมุนไพรตัวโปรดของผม) ซอยมาเป็นเส้นๆ ใส่มาในผัดเยอะดีครัย   รสชาติอร่อยลงตัวดีครับ  ...  แค่เอาน้ำที่ผัด ราด บนข้าวสวยร้อน ก็อร่อยเลยครับ  

ไก่ผัดหน่อไม้   ..........   ที่ร้านนี้ เค้าใช้หน่อไม้ดองเป็นเส้นๆ   ที่ไม่มีกลิ่นเปรี้ยวๆ  และ กลิ่นน้ำดอง ที่มักจะติดมากับ หน่อไม้  แม้แต่น้อยครับ  ...  ชิ้นหน่อไม้หั่นมาพอดีคำดีครับ   รสชาติ  กลมกล่อมครบรส อร่อย ดีครับ

หลน  ...........   ผมจำไม่ได้ว่า ผมสั่ง หลนอะไรไปครับ  .. แต่อร่อย จนต้องสั่ง เบิ้ล เลยครับ .. น้ำหลน ครบรส เค็มนำหน้าเล็กน้อย  มีรสหวานแซมออกมา แบบ ขี้อาย นิดๆ  กลมกล่อมดีครับ  ..  ผักเครื่องเคียง  ที่จัดมาให้  ก็ครบเครื่อง กำลังดีเลยครับ 

แกงจืด สาหร่าย  ..........  เมนูนี้ ถูกใจผมเป็นที่สุด น้ำแกงตั้งไฟ ไว้ร้อนตลอดเวลา    (บางร้านเวลาไปสั่ง แกงจืด ต้มจืด เย็นชืดจนทานไม่ได้เลยครับ)   น้ำซุปต้มกระดูกร้านนี้  หอมอร่อยเลยครับ มีรสหวานของน้ำต้มกระดูก นิดๆ  ...  สาหร่าย ก็ใส่ มาให้เต็มชามเลยครับ   ...  ซดแล้วชื่นใจ ดีจังเลยครับ  .












พออาหาร ยกมาถึงโต๊ะ ... ผู้ร่วมคณะ ไม่มีใคร คุยกับใคร กันอีกแล้วครับ ... จ้วงตักกัน จนมือ แทบจะพันกันนัวเนีย เลยหละครับ  .
ร้านนี้   มีรายการอาหารที่ หมุนเวียนเปลี่ยนไปตลอดครับ  ...  ในแต่ละวัน  ก็จะมี รายการอาหาร  ออกมา สลับเปลี่ยน  ให้ลูกค้าประจำเลือกทาน   อาหารที่ไม่ซ้ำกันทุกวัน ครับ
และที่ต้องแนะนำ ว่า ให้ลองเลยก็คงต้องเป็น      " กระเพาะปลา "      ครับ

กระเพาะปลา   ...........   กระเพาะปลาแท้  ต้มแบบโบราณ  ...  กระเพาะปลา เป็น กระเพาะปลา  กระเพาะปลา แท้ๆ ที่ไม่ใช่หนังหมู  ....  เนื้อไก่ฉีก   ...  เลือดหมู  ... เห็ดหอม  ....  หน่อไม้
น้ำซุปสีน้ำตาลแดงสวย  รสกลมกล่อม  เหนียวกำลังดีด้วยแป้งอย่างดี   แบบ กระเพาะปลาที่ผมเคยทานมาตั้งแต่เด็ก
ผมจำได้ว่า คุณพ่อผม เคยพาไปทาน กระเพาะปลา แบบนี้ครั้งแรก
ที่ร้านกระเพาะปลา  แถวๆย่าน  ตลาดศรีย่าน  และ  คุณพ่อผม ชอบเรียก กระเพาะปลาแบบนี้ว่า  
" กระเพาะปลา แต้จิ๋ว "
สมัยก่อน ร้านกระเพาะปลา แบบนี้ เค้านิยมใช้หนังหมู ที่รูปร่างเหมือนกระเพาะปลา  ใส่แทนกระเพาะปลา  (สมัยก่อนกระเพาะปลา แพงมากครับ)  
แต่ที่ร้านนี้ ใช้ กระเพาะแท้ๆ ครับ  .. สีสันหน้าตา  แค่พอเห็น ท้องก็ ร้อง จ้อกๆ เลยครับ
เสิร์ฟมาพร้อม  น้ำส้มสายชูพริกแดงตำ  และ  จิ๊กโฉ่
อร่อย ถูกใจ จริงๆ ครับ
กระเพาะปลา   ร้านนี้ ทำทุกวันจันทร์ และ วันพฤหัสฯ   นะครับ






มีอีกอย่างนึง  ที่ต้องชมในร้านนี้ ก็คือ  การเลือกใช้     " ข้าวสวย "   ครับ
ซึ่งผมว่า  ร้านข้าวแกงหลายๆ ร้านข้าวแกง  ที่ไม่ได้สนใจ  หรือ มองข้าม และ ไม่ได้ให้ความสำคัญ  ในการเลือกใช้    "ข้าวสวย"   ครับ  
ผมคาดเดาเอาว่า  หลายๆ ร้านอาจจะคำนึงถึง เพียงเรื่องของ ราคาต้นทุน เพียงอย่างเดียว  ...  เลยทำให้เสีย อรรถรส ในการทานข้าวแกง ไปพอสมควร เลยทีเดียว ครับ  

แต่ขอบอกว่า   ที่ร้าน   " ชวนชิม "   ร้านนี้   มีสิ่งที่ผมชอบที่สุดในร้านก็คือ
เค้าเลือกใช้ ข้าวสวย อย่างดี และ วิธีการหุงข้าว  ของร้านนี้ ครับ
" นุ่มเป็นเม็ด และ ที่สำคัญคือ นุ่ม แต่ไม่แฉะ ครับ "   
.
เวลาทาน  กับข้าวอร่อยๆ ที่ทางร้านทำ ..  ข้าวสวยดีๆ นี่แหละครับ  ช่วยเพิ่ม ความเอร็ดอร่อย ในการรับประทาน  ขึ้นเยอะเลยครับ  
                                 
ร้านนี้เปิดขายมากว่า 20 ปีแล้วครับ   ....   ลูกค้า ยังมาอุดหนุน เนืองแน่นอยู่ ทุกวันเลยครับ

มีหลายๆคน มาบ่นให้ผมฟังว่า ร้านข้าวแกง ร้านนี้ ราคา ค่อนข้างสูง
แต่พอไปทานมาแล้ว   ผมกลับมองว่า  ราคาของเค้า สมเหตุ สมผล ดีนะครับ
ผมดู จากวัตถุดิบ ที่เค้าเลือกใช้  ไม่ว่าจะเป็น เนื้อกบ เนื้อปลา เนื้อไก่ เนื้อหมู  เค้าคัดสรร มาทั้ง ขนาด และ ความสด ดี นะครับ ..  ส่วน ผักสด หรือ ผักที่เอามาผัด ก็มีคุณภาพดีครับ
ที่สำคัญที่สุด  เค้าเอาใจใส่ ในรายละเอียดในสิ่งที่เค้าทำ นี่ซิครับ  ผมถือว่า  ไม่แพง อย่างที่มีคนบ่นกันเท่าไหร่ ครับ

ร้านนี้เปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่ ตี 4  ถึง บ่าย 3 โมง ไม่มีวันหยุดครับ 
ไปไม่ถูกก็สอบถามทางได้ที่   053-222-729    ..... 

ลองแวะไปชิมกันนะครับ


แผนที่ ร้านอาหารทั้งหมด ที่ ผมเขียนแนะนำไว้ใน  " แนะนำ ร้านอาหารอร่อย โดย ป๋าปึกส์ "
https://mapsengine.google.com/map/edit?authuser=0&hl=en&mid=zi7qOsZPeff0.kmjHpvkh5cmM




ป๋าปึกส์
18/04/2554

ขอแนะนำ ร้านโปรดของผู้เขียน
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2010/11/tengoku-1.html
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2010/11/tengoku-2.html


 ติดตาม คอลัมน์ แนะนำร้านอาหารอร่อย โดย ป๋าปึกส์ ได้ทุกวันใน  Facebook
ได้ที่  : http://www.facebook.com/SuebsaengSun

วันศุกร์ที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2554

หัวปลี .. ในซอยหลังการบินไทย กรุงเทพฯ


 " หัวปลี " ..  ร้านอาหาร ที่เป็นมากกว่า ร้านอาหาร   ที่  กรุงเทพฯ

 
         
        




 

              





" หัวปลี "    ....   เป็นร้านข้าว
" หัวปลี "    ....   เป็นร้านเหล้า
" หัวปลี "    ....   เป็นร้านแห่งความรัก
" หัวปลี "    ....   เป็นร้านแห่งความหลัง


                 ผมจำไม่ได้ว่า ร้านอาหารร้านนี้เปิดมากี่ปีแล้ว ... แต่เมื่อประมาณ ยี่สิบปีที่แล้ว ผมอาศัยอยู่ในซอย  ซอยวิภาวดี 22 (ซอยหลังการบินไทย ที่เป็นแหล่งช้อปปิ้ง หรือ รู้จักกันอีกชื่อนึงว่า ตลาดนัดลุงเพิ่ม)    ร้านอาหารร้านนี้ ผูกพันธ์ กับผมมากทีเดียวครับ ก็เพราะสมัยหนุ่มๆ ตอนเริ่มทำงาน สมัยที่ยังไม่มีบ้านเป็นของตัวเอง  ก็เริ่มชีวิตคู่ ด้วยการเช่าอพาร์ทเม้นท์เล็กๆ ที่อยู่เกือบติดกับร้านนี้เลยครับ เป็นที่อยู่อาศัยกับแฟน (ภายหลัง แต่งงานเป็นสามี ภรรยา กันครับ)   เลิกงานกลับมาเกือบทุกเย็น ก็แวะทานอาหารที่ร้านนี้  จนเรียกว่า  " ผูกปิ่นโต " กันเลยครับ ... อยู่จนพอเริ่มมีเงินซื้อบ้าน ก็เลือกซื้อบ้านในซอยนี้อีกเช่นกัน  จนมีลูก ก็ยังแวะทานอาหารร้านนี้เป็นประจำ  ทานกัน ทุกคน เกือบทุกวัน ทั้งครอบครัว ... นอกจากแวะทานข้าวแล้ว ยังได้พูดคุย ปรึกษาโน่น ปรึกษานี่ กันมานับสิบปี จนมีความรู้สึกว่า  เราเป็น  " ญาติ "   กันไปซะแล้วครับ

















                    ร้าน   " หัวปลี "   หาไม่ยากครับ ผมเชื่อว่า พนักงานการบินไทยเกือบทั้งบริษัท แทบจะเป็นลูกค้าของร้านนี้  เพราะร้านนี้ตั้งอยู่ในซอยหลัง สำนักงานใหญ่การบินไทย ที่ วิภาวดีรังสิต เดินทะลุประตูหลัง เลี้ยวขวามุ่งหน้ามา  " ตลาดลุงเพิ่ม "  ที่เดี๋ยวนี้น่าจะเปลี่ยนชื่อเป็น ตลาด " เจ้าสัวเพิ่ม "  เพราะขยายใหญ่โต จนเจ้าของห้างสรรพสินค้าต้องอิจฉาเลยหละครับ  พอเห็นตลาดก็เลี้ยวขวาเดินไปสุดตลาด (ไม่ถึง 100 เมตรครับ)    ก็จะเห็นร้าน " หัวปลี "  ตั้งอยู่ซ้ายมือครับ
                    ร้านหัวปลี  ตกแต่งตามสไตลส์ของ คุณกล้วย ที่เธอชอบเป็นชีวิตจิตใจก็คือ Antique ทั้ง เฟอร์นิเจอร์ .. ประตู .. หน้าต่าง .. โต๊ะ .. เก้าอี้ .. โคมไฟ .. กระจก และ ของสะสมน่ารักอีกหลายอย่างทั้ง ถ้วยชาม .. ของเล่น .. ตุ๊กตา สารพัดชนิด ที่เธอเลือกซื้อมาเยอะแยะ จนต้องทำโกดัง ไว้เก็บเลยหละครับ  ... ถ้าลองนึกย้อนเวลากลับไปสมัยร้านนี้เปิดใหม่ๆ  ก็สามารถเรียกได้ว่า  ร้านนี้เป็นร้านแรกๆ ที่เอาของเก่า และของสะสม มาตกแต่งในร้านอาหารเลยทีเดียวครับ
                    ขอแอบกระซิบดังๆ ครับ .... ยังมีโรงแรม เก๋ เก๋ อีกสองแห่งของเธอที่ ปราณบุรี ทีต้องไปเท่านั้น ถึงจะรู้ลึกถึงคำว่า  " โดน "  ต้องลองไปพักดูเท่านั้นครับ  ลองเปิดเข้าไปดูใน website  ด้านล่างนี้นะครับ
(www.huapleelazybeach.com  และ  www.brassierebeach.com)



 







           


                      สำหรับอาหารร้านนี้ มีผู้คน , นักเขียน , นักชิม ได้เขียนถึงไว้เยอะมากครับ  ผมลองเปิดหาใน  Googles  เห็นมีคนเขียนถึงร้านนี้ เต็มหน้าจอ ไปหมดเลยครับ  ...  แต่สำหรับผม .. ผมว่า ร้านนี้ มันเป็นยิ่งกว่า ร้านอาหาร ครับ ...  เพราะเจ้าของเค้าตั้งใจ เสาะหาเมนู ที่คนรุ่นใหม่บางคน ตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยสัมผัสมาก่อน   เค้าเลือกอาหารไทยโบราณที่ทานกันมาตั้งแต่ สมัยคุณพ่อ สมัยคุณปู่  หลายเมนูด้วยกันครับ   ซึ่งบางเมนู เชฟรุ่นใหม่ๆ  ยังไม่เคยรู้จักด้วยซ้ำไป  นี่แหละครับ ที่เอามาเขียนวันนี้เพื่ออยากแนะนำให้ น้องๆในปัจจุบัน  ได้ลองมาชิมเมนูที่เป็น ภูมิปัญญา ของบรรพบุรุษของเรา ดีกว่าไปหลงงมงายไปเข้าคิวกินอาหาร JUNK FOOD  ทำลายสุขภาพ ครับ .....
                      อาหารจานโปรดที่ร้านนี้สำหรับผม ที่ไม่ว่าไปทีไร ก็ต้องสั่งครับ ... สายบัวต้มกระทิ (หาทานยากมากไปร้านอาหารไทยร้านอื่น ลองถามว่ามีเมนูนี้มั้ย ก็จะได้คำตอบว่า ..หา..หา...หา )  ,  น้ำพริกหมู (กุ้งก็มีนะครับ ถ้าไม่ทานหมู)  ,  หัวปลีทอด (โอวววว .... พระเจ้าช่วย หัวปลีทอด ของโปรด)  ,   ต้มข่าหัวปลี (ผมไปทานทีไร พนักงานแทบไม่ต้องล้างถ้วย ... เกลี้ยงทุกหยดครับ)  ,  ฉู๋ฉี่ปลาหมึกยัดไส้หมูสับ   นั่นแน๊ ไม่เคยทานละซิ (ผมเคยพาเพื่อนชาวญี่ปุ่นไปทาน ...  ถึงขนาดขึ้นไปยืนบนเก้าอี้ แล้วร้อง ... สุโค้ยยยย  กันทุกคนเลยครับ 5555)   ,   ข้าวผัดเนื้อเค็ม (คิดถึงทุกที ไม่ว่าไปเห็น เนื้อเค็ม ที่ไหนก็ตาม)  ...  ยังมีอีกหลายเมนูทีเด็ด ไม่ว่าจะเป็น   ผัดบวบใส่ไข่  , หลนกะปิ (แนะนำว่า อย่าพลาดโดยเด็ดขาดครับ)  ,  ไข่ตุ๋น  ,  น้ำพริกกะปิ  ,   แกงจืดไข่น้ำ  และ  อีกหลายๆเมนูครับ  ที่เหลือต้องไปชิมเองแล้วหละ   ถ้าเขียนต่อ ก็ต้องมีอีกหลายหน้าเลยละครับ









             




                        ที่สำคัญ ร้านนี้ ที่มีกับข้าวแบบโบราณ  ก็เพราะตั้งแต่เปิดมาจนปัจจุบัน ก็ยังคงเป็นแม่ครัวคนเดิม  ที่เป็นพีเลี้ยงคุณกล้วย ตั้งแต่สมัย คุณกล้วย ยังนั่งเล่นกองทรายอยู่เลยครับ   ทำให้ไม่ต้องสงสัยว่าทำไม  ถึงได้รู้จักรายการอาหารไทยตำหรับดั้งเดิมเยอะไปหมด  ที่สำคัญ รสชาติ หาตัวจับยากครับ ...  ลองแวะไปชิมดูนะครับ ....  
" อย่ามาว่าผมนะครับ ถ้าคุณไปแล้ว ตกหลุมรัก ร้านนี้ เข้า " 

                       คำนิยาม ที่เขียนมาข้างบน เกี่ยวกับ ร้านหัวปลี  ...  ตอนอ่านครั้งแรก ผมเข้าใจว่า คุณกล้วย กับ คุณเม้าท์ เขียนให้ผม ... เฉพาะเวลาที่ได้รู้จักกับทั้งสองคนที่ร้านนี้ ก็กว่า  20 ปี เห็นจะได้ (ไม่รวมเวลาที่รู้จักก่อนหน้าหัวปลีนะครับ)   ที่ต้องเขียนอย่างงี้ ก็เพราะในความเป็นจริง ความสัมพันธ์ระหว่างตัวผมเองกับที่นี่  มันช่างเหมือนกับ   " คำนิยาม ของร้านที่เขียนไว้ทุกประโยค "

สอบถามเส้นทาง  จองโต๊ะที่   02-513-5426   หรือ    02-511-1397



ป๋าปึกส์
24/02/2554

ขอแนะนำ ร้านโปรดของผู้เขียน
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2010/11/tengoku-1.html
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2010/11/tengoku-2.html
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2011/05/tengoku-de-cuisine.html


ติดตาม คอลัมน์ แนะนำร้านอาหารอร่อย โดย ป๋าปึกส์ ได้ทุกวันใน  Facebook
ได้ที่  : http://www.facebook.com/SuebsaengSun

วันพฤหัสบดีที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2554

Pizzamania ถูกปากคนไทย ... เชียงใหม่

" Pizzamania "   อาหารอิตาเลี่ยน ที่ถูกปากคนไทย ... เชียงใหม่












                 ร้านอาหารที่ขายอาหารฝรั่งในบ้านเรา(ประเทศไทย) ก็มีหลายประเภทนะครับ ขึ้นอยู่กับ กลุ่มลูกค้า ที่ทางร้านมุ่งหวังว่า จะขายให้เป็นลูกค้ากลุ่มแบบไหน  เช่น ถ้าเป็นกลุ่มที่เป็นลูกค้าชาวต่างชาติ ที่คุ้นเคยและรู้จักอาหารประเภทนั้นๆเป็นอย่างดี   ทางร้านนั้นก็ต้องเลือกใช้วัตถุดิบ และปรุงรสชาติ ให้เข้ากับความคุ้นเคยของลูกค้ากลุ่มนั้น  ...  ส่วนบางร้านอาจจะต้องการกลุ่มลูกค้าที่เป็นคนไทย เค้าก็อาจจะต้อง  ปรับแต่ง รสชาติให้เข้ากับความต้องการ ของตลาดเช่นกัน
                 " Pizzamania "   เท่าที่ผมไปทานหลายครั้งน่าจะเป็นร้านอาหารฝรั่งในประเภท ที่เอาใจลูกค้าคนไทยมากกว่า  เพราะทั้ง รายการอาหาร และ รสชาติ ก็มีการปรับแต่งให้ถูกใจคนไทยเกือบทุกรายการ ไม่ว่าจะเป็น สลัด , สปาเก็ตตี้ผัดขี้เมา และ อีกหลายๆอย่าง



 










                 ร้านนี้หาไม่ยากเลยครับ หากท่านขับรถมุ่งหน้ามาทาง มหาวิทยาลัย แม่โจ้  พอเลยกาดรวมโชค มานิดเดียว เลยกลุ่มตึกแถวกลุ่มแรกทางซ้ายมือ  เยื้องๆ หมู่บ้าน สวนนนทรีย์ ครับ ... ก็จะเห็นเป็นเวิ้งเข้าไปทางซ้ายมือ จะเห็นป้าย ร้านกาแฟฝาง และป้ายร้าน   Pizzamania  อยู่ติดกันครับ  เลี้ยวเข้ามาจอดได้เลยครับ  ร้านมีแอร์เย็นฉ่ำ  ขนาดร้านกำลังน่านั่งเลยครับ
                 แน่นอนครับ ร้านนี้มี  Pizza    ที่มีแป้งอร่อยไม่แพ้ร้านใหญ่ๆ ที่ส่งตามบ้านเลยทีเดียวครับ ส่วนรสชาติที่นี่นั้น  ผมว่าน่าจะถูกปากคนไทยมากกว่า ซะด้วยซ้ำ  ...  ส่วนอาหารที่ผมไปทีไร ก็สั่งชิมประจำก็มี  พิซซ่ามีหลายหน้า หลายรส ด้วยกันครับ  ผมชิมมาหลายหน้าแล้วครับ  รสชาติ จัดจ้านใช้ได้ทุกหน้าเลยครับ ... ขนมปังกระเทียม ก็อร่อยเร้าใจครับ  ....  สลัดแซลม่อน น้ำสลัดกลมกล่อมดีครับ ... สปาเก็ตตี้ขี้เมา  โอวววว ... แซ้บเลยหละครับ  ...  ก็อย่างที่บอกตั้งแต่ต้นว่า รสชาติของอาหารฝรั่ง ของแต่ละแห่ง ก็ขึ้นอยู่กับว่า แต่ละร้านว่าจะ เอาใจ ลูกค้ากลุ่มไหนครับ  แต่ที่นี่ รับรองว่า ถูกใจคนไทยแน่นอน ครับ



 










                อาหารที่นี่มี รายการมากมาย หลากหลาย ลองแวะไปชิมดูนะครับ  รับรองว่าถูกปาก และ ที่สำคัญ ถูกตังค์ ด้วยครับ  คุ้มค่ามากเมื่อเทียบ คุณภาพอาหารกับราคาครับ  
ร้านนี้เปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่  11.30 - 22.00 น. 
จองที่นั่ง หรือสอบถามรายละเอียดได้ที่  053-246-855  .... 
อย่าลืมแวะไปลองชิมนะครับ



ป๋าปึกส์

ติดตาม คอลัมน์ แนะนำร้านอาหารอร่อย โดย ป๋าปึกส์ ได้ทุกวันใน  Facebook
ได้ที่  : http://www.facebook.com/SuebsaengSun

วันจันทร์ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2554

เป็ดย่างน้ำผึ้ง แดนตะวัน ... หลัง ม. .. เชียงใหม่

เป็ดย่างน้ำผึ้ง   " แดนตะวัน "  ...  ถนน หลัง มหาวิทยาลัยเชียงใหม่  ....  เชียงใหม่ 


                                   เค้าว่ากันว่า   " คนเหนือ ไม่ทานเป็ด "  ...   ผมจำได้ว่า  ตอนที่ผมย้ายมาตั้งรกราก  มาลงหลัก ปักฐาน เป็นคนเมือง ที่ เชียงใหม่   ...  ผมพยายามใช้ชีวิต ให้เหมือนคนในท้องถิ่น  ตั้งแต่ การรับประทานอาหาร  .. การแต่งตัว .. การดำเนินชีวิตตาม วัฒนธรรม และ ประเพณี ท้องถิ่น
แต่พอทานอาหารเมือง (อาหารเหนือ)  มาซักระยะนึง .. ก็เกิดอาการ อยากทานโน่น ทานนี่  ที่ไม่ใช่อาหารเมือง ขึ้นมาบ้าง   ...
                                   เมื่อซัก  10 ปีที่แล้ว   มีอาหารหลายๆประเภทที่หาทานในเชียงใหม่ ค่อนข้าง  ยาก เพราะมีผู้มาเปิดกิจการน้อย  ...  เวลาผ่านมาซักระยะนึง   พอมีผู้คนจากหลายภูมิภาคของประเทศ   เริ่มโยกยายถิ่นฐาน มาทำมาหากิน  ที่ เชียงใหม่  ... ก็เลยมี ร้านอาหาร อีกหลากหลายประเภท  เริ่มเข้ามาเปิดกิจการ ในเชียงใหม่  เลยทำให้ผมได้  มีตัวเลือก ในการเลือกทานได้อย่างหนำใจ มากขึ้นครับ
                                   แต่ที่แปลกก็คือ   มีอาหารอยู่ชนิดนึง  ที่ไม่ค่อยมีใครมาเปิดเพิ่มเติมครับ แต่ก็ยังมีร้านอาหารประเภทนี้ ที่เปิดมานมนาน  ให้ได้ทานอยู่นะครับ   " เป็ดย่าง "    นี่แหละครับ
ทำให้ผม เกิดความสงสัย ขึ้นมาทันที ว่า  ทำไม ร้านเป็ดย่าง จึงมีคนมาเปิดน้อยกว่าร้านอาหารประเภทอื่นๆ  ...  ก็เลยต้องไปถาม  คนเมืองรุ่นเก่าๆ  แถวๆบ้าน  แถวๆที่ทำงาน  ดูครับ  ...  ได้ความว่า  คนโบราณทางเหนือ  เค้าเชื่อกันว่า  
" การชวนใครมาทานเป็ด  จะทำให้ คนที่ได้รับการชวน กับ คนชวน จะเบื่อหน่ายซึ่งกันและกัน และเลิกคบกันในที่สุด "
โอวววว  .. เข้าใจเลยครับว่า ทำไม่ถึงหา ร้านเป็ดย่าง อร่อยๆ เจ้าใหม่ๆ ทานยากซะเหลือเกินครับ   ....   แต่เมื่อเวลาผ่านมา รุ่นต่อรุ่น  ความเชื่อเรื่องต่างๆ เริ่มเป็น วิทยาศาสตร์ มากขึ้นครับ
ก็เลยทำให้  คนชอบทาน เป็ดย่าง  แบบผม มีตัวเลือกมากขึ้น เพราะมี ร้านเป็ดย่าง หลายๆเจ้า  จากเมืองหลวง และ เมืองอื่นๆ  เข้ามาเปิดร้าน เป็ดย่าง  มากขึ้นๆ อีกหลายร้านเลยทีเดียวครับ  ...


















                               ร้านเป็ดย่าง  ที่แนะนำในวันนี้ชื่อ   " เป็ดย่างน้ำผึ้ง แดนตะวัน "   ...  ร้านนี้  เป็นอีกร้าน  ที่เก่าแก่ของเมืองเชียงใหม่ครับ   เปิดมากว่า 20 ปีแล้วครับ   ...  ร้านนี้หาก็ไม่ยากครับ  ตั้งอยู่บน ถนนสุเทพ  ...  หากเอ่ยชื่อถนน  ก็อาจจะ งง นะครับ  ผมเองเวลาไปไหน มาไหน  ก็ค่อยได้จดจำ ชื่อ ถนน ซักครั้งเลยครับ   ...  เอาเป็นว่า  ถ้าขับรถจาก  โรงพยาบาลสวนดอก  มุ่งหน้า ตลาดต้นพยอม หรือ  มุ่งหน้า  ด้านหลังมหาวิทยาลัยเชียงใหม่  ก็ได้ครับ  ....   พอเลยสี่แยก ตรง ตลาดต้นพยอม ที่ตัดกับ คลองชลประทาน  ก็ชิดซ้ายเลยครับ  ...  ข้ามสพาน เลยสี่แยกมาประมาณ 30 เมตร เท่านั้นครับ ...  ก็จะเห็นร้านนี้อยู่ซ้ายมือครับ   ขับรถเลยตัวร้านไปนิดเดียว  ก็เลี้ยวซ้ายเข้าซอย ..  ซอยที่อยู่ถัดจากร้านเลยครับ   ด้านหลังตึกแถว ของร้านนี้   มีที่จอดรถ ที่ จอดได้หลายคันเลยครับ

                                ร้านนี้ดูจาก ข้างหน้าเหมือนว่า จะเป็นร้านเล็กๆ   แต่เค้ามีด้านในอีกครับ  กว้างขวางใหญ่โตเลยหละครับ  ...  แน่นอนครับ  มา  ร้านเป็ดย่าง  ก็ต้องสั่ง   เป็ดย่าง  เป็นลำดับแรกเลยครับ  จากนั้นก็สั่งตามรายการ  ที่ผมสอบถาม เพื่อนๆ ที่เป็นลูกค้าประจำ ของร้านนี้ ก่อนที่ผมจะมาลองชิม  จากนั้นก็สั่งตามมาอีกเป็นชุด ครัย     หมูกรอบ   ,   มะระตุ๋นกระดูกหมู  ,  กระเพราหมูสับ  .
สั่งมาแค่นี้ก็เยอะมากแล้วครับ เพราะเล่นสั่งเป็น จานใหญ่หมดเลยครับ   ...  แต่วันนี้โชคดีมีสมาชิก ที่ตามไปชิม เป็นเพื่อนผมด้วยอีกสองคน   ไม่ใช่ใครอื่นครับ  ก็ คุณโอ๋ สถาปนิกนักชิม  กับ   Wing Wing  พ่อน้องชายที่ชอบแอบมองสาวๆ (แอบมองอย่างเดียวครับ อย่างอื่น ไม่กล้าครับ 5555)     ...  วันนี้ ก็เลยค่อยยังชั่วนิดนึงครับ    เลยจัดเต็มไปเลยครับ




















เป็ดย่าง น้ำผึ้ง  ..........    มาร้านนี้ไม่สั่งไม่ได้เลยครับ    ก็รายการนี้ เป็นพระเอกประจำร้านนี้  ถึงขั้นเอามาตั้งเป็นชื่อร้านเลยครับ  ...  ตอนยก กลิ่นหอมยั่วยวนซะเหลือเกิน   สีสันของหนังเป็ด สีน้ำตาลเข้ม ผิวมัน  ราดมาด้วยน้ำราดสีสวย  ...  ผมต้อง ร้อง หยุดๆ  ให้น้องสองคนที่ตามมาก่อนเลยครับ ก็พ่อหนุ่มทั้งสอง ยกช้อนซ่อม เตรียม จ้วงตัก อย่างเต็มที่เลยครับ  ...  ที่ต้องบอกให้หยุดก็เพราะ หากปล่อยไป ไม่เกิน 1 นาที คงไม่มีอะไรให้ ถ่ายรูป แน่ๆ เลยครับ  .. หน้าตา เป็ดย่าง ช่างน่าทานจริงๆ ครับ  ...  ผิวสีสวย หอมกลิ่นย่าง ไม่ทราบว่าใช้ถ่านอะไรย่างเหมือนกันครับ  กลิ่นหอมติดหนัง ติดเนื้อมาเลยครับ  ...  ที่สำคัญ เนื้อเป็ด ครับ .. เนื้อเป็ดนุ่มนวล รสชาติอร่อยเลยครับ  ...  โดยเฉพาะน้ำราด ที่ราดมาในจาน  กลมกล่อมอร่อย  จนพวกเราเอาน้ำราด ราดลงบนข้าว จนไม่มีเหลือให้คนล้างจาน ต้องทำงานหนัก เลยครับ

หมูกรอบ   ..........   ปรกติผมไม่ค่อยชอบทานหมูกรอบเท่าไหร่   เพราะ กลัวและเสียดายเวลาที่  ขยันวิ่งออกกำลังกาย แทบทุกเย็น  ...  แต่วันนี้ ช่วงก่อนที่จะสั่งอาหาร  ...  ผมดันไปยืนดู หน้าตู้เป็ดย่าง  ที่หน้าร้าน   ที่เค้าแขวน เป็ดย่าง และ หมูกรอบ อยู่  .. สีสัน น่าทาน ทั้งหมูกรอบ และ เป็ดย่างเลยครับ   ระหว่างยืนดู เห็น  อาเฮียเจ้าของร้าน  กำลังสับ หมูกรอบ อยู่เลยครับ     " กรุ๊บบบบบ "    เสียงอีโต้  หั่นหมูกรอบ  ดังแบบไม่กรอบก็ต้องบ้าแล้วหละครับ   ...  แค่คมมีดอีโต้ แทรกผ่านหนังหมู สีน้ำตาล ลงมาที่เนื้อขาวๆ   เสียงดังลั่น เขียงเลยครับ    พอได้ หมูกรอบ ที่สั่งมาบนโต๊ะ เรียบร้อย   ผมก็รีบตัก  หมูกรอบ  เข้าปากคำแรกก่อนเลยครับ   ตักพร้อมข้าวสวยร้อนๆ   เอาน้ำราด ที่ราดมากับหมูกรอบ   ราดลงบนข้าว   เหยาะซีอิ้วดำที่ผสมน้ำส้มสายชูกลมกล่อม  และ  พริกชี้ฟ้าชิ้นพอดีคำ ...   ร้องเลยครับ  ... โอววววว .. แม่เจ้าโว๊ยยยยย  ...  มันช่างทำลายความตั้งใจ  ในการลดน้ำหนักของผมซะเหลือเกิน  อร่อยเร้าใจจริงครับ  เสียง กรุบกรอบ ดังจนเสียงแทบเข้าไปถึง  ตลาดต้นพยอมเลยหละ ครับ  ...  ไม่ควรพลาด และ ควรเลิกกลัวความอ้วน ไปชั่วขณะ ครับ














มะระตุ๋นกระดูกหมู   ..........   รายการนี้เหมือนป็น รายการอาหาร คู่บุญบารมี กับ ร้านเป็ดย่าง ร้านหมูแดง จริงๆ ครับ  ...  ไปร้านไหนมีร้านนั้น แน่นอน ครับ  ...  กระดูกหมูตุ๋นจนเปื่อย เปื่อยจนแทบเอาลิ้นดุนๆ แล้วกลืนได้เลยครับ  น้ำซุปจากกระดูกหมูต้ม หอมหวานเลยครับ  มะระก็สุกกำลังดี  ยังได้อารมณ์ของการทานมะระอยู่ครับ ...  จานนี้เหมาะที่ มาทานล้างคอ  แกล้มกับ เป็ดย่าง และ หมูกรอบ ได้ดี จริงๆ ครับ

ผัดกระเพราหมูสับ  ...........   ขอบอกตามตรงว่า  จานนี้พวกผมไม่ได้สั่ง  แต่มันเป็นเรื่องบังเอิญจริงๆครับ  ที่เด็กเสริฟเค้ายกมาให้ผิดครับ  ...  จานนี้ไม่มีใครสั่ง  แต่ก็ทำหน้าเฉย เพราะหน้าตา ช่างน่าทานซะเหลือเกินครับ  ...   พอวางปุ๊บ  ทั้งสามคน  ก็รุมกันตัก  กระเพรา ปั๊บกันทุกคน เลยครับ ... โอวววว  ร้อง โอววว  กันอีกแล้วครับ ... ใครจะไปเชื่อว่า  ในร้านเป็ดย่าง  จะมี  ผัดกระเพรา  ที่รสชาติ อร่อยชั้นเทพได้ขนาดนี้  ... ไม่เผ็ดเกินไป  อร่อยจัดจ้านกำลังดี  เวลาทาน  สัมผัสได้  ทั้งรส  ทั้งกลิ่นกระเพรา โชยมาหอมอบอวล อยู่ในปากเลยครับ  ...  ไม่ถึง  3  นาทีเท่านั้นเองครับ  หายเกลี้ยงจนไม่มีล่องรอย  ว่าได้ทานอะไรมากันเลยครับ

                             นอกจากที่เขียนแนะนำทั้งหมดแล้ว  ร้านนี้ก็ยังมีอีกหลายรายการนะครับ   ไม่ว่าจะเป็น บะหมี่หมูกรอบ  ,  บะหมีเป็ดย่าง  ,   ข้าวไก่อบ   และ  อีกหลายรายการ  ...  ผมคงต้องกลับไปชิมเอง อีกหลายรอบ แล้วหละครับ  วันนี้ผมและพรรคพวก  ทานอิ่ม  จนหาว  หวอด  หวอด   กันทุกคนแล้วครับ

ร้านนี้เปิด จันทร์ ถึง ศุกร์ ตั้งแต่  09.00 น.  ถึง  19.00 น. วันเสาร์ และ อาทิตย์ หยุดครับ
ลองแวะไปทานกันดูนะครับ ..  หากไปไม่ถูก ก็โทรถามทาง ที่่   086-728-7569




ร้านอาหารทั้งหมดที่ผมเขียนแนะนำไว้ใน   " แนะนำ ร้านอาหารอร่อย โดย ป๋าปึกส์ "
https://mapsengine.google.com/map/edit?authuser=0&hl=en&mid=zi7qOsZPeff0.kmjHpvkh5cmM



ป๋าปึกส์
4/4/2554

ขอแนะนำ ร้านโปรดของผู้เขียน
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2010/11/tengoku-1.html
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2010/11/tengoku-2.html



ติดตาม คอลัมน์ แนะนำร้านอาหารอร่อย โดย ป๋าปึกส์ ได้ทุกวันใน  Facebook
ได้ที่  : http://www.facebook.com/SuebsaengSun