Translate

เกิดข้อผิดพลาดใน Gadget นี้

วันเสาร์ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

ก๋วยเตี๋ยวเรือ ป่าวปาก .... เชียงใหม่


" ก๋วยเตี๋ยวเรือ ป่าวปาก "   ที่ ซอย วัดบวกครกหลวง  แถวๆ โรงแรม ดาราเทวี , เชียงใหม่



                    เอ่ยถึง  " ก๋วยเต๊่ยวเรือ "  คนรุ่นผมก็จะนึกถึง  ก๋วยเตี๋ยวเรือรังสิต เป็นลำดับแรกๆ เลยครับ  จำได้ว่าตอนเด็กๆ สมัยยังใช้ชีวิตนักเรียนนักศึกษา อยู่ใน กรุงเทพฯ  พอตกวันเสาร์อาทิตย์  เพื่อนๆ ชอบชวนผมไปทาน ก๋วยเตี๋ยวเรือ โกฮับ แถวๆ รังสิต อยู่เป็นประจำ  เสียดายนะครับ สมัยนั้นไม่มี Facebook   ให้เรา มีอะไรที่ถ่ายปุ๊ป อัพโหลดได้ปั๊ป เหมือนเดี๋ยวนี้  ... ไม่อย่างงั้น คงมี ป้ายโฆษณาเด็ดๆ  มาให้อ่านกันเป็นที่สนุกสนานเลยครับ ...  ตลอดสองข้างทางของ ถนน รังสิต - นครนายก  มีป้ายโฆษณาร้านก๋วยเตี๋ยวเรือ ติดกัน แข่งขันกัน ตั้งแต่ คลอง 1  ยันไปถึง  คลอง 10 เลยทีเดียวครับ
                   " โกฮับ อยู่ที่นี่ "  ....  " โกฮับ ตายไปแล้ว "  ....  " ลูกเมียหลวง ของโกฮับ "  .... " โกฮับ ไม่มีตัวตน  โกหก ชัดๆ "  ... อ่านแต่ละป้าย แล้วยังนึก อดขำ ไม่ได้เลยครับ  คนสมัยก่อนเขียน ข่มกันไป ข่มกันมา อย่างงี้ เค้าก็ไม่โกรธกันนะครับ ... ลองเป็นยุคนี้ คงยิงกันตายไปจนจรดคลอง 10  นั่นแหละครับ  ....  สมัยก่อน ร้านก๋วยเตี๋ยวเรือ รุ่นเก่าๆ ส่วนใหญ่ จะเป็น ก๋วยเตี๋ยวเนื้อ ซะเป็นส่วนใหญ่ ครับ  ... พอมาหลังๆ  คนไทย เริ่มหันมา ไม่ทานเนื้อมากขึ้น  ... พ่อค้าก๋วยเตี๋ยวเรือ ก็ปรับตนเองได้ดีครับ   หันมาทำก๋วยเตี๋ยวเรือหมูกันเป็นแถวๆ ครับ
















                     เมื่อวานนี้ ตอนเที่ยง เจอลูกชายกำลังจะออกไปทานข้าวกลางวันกับแฟน  ผมเลยถามว่าจะไปทานอะไรกัน ... เค้าบอกว่า จะไปทาน ก๋วยเตี๋ยวเรือ  ชื่อ ร้านก๋วยเตี๋ยวเรือป่าวปาก ... ไม่รอช้า ผมจัดแจงขึ้นรถเลยครับ บอกว่า ขอไปด้วยคน ... ร้านนี้อยู่ในซอยวัดบวกครกหลวง  ซอยเดียวกับ โรงแรม ดาราเทวี  นี่เองครับ  ถ้าขับรถมาจากวัดบวกครกหลวง เลย โรงแรม ไปทางถนนวงแหวน ร้านนี้อยู่เกือบถึงทางออกซอยด้านถนนวงแหวนเลยครับ  ซักประมาณ  150  เมตร ซ้ายมือ ก่อนถึง ปากซอยด้านวงแหวนครับ  ...
                     เดิมทีเมื่อซัก 2-3 ปีก่อนร้านนี้ ตั้งอยู่ริมถนน วงแหวน แถวๆ ปากซอยด้านหลังโรงแรมดาราเทวี  ผมเองเคยเป็นลูกค้าประจำ  ติดอกติดใจ รสชาติอันแสนจัดจ้านของร้านนี้มานาน  จัดจ้าน จนเจ้าของร้านต้องตั้งชื่อร้านว่า    " ก๋วยเตี๋ยวเรือ ป่าปาก "  เลยทีเดียวครับ ... เปิดไปซักพักไม่ทราบว่าเกิดอะรไขึ้น ก็ย้ายร้านกลับมาอยู่ในซอย  แล้วผมก็ไม่ได้กลับมาร้านนี้อีกเลย  อาจจะเป็นเพราะใกล้เกินไปเลยไม่ได้แวะ  และ เมื่อ 3 ปีที่แล้วก็ยังไม่ได้เริ่มเขียน แนะนำอาหารเลยครับ ไม่อย่างงั้น คงเขียนให้ร้านนี้ไปนานแล้วครับ
                     มาวันนี้ พอจอดรถหลังร้านเสร็จก็เดินมาที่ร้าน ร้านเพิ่งเปิดเลยครับ  เลยเดินไปดูเจ้าของร้านว่า คนเดิมรึเปล่า ...  น้องเจ้าของร้านเค้าจำผมได้ครับ  ...  อืมมม  มาไม่ผิดร้านแล้วครับ  ก็ทักทายกันตามประสาคนเคยเจอกัน   น้องเค้าบอกว่า เดี๋ยวนี้ รสชาติ ไม่จัดจ้านเหมือนเดิมแล้วค่ะ เพราะลูกค้าบางคนทานเผ็ดไม่ได้ เลยไม่ใส่พริกให้ แต่เตรียมพริกป่นที่คั่วเองไว้ให้ตามโต๊ะแทน 

                                         














         
                     ก่อนเดินกลับมานั่งโต๊ะ ผมก็จัดแจงสั่งของตัวเองเลยครับ  หมี่ขาวตกทุกอย่าง 1 ที่  แล้วก็กลับมานั่งโต๊ะ  พอยก ชามก๋วยเตี๋ยวมา ก็ได้กลิ่นน้ำตกในถ้วยลอยมาเลยครับ  กลิ่นหอมเหมือนเดิมครับ  พอตักชิมถึงทราบว่า ที่ไม่จัดจ้านเหมือนเดิม คงเป็นแค่ความเผ็ดที่ไม่ได้ใส่มาให้ เท่านั้นครับ   น้ำซุปเข้มข้น หอมมันเหมือนเดิมครับ ...  เติมแค่พริกน้ำส้มนิดนึง น้ำปลานิดนึง พริกป่นนิดนึง ... โอววววววว  อร่อยโลดครับ  มีถั่วงอกดิบ และ ใบโหระพา ให้หยิบใส่ได้ตามใจชอบครับ  ก๋วยเตี๋ยวเรือ ใส่ใบโหระพา บิดแค้บหมู ใส่ลงไปซักหน่อย ช่างเข้ากันได้ดี ซะจริงๆ ครับ .... โอวววว  อร่อย แต๊ๆครับ ... ก๋วยเตี๋ยวเรือร้านนี้เป็น ก๋วยเตี๋ยวเรือหมูนะครับ  มีทั้ง หมูเปื่อย หมูตุ๋น ลูกชิ้นหมู เนื้อหมูลวก ตับ เครื่องใน พร้อมครับ ...  นั่งทานไปอยู่เพลินๆ ลูกชาย สั่งลวกจิ้มมาทานเล่นอีกจานนึงครับ ... อร่อยดีครับ เนื้อหมู ตับ ลวกมา สุกกำลังดีครับ   ที่สำคัญ น้ำจิ้มที่ใช้จิ้มของลวกนี่ซิครับ กลมกล่อมอร่อยเด็ดเลยครับ
                   ทานจนหมดเห็น ลูกชายสั่งเบิ้ล อีกจาน  ผมเกรงว่าเค้าจะเหงา เลยสั่ง เส้นเล็กตกทุกอย่างไม่ชิ้น มาอีกหนึ่งครับ .... อร่อยเด็ดเหมือนกันครับ   ถึงแม้ลดความเผ็ดลง แต่ความเข้มข้นของน้ำซุปก็ยังคง หอมอร่อยเหมือนเดิมครับ  
















                  ใครผ่านมาแถวย่านซอยวัดบวกครกหลวง แล้วเกิดอยากทาน ก๋วยเตี๋ยวเรือ ลองแวะมาชิมที่ร้านนี้ซิครับ  อร่อยดีครับ





ป๋าปึกส์
16/11/2555
ขอแนะนำ ร้านโปรดของผู้เขียน
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2010/11/tengoku-1.html
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2010/11/tengoku-2.html


ติดตาม คอลัมน์ แนะนำร้านอาหารอร่อย โดย ป๋าปึกส์ ได้ทุกวันใน  Facebook
ได้ที่  : http://www.facebook.com/SuebsaengSun

วันอังคารที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

สวนหอม ข้าวรำ ที่ สันทรายน้อย เชียงใหม่


" สวนหอม ข้าวรำ "   อร่อย ราคาย่อมเยาว์   ย่าน สันทรายน้อย   เชียงใหม่


       










นานๆที  ผมถึงจะไปทาน ร้านอาหาร ร้านใหญ่ๆ  ที่มีดนตรีเล่น ซักทีนึงครับ
จำได้ว่าเคยไปทานร้านอาหารที่มี ดนตรีเล่น  ครั้งสุดท้ายก็เกือบ   4-5 ปีแล้วครับ
(ที่ไม่ค่อยชอบไป คงเพราะว่า ผมร้องเพราะ กว่า มั้งครับ ..  5555)
เมื่อคืน พ่อลูกชาย  ชวนไปกันทั้งครอบครัวเลยครับ เป็นวันเปิดร้านโซนใหม่ ของเพื่อนลูกชาย
                             
เราออกเดินทางจากบ้าน  ใกล้ๆ วัดเจ็ดยอด มาตามถนนซุปเปอร์ มุ่งหน้าไปทางไปลำปาง (แต่เราไม่ได้ไปลำปางนะครับ)
พอข้ามสพานน้ำปิง ตรงฟ้าฮ่าม   ก็ชิดซ้าย (ออก เลนคู่นาน)  หรือ  จะตรงไปผ่านสามแยกทางโรงพยาบาลเทพปัญญา   แล้วค่อยออกเลนคู่ขนาน  ก็ได้นะครับ 
มาจนถึงแยก ศาลเด็ก  ( เซ็นทรัล เฟสติวอล )  ก็เลี้ยวซ้าย  มุ่งหน้าไปทาง ดอยสะเก็ด เลยครับ
ผ่านสี่แยกวงแหวนแรก (ที่มีอุโมงค์ ลอดข้างล่าง)
ตรงไปจนเจอ สี่แยกไฟแดงอันถัดไป แล้วเลี้ยวซ้าย ตรง ถนนวงแหวนรอบที่ 2  
แล้วตรงไปประมาณ 100  กว่าเมตร  จะเห็น    " ร้านสวนหอมข้าวรำ "  อยู่ด้านซ้ายมือ







พอมาถึงหน้าร้าน ถึงกับตกใจเลยครับ  ตกใจในความใหญ่โต ของร้านอาหารเลยครับ
ร้านนี้แบ่งเป็นหลายโซนด้วยกันครับ   ที่ทั้งนั่งกลางแจ้ง รับลมหนาว  มีทั้งเป็นห้อง คาราโอเกะ   มีทั้งอยู่ในอาคาร โอเพ่นแอร์  ...  แต่ที่อาคารใหม่ที่เปิดใหม่ เมื่อคืนนี้   ใหญ่โตมโหฬารครับ
ผมพอประมาณคร่าวๆ  น่าจะ จุแขกได้กว่า  200 คนเลยทีเดียวครับ  .
เอาเป็นว่า ใครจะมา  จัดเลี้ยงสังสรรค์ หรือ พาพนักงานบริษัท  หรือ จะพาหัวคะแนนมาเลี้ยง  ละก้อ  มาร้านนี้  ผมว่า รวมทุกโซนแล้ว  จุได้   4 - 5   ร้อยคนสบายๆ ครับ
                               
มาถึงก็เจอเจ้าของร้านเลยครับ  ออกมาต้อนรับอย่างเป็นกันเองกับแขกที่มาอุดหนุน ในวันแรก ของโซนที่ปรับปรุงใหม่ ครับ
เหลือบไปมองโต๊ะอาหารแต่ละโต๊ะ  มีทั้ง โต๊ะขนาดธรรมดาๆ   และ   โต๊ะยักษ์ใหญ่ ครับ
ที่เรียกว่า   " โต๊ะยักษ์ใหญ่ "   ก็เพราะ  บางโต๊ะ เป็นไม้แผ่นเดียว ขนาดยาวใหญ่ ผมว่า นั่งได้ 20 กว่าคนเห็นจะได้ครับ  หลังคาสูง ลมพัดโกรกเย็นสบายไม่ต้องใช้พัดลมเลยครับ  หน้าหนาวอาจต้องใส่เสื้อเพิ่ม ซะด้วยซ้ำครับ  ด้านในร้านมีเวที สำหรับ วงดนตรี   ดนตรีก็เล่นเพราะดีครับ













                           


นั่งโต๊ะเรียบร้อย  ก็ขอให้ เจ้าของร้าน  ช่วย  แนะนำ และ สั่งอาหารจานเด็ด ของที่นี่ มาเลยครับ ...


" กบ ผัดระเบิด "  
ผมเริ่มสันนิฐานว่า คนเมืองนี้คงชอบทานกบ กันมากทีเดียวครับ  โดยเฉพาะ เจ้า กบผัดเผ็ด 
ที่ สันนิฐานเช่นนั้น ก็เพราะเวลาผมไปทานร้านอาหารไทย  ที่มีชาวเชียงใหม่ ไปทานกันเยอะๆ  มักจะมี เมนู นี้ เป็นอาหารดัง ของร้านนั้นๆ แทบทุกร้านครับ
ไม่ว่าจะเป็น ร้านข้าวแกง  ร้านอาหารเมือง หรือ ร้านใหญ่ๆ แบบร้านนี้  ...  แต่ผมเองก็ชอบ เหมือนกันครับ
ก่อนทาน สงสัยเหมือนกันครับ ว่า ทำไมร้านนี้ ถึงเรียกว่า  " กบผัดระเบิด "
พอตักเข้าไปคำเดียวเท่านั้นครับ  ...   ไม่ต้องอธิบายอีกเลยครับ  ระเบิดจริงๆ ครับ
เนื้อกบแน่นๆ  เครื่องเคราครบครับ  รสชาติครบรส  แต่ที่เด่นสุดๆ ก็ คือ  รสเผ็ดแบบจัดจ้าน ด้วยรสชาติของสมุนไพร  แบบ เผ็ดระเบิดจริงๆ เลยครับ
ใครที่ชอบอาหาร รสจัดจ้านของสมุนไพร    ไม่ควรพลาดจานนี้ เลยครับ


" ปลาคังผัดระเบิด "  
เนื้อปลาคัง สดๆ หั่นมาขนาดกำลังดี  ...  ตอนแรกที่ได้ยินชื่อ เมนู นี้ ก็ไม่รู้สึกอะไรเท่าไหร่  ... แค่คิดว่า คงร้อนแรงแบบผัดเผ็ด ธรรมดาๆ ครับ
แต่พอ ตักชิมเข้าไปซิครับ  ...  ตู้มมมมมมม  ...  ระเบิดจริงๆครับ
จานนี้  จัดจ้าน ไม่แพ้  กบระเบิด   รสแซ้บ ถึงเครื่อง  ดีจริงๆครับ  อร่อยดีครับ
ทานง่ายกว่า กบ  ตรงไม่มีกระดูก ติดมาด้วยครับ
อร่อยแค่ไหนยังไง  ไม่อยากอธิบายครับ  
เอาเป็นว่า จานนี้เราต้องสั่ง เบิ้ล มาอีกจานนึงเลยครับ


" เมี่ยงสวนหอม "  เป็นเมี่ยง ที่ห่อด้วยแป้ง คล้ายๆ แป้งที่ห่อ  ป่อเปี๊ยะสด
แป้ง นุ่ม และ เหนียวกำลังดีครับ
ส่วน ไส้  จะเป็น เห็ดหอม และ เต้าหู้ กับ ผัก ....  ทานแล้วรู้สึก ได้วิตามิน เข้าร่างกาย เต็มๆ ครับ
จานนี้  เสิร์ฟมาพร้อมกับ น้ำจิ้ม  ....   รสชาติเข้มข้น แบบน้ำจิ้มสามรส 
อร่อยลงตัวดีครับ


" ปลากระพงทอดน้ำปลา "   
ปลากระพงขนาดกำลังดี   ทอดมาดีมากเลยครับ  กรอบจนเคี้ยวได้ทุกส่วนเลยครับ
ที่เสริม ความอร่อย ก็ตรง น้ำยำมะม่วง    ที่เสิร์ฟมาพร้อมกัน นี่แหละครับ
มะม่วงรสเปรี้ยว  พร้อมหอมแดงซอย  ตัดกับ รสหวานเล็กน้อย  ตามด้วยรสเค็ม ที่แทรกมา แบบกำลังดี  ...   ตักราดมาบนเนื้อปลา  ช่างเข้ากันดี ซะเหลือเกินครับ


" ต้มยำปลาคัง "  

 โดยส่วนตัวผมเป็นคนชอบทาน ปลาคัง อยู่แล้วครับ ... ผมว่ารสชาติของเนื้อปลาคัง  มันเร้าใจดีครับ   โดยเฉพาะเอามาต้มยำน้ำใส  แบบต้มโคล้ง  แบบที่ร้านนี้ด้วย
อร่อยจน ฝรั่ง โต๊ะข้างๆ  ทานเข้าไป  ยังต้องร้อง   " แซ้บอีหลีตั้ว "   เลยหละครับ  ..


" ปลาหมึกชุปแป้งทอด "   
จานนี้เหมาะมาก ที่เอามาเป็นตัวช่วยให้กับเมนู ที่มี  กบ หรือ ปลาคัง  แล้วลงท้ายเมนูว่า   " ผัดระเบิด "    อย่างยิ่ง ครับ
ช่วยบรรเทา  อาการ แซ้บ   ได้ดีทีเดียวเลยครับ


" แกงส้ม ชะอมไข่ "  
เมนูยอดนิยม ของ ร้านอาหารไทยเกือบทุกร้าน
แต่ที่ร้านนี้ รสชาติของน้ำแกงส้ม เข้มข้นจัดจ้านกำลังดี   รสชาติกลมกล่อม ไม่เผ็ดมาก   ซดน้ำแกงเปล่าๆได้เลยครับ
ชะอมทอดไข่  ที่ร้านนี้  หนาปึ้ก  เนื้อฟูแน่น  ดีจังเลยครับ


อาหารที่สั่งมา จนเต็มโต๊ะ ...  พอทานเสร็จ เล่นเอาง่วง กันเลยครับ





                           
แต่ที่น่าชมเชย ร้านนี้ก็คือ เมื่อวานเป็นวันเปิด โซนใหม่ วันแรก  ... ขนาดผู้คนเยอะแยะ  อาหารสั่งกันเต็มโต๊ะทุกโต๊ะ  ...  แต่ก็ไม่ช้าเลยครับ  มืออาชีพจริงๆครับ

ลองแวะไปชิมดูนะครับ จะทานไปด้วย ร้องเพลงไปด้วย  ก็มีให้เลือกหลายโซนนะครับ   ทั้งห้องคาราโอเกะ  ... ลานกลางแจ้ง  และ โซนใหม่ ที่มี นักร้องนักดนตรี และ นักร้อง คอยขับกล่อม เพลงเพราะๆ ให้ฟังกันจนเลิกเลยครับ ... อ้อ วันไหน มีกีฬาดีๆ  ที่ร้านนี้ ก็มีจอทีวี ถ่ายทอด จอเบ้อเริ่มเทิ่ม ให้ดูไปด้วยทานไปด้วยครับ

ที่น่าสนใจที่สุดก็คือ ...   ทางร้าน จัด คอนเสิร์ท วงดีๆ มาให้ชมกันอยู่เรื่อยครับ
ติดตาม รายละเอียด ว่า วันไหนวงอะไร  หรือ มีโปรโมชั่นพิเศษ เมื่อไหร่  ทาง  Facebook  ของร้านนี้  ได้ที่  
https://www.facebook.com/suanhom 


สอบถามเส้นทาง หรือ จองที่นั่ง  โทร     086-655-2390    ,    053-350-009

*********************************

Update  
ล่าสุดครับ ... เมื่อวันอาทิตย์ ที่ผ่านมา  (22/6/2557)
ผมกลับไปทาน มื้อกลางวันอีกครั้งนึง  และไปลองเมนูที่ไม่เคยทาน  แล้วถึงขนาดติดใจเลยครับ เลยขอเอามาแนะนำเพิ่มเติมครับ





" เมี่ยงคำ "    


สำหรับผม ผมว่า    หัวใจของเมี่ยงคำ อยู่ที่ น้ำจิ้ม ครับ
ผมเป็นคนชอบทานเมี่ยงคำ เป็นชีวิตจิตใจ จนภรรยาผม ทราบดี
ไม่ว่า เค้าไปเจอ เมี่ยงคำ ร้านไหน อร่อยๆ  ก็จะซื้อกลับบ้านมาฝากผมทุกเที่ยวครับ  ...  ผมว่า ผมทานมาครบเกือบทุกร้านอร่อยแล้วครับ
แต่ ...  ขอบอกว่า   น้ำจิ้ม ร้านนี้ อร่อยแบบ ไม่แพ้ใคร    เลยทีเดียวครับ
เครื่องเคียงครบครัน  ทั้งกุ้งแห้ง .. หอมแดง .. ขิง .. มะพร้าวคั่ว .. ถั่วลิสง .. มะนาว .. พริกขี้หนู
และ ที่เด็ดที่สุด ของเครื่องเคียงร้านนี้ ก็คือ  กากหมูทอด ครับ  (แปลกแต่เข้ากันดี จริงๆ ครับ)
ใบชะพลู  ใบใหญ่กำลังดี สด สีเขียวเข้ม ล้างมาสอาด น่าทานดีครับ
อร่อยจนต้อง ซื้อกลับไปบ้านอีกชุดนึง เลยครับ
จานนี้  it's must  เลยครับ


แผนที่ร้านอาหาร ทั้งหมดที่ผมเขียนแนะนำ ไว้ใน   " แนะนำ ร้านอาหารอร่อย โดยป๋าปึกส์ "
https://mapsengine.google.com/map/edit?authuser=0&hl=en&mid=zi7qOsZPeff0.kmjHpvkh5cmM



ป๋าปึกส์
13/11/2555
ขอแนะนำ ร้านโปรดของผู้เขียน
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2010/11/tengoku-1.html
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2010/11/tengoku-2.html


ติดตาม คอลัมน์ แนะนำร้านอาหารอร่อย โดย ป๋าปึกส์ ได้ทุกวันใน  Facebook
ได้ที่  : http://www.facebook.com/SuebsaengSun








 


วันเสาร์ที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

ครัวย่า ... ในหมู่บ้านเลคแลนด์ เชียงใหม่


" ครัวย่า "   ... ในหมู่บ้านเลคแลนด์  บนถนนเลียบคลองชลประทาน   เชียงใหม่



                                   เมื่อวานนี้  ตอนประมาณ ซักเกือบจะเที่ยง   ....  ผม Post  ลงไปใน  Facebook  ในหน้า  " แนะนำอาหารอร่อย โดย ป๋าปึกส์ "   ว่า   " ใครมีร้านเด็ด แนะนำ มาหน่อยครับ .... วันนี้ ผมว่าง พร้อมจะตามไปชิม ครับ "   ....   ชั่วพริบตา เดียวเองครับ ... โอววววว  ได้รับคำแนะนำ มาจาก พี่ๆ เพื่อนๆ น้องๆ  เยอะแยะไปหมดครับ  ...  เยอะจนแทบจดไม่ทันเลยครับ  แต่ก็เก็บรายละเอียดไว้ทุกร้านเรียบร้อยแล้วครับ  ช่วงนี้งานน้อยหน่อยครับ   จะตระเวนชิมให้หมดทุกร้านเลยครับ .
แต่ ก็อย่างที่บอกไว้  ใน คำนำ  ตอนบนของ  Blog  ที่ผมเขียนแนะนำ ร้านอาหารอร่อย  นะครับ ...  " ผมเขียนเฉพาะร้านที่ผมชอบครับ "   ...   บางร้านที่ยังไม่ได้เขียน  ก็เพราะยังไปไม่ถึง  แต่บางร้านก็อร่อย แต่ไม่ชอบ   เพราะหลายสาเหตุ    อย่าไปถือสาผมเลยครับ  ...  แต่ที่สำคัญที่สุด   ผมไม่เคยเขียนตำหนิ หรือ ต่อว่า ใครนะครับ  ...  ไม่ชอบก็เก็บเอาไว้คนเดียวครับ  ....  ถ้าชอบก็เชียร์ขาดใจเลยครับ  
ที่สำคัญ ไปร้านไหน  ร้านนั้น  ขออย่าได้ มาเลี้ยงผม เลยนะครับ   ...   ร้านไหน มาเลี้ยงเมื่อไหร่  ผมก็ไม่เคยเขียนแนะนำ ให้เลย ซักแห่งครับ 
                                    วันนี้เผอิญ นัดภรรยาไว้  ว่าจะไปส่ง  น้องสาวไปสนามบินพร้อมกัน  ตอนบ่ายสามโมง ... พอทราบเส้นทางของ  ร้านอาหารร้านนึงที่มีคนแนะนำมา ชื่อร้าน    " ครัวย่า "   ครับ  ...  ก็เลยจัดแจง โทรบอกภรรยากับน้องสาว  ว่าเดี๋ยวไปเจอกันที่    " ร้านครัวย่า  ในหมู่บ้านเลคแลนด์ "   ... ว่าแล้วก็ บึ่งรถ ออกจากที่ทำงานเลยครับ  ...  มาตามวงแหวนวงแรก หลัง ม.พายัพ  ...  มุ่งหน้ามาทางพืชสวนโลก  ...  ข้ามสะพาน  ...  ลอดอุโมงค์มาตลอด  ...  มาจนถึง  สามแยกคลองชลประทาน  (ที่เลี้ยวซ้ายไปพืชสวนโลก เลี้ยวขวาไปตลาดต้นพยอม)   ...  ก็เลี้ยวขวามาเลยครับ ...  มาเรื่อยๆ จนถึง สำนักงาน อ.บ.ต. สุเทพ  ....   กลับรถ ตรงหน้า อ.บ.ต. มาอีกฝั่งเลยครับ  ...  วิ่งมาอีกหน่อยเดียวครับ  จะเห็นป้าย    " หมู่บ้าน เลคแลนด์  "    เลี้ยวเข้ามา ชิดซ้ายมาตลอด ตรงทางแยกมีป้ายบอกทางมาร้าน  ครัวย่า  ขับตามป้ายมาเลยครับ 


















                                  มาถึงร้าน  ภรรยากับน้องสาวนั่งโต๊ะกันเรียบร้อยแล้วครับ  ผมก็เลยเดินสำรวจรอบๆร้าน ... น่ารักดีครับ ร้านนี้เปิดอยู่ในบ้านคุณย่าครับ อยู่ริมน้ำ บรรยากาศร่มรื่นเลยครับ ... เดินดูจนรอบกลับมานั่งโต๊ะ ปรากฏว่า 3 สาว บอกว่าสั่งอาหารไปบ้างแล้วนิดหน่อยครับ  สอบถามว่าสั่งอะไรไปบ้าง ...  อืมมม  นิดหน่อยของพวกเธอ ก็มี  แกงไตปลา  ,  แกงเหลือง ไข่เจียว เนื้อเค็ม แกงมัสหมั่นเนื้อ  ,  ข้าวคั่วแห้งปลาสลิด  ... ระหว่างนั่งรออาหาร ภรรยาผมก็เล่าว่า ร้านนี้เค้า ป็นลูกค้าประจำ ตั้งแต่ยังอยู่ หลัง ม. เวลาไปส่งลูกสาวที่ สาธิต ก็มักจะแวะอุดหนุนกันเป็นประจำ  แต่ตั้งแต่ย้ายมาที่ใหม่เค้าเองก็พยายามตามหามา 3 ปีเต็มๆ ว่าย้ายไปไหน  ในที่สุดวันนี้ได้กลับมาร้านโปรดร้านเดิมซักที (ถึงว่า เธอสั่งอาหารของเธออย่างคล่องแคล่ว เลยครับ)










               








แกงไตปลา   ..........    ใครสั่งจานนี้  ขอแนะนำว่า  ควร สั่งมาพร้อมกับ  " ไข่เจียว "  เลยครับ  ...  แกงไตปลาสีเหลืองเข้ม  ออกน้ำตาล  คล้ายๆ แกงไตปลา แบบ เมืองนครฯ  ...  ใส่ผักนานาชนิด ทั้ง  มะเขือ หน่อไม้ และ มันฝรั่ง ...  มีเนื้อปลาชิ้น ย่อม ย่อม ลอยหน้ามาน่าทานเลยครับ  ....  หอมกลิ่นไตปลาอย่างดี    ...   มาทราบทีหลัง จากคุณย่า เจ้าของร้านว่า  ท่านสั่ง ไตปลา  ตรงมาจาก   " ทะเลน้อย "   จากเมืองพัทลุง   ....   พอตักชิม คำแรก  แทบจะลุกขึ้น  ไปยืนตรงกลางร้าน   แล้ว ร้อง   " โอวววววว "    ยาวๆ เลยครับ  ...  รสชาติ มันช่างกลมกล่อม  จัดจ้าน  จนเผ็ดกำลังดี  ...  คนที่ทานเผ็ดไม่ค่อยได้ ควรสั่ง ไข่เจียว มาทานพร้อมกันด้วยเลยครับ

แกงเหลืองหน่อไม้   ..........   แกงเหลือง  ที่สีเหลือง  สวยด้วยขมิ้น  ...  หน่อไม้สดๆ หั่นมา ได้ขนาดพอดีคำ  เนื้อปลาล้วนๆ ในแกงสดจนเด้ง เลยครับ    ....  รสชาติเข้มข้น จัดจ้าน  แต่ไม่ถึงกับเผ็ดมาก  เอาเป็นว่า ผมสามารถทานน้ำแกงเปล่าได้เลยครับ   ....   จานนี้ อร่อย จนต้องสั่ง  ข้าวสวยเพิ่มมาอีกที่นึงเลยครับ   ... จานนี้ อร่อยแบบต้องให้ รางวัล ชนะเลิศเลยครับ  อีกเช่นกันครับ
ผมว่า   แกงปักษ์ใต้ ทั้งสองอย่างของร้านนี้    รสชาติ กำลังดี  ไม่จัดจ้านเหมือนแกง  ในร้านปักษ์ใต้แท้ๆ   แต่ยังคงรักษากลิ่นไอ  ของความเป็น อาหารปักษ์ใต้   ได้อย่างกลมกล่อมและ ลงตัวเลยครับ

แกงมัสหมั่นเนื้อ   ..........   แกงมัสหมั่น  ถูกจัดอันดับว่า เป็น หนึ่งในอาหารไทย ยอดนิยม  ที่ฝรั่ง ชอบทานมากที่สุด  ...  แค่พอตักชิม  คำแรก  ก็ต้อง  ท่องเป็นกลอน สุนทรภู่  กันเลยหละครับ  ...  " มัสหมั่นแกงแก้วตา หอมยี่หร่ารสร้อนแรง .. ชายใดได้กลืนแกง ฯลฯ "    .. อะไรต่อ ผมก็จำไม่ได้แล้วครับ ... ที่แน่ๆ   เนื้อวัวเคี่ยวมาจนนุ่มทานง่าย  น้ำแกงเข้มข้น  หอมกลิ่นยี่หร่า  อร่อยเด็ดเลยหละ ครับ  ...  ทานแกล้มกับ อะจาด  ...  หร๋อย จั่ง หู๋   เลยครับ

ข้าวคั่วปลาสลิดแห้ง  ..........   จานนี้  พอยกมาวางบนโต๊ะ  ช่างดู น่าทานดีจังเลยครับ  ....  ตกแต่งจาน ซะโก้เก๋ เลยครับ  ....  เอาข้าวสวยใส่ถ้วยแล้วคว่ำลงบนจาน  วาง  ปลาสลิดคั่วแห้ง  ไว้บนข้าว  ...  เนื้อปลาสลิดทอดกรอบ   คั่วมาจนแห้ง  รสชาติ  เผ็ดนิดๆ   กลมกล่อม อร่อยกำลังดีครับ   


เนื้อเค็ม  ..........    เนื้อเค็ม กับ แกงปักษ์ใต้ เป็น เครื่องเคียง ที่ผมชอบที่สุดครับ  ผมว่า มันช่างเข้ากัน กับ แกงปักษ์ใต้ ที่จัดจ้านทุกชนิด ดีครับ   ...  เนื้อเค็ม ที่รสชาติไม่เค็มจัด   เนื้อนุ่มเคี้ยวง่าย  อร่อยดีครับ

















             
                               นั่งทานกันไปซักพักนึง   คุณย่า   เจ้าของร้าน เดินมาที่โต๊ะเลยครับ   ผมก็สวัสดีท่าน  ...  ท่านช่าง น่ารักมากเลยครับ  ...  ผมไม่สงสัยเลยว่า  ทำไมลูกค้าถึงติดอกติดใจ  ร้าน ครัวย่า  มายาวนานกว่า 20 ปีแล้วครับ   ...   คุณย่า  ทักทาย พูดคุย เล่าเรื่องราวตั้งแต่สมัยเปิดร้านอยู่หลัง ม.  มีทั้ง นักศึกษา อาจารย์ ผู้ปกครอง  แวะเวียนมาอุดหนุนคุณย่า   อยู่เป็นประจำครับ  ....    คุณย่า เพิ่งย้ายหนี ความจอแจ ความวุ่นวาย จากย่านนั้น  มาอยู่ที่หมู่บ้าน เลคแลนด์เมื่อ 3 ปีที่แล้ว  ...  แต่ท่าน  ยังคิดถึงลูกค้าเก่าๆครับ   ก็เลยมาเปิดร้านใหม่ที่บ้านตัวเองซะเลยครับ  ...   คุณย่ามายืนคุยสนุกสนาน ถามไถ่แบบเป็นห่วงเป็นใย  ว่า  พวกเราจะชอบอาหารร้านคุณย่ามั้ย (ระหว่างคุยกัน ผมสั่ง แกงไตปลา มาทานเพิ่มอีกหนึ่งที่ เท่านั้นยังไม่พอครับ  สั่งใส่ถุงไปฝากลูกสาวอีก 3 ถุงครับ)  ...  คุณย่า   ใจดีมากเลยครับ  ท่านเล่าถึงวิธีทำอาหารตามสูตรคุณย่า  ผมเลยถือโอกาส ฝากเนื้อฝากตัวกับคุณย่าเลยครับ ว่า ถ้า  คุณย่า   เปิดสอนทำอาหารเมื่อไหร่   ...   ขอผมเป็นลูกศิษย์ รุ่นแรกเลยนะครับ
                               นั่งคุยกับคุณย่า ไปซักพัก ที่สั่งมา รวมไปถึงที่สั่งเพิ่ม ก็แทบจะเหลือก้นชามหมดทุกจานแล้วครับ ...  ท่านเลยถามผม ว่า เคยลอง   " แกงฮังเล ขาหมู "    ที่นี่แล้วรึยัง ...  ท่านเล่าว่า ท่านเอา   ขาหมูไปตุ๋น จนเปื่อย  ...  จนน้ำมันจากหมูออกมาเกือบหมด  แล้วช้อนน้ำมันออก ...  แล้วถึงเอาน้ำมันพืชมาผัดเครื่องแกงฮังเล   แล้วลงมือแกง  ...  ส่วนมากแกงฮังเล  ทางเหนือมักใช้หมูสามชั้น  ซึ่งมักจะทำให้  น้ำมันออกมาเยอะ  ลอยหน้าเต็มหม้อแกงไปหมด  แถมยังอันตรายต่อสุขภาพด้วยครับ  ...   ท่านเล่าว่า  ที่ท่านเลือกใช้  ขาหมู    ก็เพราะมีมันน้อยกว่า   แถมเวลาเคี่ยวจนเปื่อย แล้ว  เนื้อก็อร่อยกว่าด้วยครับ  ...   แถมคุณย่า ยังเล่าต่อว่า   ฮังเลขาหมู  จานนี้   ...   เป็นรายการอาหาร ที่มีคนสั่งซื้อกลับบ้านมากที่สุด ในร้านเลย  ...   พอท่านเล่าจบ  จะรอช้าอยู่ใยครับ   ผมจัดแจงเรียกเด็ก สั่ง  ฮังเลขาหมู  มาอีกอย่างนึงเลยครับ    (ขอบอกว่า  คุณย่า  ท่านเป็น อาจารย์เลคเชอร์ ทางการตลาดได้ สบายๆ เลยครับ ... อิอิ) 

















แกงฮังเล ขาหมู   ..........    ตอนยกอาหารมาถึงโต๊ะ    ผู้ร่วมโต๊ะทั้งสามของผม   สั่งของหวานไปแล้วครับ  ...   พระเจ้าช่วย  ....   คุณย่า เพิ่งเล่าเสร็จ หยกๆ ว่า   " แต่ละชามใช้ขาหมูหนัก ครึ่งกิโล "  ...  ผมจะไหวมั้ยนี่ ?   ...   สู้ตายครับ ว่าแล้วก็ ตักแกงฮังเล พร้อมขาหมู  (พยายามเขี่ยดูว่า จะมีมันหมูเยิ้มๆ เหมือนแกงฮังเลที่อื่นมั้ย ... ดีจังเลยครับ ไม่มีเลยแม้แต่น้อย .. ไม่ต้องกลัวอ้วนกันเลยครับ)    แค่พอได้ชิมน้ำแกง    ....   อืมมมม  ผมชอบครับ   แกงฮังเล ที่นี่ ไม่ได้หวานเจื้อยแจ้ว เหมือนฮังเล ทั่วๆไปครับ  ...   กลิ่นเครื่องแกง  หอมโชยมาตั้งแต่วางบนโต๊ะแล้วครับ   ...  รสชาติกลมกล่อมอร่อยกว่าแกงฮังเลที่ผมเคยทานครับ  ...  ถึงว่าครับ  จานนี้ถึงเป็นจานที่มีผู้คนสั่งซื้อใส่กล่องไปฝาก พรรคพวกเพื่อนฝูง กันเยอะที่สุดครับ  ที่สำคัญ ที่ร้านนี้เค้า Pack ใส่กล่อง แช่เย็นไว้แบบมืออาชีพเลยครับ  เอาไปฝากใครที่ไหน แค่เอาแกง เข้าไมโครเวฟ  ก็อร่อยล้นใจเลยหละครับ 

ยังมีอีกหลายเมนูอร่อยนะครับ  แต่วันนี้ผมไม่สามารถกลืนอะไร ลงไปในกระเพาะผม ได้อีกแม้แต่น้อยครับ  .....   ขอขอบคุณ  เพื่อนๆ ใน Facebook  คุณ  Asama Mook Vichaidit    และ   คุณ Creatived Dice  ที่กรุณาแนะนำร้านนี้ให้ผม   และ  และที่สำคัญ   ...  ต้องขอบพระคุณ คุณย่า ที่กรุณามาเล่า เรื่องราวต่างของ อาหารปักษ์ใต้   ร่วมชั่วโมง  ผมได้ความรู้มากมาย จาก คุณย่า ครับ ...   ผมคง เป็น  Fan Club  ของ  คุณย่า    ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปเลยครับ
                     
ลองแวะไปชิมกันดูนะครับ   " ครัวย่า "   ...  เปิดทุกวัน  09.30 น.  ถึง  14.00 น. 
          
โทร    053-805-497   ,   089-433-5991  ,  087-300-5145




แผนที่ ร้านอาหารทั้งหมด ที่ผมเขียนแนะนำไว้ใน    " แนะนำ ร้านอาหารอร่อย โดย ป๋าปึกส์ "

https://mapsengine.google.com/map/edit?authuser=0&hl=en&mid=zi7qOsZPeff0.kmjHpvkh5cmM




ป๋าปึกส์
10/11/2555

 ขอแนะนำ ร้านโปรดของผู้เขียน
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2010/11/tengoku-1.html
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2010/11/tengoku-2.html


 ติดตาม คอลัมน์ แนะนำร้านอาหารอร่อย โดย ป๋าปึกส์ ได้ทุกวันใน  Facebook
ได้ที่  : http://www.facebook.com/SuebsaengSun