Translate

เกิดข้อผิดพลาดใน Gadget นี้

วันพฤหัสบดีที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

ป้ากล้วย อาหารปักษ์ใต้ ... เชียงใหม่

ป้ากล้วย อาหารปักษ์ใต้ ... บนถนน เชียงใหม่ - สันกำแพง  ที่  เชียงใหม่














                                       ผมจำได้ว่า  สมัยที่ ผมย้ายครอบครัวมาอยู่เชียงใหม่ ร่วม 10 กว่าปีเลยทีแล้ว  ตอนนั้น  กว่าจะหาอะไรทาน  ที่รสชาติ  จัดๆ จ้านๆ   เร้าใจ  แบบอาหารปักษ์ใต้  ค่อนข้างยากมากเลยครับ   ...   มีเหมือนกัน  แต่น้อยมากครับ   .....   พอเวลาล่วงเลย  ขึ้นมาซัก  4-5  ปีที่ผ่านมา  ผมก็เริ่ม เห็นร้านอาหารปักษ์ใต้    ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร  หรือ   ร้านข้าวแกง  เริ่มได้รับความนิยม  จากชาวเชียงใหม่  มากขึ้น  มากขึ้น ทุกวันเลยครับ    ....  จนเดี๋ยวนี้   แทบทุกถนนหลักๆ  ในเขตอำเภอเมืองเชียงใหม่   จะเห็นมี  ป้ายโฆษณา   ของร้านอาหารปักษ์ใต้   ร้านโน้น    ร้านนี้   ติดอยู่ตามเสาไฟฟ้า  .. ตามหน้าร้านบ้าง ...  แต่ละร้านก็จะมี รสชาติ แตกต่างกันไป  ตามต้นกำเนิดของอาหารในแต่ละจังหวัด  และ ที่มาของเจ้าของ และ พ่อครัว    ...   หลายท่านที่เคยไปอยู่  หรือ  ใช้ชีวิต แถวๆ ปักษ์ใต้    พอจะแยกแยะออกว่า ร้านไหน   พ่อครัวเป็นคนจังหวัดอะไร   (แต่ละจังหวัด จะมี วิธีการทำอาหาร และ รสชาติของอาหาร  ที่แตกต่างกันไปครับ)
















                                     วันนี้ขอพามาชิม   อาหารปักษ์ใต้   ที่เปิดมาหลายปีแล้วเหมือนกันครับ ... ผมเองจำได้ว่า   มาที่ ร้านนี้ครั้งแรก ก็น่าจะเกิน 3 ปีแล้วครับ  ...   ตั้งแต่ สมัยที่ยังไม่เริ่มเขียน  Blog   แนะนำร้านอาหาร หน้านี้เลยครับ   ..    แต่ที่ไม่ได้เขียนแนะนำถึงร้านนี้ มาก่อน    คงเป็นเพราะใกล้ตัวเกินไป จนมองไม่เห็น มั้งครับ (ลืม ครับ)   และ  บางครั้งที่ไปทาน   ก็ไม่ได้พก กล้อง ติดตัวไปด้วยซักครั้งนึงครับ(สมัยก่อน กล้องในโทรศัพท์ คุณภาพยังไม่เอาไหนอยู่เลยครับ  เดี๋ยวนี้ พก โทรศัพท์ เครื่องเดียว  จบข่าว ครับ)    ...    วันนี้ได้ฤกษ์ ซักทีครับ   ผมชวนภรรยา ไปร้านนี้เป็นรอบที่ 2 ในรอบอาทิตย์ครับ   ... มาครั้งแรก เกือบบ่ายสองโมงแล้วครับ    กับข้าวก็แทบจะเกลี้ยงตู้เลยครับ เลยไม่มีโอกาสได้ถ่ายรูปอาหารเลยครับ  
ร้านนี้เป็น ร้านอาหารปักษ์ใต้  ที่มีต้นตอมาจาก นครศรีธรรมราช   ครับ   ...  เปิดตั้งแต่เช้าประมาณ 7  โมงเช้าครับ    ปิดประมาณ บ่ายสองโมงครับ  ส่วนใหญ่ไม่ถึงบ่ายสอง  กับข้าวก็หมดตู้ทุกวันครับ
                                   ร้าน   " ป้ากล้วย "   หาไม่ยากครับ  ...  ถ้าเรามาจากตัวเมืองเชียงใหม่ มุ่งหน้ามาทาง ถนนสันกำแพงสายเก่า  .. ขับเลยแยกวงแหวนหลังพายัพ   มาจนเกือบแยก วงแหวน 2   ...  แหล่ง ร้านช้อปปิ้ง ของนักท่องเที่ยว   (ก่อนถึงร้าน Gem Gallery ประมาณ 500 เมตร)    จะเห็นตึกแถวด้านซ้ายมือ แถบนั้นมีร้านอาหารเต็มตึกแถวทุกห้องเลยครับ   ร้านนี้อยู่ติดกัน กับ ร้านข้าวมันไก่ นันทาราม ครับ
หากไปไม่ถูก   ลองโทรไปถามที่ร้านได้เลยครับที่      080-502-2521
















                                  ในแต่ละวัน  ป้ากล้วย   จะทำอาหารประมาณ  12 - 15 อย่างครับ  แต่ละจาน รสชาติเร้าใจทั้งนั้นครับ

แกงไตปลา   .........   สีสัน จัดจ้าน ออกน้ำตาลเข้ม  ...  รสชาติของน้ำไตปลา ออกเค็มนำหน้านิดๆ ..  แต่ขอบอกว่า  รสมือของ ป้ากล้วย  แม่ครัวคนนคร คนนี้ จัดจ้านเร้าใจจริงๆครับ   ....  กลิ่นไตปลาหอมน่าทานเลยครับ  ใส่เนื้อปลาแกะมาเป็นชิ้นๆ  .. ผักในแกงก็ใส่มาครบ ทั้งมะเขือ ถั่วฝักยาว ฟักทอง  ...  จานนี้แนะนำว่า ควรสั่ง หมูหวาน หรือ กุ้งหวาน  หรือ ฟักทองผัดไข่   มาตัดรสชาติ แก้ความจัดจ้าน ซะหน่อยนะครับ

แกงเหลือง   ...........  (คนใต้ บางจังหวัดจะเรียก  แกงเหลือง ว่า แกงส้ม)   ..   น้ำแกงสีเหลือง สวยด้วยขมิ้น .. น้ำไม่ข้นมากนัก .. ใส่เนื้อปลากระพง  มาชิ้นใหญ่เลยทีเดียว  ...  ที่หาทานยากกว่า ร้านอาหารปักษ์ใต้ ร้านอื่นก็ตรง  ที่นี่เค้าใส่ มะละกอดิบ หั่นเป็นแผ่นๆ ขนาดพอดีคำ ...  รสชาติหายห่วงครับ  จัดจ้านเร้าใจ จริงๆ ครับ

คั่วกลิ้ง   ...........   จานนี้ แค่ชื่อ ก็กินขาดแล้วครับ   ...   เนื้อหมูหั่นเล็ก (หมูสับ)  เอามาคั่วกับเครื่องแกง ตามสูตรของทางร้าน  จนแห้ง  หอมเครื่องแกงดีครับ  ...  แต่จานนี้  ถ้าไม่แน่จริงอย่าสั่งนะครับ  ... จัดจ้านด้วยสมุนไพร   จนถึงขั้น  เผ็ด  เลยทีเดียวครับ  ... จานนี้ต้องย้ำอีกครั้งนะครับ ว่า  เผ็ด  ครับ  ...  ถ้าทานเผ็ดไม่เก่ง  จานนี้อาจทำให้ คุณกลิ้ง โดยไม่ต้องคั่ว ได้เลย ครับ  5555

น้ำพริกกะปิ - ปลาทู   ..........   น้ำพริกกะปิ  สีน่าทาน  รสชาติกลมกล่อม กำลังดี  ไม่เผ็ดแบบไร้เหตผล ... มีรสเปรี้ยวนำหน้านิดๆ (ผมชอบเลยครับ)  ....  น้ำพริกปลาทู  เค้าจัดมาเป็นชุด พร้อม ชะอมชุบไข่ทอด และ ผักสด   ....  ส่วนปลาทู  ต้องสั่งแยกครับ  จะเอากี่ตัวก็เลือกเอาเลยครับ  แต่ขอบอกว่า  ปลาทูเจ้านี้ มหึมาเลยครับ  ตัวเดียวทาน 2 คนสบายๆ เลยครับ

แกงจืดผักกาดดอง   ..........  จานนี้จะเรียกว่า ของคู่บ้าน คู่ร้าน ของร้านอาหารปักษ์ใต้ เลยก็ได้ครับ  มีกันแทบทุกร้านทุกจังหวัดครับ  ...  ผมเป็นคนชอบทาน ต้มผักกาดดองซะด้วยซิครับ  บอกได้เลยครับ ว่า ต้มผักกาดดอง ร้านนี้ สุดยอดครับ  ....  ผักกาดดองต้มสุกกำลังดี  น้ำแกงได้รสน้ำต้มกระดูกดีครับ  ที่สำคัญ ร้านนี้ เค้าตั้งไฟอุ่น  แกงจืดหม้อนี้ไว้ตลอดเวลา  ...  ถูกใจจริงๆครับ  แกงจืดเย็นๆ  อย่าไปทานนะครับ  เปลืองกระเพาะครับ   ...  5555

ยังมีอาหารอร่อย อีกหลายๆอย่างเลยครับ  ทั้ง   หมู - ไข่  พะโล้  ...   แกงเทโพ  ...   หมูหวาน   ...  ผัดฟักทอง  ...  แกงเผ็ดเนื้อ  ...  แกงเผ็ดไก่หน่อไม้  และ อีกนับไม่ถ้วนเมนูเลยครับ ...  ป้ากล้วย จะสลับผลัดเปลี่ยนรายการอาหารทุกวัน   แล้วแต่วันไหน    ได้อะไรเป็นวัตถุดิบ สดๆ มาครับ
             

                  













                                  ป้ากล้วย และ ครอบครัว เป็นชาวใต้ที่มาจากจังหวัด นครศรีธรรมราช ครับ ...  ทั้งป้ากล้วย และ  คุณลุง น่ารักมากครับ ยิ้มแย้มแจ่มใส่ คอยเดินมาดูแลลูกค้าอย่างเป็นกันเองครับ ... ที่นี่เครื่องดื่มน้ำแข็งบริการตนเองนะครับ .... ใครที่ผ่านไป เส้นสันกำแพง  ช่วงเวลากลางวัน   ก็ลองแวะไปชิมอาหารใต้  รสชาติเร้าใจ   ร้านนี้กันนะครับ    
" ป้ากล้วย อาหารปักษ์ใต้ "    รับรองว่าคุณต้องร้อง  " หร๋อยจั่งหู๋ "  ครับ

อ้อ .... กรุณาพกผ้าเช็ดหน้าไว้ซับเหงื่อ เวลาทานแกงปักษ์ใต้ ไปด้วยนะครับ
                               ไปไม่ถูก หรือ จะสั่งทำอาหารไว้จัดเลี้ยง  ทางร้านเค้ารับทำเป็นหม้อๆด้วยนะครับ  โทรไปบอกล่วงหน้าซะหน่อยนะครับ  ที่   080-502-2521



แผนที่ร้านอาหารทั้งหมด ที่ผมเขียนแนะนำไว้ใน    " แนะนำร้านอาหารอร่อย โดย ป๋าปึกส์ "
https://mapsengine.google.com/map/edit?authuser=0&hl=en&mid=zi7qOsZPeff0.kmjHpvkh5cmM




ป๋าปึกส์
26/07/2555

 ขอแนะนำ ร้านโปรดของผู้เขียน
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2010/11/tengoku-1.html
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2010/11/tengoku-2.html
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2011/05/tengoku-de-cuisine.html


ติดตาม คอลัมน์ แนะนำร้านอาหารอร่อย โดย ป๋าปึกส์ ได้ทุกวันใน  Facebook
ได้ที่  : http://www.facebook.com/SuebsaengSun

วันอาทิตย์ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

พัชธนา (แกงปู) ... ที่ เชียงใหม่

พัชธนา   ที่   นิมมานเหมินทร์ ซอย 9 ... เชียงใหม่

















           
                         " แกงปู " (ใบชะพลู)     ก็เพราะ เจ้าแกงปู ที่เป็นอาหารจานโปรดของผมนี่เอง  จึงทำให้ผมต้องมาร้านนี้ ครับ  ...  แกงปู  เป็นแกงกะทิ แบบปักษ์ใต้ (สไตลส์ภูเก็ต)  ที่ใช้เครื่องแกงเผ็ดแบบปักษ์ใต้ ที่มี   " ขมิ้น "  เป็นพระเอก ... จึงทำให้สีสันของ แกงปู  ออกเป็นสีเหลืองนวลสวย  ... รสชาติออกหวานๆ เค็มๆ เผ็ดๆ  จัดจ้านตามสไตลส์ อาหารปักษ์ใต้   ...  ใช้เนื้อปู  .. บางสูตร ก็ใส่ ก้ามปู ก้ามโต ลงไปด้วย  แกงปู มักจะเสิร์ฟ มาพร้อมกันกับ เส้นหมี่ขาว  ... ลักษณะคล้ายๆ กับการทาน ขนมจีนน้ำยา นั่นเองครับ
                            เมื่อซักเกือบเดือนนึงที่ผ่านมา  ผมเห็นเพื่อนใน Facebook ท่านนึง (คุณ Kae Anchalee หรือ คุณเก๋  เจ้าของ ร้าน  De Siam  ... ร้านแอนติค ที่เมืองเชียงใหม่)   Post รูป   " แกงปู ที่เชียงใหม่ "   ...  เพียงแค่ผมเห็นรูป ผมก็ Ment  ไปถามโดยไม่รอช้าเลยครับ ... ว่า  ร้านอะไร ที่ไหน ครับ ? ...  และแล้ว  ผมก็เลยรบกวน  ให้ช่วย จองที่นั่งให้ ซะเลยครับ ....  ขอบคุณมา ณ ที่นี้ด้วยนะครับ


















                            ร้าน  พัชธณา  ใช้ชื่อ ภาษาอังกฤษว่า  Pattana Restuarant  ...   ร้านนี้ เค้า เข้าใจ ตั้งชื่อ ภาษาไทย ดีนะครับ  ... อ่านดูแล้ว  แปลก และ เก๋ไก๋  เลยหละครับ  ...  ร้านนี้ หาไม่ยากครับ อยู่ใน ซอย  นิมมานฯ ซอย 9  ครับ   ...  หากนึกไม่ออกก็ ซอยเดียวกับ  Monkey    ร้านอาหารและผับ ชื่อดังแห่ง ย่านนิมมานฯ นั่นแหละครับ  ....  เข้าซอย 9 มานิดเดียวครับ   ตรงเข้ามาประมาณ 100 กว่าเมตร  ก็จะเห็นร้าน (แบบในรูป)   อยู่ด้านซ้ายมือ  ติดกับที่จอดรถ ข้าง Monkey  นั่นแหละครับ
                            ร้านนี้ หากมองดูด้านหน้าแล้ว  ดูเหมือนจะเล็ก  น่าจะมีไม่กี่โต๊ะ ...  แต่เมื่อเข้าไปด้านในร้าน แล้ว ..  ต้องขอชม อินทีเรีย เลยครับ  ... ออกแบบได้ดีเลยครับ  ในพื้นที่ ที่ค่อนข้างเล็กขนาดนี้  แต่สามารถ  ทำให้ไม่มีความรู้สึกว่า  เราไม่ได้นั่ง  อยู่ในห้องขนาดเล็ก เลยแม้แต่น้อย ...  แถมโล่งโปร่ง จนรู้สึกว่า  นั่งสบายซะด้วยซ้ำครับ  ...  การตกแต่งภายใน ก็แบบ เรียบๆ ง่ายๆ แต่มีสไตลส์ครับ  อุปกรณ์เครื่องใช้  สอาดสอ้าน ดูดีเลยครับ
















                            วันนี้ไม่ได้มาคนเดียวครับ ...  ภรรยา  มาหาที่ทำงานตอนเที่ยง   ก็เลยชวนกันมา พร้อมเจ้าโอ๋ (สถาปนิกนักชิม คนเดิม ที่ไปชิมกับผม เกือบทุกร้าน เลยหละครับ)  ....  เมื่อเข้ามาถึง ในร้าน  เจ้าของร้าน ก็ออกมาต้อนรับอย่างดีเลยครับ  ...  ปรากฏว่า เจ้าของร้าน  ก็อ่าน Blog ที่ผมเขียนแนะนำอาหารด้วยครับ ...  ก็เลยคุยกันถูกคอดีครับ ... พอนั่งได้ซักพัก ก็ได้รายการอาหาร ผมเลยส่งต่อ เมนูให้ ภรรยา และ คุณโอ๋ เป็นคนเลือกรายการอาหาร ... แต่ผมสั่ง   แกงปู   ไปตั้งแต่เดินเข้ามาในร้านแล้วครับ ... ระหว่างรอเค้าเลือกสั่งอาหารกัน ผมก็ตระเวณเดินถ่ายรูปจนทั่วครับ  .... เดินกลับมาเค้าสั่งกันเสร็จแล้วครับ  ... ก็เลยนั่งอ่านสำรวจรายการอาหาร .... อืมมมม ... ราคาไม่แพงเลยครับ ก็เท่าร้านอาหารทั่วๆไปแถวๆนี้นี่แหละครับ ... รายการอาหารมีทั้ง  ไทยแบบภาคกลาง  และ เป็นไทยแบบปักษ์ใต้ ผสมผสานกันครับ  ....  รายการอาหารที่ทานกันวันนั้น  มีรายการดังนี้ครับ
                           
แกงปู   .........  แกงปู ของร้านนี้ เป็น แกงแบบปักษ์ใต้ สไตส์ภูเก็ต  ...   สี  ขมิ้น จากเครื่องแกงเหลืองนวล  สวย ...  รสจัดจ้าน มีเนื้อปูเป็นก้อนๆ  (เนื้อแน่น มากครับ)  ลอยหน้ามาเลยครับ  ... เสิร์ฟมาพร้อมกับเส้นหมี่ขาว  ....  จานนี้ ห้ามพลาดโดยเด็ดขาดเลยนะครับ
หากจะถามว่า   อร่อยมั้ย ?
บอกไม่ถูกเลยครับ   .....   แค่ผมตักเข้าปากคำแรกเท่านั้น   ถึงขนาดต้องหันไปบอกเด็กที่ร้านว่า    " เอามาอีกที่นึงครับ"    ...   จะไม่เบิ้ลได้ยังไงละครับ มาทราบทีหลังว่า   แม่ครัวร้านนี้   มาจาก ร้านดัง แห่งเมืองภูเก็ต เลยหละครับ  

น้ำพริกกุ้งเสียบ    .........   น้ำพริกรสกลมกล่อม เปรี้ยวนำเค็ม ไม่เผ็ดมากเกินไป  ... กุ้งเสียบ สั่งตรงมาจากภูเก็ต  ..   พอตักเข้าปาก  ถึงกับต้องร้อง   โอวววว  อีกแล้วครับ  .. โดน ... โดน ครับ ...อร่อยจน นั่งพริ้มตา  แล้ว นึกว่า กำลังทานน้ำพริกกุ้งเสียบ  อยู่ริมทะเล  แถวๆ อ่าวฉลอง เลยหละครับ

สะตอผัดกะปิใส่กุ้ง   ..........   คนที่  เกิดที่ชายแดนปักษ์ใต้  ที่ระเบิดตูมตามทุกวัน อย่างผม  ...  ยังเกือบจะ  ลุกขึ้นยืนตะโกนกลางร้าน   แล้วร้องออกมาว่า    " หร๋อยจั่งหู๋ "   เลยหละครับ ... สะตอสดกรอบ  ...  หอมกะปิลอยมาเลยครับ  ... ผัดมาพร้อมกุ้ง  รสชาติกลมกล่อม ไม่เผ็ด  อร่อยเลยครับ

หมี่กรอบ   .........  จานนี้  เหมาะที่จะสั่งมาทาน แก้เผ็ด และ รสจัดจ้าน ของอาหารปักษ์ใต้ ครับ  ... หมี่กรอบรส หวานนำ อร่อย ครับ

แกงเหลืองปลาอินทรีย์  ..........   แกงเหลืองรสจัดจ้าน  ใส่ยอดมะพร้าว กับ คูน  ...  อร่อยจน ผมทานหมดเกลี้ยง   ไม่เหลือแม้กระทั่งน้ำแกงครับ  ...   แนะนำว่า ควรสั่งหมี่กรอบ หรือ ไข่เจียว มาแกล้ม  กับแกงเหลือง จะเข้ากันได้ดีเลยครับ

ไก่ตะไคร้  ..........    ไก่หมักมาได้กลมกล่อม  หอมกลิ่น ตะไคร้ นำหน้ามาเลยครับ อร่อย เด็ด ครับ .

แกงไตปลาแห้ง  .........   แกงไตปลา  รสชาติเข้มข้น จัดจ้าน  ร้อนแรง แบบปักษ์ใต้  แท้ๆ  ...  เล่นเอาพวกเรา  ต้องสั่ง ข้าวสวยมาเพิ่มคนละจาน  เลยหละครับ

 ม้าฮ่อ   .........    จานนี้ ชื่อแปลกดีมั้ยครับ ..  ผมเองได้ยินมาชื่อ เมนูนี้ มาตั้งแต่สมัยเด็กๆเลยครับ  สมัยก่อนคุณป้า คุณน้าที่บ้าน เคยทำให้ทาน  ...  ผมกลับไม่ยอมทานก็เพราะชื่อของรายการอาหารนี่เองครับ  ตอนเด็กๆ โดนหลอกว่า ทำจากเนื้อม้า เลยไม่กล้าทานครับ ....  แต่เพิ่งมาทานก็ที่นี่ นี่แหละครับ  แปลกดีครับ อร่อยดีครับ  ลองสั่งมาชิมดู นะครับ


















                               มีเมนูอีกหลายอย่างที่น่าทานทีเดียวเชียวครับ  แต่วันนี้มากันแค่  3 คน เลยสั่งมาชิมไม่ได้เยอะเท่าไหร่ครับ  ....  อีกลายเมนู  ไม่ว่าจะเป็น  แกงเหลือง  ....  แกงส้ม  ....  แกงไตปลา .... หลน   ....  ก๋วยเตี๋ยวผัดไท  ....  ข้าวตังหน้าตั้ง  ....   ผัดโน่นผัดนี่   ....   ยำอะไรต่อมิอะไร  ....   ดูรายการอาหารแล้ว  น่าทานไปหมดเลยครับ ....  แต่คงต้องเป็นเที่ยวหน้าแล้วหละครับ  เพราะเราทั้งสามคน สั่งข้าวเพิ่ม คนละจานเลยครับ ....
อาหารที่ทานวันนี้  อร่อย  รสมือดีทุกจานครับ  ราคาก็ไม่แพงครับ   อาหาร รวม มะพร้าวอ่อน น้ำดื่ม แล้ว ตกประมาณ พันบาทครับ  ...   อร่อยอิ่ม จนต้องลาเจ้าของร้านกลับบ้านไปนอน เลยครับ
                             
ร้านนี้เปิดทุกวันครับ  ตั้งแต่  11.00 น. - 14.00 น.  และ  17.00 น. - 22.00 น. 
ร้านนี้มีโต๊ะไม่มากนะครับ ผมว่า ควรจองที่นั่งก่อนไป น่าจะดีนะครับ  ที่  ...     089-262-2819




ป๋าปึกส์
07/07/2555

ขอแนะนำ ร้านโปรดของผู้เขียน
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2010/11/tengoku-1.html
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2010/11/tengoku-2.html
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2011/05/tengoku-de-cuisine.html

ติดตาม คอลัมน์ แนะนำร้านอาหารอร่อย โดย ป๋าปึกส์ ได้ทุกวันใน  Facebook
ได้ที่  : http://www.facebook.com/SuebsaengSun



วันจันทร์ที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

จิง จู ไฉ่ - โจ๊ก เกาเหลาเลือดหมู เชียงใหม่


 " จิง จู ไฉ่ "    โจ๊ก และ เกาเหลาเลือดหมู ... เยื้อง โชว์รูม  FORD  เส้นแม่โจ้  เชียงใหม่



                       จิง จู ไฉ่  หรือ  จิง จู ฉ่าย  .... ไปไหนมาไหน ตั้งแต่เหนือจรดใต้  หากท่านเห็นร้านขาย เกาเหลาเลือดหมู ไม่ว่าตลาดไหน ถนนไหน เมืองไหน  ก็ชื่อ ร้าน จิงจูไฉ่ หรือ จิงจูฉ่าย  ไปหมดทุกแห่ง ... ไม่ได้เป็น แฟรนไชน์ ไม่ได้เป็นสาขากันนะครับ  ...
                        จริงๆแล้วเป็น ชื่อสมุนไพรจีน ชนิดนึง ที่มี สรรพคุณ และ คุณค่าทางโภชนาการไม่น้อยทีเดียวครับ  เพราะ  " จิงจูฉ่าย "   น้ำหนัก  100 กรัม ให้พลังงาน 392 กิโลแคลอรี  ... ประกอบด้วยสารอาหารนานาชนิด   เช่น   โปรตีน  , ไขมัน  ,  คาร์โบไฮเดรต  ,  เส้นใย  ,  แคลเซียม  ,   เหล็ก  ,   ฟอสฟอรัส  ,  วิตามินเอ  ,  วิตามินบี6   ,   วิตามินซี   และ วิตามินอี

                  
















                                   มาที่ สรรพคุณทางยา   กันบ้างดีกว่า   จุดเด่นของ   " จิงจูฉ่าย "    คือมีกลิ่นหอม  คล้าย ๆ กับ ตั้งโอ๋  ...  ยิ่งโดนความร้อนจะยิ่งหอม และ ยิ่งเพิ่มสรรพคุณมากขึ้น โดยกลิ่นหอมของ  " จิงจูฉ่าย "  มาจากน้ำมันหอมระเหยที่มีอยู่ใน ลำต้น และ ใบ นั่นเอง ... ประกอบด้วย  สารไลโมนีน  , ซิลนีน และสารกลัยโคไซด์  ที่มีชื่อว่า อะปิอิน  ซึ่ง  สารเหล่านี้มีสรรพคุณช่วยปรับสมดุลความดันโลหิต    จึงเหมาะกับ   ผู้ที่มีปัญหาเรื่องความดัน  ....   แถมยัง  ช่วยขับลมในกระเพาะอาหาร  และ  ลำไส้ได้ด้วย ...  ส่วนต้นสด และ เมล็ดของ   " จิงจูฉ่าย "   มีโซเดียมต่ำ จึงดีต่อผู้ป่วยโรคไต
                                  นอกจากนี้ ในทางการแพทย์ เชื่อว่า   " จิงจูฉ่าย "   เป็น  ยาเย็น   จึงช่วยบำรุงปอด ช่วยฟอกเลือดลม ให้หมุนเวียนได้สะดวก ... คนจีนจึงนิยม นำผักชนิดนี้ มาปรุงเป็นอาหารรับประทานในหน้าหนาว เพื่อช่วยในการไหลเวียนของโลหิต และ ปรับสมดุลของร่างกายได้ดีนั่นเอง
                                  พืชสกุล จิงจูฉ่าย หรือ สกุลเจินจูฉ่าย ( 珍珠菜, 真珠菜)    เป็นกลุ่มพืช สกุล Lysimachia   ถือเป็น สมุนไพรจีน ส่วนมากนิยมนำไปใส่ใน เกาเหลาเลือดหมู เพราะ ช่วยดับกลิ่นคาวเลือดได้ ... การแพทย์แผนจีนโบราณถือว่าผักชนิดนี้มี คุณสมบัติเป็นยาเย็น(หยิน) มีรสขม ลักษณะต้นขึ้นเป็นกอคล้ายต้นใบบัวบก  เจริญงอกงามในที่แดดรำไร ชื้น ดินโปร่งแต่ไม่แฉะ  (ขอบคุณ ข้อมูลดีๆ จาก วิกีพีเดีย)


        















                                  เกริ่นนำ เรื่องราว ความเป็นมาของ ชื่อร้าน  มาซะยืดยาว  ครับ  ...  ก็เพราะว่า ร้านเกาเหลาในบ้านเรา  มันกลายเป็นชื่อเดียวกันหมดทั้งประเทศ  ...  เลยต้องเอาข้อมูล และ ความหมาย ของ  ชื่อที่เค้านิยมตั้ง  มาให้รับทราบความเป็นมากันครับ  ...   ผมก็เป็นอีกคนนึงครับ ที่ชอบทาน  เกาเหลาเลือดหมู   มีความรู้สึกว่า ทานทีไรมันชื่นใจซะเหลือเกินครับ  ....  จำได้ว่าสมัยตอนที่ยังไม่ได้ย้ายมาอยู่ที่  เชียงใหม่  15 ปีที่แล้ว ผมอยู่ที กรุงเทพฯ ครับ)   ...   ทุกๆ วันหยุด  หรือ เสาร์ อาทิตย์  ในตอนเช้า ๆ  ผมมักจะชวน ภรรยา  ขับรถไป สวนลุม ตั้งแต่เช้าเลยครับ  ..  อ่า  .. ไม่ได้ไปวิ่งนะครับ  .. 555 ..  ไปทาน   " เกาเหลาเลือดหมู "   ครับ  ... ไปตั้งแต่ ร้านนั้นเพิ่ง มาเปิด ข้างรั้วสวนลุม  จนเดี๋ยวนี้ ก็ยังอยู่ที่เดิม  แต่ว่า แทบหาที่นั่งกันไม่ได้เลยหละครับ  ...  ใครอยู่ ก.ท.ม. ลองแวะไปชิมนะครับ ร้านที่ผมพูดถึง ร้านนี้  วางร้าน อยู่ใต้ต้นก้ามปู  เยื้องๆร้าน Brown Sugar  (ร้านดั้งเดิม)  ที่ซอยสารสินครับ  ... อร่อยจริงๆครับ   แต่ช้านิดนึงนะครับเพราะเค้าทำทีละชามเลยครับ
                                 วันนี้ขอแนะนำ   ร้านเกาเหลาเลือดหมู   ร้านโปรด อีกร้านนึงในเมืองเชียงใหม่ครับ  ...  ร้านนี้  อยู่ต้นถนน ทางไป  ม.แม่โจ้ ครับ ... ถ้าขับรถมาตาม ถนนซุปเปอร์มุ่งหน้าเข้าเมือง  ลอดอุโมงค์ตรง ศาลเด็กมา ...  มาจนถึง   สามแยกไฟแดง  ที่มี โรงพยาบาลเทพปัญญา  ก็เลี้ยวขวา มาเลยครับ ... ขับมาเรื่อยๆ จนเห็น โชว์รูม รถ FORD  อยู่ทางด้านขวามือ  ก็เริ่มชิดซ้าย ได้เลยครับ ... ร้านนี้ตั้งอยู่เลยป้ายร้าน  ข้าวต้มบาทเดียว  ไปนิดเดียวครับ


               













          
                                 ร้านนี้เปิดตั้งแต่เช้าตรู่เลยครับ ...  เปิดกันตั้งแต่   6 โมงเช้า ถึง บ่ายสองโมง   แล้ว ปิดพักร้านซักพักเดียวครับ  กลับมาเปิดอีกรอบตอนเย็น ตั้งแต่เวลา  17.00น. ถึง  21.00น.  ครับ ... ร้านเป็นห้องแถวห้องเดียว สอาดสอ้านดีครับ ... ในร้านติดบอร์ดรายการอาหารไว้ ตัวเบ้อเริ่มเทิ่มเลยครับ มีตั้งแต่    โจ๊ก .. ข้าวต้ม .. เกาเหลาเลือหมู  .... แต่ที่ผมต้องมาบ่อยๆ ก็เพราะมาติดใจ เกาเหลาเลือดหมู ร้านนี้นี่แหละครับ
                
เกาเหลาเลือดหมู   ........   เกาเหลาเลือดหมู จะอร่อยไม่อร่อย  อยู่ที่องค์ประกอบหลายอย่างครับ ...  ร้านนี้ โดนใจใช่เลยทุกอย่างครับ
เครื่องใน  .....  เครื่องใน แทบไม่มีกลิ่นคาว เลยครับ  ...  เค้าล้างมา แบบ ไหลน้ำมาอย่างดี  (คนโบราณเค้าล้างเครื่องใน  ด้วยการเอาเครื่องใน คลุกด้วยเกลือก่อน แล้วเปิดน้ำ ให้ไหลล้น ภาชนะที่ใส่ ตลอดเวลาครับ)  ...  ทำให้ เครื่องในทุกชนิด  ไม่ว่าจะเป็น  เซี่ยงจี๊  , ไส้  ,  ปอด  ,  ม้าม  อร่อย  และ ไม่มีกลิ่นคาวเลยแม้แต่น้อยครับ  
เลือดหมู  .....   ใช้เลือดหมู ไม่ใช่ เลือดไก่  นุ่มเหนียวอร่อย  ...
หมูสับ   .....   หมูสับ เป็น หมูสับครับ  (หลายๆแห่ง  ไปบดหมู ซะละเอียด แถมใส่ แป้ง ใส่โน่น  ใส่นี่ จนแทบจะเป็น   "ลูกชิ้น"   ไปซะแล้วครับ) 
น้ำซุป   .....    น้ำซุป รสหอมหวาน  ตักมาแบบไม่ต้องขอเลยครับ  ตักมาเต็มชาม  ชามใหญ่ เกือบเท่า กาละมัง เลยหละครับ ....   เหยาะพริกไท เยอะๆหน่อย   อร่อยเหาะเลยครับ  ...  ที่สำคัญไม่แพ้อย่างอื่น ก็คือ  เครื่องปรุงครับ  
เครื่องปรุง  .....   พริกน้ำส้ม ใช้ พริกแดงตำ กลิ่นหอมอร่อยดีครับ ...  ส่วน พริกป่น .. น้ำปลา .. ก็เลือกใช้ของดีมีคุณภาพครับ  ...   ตามโต๊ะ ก็เตรียมถ้วยน้ำจิ้ม  ให้ไว้เรียบร้อยครับ
                 
ลองแวะไปชิมดูกันนะครับ   ...  โดยเฉพาะ ในช่วงหน้าหนาวที่เชียงใหม่  อากาศที่เย็นๆ  ได้ซด น้ำซุปร้อนๆ  เหยาะพริกไท เยอะหน่อย  อร่อย  สดชื่นดี ครับ



แผนที่ ร้านอาหารทั้งหมด ที่ผมเขียนไว้ใน    " แนะนำ ร้านอาหารอร่อย โดย ป๋าปึกส์ "   ครับ
https://mapsengine.google.com/map/edit?authuser=0&hl=en&mid=zi7qOsZPeff0.kmjHpvkh5cmM 





ป๋าปึกส์
2/07/2555

ขอแนะนำ ร้านโปรดของผู้เขียน
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2010/11/tengoku-1.html
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2010/11/tengoku-2.html
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2011/05/tengoku-de-cuisine.html


ติดตาม คอลัมน์ แนะนำร้านอาหารอร่อย โดย ป๋าปึกส์ ได้ทุกวันใน  Facebook
ได้ที่  : http://www.facebook.com/SuebsaengSun