Translate

เกิดข้อผิดพลาดใน Gadget นี้

วันพุธที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

ชีวิตธรรมดา .. Chevit Thamma Da ... เชียงราย



ชีวิตธรรมดา  .. Chevit  Thamma Da  ...  เชียงราย














                         เปิดไปในหน้าไหน ใน Facebook  หรือ สื่อออน์ไลน์ทั้งหลาย ... หากมีใครไปเที่ยวเชียงรายมา  ก็จะเห็น ภาพร้านนี้ ปรากฏอยู่เกือบทุกหน้าจอของผู้ที่ไปเที่ยวมา  ...  ผมก็เพิ่งจะไปมาเมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมาครับ   หากไม่แวะไปร้านนี้  ก็คงต้องตกยุคไปซะหน่อยครับ  ....   " ชีวิตธรรมดา "  ผมเดาว่าหลายท่าน  คงเคยเห็นภาพของร้านนี้   ตามหน้าหนังสือต่างๆ  มากมายครับ  เอาเป็นว่า ช่วงปีที่ผ่านมา หากหนังสือฉบับไหน ไปเชียงรายเมื่อไหร่   เป็นต้องไปถ่ายร้านนี้ทุกฉบับเลยครับ
                        ที่  " ชีวิตธรรมดา "  ไปไม่ยากครับ หากเดินทางออกจากตัวเมืองเชียงราย มุ่งหน้าไปยัง สนามบิน  พอขับรถข้าม สะพานข้ามแม่น้ำกก   ก็จะเจอสี่แยกไฟแดง  ชิดซ้ายเลยครับ  แล้วเลี้ยวซ้ายตรงไฟแดงนั่นเลยครับ   เข้ามาไม่ถึง 200 เมตร   ....  พอถึง ซอยที่ 2 ทางซ้ายมือ   มีป้ายติดอยู่ปากซอยครับ    เข้าซอยมาก็ง่ายแล้วครับ    ขับมาตามป้ายได้เลยครับ

















                        เมื่อมาถึงร้าน  ตั้งแต่หน้าร้านเป็นต้นไป   เป็นการออกแบบภายนอก และ ตกแต่งภายใน  ให้เป็นมุมถ่ายรูป  เพื่อ  Check in  ได้ทุกมุมเลยครับ   ....   ซึ่งผมว่า  ในปัจจุบันนี้  การที่จะทำร้านอะไรซักอย่าง  เพื่อให้ติดตลาดได้เร็ว  คงต้อง ให้ความสำคัญ ในการออกแบบ ตกแต่ง เพื่อให้  คนถ่ายรูปเยอะ แบบนี้แหละครับ  ยิ่ง ถ่ายเยอะ  ...  Post เยอะ  ...  การเติบโตทางการตลาดยิ่งไปได้เร็วครับ  ... ไม่แปลกเลย  ที่ร้านนี้กลายเป็น  ร้านยอดนิยม  ของผู้คนที่มาเที่ยวเชียงราย  ในพริบตา  ...   นิยมกันจน ใครๆ ก็ต้องแวะมาที่นี่   ไม่งั้นเหมือนมาๆไม่ถึง  และ  กลายเป็น    " It's must "     ที่จะต้องมา ร้านนี้ เมื่อมาเที่ยวเชียงราย   ไปซะแล้วครับ
                        ก่อนที่ผมจะมาที่นี่ ก็มีเพื่อนหลายๆคน ย้ำนักย้ำหนา ว่า ต้องแวะไปให้ได้ ครับ ... ตอนแรกก็ไม่ได้สนใจอะไรมากเท่าไหร่ครับ แต่เมื่อมีคน Post รูปร้านนี้มากขึ้น มากขึ้นทุกวัน ... กลายเป็นว่า ที่นี่กลายเป็น อีกหนึ่งที่ที่จะต้องมาให้ได้ในการมาเที่ยวเชียงรายครั้งนี้ .... การได้เห็นบ่อยๆ การได้รับรู้บ่อยๆ  ช่างมีอิทธิพล ต่อความอยากซะเหลือเกินครับ















                       ผมอ่านหนังสือ และ หาข้อมูล จาก Blog ต่างๆมาก่อน  ก่อนที่จะมาถึงร้านนี้ พอจะทราบว่า   เจ้าของร้านนี้  เคยเป็นแอร์โฮสเตส(อาชีพในฝัน ของสาวๆหลายๆคน)  ... เคยใช้ชีวิตในต่างแดน ชอบสะสมของเก่า ..  แถมยังมีประสพการณ์ด้าน สปา มาด้วย .... ไม่สงสัยเลยครับ ว่า ร้านกาแฟ พร้อม สแน็ค  ร้านนี้ทำไมถึง   มีส่วนนึง ที่ทำเป็น  Spa  ด้วยครับ
                        ที่นี่ออกแบบ ตกแต่งไว้อย่างงดงามลงตัวเลยทีเดียวครับ   ด้วยบ้านไม้สีขาว  ที่ตกแต่งภายใน สีขาว   วางแทรกด้วยเฟอร์นิเจอร์แอนติค  และ ของสะสมส่วนตัวของเจ้าของ  ....  ดู สไตลส์ และ รูปทรงของบ้านแล้ว  ก็คล้ายๆกับบ้านที่อยู่ตาม  เกาะแก่ง   และ  ชายหาดของ ประเทศ ในสแกนดิเนเวีย   ....   ทุกมุม ทุกห้อง สวยเลยครับ
                      














                       หลังจากเพลิดเพลินกับการเดินชมเกือบทั่ว ก็จัดแจงหาที่นั่งก่อนเลยครับ โชคดีที่เราไปถึงตั้งแต่ยังไม่ 11 โมง  เลยไม่ต้องไปคอยแย่งใคร ถ่ายรูปครับ  ...  เราสั่งอาหารมาทาน ไม่มากนักครับ  เพราะมากันตั้งแต่ยังไม่  11  โมงเลยครับ  (กลัวคนเยอะ ครับ)  ....  ทุกมุม ทุกโต๊ะ  ที่จัดที่นั่งไว้  น่านั่ง และ ได้สัมผัสมุมมอง ที่สวยแตกต่างกันไป ครับ
                        วันนี้ ผมเลยให้ ลูกๆ ที่ไปด้วยกัน  เป็นผู้สั่ง  ขนม และ อาหาร แทนผม ครับ ...  ก็ผมมัวแต่เดินชม   มุมโน้น มุมนี้  ถ่ายรูปทั้ง กล้อง และ โทรศัพท์  จนแทบ แบตตารี่ หมดเลยหละครับ
ขนมหลายอย่าง ที่สั่งมา อร่อยใช้ได้ทุกอย่างครับ  (ขออภัย นะครับ ลืมจดชื่อขนมมา)  ....  ส่วนอาหารที่สั่งมาทานเล่น  ก็มี   ...  ซุปหัวหอม   ที่เสิร์ฟมาพร้อม ขนมปังกระเทียม  อร่อยชื่นใจ เหมาะกับอากาศเย็น ริมน้ำกก  ของร้านนี้เลยครับ  ........   สลัดแซลม่อน    ผักสดๆ จากยอดดอย  กรอบเด้ง  เลยครับ  คลุกมาด้วยน้ำสลัดกลมกล่อมดีครับ  ปลาแซลม่อนแผ่นบางๆ  วางบนหน้า อร่อยเข้ากันดีครับ  ......... ซีซาร์สลัด   ผักสดจริงๆครับ  โรยหน้ามาด้วย พามาซานชีสขูด  และ ขนมปังกรอบ พร้อมมะเขือเทศสดกรอบ  น้ำสลัดซีซ่าร์ ก็อร่อยลงตัวครับ  .....   ส่วน ขนม  ผมจำชื่อไม่ได้ครับ  แต่ก็ หวานอร่อยชื่นใจ ทุกจาน ครับ
 















ร้านนี้  เปิดบริการ ทุกวัน  ตั้งแต่   09.00 น.   ถึง    19.00 น.
ลองติดตาม  รายละเอียดของร้านนี้ ทาง  Facebook  ของร้านดูนะครับ
https://www.facebook.com/pages/ร้านกาแฟชีวิตธรรมดาริมกก-เชียงราย

หรือ ดูรายละเอียดใน         www.chivitthammada.com

ร้านนี้ตั้งอยู่ที่    179 หมู่ 2  ซอย ร่องเสือเต้น ซอย 3  ,  ตำบลริมกก , อำเภอเมือง , เชียงราย
โทร     081-984-2925    และ     053-16-6622




ป๋าปึกส์
12/12/2555


ขอแนะนำ ร้านโปรดของผู้เขียน
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2010/11/tengoku-1.html
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2010/11/tengoku-2.html
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2011/05/tengoku-de-cuisine.html

วันศุกร์ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

Oyster Bar ที่ ริมปิง Promenada ... เชียงใหม่

Oyster  Bar  ที่   ริมปิง Supermarket   ...  ชั้น 1  ในห้าง  Promenada   ...   เชียงใหม่  


                            หากเอ่ยถึง    " หอยนางรม "   คนไทยเรามักจะคุ้นเคย กับ หอยนางรม ที่มีขนาดใหญ่โตมโหฬาร  จากชายทะเล ภาคใต้ ซะเป็นส่วนมาก
ใน ประเทศอื่นๆ  ก็มี  หอยนางรม เช่นเดียวกันครับ  และ มีความแตกต่างกัน กับ หอยนางรมบ้านเรา
ทั้ง ขนาด และ สายพันธ์  

หอยนางรม แต่ละแห่ง  ก็จะมี  ขนาด และ รสชาติ  ที่เป็นเอกลักษณ์แตกต่างกันไป
โดย ขึ้นอยู่กับ สาเหตุหลักๆ ดังนี้ครับ
:  ความแตกต่าง ของ ระดับความเค็มของน้ำทะเล
:  อุณหภูมิ ของน้ำทะเล  
:  คุณภาพ และ ความสอาดของน้ำทะเล
ซึ่งแต่ละความแตกต่าง ของน้ำทะเล  ก็นำมาซึ่ง คุณภาพของอาหาร ที่ หอยนางรม บริโภคเข้าไปเพื่อ ดำรงชีวิต
ระดับความเค็ม ... อุณหภูมิ ของ น้ำ ...  คุณภาพและความสอาดของน้ำทะเล  
ทั้งสามอย่างนี่แหละครับ   ที่ทำให้เราได้สัมผัสได้ถึงความแตกต่าง  ของรสชาติ หอยนางรม อย่างชัดเจน
เพราะ  หอยนางรม  (OYSTER)   อาศัยอยู่ตามโขดหิน ในทะเลน้ำตื้น บริโภคอาหารประเภท แพลงตอน ในระดับผิวทราย หรือ โขดหินใต้น้ำ 


หอยนางรม   
ดำรงชีวิตอยู่ได้  โดยการดูดน้ำรอบๆตัว  เข้าไปทางด้านนึง  และ ปล่อยทิ้ง ออกอีกด้านนึง  ...  โดยบริโภคอาหาร จำพวก แพลงตอนพืช .. แพลงตอนสัตว์ ที่ล่องลอยอยู่ในน้ำ เป็นอาหารหลัก  และยังดูด  อ๊อกซิเจน เข้าไปพร้อมกันกับน้ำ  

นักทานหอยนางรม  จะไม่นิยมทานหอยนางรม กันใน ฤดูผสมพันธ์ของหอย  ...  เนื่องจากหอยนางรมเป็นสัตว์ ที่มี เพศผู้ และ เพศเมีย ที่แยกกัน  ....  ในช่วงฤดูผสมพันธุ์  หอยตัวเมียจะปล่อยไข่  และ หอยตัวผู้ จะปล่อยน้ำเชื้อออกมาผสมในน้ำ  ทำให้รสชาติ  ,  ความสมบูรณ์  และ คุณค่าของอาหาร ในหอยนางรม  นั้น ลดด้อยลงไป














วันนี้ ที่เชียงใหม่  เราไม่น้อยหน้าเมืองท่องเที่ยวอื่นๆ  ในเรื่อง การรับประทาน  หอยนางรม  อีกต่อไปแล้วครับ
" OYSTER  BAR "  ...  มาเปิดบริการให้ ชาวเชียงใหม่  ได้ลิ้มรส หอยนางรม สดๆ ที่นำเข้ามาแบบ  สดๆ เป็นๆ จากทั่วทุกมุมโลก  ทั้ง  ยุโรป .. ออสเตรเลีย .. นิวซีแลนด์ .. อเมริกา .. ญี่ปุ่น .. ฯลฯ
" Oyster Bar "   ตั้งอยู่ใน  ริมปิงซุปเปอร์มาร์เก็ต   ที่ชั้น 1  ในศูนย์การค้า   Promenada  
ใกล้แยกดอนจั่น  ที่เพิ่งเปิดใหม่ เมื่อกลางปีนี้เองครับ
ลักษณะร้าน  จัดวางเป็น  ที่นั่งรอบๆ ตู้แช่หอยนางรม  และมี โซนที่เป็นโต๊ะ ให้นั่งรับประทานอยู่  7-8 โต๊ะ  ...  อยู่ตรงมุมด้านซ้ายของทางเข้า ซุปเปอร์มาร์เก็ต ครับ
ที่นี่มี  หอยนางรม สดๆ เป็นๆ  ที่นำเข้ามาเกือบ   20 ชนิด จากทั่วโลก
แต่ละชนิด จะมี ป้ายบอกพันธุ์ หอยนางรม  พร้อม ราคาขาย   ติดอยู่หน้าตู้    ให้ได้เลือกสั่งทานได้ตามใจชอบเลยครับ  
เมื่อสั่งหอยนางรมแล้ว  เชฟก็จะ  แกะหอย  กันให้เห็นกันตรงนั้นกันเลยครับ   แล้ววางลงบนจานที่มี น้ำแข็งบด ละเอียดรองมา  เพื่อให้ได้ความเย็นที่สม่ำเสมอ  
เสิร์ฟมาพร้อมน้ำจิ้ม 2 ชนิด  ...  หอมแดงซอยในน้ำส้มสายชูหมัก  ... ซ้อสน้ำจิ้มสามรส  และ  มะมาวฝรั่งหั่นเป็นชิ้นให้บีบได้พอดีมือ

เวลาที่เชฟ แกะหอย ออกมาเสิร์ฟ เค้าจะระมัดระวัง ประคับ ประคอง ไม่ให้น้ำ ที่อยู่ในหอยนางรม หก ออกมาจากเปลือกหอย  ...  น้ำที่อยู่ ในเปลือกหอยนางรม นี่แหละครับ  นักทานหอยเค้าว่ากันว่า เป็นของอร่อยเลยครับ
เพราะหอยเหล่านี้ เมื่อจับหอยนางรม  ขึ้นมาจากน้ำทะเล  ... เค้าจะเอาลงใน ถังน้ำแข็งทันทีครับ  แล้วจัดส่งไปยังผู้สั่งซื้อในประเทศต่างๆ  ความเย็นของน้ำแข็ง ทำให้หอยนางรมมีชีวิตอยู่ได้ จนวางขายเลยหละครับ  ....  อย่าเททิ้งนะครับ  นั่นแหละครับ คืออาหารของหอยนางรม  ที่สลบอยู่โดยไม่ได้ทาน เพราะสลบด้วยการถูกช๊อค จากความเย็นของการแช่น้ำแข็ง ครับ
สำหรับผม เวลาผมทานหอยนางรม  ผมไม่ค่อยชอบใส่ ซ้อส เท่าไหร่ครับ  ...  ผมเอา มะนาวฝรั่ง ลูกเหลืองๆ   บีบลงไปนิดนึง ใส่เกลือหน่อยนึง   เหยาะ ซ้อสทาบาสโก้ ซัก 3-4 หยด
รับรองครับ  อร่อยแบบ  ร้อง โอวววววววววว  ... กันเลยทีเดียวเชียวครับ

                                                                     












ที่  Oyster  Bar  มีหอยนางรม ให้เลือกหลายชนิดเลยครับ
ผมมี หอยนางรม ของที่ร้านนี้   ที่ผมชอบ  มาแนะนำให้ลองสั่งทานครับ

Kumamoto  (คูมาโมโต)   .........  หอยนางรมตัวเล็กมากครับ  ... เนื่องจาก หอยพันธ์นี้ เติบโต ช้ามากครับ ..  หอยชนิดนี้ ปัจจุบันเลี้ยงกันตาม ชายฝั่งทะเลตอนบน ของ แคลิฟอร์เนีย  ..  โอเรกอน และ วอชิงตัน ครับ  ....  เป็น หอยนางรม ที่เพิ่ง  สร้างตลาด และ เพิ่งได้รับความนิยม  มาไม่นานนี้เองครับ  .
" คูมาโมโต "   ...  ตัวเล็กแต่ ให้กลิ่น และ รสชาติอร่อยเต็มปากเต็มคำ ดีครับ  ...  เวลาทานจะได้กลิ่น คล้ายๆเนย และ มีรสชาติออกเค็มนิดๆ  มีรสหวาน ของเนื้อหอย แทรกออกมา คล้ายๆกับรสผลไม้
ความจริง หอยนางรมชนิดนี้ มีถิ่นกำเนิดอยู่ที่  เกาะคิวชู  ประเทศญี่ปุ่น  แต่ ได้สูญพันธ์ไ ปจากชายฝั่งของญี่ปุ่น ไปนานแล้ว
แต่โชคดี ที่มีผู้เอาไปเพาะพันธ์ไว้ ใน อเมริกา  ...  ปัจจุบัน รัฐบาลญี่ปุ่น ได้ทำเรื่อง ขอพันธ์หอยนางรมชนิดนี้ เพื่อกลับไปเพาะพันธ์ใหม่
หอยพันธ์นี้  นี่แหละครับ จานโปรดสุดๆ ของผมเลยครับ  ... แค่บีบมะนาว เหยาะ  Tabasco ซัก 2-3 หยด ก็อร่อย ฝุด ฝุด  แล้วครับ

Fines de Claire   (ฟินเดอร์แคลร์)    ..........   หอยนางรม ยอดนิยม ที่มีขายตามโรงแรม และ ร้านอาหารฝรั่งทั่งไป   เป็นหอยขนาดกำลังดี จากชายฝั่ง นอร์มังดี  ของประเทศฝรั่งเศส  ...  ด้วยชายฝั่งนี้ หันหน้ารับน้ำทะเลจากมหาสมุทรแอตแลนติกเหนือ โดยตรง  ...  น้ำทะเลทางด้านนี้เย็น และ อุดมไปด้วยแพลงตอน  ... ทำให้หอยพันธืนี้ มีรสหวานนิดๆในตัว  กลายเป็นหอยยอดนิยม ในฝรั่งเศส และ เกือบทั่วโลก  ....   ทานกับน้ำจิ้ม หอมแดงซอยใน น้ำส้มสายชูหมัก  ตามด้วย ไวน์ขาวซักแก้ว รับรอง อร่อยสดชื่นเลยครับ  ...   ที่ต้องมาทานที่  Oyster  Bar   ที่ริมปิง  ก็เพราะ ที่นี่เค้าเป็นผู้นำเข้ามาเอง สดๆ ทุกอาทิตย์ นี่แหละครับ

 New Zealand Pacific Oyster    ..........   หอยนางรมที่มีชื่อเสียงของ  นิวซีแลนด์  ... เป็นหอยนางรมประจำถิ่น ที่อยู่ใน ทะเล และ สิ่งแวดล้อมที่มี ความสอาดและเป็นธรรมชาติ ที่สุดแห่งนึง ของ โลก    ...  ทำให้ หอยนางรม ชนิดนี้   มีคุณค่าทางอาหารสูง  เนื้อหอยมีความอวบอูม  มีรสเค็มอ่อนๆ นำหน้านิดหน่อย  ... หอยชนิดนี้ แค่ บีบมะนาวฝรั่ง อย่างเดียวก็อร่อยแล้วครับ

ที่  Oyster Bar  แห่งนี้ ยังมี หอยนางรมอีกเกือบ 20 สายพันธุ์   เช่น  Tasmanian Native Flat Oyster  ..  Barron Point  ..  Belon oo (เบลอน ดับเบิ้ลโอ)  ..  Eagle Rock  (อีเกิ้ล ร๊อค)   ฯลฯ  
ให้ได้เลือกลองลิ้มชิมรส ได้ตามสบายเลยครับ  ...  แต่ละชนิดมีราคาติดอยู่หน้าตู้โชว์  ราคาเริ่มต้น ตั้งแต่ ตัวละ 100  บาทขึ้นไป  ....  ผมว่าไม่แพง และ คุ้มค่ากับความสด ครับ













นอกจาก หอยนางรมสดๆ ที่นำเข้ามาแล้ว  ก็ยังมีอาหารอย่างอื่นให้ได้ลิ้มลองกันด้วยนะครับ  
มีหลากหลายเมนู  ที่ เท่าที่เห็นแล้ว  น่าจะอร่อยเลยครับ  อีกหลายอย่างเช่น
หอยหลอดอบ  .. ล๊อปส์เตอร์  ..  ซุป ..  และ อีกหลายๆอย่าง  
แต่ต้องเรียนว่า ผมยังไม่ได้ชิม รายการอื่นมากนักครับ  เพราะมัวแต่ ไปหลงไหล  หอยนางรม ที่มีให้ผมเลือกทานได้จากทั่วโลก เลยครับ
และ ที่  Oyster  Bar  เค้ามี  Wine  และ   Sparkling Wine  ไว้ให้สั่ง แกล้มกับหอย หลายชนิดเลยครับ
แต่ที่  เด็ดสุด ก็คงจะเป็น  ที่ เราสามารถไปเดินเลือกไวน์ ชนิดต่างๆ ที่ขายอยู่ใน ริมปิง Supermarket   ที่มี  ไวน์  ทั้งแบบ  แช่เย็นอยู่ในตู้ และ วางอยู่ตามชั้น ... ให้เราได้เลือกซื้อ  ชนิดและราคา ตามที่ชอบแล้วเดินไปจ่ายเงินที่  แคชเชียร์ ... แล้วให้เค้าเอามาส่ง ที่  Oyster Bar  ได้เลย
โดยไม่ต้องมาจ่ายค่า  เปิดขวด   ให้รำคาญใจ ครับ
สำหรับ  ริมปิง สาขานี้ เปิดบริการกันตั้งแต่  08.00 น.    -  21.00 น.  ทุกวัน ครับ 
ส่วน  Oyster Bar  ผมไม่ได้ถามมาว่า เปิดกี่โมง  แต่น่าจะเปิดตั้งแต่  มื้อกลางวัน เป็นต้นไป
ลองแวะ ไปชิมกันดูนะครับ  .....  ราคาไม่แพง เมื่อเทียบกับ คุณภาพ และ ความสด ครับ


แผนที่ ร้านอาหารทั้งหมด ที่เขียนไว้ใน    " แนะนำรานอาหารอร่อยโดย ป๋าปึกส์ "
https://mapsengine.google.com/map/edit?authuser=0&hl=en&mid=zi7qOsZPeff0.kmjHpvkh5cmM 



ป๋าปึกส์
22/11/2556  

ขอแนะนำ  ร้านอาหาร ร้านโปรด ของผู้เขียน  
http://restaurantaroi.blogspot.com/2011/05/tengoku.html
http://restaurantaroi.blogspot.com/2010/11/tengoku-1.html
http://restaurantaroi.blogspot.com/2010/11/tengoku-2.html


วันเสาร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

โจ๊กศรีพิงค์ ... กาดต้นพยอม ... เชียงใหม่

โจ๊กศรีพิงค์  ...  กาดต้นพยอม  ...  เชียงใหม่


                            " โจ๊ก "   เรียกเป็น ภาษาอังกฤษว่า  Congee   มีรากศัพท์มาจาก คำว่า  Kanji  (ซึ่งเป็น ภาษาอินเดีย)   ...   ส่วน  ที่ในบ้านเราเรียกกันว่า  " โจ๊ก "  ก็เพราะเป็นการเลียนเสียงมาจาก  ภาษากวางตุ้ง  ที่เรียก โจ๊กว่า   " จุ๊ก "  (粥 dzuk)      (ขอบคุณ ข้อมูล จาก  วิกีพีเดีย)
                            " โจ๊ก "    เป็น ข้าวต้มชนิดนึงที่ใช้ ปลายข้าวต้มจนเละ  ...  มีต้นกำเนิดมาจาก ประเทศจีน  ...  นิยม รับประทานกันในหลายๆประเทศในเอเชีย  โดยเฉพาะ ประเทศที่มี คนเชื้อสายจีนอาศัย และ ตั้งรกรากอยู่  ...  โจ๊ก เป็นอาหารที่รับประทานกันเป็น อาหารเช้า  หรือ อาหารมื้อค่ำ
คนจีน ในประเทศจีน  จะไม่นิยมทาน โจ๊ก ในเทศกาลตรุษจีน  เพราะมีความเชื่อว่า  การทานโจ๊ก  ในวันตรุษจีน เปรียบเหมือนกับ การขัดขวางไม่ให้ตัวเอง ร่ำรวย
เนื่องจากในอดีต  โจ๊ก เป็นอาหารของคนจีน ที่มีฐานะไม่ค่อยดี















                            วันนี้ ขอแนะนำ ร้านโจ๊กเก่าแก่ อีกร้านนึงของเมืองเชียงใหม่ ครับ  ...  ความที่ผมเป็นคนที่ ตื่นเช้าจนเป็นนิสัย  และ ทานอาหารเช้าเป็นอาหารหลักทุกเช้า  แถมยังชอบไปเดินตลาดเกือบทุกเช้าอีกต่างหาก  ....  ทุกเช้าก็เลยต้องตระเวนหา อะไรทานเพื่อไม่ให้ซ้ำกับร้านที่เคยไป  อยู่เป็นประจำครับ   .....    ร้านโจ๊ก ศรีพิงค์ เป็นร้านที่ผมทานมานมนานกว่า  10 ปีแล้วครับ  ผมมาทาน โจ๊ก ร้านนี้มาตั้งแต่  ร้านนี้ยังเปิดเป็น ห้องแถวคูหาเดียว  อยู่ปากซอย  ทางด้านซ้ายมือ  ของทางเข้า กองบิน 41  ด้านตลาดต้นพยอม ครับ  (ร้านแรกจากปากซอย ทางเข้า กองบิน  41)
                             บ้านผมอยู่กลางทางระหว่าง 2 ตลาดครับ   ตลาดต้นพยอม และ ตลาดธานินทร์  ... ด้วยความที่เป็นคนชอบไปตลาด  ตอนหลังๆ  ก็เลยไปเดินที่ ตลาดธานินทร์ บ่อยกว่า  คงเป็นเพราะ ร้านค้าในตลาดที่  ตลาดธานินทร์ เค้าตั้งร้านกันตั้งแต่ยังไม่สว่างเลยครับ  ส่วน ที่ตลาดต้นพยอม จะตั้งร้านกันสายหน่อย  ...   ผมเลยห่างหายไปจาก ตลาดต้นพยอม  ไปนานเลยทีเดียวครับ   ...   มาเมื่อวานนี้ นึกขึ้นได้ว่า   ผมยังไม่ได้แนะนำ โจ๊ก ร้านเก่าแก่ ที่ผมเคยทานเกือบทุกเช้า เมื่อหลายปีก่อน  ...  เมื่อวาน  ก็เลยตรงไป   ร้านโจ๊กศรีพิงค์ แต่เช้าเลยครับ















                               เสน่ห์ของร้านนี้ที่ นอกจากมีอาหารอร่อยแล้ว  บุคลิก อัธยาศรัย  ของเจ้าของร้านทั้ง 2 คน เป็นกันเองและ น่ารักดีครับ  ...  ร้านนี้ มีรายการอาหารมากมายเลยครับ   จำมาเขียนแทบไม่ไหวเลยครับ   มีรายการอาหารติดอยู่ตามผนัง ข้างฝา ให้ดูและเลือกสั่งได้ตามชอบใจครับ   ....  แต่ต้องขอบอกว่า ผมเคยทานแค่ 2 อย่างเท่านั้นนะครับ   ...  ก็ทานแต่ที่ผมชอบทาน นั่นแหละครับ

โจ๊กหมูสับ - ตับ ใส่ไข่   .........   จานนี้ขนาด  ผมไม่ได้ไปร้านนี้มานานนับปี  ไปถึงน้องๆ ยังจำได้เลยครับ  ว่าชอบสั่งอะไร (สมัยก่อนไปทานอาทิตย์นึง 3-4 ครั้งเลยทีเดียวครับ)  ....  หมูสับ เป็นหมูล้วนๆ  นุ่มมีรสชาติดี  ... ตับ  ต้องชมเลยครับ   ร้านนี้ลวกตับ ได้สุกกำลังดีเลยครับ  ...  ส่วน ไข่ ที่ตอกใส่มาในโจ๊ก  ก็เป็น ไข่ไก่ที่ลวกมาสุกพอดีเช่นกันครับ  ...   ส่วน  โจ๊ก  เค้าเลือกใช้ ปลายข้าว ของข้าวหอมมะลิใหม่  ที่เมื่อเคียวจนเละแล้ว   จะมียางข้าว จากปลายข้าว ที่ได้รสชาติอร่อยกว่า ปลายข้าวธรรมดา เยอะเลยครับ

เกาเหลาเลือดหมู   .........   สมัยก่อนต้องใส่ทุกอย่างครับ  พอแก่ตัวขึ้นมา เมื่อตัดถุงน้ำดีออกไป ก็ต้องพยายาม เลือกส่วนที่ย่อยง่าย  มากขึ้นครับ  ...  เดี๋ยวนี้ก็เลย ต้องงด กระเพาะ กับ ลำไส้ ออกจากรายการเกาเหลาเลือดหมู ของผมครับ  ....   น้ำซุปจากเกาเหลา ต้มกระดูกมาจนหวานแบบสัมผัสได้ว่า ไม่ได้ใส่น้ำตาลครับ  ... เครื่องใน  ไหลน้ำ มาอย่างดีครับ  (การไหลน้ำ เป็นวิธี ล้างเครื่องในสัตว์ ของคนจีนในสมัยโบราณ   ที่ จะล้างเครื่องใน ด้วยการทำความสอาด ด้วยการคลุกเกลือจนทั่ว แล้ว เหยาะเหล้าจีนไปนิดนึง  วางเครื่องในใน กาละมัง แล้วเปิดน้ำให้ไหลล้นกาละมังไปเรื่อยๆ  ประมาณ ครึ่งชั่วโมง  ตามแบบฉบับ ของเมืองกวางตุ้ง)  
เกาเหลา  เสิร์ฟมาพร้อมน้ำจิ้มพริกตำ   ที่แค่ตักลงในชามเกาเหลา แล้ว เหยาะซีอิ๊วขาว  ซักนิดนึง  โขยกพริกไท ลงไป (ที่ผมบอกว่า โขยก ก็เพราะผมชอบใส่ เยอะๆ ครับ .. 5555)  ...  ทานกับข้าวสวยร้อนๆ   แล้วเอาน้ำปลากับ พริกป่น ลงไปใส่ในถ้วยน้ำจิ้มพริกตำที่เหลืออยู่    เอาไว้จิ้มกับเครื่องใน  .... โอววววว  .. เด็ดจริงๆ ครับ
















                           ร้านนี้ อยู่บน ถนนสุเทพ  (ถนนที่ผ่านหน้า โรงพยาบาล และ วัด สวนดอก ครับ)  ..  ถ้ามาจากประตูสวนดอก  ขับเลยไฟแดงที่ ปากทากเข้า กองบิน 41  แล้วหาที่จอก  หรือ จะเลี้ยวซ้าย เข้าไปจอดปากทางเข้ากองบินก็ได้ครับ  ...  ร้านนี้อยู่ ที่ตึกแถวปากซอยเลยครับ
มีป้ายเวลาเปิดปิด ที่เขียนไว้ที่ร้านว่า      17.00 น.   ถึง   13.00 น.    ....   อ่านแล้วอย่าเพิ่ง งง นะครับ  ตอนผมเห็นตอนแรกก็ งง เหมือนกันครับ  แปลง่ายๆว่า  เค้าเปิดทั้งวัน ยกเว้น หลัง บ่ายโมง ไปจนถึง 5 โมงเย็น นั่นแหละครับ  (ปิดให้พักผ่อน และ เคลียร์ร้าน บ้างครับ)
ไปไม่ถูก    โทรไปสอบถามได้นะครับ     053-275-661  ,   081-531-3026  ,  081-746-0459  
ลองแวะไปชิมกันดู นะครับ




แผนที่ร้านอาหาร ทั้งหมด  ที่ผมเขียนแนะนำไว้ใน    " แนะนำร้านอาหารอร่อย โดย ป๋าปึกส์ "
https://mapsengine.google.com/map/edit?authuser=0&hl=en&mid=zi7qOsZPeff0.kmjHpvkh5cmM





ป๋าปึกส์
16/11/2556  

ขอแนะนำ  ร้านอาหาร ร้านโปรด ของผู้เขียน  
http://restaurantaroi.blogspot.com/2011/05/tengoku.html 
http://restaurantaroi.blogspot.com/2010/11/tengoku-1.html
http://restaurantaroi.blogspot.com/2010/11/tengoku-2.html 




วันศุกร์ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

ข้าวต้ม ปฐม ... หน้า ราชภัฏฯ ... เชียงใหม่

" ข้าวต้ม ปฐม "   .....  ฝั่งตรงข้าม  ม.ราชภัฏฯ   (ช้างเผือก)  .....  เชียงใหม่



เห็น ชื่อร้าน  ข้าวต้มร้านนี้ แล้วให้ทายว่า  ..  เจ้าของร้านเป็นคนจังหวัดอะไร ?
คงทายถูกกันหมดทุกคน แน่นอนครับ
เจ้าของร้านเป็น ชาวนครปฐม ครับ
ย้ายมาตั้ง รกราก ที่เชียงใหม่ มายาวนานกว่า 30  ปีแล้วครับ  ...  นานจน พูดภาษาเมือง ได้ชัดเจนกว่า ภาษาไทย สำเนียงนครปฐม ซะอีกครับ
ตอนที่ย้ายมาจากนครปฐม ใหม่ๆ  ...  ก็มาเปิด ร้านขายก๋วยเตี๋ยว และ อาหารตามสั่ง ที่ตึกแถวตรงนี้นี่แหละครับ  ...  ตอนเปิดมาซักระยะนึง  ก็ไม่ค่อยประสพความสำเร็จเท่าไหร่ครับ  ...  เลยเปลี่ยนแปลงความคิดใหม่  และ  เริ่มขายข้าวต้มตอนเช้าแทนครับ
ขายข้าวต้มกับ ที่มีกับข้าวไม่มากอย่างนักครับ  ... แต่ กับข้าวแต่ละอย่าง อร่อยถูกปาก คนเมือง จนกลายเป็นหนึ่งใน ร้านยอดฮิต ติดตลาด
จากห้องแถวเล็กๆ หนึ่งห้อง  ขยายเป็นเรือนหลังคาสูง  กว้างใหญ่ โปร่งโล่ง สดวกสบายเลยครับ



















ร้านข้าวต้ม ปฐม  ... หาง่ายมากครับ   อยู่ฝั่งตรงข้าม ม.ราชภัฏ ตรง ช้างเผือก นี่เองครับ
เปิดขาย   ตั้งแต่   07.00 น.   จนถึง   14.00 น.
หยุด ทุกวันพุธ  


ร้านนี้มีรายการอาหารไม่มาก  แบ่งเป็นประเภท ดังนี้ครับ

ผัก      ..........   จับฉ่าย  ..  ผัดมะเขือยาว
พะโล้  ..........  มีให้เลือกสั่ง  ทั้ง  ขาหมู .. กระเพาะ  ..  ไส้  ..  ลิ้น  ..  เลือด  และ เต้าหู้
ทอด    ..........  กุนเชียง  ..  หมูเค็ม  ..  ไก่คั่ว
ต้มจืด  .........   มะระ  ..   สาหร่าย
อื่นๆ     ..........   ไข่เค็ม  ...  ผักกาดกระป๋อง

วันอาทิตย์  มีรายการพิเศษ  เพิ่มเติมอีกหนึ่งอย่างครับ   ....   เห็ดหอมตุ๋น

ง่ายดีนะครับ  ...  มีอาหารแค่นี้  ทำไมถึงขายดี ?
ตอบแบบ สั้นๆ ได้เลยครับ    ว่า   " ต้องอร่อยเท่านั้นครับ "

















ส่วนอาหารจานเด็ด ที่ผมแนะนำ   (เลือกเอาตามที่ผม ทานประจำ แล้วกันนะครับ)

จับฉ่าย   ..........    จับฉ่าย สีอ่อน (ปรกติ ตามร้านข้าวต้ม ทั่วไป  จับฉ่ายจะสีเข้ม  มักใส่น้ำพะโล้ หรือ บางแห่งก็ชอบใส่ ซีอิ๊วดำ)   ...  ที่บอกว่า สีอ่อน ก็คงเป็นเพราะ  ส่วนนึงคือ การเลือกใช้ผักของที่นี่ด้วยครับ  โดยผักส่วนใหญ่ที่ใช้ใน จับฉ่าย ของที่นี่ จะเป็น ผักสีขาว  เช่น  กระหล่ำปลี และ ผักกาดขาวเป็นหลัก  แทรกมาด้วยผักใบเขียว บ้างเล็กน้อย
ต้มมากับน้ำต้มกระดูก  จนผักสุกนุ่มกำลังดี   รสชาติ น้ำซุป ในจับฉ่าย ร้านนี้ อร่อยสุดยอดครับ
ทั้งน้ำต้มกระดูก และ นำผักที่ออกมาตอนต้ม  ...  หวานอร่อยเลยครับ
ที่เด็ดที่สุด ของจานนี้  คงต้องยกนิ้วให้กับ  " หนังหมู "    ครับ
" หนังหมู "    ที่ หาทานยากขึ้นทุกวัน  ...  ต้มจนเปื่อย ใส่มาในจับฉ่ายด้วยครับ
ผมไปทีไร  ก็ต้องสั่ง  จับฉ่าย ส่วนตัว 1 ชาม ใส่หนังหมูเยอะๆ ทุกเที่ยว ครับ (ไม่ให้ใครแย่ง)   ...   ทานกับน้ำจิ้ม  สามรสพริกตำ   ที่วางในถ้วยใหญ่ บนโต๊ะทุกโต๊ะ   ...  อร่อยสุดๆ ครับ


พะโล้
  ............    มีตัวเลือก  ให้เลือกมากมาย  ครับ
ทั้ง   เต้าหู้  ..  ลิ้น  ..  เลือด  ..   ขาหมู .. กระเพาะ  ..  ไส้  ..  ฯลฯ
ชอบ หรือ อยากทานอะไร ก็เลือกสั่งเอาได้หมดเลยครับ    
แต่ที่  ทีเด็ด  และ  ผมไม่เคยพลาดเลย  ก็ต้อง
เด้าหู้ พะโล้  ...  เต้าหู้ขาวเอามาทอด ผิวสีสวย  แล้วต้มในน้ำพะโล้  เต้าหู้เนื้อแน่ แต่นุ่ม ทานง่าย และ ที่สำคัญ ก็คือ  เต้าหู้ ที่เอาไปตุ๋นพะโล้  จะดูดเอารสชาติ ของน้ำพะโล้ เข้าไปในเนื้อเต้าหู้ด้วย ...  เหยาะน้ำจิ้มของร้านนี้ ลงไปหน่อย  ...  โอวววว  ...  หร๋อยจั่งหู๋  
 (จานนี้ อย่าพลาด  อร่อยมากครับ ...  อ้อ ราดน้ำจิ้ม ด้วยนะครับ)
ลิ้น พะโล้  ...   ลิ้นหมูหั่นมาเป็นแผ่นๆ พอดีคำ  ต้มกับน้ำพะโล้ จนนุ่มทานง่าย  .. เด็ดมากครับ
เลือด พะโล้  ...   เลือดหมูหั่นเป็นแผ่น พอดีคำ  เสิร์ฟมาพร้อมน้ำพะโล้ แบบ คลุกคลิก  อร่อยดีครับ
ขาหมู   ...  ขาหมู สับเป็นชิ้นๆ พอดีคำ เนื้อนุ่ม หนังเด้ง  ...  รสกลมกล่อม อร่อย ครับ   ครับ















หมูเค็ม  ..........   หมูเค็ม  ที่หมักมาแบบเค็มกำลังพอดีเป๊ะ สำหรับข้าวต้ม  
ทอด มาแบบ ด้านนอกสุกเกรียม แต่ไม่ถึงขนาดไหม้   ...  เนื้อใน ขาวจั๊ว  ...  ตัดกับบรสเค็มในเนื้อหมู
แค่วาง บน ช้อนที่มี ข้าวต้ม ร้อนๆ พูนๆ ช้อน  ...  อร่อยจน ครางออกมาว่า  .. แม่เจ้าโว๊ย  เลยทีเดียวครับ

มะเขือยาวผัด   ..........   มะเขือยาว  ที่ผัดมาแบบ เอาใจวัยโจ๋  ....  เคี้ยวง่าย  รสชาติกลมกล่อม ออกจะแอบ จัดจ้าน  ด้วยกลิ่นและ รสชาติ คล้ายๆ กระเพรา แทรกมาเล็กน้อย


ไก่คั่ว   ...........   ไก่คั่ว  เกลือ กับ กระเทียม  ...  หั่นมาแบบ พอดีคำ  ...  เนื้อไก่ทอดมาแบบ นุ่ม และ ไม่กระด้าง  ..  กลิ่นหอมยั่วยวน  น่าทาน  ....  รสชาติเค็มนำหน้าเล็กน้อย    ...  ทานกับข้าวต้มร้อนๆ  ที่เป็นยาง  .....   โอวววววววววว   เข้ากันดีจัง ครับ

น้ำจิ้ม   ..........    น้ำจิ้มในถ้วยใหญ่ มีช้อนตักและฝาปิด  รักษาความสอาดอย่างดี  วางอยู่บนโต๊ะ ทุกโต๊ะเลยครับ  ...  รสชาติน้ำจิ้ม ร้านนี้เด็ดจริงๆครับ  คล้ายๆน้ำจิ้มสามรสตามร้านอาหารทะเล  แต่ไม่ใช่ครับ ...  รสชาติมีอมหวานมากกว่าน้ำจิ้มทะเล  แต่ขอบอกว่า  อร่อยและเข้ากับอาหารทุกจาน ที่มีในร้านยเลยครับ  ...  ไม่สงสัยเลยว่าทำไม เค้าถึงวางน้ำจิ้มถ้วยใหญ่ๆไว้บนโต๊ะ  ... ก็ผมเองยังตักเติมน้ำจิ้ม ไม่ต่ำกว่า  4-5 เที่ยวเลยครับ

ข้าวต้ม   ..........   ข้าวต้มร้านนี้   เค้าเลือกข้าวใหม่ อย่างดี ต้มจนยางข้าวออก  อร่อยจริงๆ ครับ









ร้านนี้  มีรายการอาหารหลายอย่าง  เลยครับ  ....   แต่ผมเรียนตามตรงครับ  ผมทานยังไม่ครบทุกอย่างเลยครับ  ...  คงจะเป็นนิสัยส่วนตัวมากกว่านะครับ   ที่ไปร้านไหน  ชอบเมนูไหน ก็ทานอยู่แต่ เมนูนั้นทุกเที่ยว    (แต่ก็มีแอบตักชิม ของที่คนอื่นสั่งทาน อยู่เป็นประจำเหมือนกันครับ)
ยังมีอีกหลายรายการ   ที่เพื่อนๆ ผมบอกว่าอร่อยไม่แพ้กัน

ลองแวะไปชิมกันดูนะครับ
ร้านนี้หาง่ายครับ   ตรงกันข้ามกับ ม.ราชภัฏฯ  ที่ถนนช้างเผือก
เปิดบริการทุกวัน  เวลา   07.00น.   ถึง   14.00น.
โทร    053-219-655      และ      053-410-002







แผนที่   ร้านอาหารทั้งหมด ที่เขียนแนะนำ  ใน     " แนะนำ ร้านอาหารอร่อย โดย ป๋าปึกส์ "
https://mapsengine.google.com/map/edit?authuser=0&hl=en&mid=zi7qOsZPeff0.kmjHpvkh5cmM





ป๋าปึกส์
8/11/2556


ขอแนะนำ ร้านโปรดของผู้เขียน
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2010/11/tengoku-1.html
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2010/11/tengoku-2.html


ติดตาม คอลัมน์ แนะนำร้านอาหารอร่อย โดย ป๋าปึกส์ ได้ทุกวันใน  Facebook
ได้ที่  : http://www.facebook.com/SuebsaengSun