Translate

เกิดข้อผิดพลาดใน Gadget นี้

วันพุธที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2557

ก๋วยเตี๋ยวไส้ โกวร ... ต้นถนน สันกำแพงตัดใหม่ ... เชียงใหม่

ก๋วยเตี๋ยวไส้  โกวร  ...  ต้นถนน สันกำแพงตัดใหม่  ...  เชียงใหม่


                               ผมตามหาร้านนี้ มาเกือบปีเลยครับ  ....  ผมจำได้ว่า เคยเขียนถึง ร้านนี้ไว้ตั้งแต่  เดือนเมษายน ปี 2554  ..  สมัยที่ ร้านโกวร ยังอยู่ใกล้  วัดเสาหิน  ย่านเกาะกลาง  แถวๆ เวียงกุมกาม  ...  " โกวร "   ขายก๋วยเตี๋ยวมาหลายสิบปี  และ มีชื่อเสียงในการ ทำ ก๋วยเตี๋ยวไส้  (แบบตุ๋น)  จนมี แฟนคลับ ตามไปทานมากมาย   ถึงแม้ร้านเดิม  จะเป็นร้านที่ค่อนข้าง จะหายาก ยังไงก็ตาม ครับ  ...  และ ผม ก็เป็นหนึ่งใน ลูกค้าประจำ ร้านนี้ ก็เพราะว่า   " ไส้ "    นี่แหละครับ   ...  เวลาไปทาน ที่ร้านนี้ทีไร ไม่เคยสั่งอย่างอื่นเลยครับ    " ก๋วยเตี๋ยวไส้ ล้วนๆ "   เลยครับ   ...   อร่อยจน ตั้งแต่ผมไปทาน ไส้ร้านโกวร  ไม่สามารถกลับไปทาน   " ไส้ "   ในร้านก๋วยเตี๋ยว อื่น   ได้อีกเลยครับ
                               เมื่อปีที่แล้ว  มีเพื่อนๆ ใน Facebook   หลายๆคน  ถามถึง  ร้าน ก๋วยเตี๋ยวไส้ โกวร  ว่า ย้ายไปอยู่ที่ไหน  เค้าไปที่เดิมแล้ว หาร้านไม่เจอ  ...  ผมเองก็ไม่มีเวลา ไปหา คำตอบให้ว่า ร้านนี้ย้ายไปไหน  แล้วในที่สุด ก็เลยลืมเรื่องนี้ ไปเลยครับ   ...   จนมาเมื่อเช้าวานนี้เองครับ  (28/01/2557)  ผมเห็น เพื่อนรุ่นน้องคนนึง  (Parinya Singthongwan)   ไป   Checked in  ที่ ร้านนี้ ใน Facebook    ...   ผมเลย รีบเข้าถามไปทันที เลยครับ   ว่า    " ร้านนี้ ตอนนี้อยู่ที่ไหน "   ....   ได้รับคำตอบมาเรียบร้อย    และ พอดีกับ เมื่อวานนี้ ผมต้องผ่านเส้นทางนั้นพอดี  เลยถือโอกาส  แวะชิม ตั้งแต่ 11 โมงเลยครับ















                                ร้านก๋วยเตี๋ยวไส้ โกวร  ร้านใหม่  ตั้งอยู่ริมถนนสันกำแพงตัดใหม่ ครับ  ...  ถ้าเรามาตามถนนมหิดล มุ่งหน้ามาทาง ซุปเปอร์ไฮเวย์   ข้ามสะพานลอย ตรงแยกดอนจั่น มา  ...  ก็จะผ่าน ห้าง  Promenada  ทางด้านซ้ายมือ  ...  ขับตรงไป  ผ่านไฟแดง (ผ่านนะครับ ไม่ใช่ ฝ่า .. 5555)   มาซักประมาณเกือบ  1 ก.ม.   ...  จุดสังเกตุ จุดใหญ่ๆ คงต้องมองไปฝั่งตรงกันข้าม ด้านขวามือ จะง่ายกว่าครับ  พอเห็น หมู่บ้านกุลพันธฺ 9  ก็ชลอรถ ชิดซ้ายไว้ครับ   ร้านนี้อยู่ซ้ายมือ ครับ  (อยู่ ระหว่าง หมู่บ้าน กุลพันธ์ 9  กับ  หมู่บ้าน  The Oriental )
                                พอไปถึงร้าน ก็เจอทั้งลูกสาวโกวร และ ภรรยาโกวร  เข้ามาทักทายกัน  ในฐานะลูกค้าเก่าแก่  ...  ผมก็ บ่น ให้ฟังว่า  หาร้านนี้มาเป็นปี  กว่าจะได้เจอ  แล้ว ทำไมถึงย้ายมาอยู่ที่นี่ ละครับ ...   คุณป้าเล่าว่า  เมื่อซัก 2 ปีที่แล้ว  โกวร เป็น เส้นเลือดในสมองตีบ  จนเป็นเหตุให้เป็น อัมพฤกษ์  ขยับตัวไม่ได้ข้างนึง  ก็เลยปิดร้าน เพื่อทำการรักษา  ทุกวันนี้อาการดีขึ้น ทำกายภาพบำบัดทุกวัน  ประกอบกับข้างๆบ้านเค้าสร้างหอพักใหญ่โต เลยทำให้ที่ร้านไม่มีที่จอดรถ  ก็เลยมองหาที่มาทำร้านใหม่  ...  มาเมื่อประมาณ 7-8 เดือนที่แล้วนี่เอง  เพิ่งมาได้ที่เปิดร้าน  ที่ริมถนนสันกำแพงตัดใหม่  ...  โชคดีที่ คุณแม่ ช่วย โกวร ทำมาตั้งแต่ต้น  สูตรการทำอาหารต่างๆ เลยยังคงทำให้เหมือนเดิมได้ไม่ยาก
                                ร้านนี้มีชื่อเสียงในเรื่องการทำ ก๋วยเตี๋ยวไส้  จนต้องตั้งชื่อ  ร้านก๋วยเตี๋ยว  แบบไม่เหมือนใครเลยครับ   ...   มีป้ายติดหน้าร้าน ริมถนนใหญ่ เลยครับว่า   " ก๋วยเตี๋ยวไส้ตุ๋น "  มีอะไรอร่อยบ้าง   ตามมาดูกันครับ                  
















 ก๋วยเตี๋ยว เนื้อตุ๋น + ไส้ (เนื้อ)    ..........   ปรกติผมมาร้านนี้ทีไร  จะทานแต่ ก๋วยเตี๋ยวใส่ ไส้ตุ๋น เพียงอย่างเดียว  ...  แต่เที่ยวนี้ ที่ต้องสั่งเนื้อเปื่อยมาด้วย  ก็เพราะ อยากลองชิมดูว่า รสชาติของเนื้อตุ๋น  จะอร่อยเหมือนเดิม มั้ย   ....   สูตรการทำเนื้อตุ๋น และ ไส้ ของร้านนี้ ใช้สูตรน้ำต้มเดียวกันครับ  ...  เนื้อเปื่อยนุ่มแต่เป็นทรง .. หอมกลิ่นสมุนไพรเครื่องเทศ  รสชาติเนื้อกำลังดี  ...  น้ำซุปร้านนี้ จัดจ้าน  ก็เพราะหัวเชื้อน้ำตุ๋นนี่เองครับ  ...  พริกตำสีแดง น่าทาน   แต่ผมเป็นคนชอบทาน เนื้อตุ๋น กับพริกน้ำส้มที่เปรี้ยวมากกว่าที่ร้าน ก็เลยเอาน้ำส้มพริกดอง ที่อยู่ข้างๆ ตักลงไปอีกช้อนนึง   .....   โอวววววววววว   ฝุด  ฝุด ครับ

ไส้ตุ๋น  (เนื้อ)    ..........   ที่ต้องวงเล็บ ต่อท้ายไว้ว่าเนื้อ ก็เพราะ ร้านนี้เค้ามีให้เลือกทั้ง  ไส้หมู และ ไส้เนื้อ ครับ  ...  นี่ ขนาดทานไส้ที่ใส่ มาในชามแรก ไปแล้ว  ..  ยังไม่ สะใจ พอครับ  ...  ผมสั่ง ไส้ตุ๋น เปล่าๆ  มาอีกชามนึง  .....  โอวววววววว  ...  บอกได้คำเดียวครับว่า   " ไร้เทียมทาน "   ครับ

ไส้ตุ๋น  (หมู)   ..........   จานนี้ ผมไม่ได้สั่ง  ...  คุณป้า ตักมาให้ และ อยากให้ผม ลองชิมไส้หมู ดูบ้าง   ...  อร่อยเลยครับ  รสชาติไม่แพ้ ไส้เนื้อ  แต่มีรสที่ต่างกันเล็กน้อย  ผมว่า ไส้หมูมีรสออก ฝาดๆ  กว่า ไส้เนื้อเล็กน้อย เท่านั้นครับ


















ระหว่างนั่งทาน  คุณป้า และ  ลูกสาว ก็มานั่งคุยด้วย  แล้วถามผมว่า
" เป็นไงบ้างจ้ะ  ป๋า  ...  อร่อยเหมือนเดิมมั้ย ?  ... มีอะไรจะแนะนำ มั้ย ? ."
ผมก็ตอบ คุณป้า ไปว่า   " เรื่องอร่อยไม่ต้องห่วงเรื่องอร่อย เลยครับ .. อร่อยเหมือนเดิมทุกอย่างครับ "
แล้วก็ อร่อยจน  มิบังอาจ แนะนำอะไร เพิ่มเติมได้อีกแล้วครับ
นอกจาก ขอ คุณป้า ให้ทำ น้ำจิ้มเพิ่มเติม   ให้ผมและลูกค้า  (ซึ่งผมเชื่อว่า น่าจะมีคนชอบคล้ายๆผม)  ซักอย่างนึง  .
ผมบอกคุณป้า ว่า  ....  ไส้ตุ๋น จานนี้ ถ้าได้จิ้มกับ น้ำจิ้มสามรส  คล้ายๆกับน้ำจิ้มอาหารทะเล  ผมคงไม่ทานอย่างอื่นอีกเลย นอกจาก ไส้ตุ๋น จิ้มน้ำจิ้ม นี่แหละครับ   ....  พูดจบ  คุณป้าบอกว่า  จัดให้เร็วๆนี้ เลยจ้ะ  ..  ผมมาเที่ยวหน้าได้ทานแน่ๆ จ้ะ  .....   ใครไปทานก่อน ก็ลองถามหาดู นะครับ

สำหรับใครที่ไม่ทานเนื้อ  ไม่ต้องห่วงนะครับ  ...  ร้านนี้ มีทั้ง เนื้อตุ๋น , ไส้เนื้อตุ๋น  และ  หมูตุ๋น , ไส้หมูตุ๋น  ครับ  .....  ลองแวะไปอุดหนุนร้านเก่าแก่  ร้านนี้กันนะครับ  
และ ขอให้ โกวร  มีสุขภาพดีขึ้น และ กลับมาเป็น ปรกติเร็วๆ นะครับ  



แผนที่ร้านอาหาร ทั้งหมด  ที่ผมเขียนแนะนำไว้ใน    " แนะนำร้านอาหารอร่อย โดย ป๋าปึกส์ "
https://mapsengine.google.com/map/edit?authuser=0&hl=en&mid=zi7qOsZPeff0.kmjHpvkh5cmM






ป๋าปึกส์
28/01/2557

ขอแนะนำ ร้านโปรดของผู้เขียน
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2010/11/tengoku-1.html
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2010/11/tengoku-2.html
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2011/05/tengoku-de-cuisine.html

ติดตาม คอลัมน์ แนะนำร้านอาหารอร่อย โดย ป๋าปึกส์ ได้ทุกวันใน  Facebook
ได้ที่  : http://www.facebook.com/SuebsaengSun





วันศุกร์ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2557

ร้านอาหารโครงการหลวง ดอยอินทนนท์ ... เชียงใหม่

ร้านอาหารโครงการหลวง  ดอยอินทนนท์    ที่     เชียงใหม่ 
















" ดอยอ่างกา"    ถ้าเอ่ยถึงชื่อนี้  ผมคิดว่าคงมีคนไม่มากที่จะรู้จักว่า  ดอยอ่างกา อยู่ที่ไหน  ?
" ดอยอ่างกา "   เป็น ชื่อเดิมของ    " ดอยอินทนนท์ "    ในปัจจุบันนี้ ครับ
อุทยานแห่งชาติ ดอยอินทนนท์  มีพื้นที่ ครอบคลุม 3 อำเภอใหญ่ ของ จังหวัดเชียงใหม่
อำเภอดอยหล่อ  ...  อำเภอแม่แจ่ม  และ  อำเภอจอมทอง
มีพื้นที่  482.4   ตารางกิโลเมตร  หรือ   301,500  ไร่
เป็นยอดเขา  ที่สูงที่สุดของประเทศไทย  ...  จุดสูงสุด มีความสูงจาก ระดับน้ำทะเล   2,565  เมตร
ดอยอินทนนท์  เป็นส่วนนึง ของ เทือกเขาหิมาลัย  ที่  พาดผ่าน ประเทศ เนปาล  ..  ภูฐาน  ..  พม่า  และ ตอนเหนือของประเทศไทย
ความสมบูรณ์ ของ ป่าบนอินทนนท์   เป็น แหล่งกำเนิด  ของต้นน้ำหลายๆสาย  เช่น  แม่กลาง  ,  แม่ป่ากอ  ,  แม่ปอน  ,  แม่หอย  ,  แม่ยะ  ,  แม่แจ่ม  ,  แม่ขาน  และ ยังเป็นส่วนหนึ่งของ ต้นน้ำ แม่ปิง  ที่ไหลลงยังเขื่อนภูมิพล จังหวัด ตาก  ...  จนทำให้เป็นแหล่ง กำเนิดพลังงานไฟฟ้า ที่ สามารถผลิตกระแสไฟฟ้า เพื่อใช้งานใน ภาคเหนือ และ ภาคกลางตอนบน  
ดอยอินทนนท์  เป็นเขตป่า ที่มี ธรรมชาติที่สวยงาม  เช่น น้ำตกหลายๆสาย  โดยเฉพาะ น้ำตกแม่ยะ  ที่ได้ชื่อว่า สวยที่สุดแห่งนึงของประเทศไทย
ในสมัยก่อน  ดอยอินทนนท์   มีชื่อเรียกว่า    " ดอยอ่างกา "   
ต่อมาได้มีการเปลี่ยนชื่อ   ตามพระนาม ของ  " พระเจ้าอินทวิชยนนต์ "   เจ้าผู้ครองนครนครเชียงใหม่ องค์ที่ 7     (พ.ศ. 2416 - พ.ศ. 2440)  และ ใช้ชื่อว่า   " ดอยอินทนนท์ "    มาจนถึงทุกวันนี้


















สำหรับ ดอยอินทนนท์    มีความเกี่ยวข้องกับการแนะนำ ร้านอาหาร ของผม  ก็คงเป็น  เรื่องราวของ  ร้านอาหาร ที่   " สถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ "     นี่แหละครับ
" สถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ "    ตั้งอยู่ในพื้นที่ อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์  ตำบลบ้านหลวง อำเภอจอมทอง  จังหวัดเชียงใหม่
ราษฎรที่อาศัยบนพื้นที่  ส่วนใหญ่เป็น  ชาวไทยภูเขา  ...  ในอดีต ชาวไทยภูเขา มักบุกรุก พื้นที่ป่าไม้  เพื่อทำไร่เลื่อนลอย   ส่งผลให้ป่า บริเวณนั้น  กลายเป็นสภาพป่าเสื่อมโทรม  .
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว   ทรงมี  พระราชประสงค์ ที่จะช่วยเหลือ  ชาวเขาเหล่านั้นให้มีพื้นที่ ทำกินเป็นหลักแหล่ง  โดย ส่งเสริมการปลูกพืช ทดแทน การปลูกฝิ่น  ...  ถ่ายทอดวิชา ความรู้ ทางด้านการเกษตรแผนใหม่  เพื่อเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรให้สูงขึ้น และ ในที่สุด การบุกรุกทำลายป่า ต้นน้ำลำธาร เพื่อทำไร่เลื่อนลอย ของชาวไทยภูเขา  ก็เลิกไป  ...  ชาวไทยภูเขา หันมาทำการเกษตรแบบถาวร   ...   อันเป็นที่มาของการจัดตั้ง     " สถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ "     ในปี พ.ศ. 2522
ปัจจุบัน  สถานีเกษตรหลวง แห่งนี้ สามารถ ปลูก และ ผลิต พืชผัก ผลไม้ รวมไปถึง สัตว์นานาชนิด ที่ใช้ในการทำอาหาร  จากประเทศเมืองหนาว   ...  ที่ช่วยให้ ผู้บริโภค สามารถ ลดการสั่งนำเข้าจาก ต่างประเทศ ได้อย่างมาก เลยครับ
และที่  สถานีเกษตรหลวงดอยอินทนนท์  แห่งนี้  ยังมี ร้านอาหาร ที่นำเอา ผลิตผล ทั้งหมดมาปรุงอาหาร เพื่อให้บริการกับนักท่องเที่ยว ที่เดินทางขึ้นมาเที่ยว  ในเขตอุทยานแห่งชาติ ดอยอินทนนท์ ด้วยครับ

















                                 เที่ยวนี้ผมขึ้นมา ดอยอินทนนท์ ก็เพราะ  ผมพา น้องๆที่ทำงานผม มาเที่ยวชม  ดอก นางพญาเสือโคร่ง   ที่กำลัง  ออกดอกงดงาม   ตามสองข้างทาง  ของ ทางขึ้นดอยอินทนนท์
" นางพญาเสือโคร่ง "   ...   เป็น พรรณไม้  ที่มีการกระจายพันธ์ตามธรรมชาติ  อยู่ในตอนเหนือของประเทศไทย  ,  ทางตอนใต้ของประเทศจีน  ,  ญี่ปุ่น  ,  ไต้หวัน  และ นิยมเรียกว่า  " ซากุระเมืองไทย "  เพราะมี ลักษณะคล้ายๆ ดอกซากุระ  ถึงแม้จะเป็น คนละชนิดกันก็ตาม
ผลของ นางพญาเสือโคร่ง สามารถนำมารับประทานได้ มีรสเปรี้ยว  ส่วนเนื้อไม้ และ การใช้ประโยชน์ ด้านอื่นๆ ยังไม่มีการบันทึกข้อมูลไว้  นอกจากนำมาปลูกเป็นไม้ประดับ เนื่องจากมี ดอกสวยงาม
นางพญาเสือโคร่ง  แตกต่างจาก ซากุระญี่ปุ่น คือ มีช่วงเวลาการออกดอกที่แตกต่างกัน คือ นางพญาเสือโคร่ง ออกดอกในช่วง เดือน ธันวาคม - กุมภาพันธ์  ซึ่งเป็นช่วงฤดูหนาว
ส่วน  ซากุระญี่ปุ่น  ออกดอก ในช่วง เดือน มีนาคม - เมษายน  ซึ่งเป็น ช่วง ฤดูใบไม้ผลิ
มีการสันนิฐาน ว่า  นางพญาเสือโคร่ง และ ซากุระ มีบบรพบุรุษ ร่วมกัน มีถิ่นกำเนิด ทางตอนใต้ของจีน และ วิวัฒนาการออกไป จนมีสายพันธ์มากมาย มีสี ที่หลากหลาย
ที่เขียนเล่าเรื่อง ดอกนางพญาเสือโคร่ง   ก็เพราะว่า  เผื่อใครอยากมาเที่ยวเชียงใหม่ ช่วงนี้  ...  ยังพอจะมี  ให้ได้ชื่นชม ความงาม ของ   " ซากุระเมืองไทย "    อยู่ครับ
ผมและคณะ  มาถึง ดอยอินทนนท์   ก็เกือบเที่ยงแล้วครับ  ...  มาถึงก็ตรงขึ้นไปยอดดอยก่อนเลยครับ  เพราะคาดว่า  ตอนเที่ยง  ที่ร้านอาหารโครงการหลวง  คนน่าจะแน่น แน่ๆ ครับ ก็เลย  ไปแวะ ถ่ายรูป ตามสองข้างทาง   ก่อนที่จะขึ้นไปสัมผัส ความหนาวเย็นของยอดดอย  ...  ที่แม้กระทั่ง  เวลาเที่ยงตรง ยังมี อุณหภูมิ ไมถึง 10 องศา เลยครับ  .... พอ ถ่ายรูปบน ยอดดอย เสร็จเรียบร้อย  ก็ขับรถลงมาประมาณ 10 กว่ากิโล  ...  มาง่ายๆครับ  ขาลง สังเกตุป้ายบอกทาง   " สถานีเกษตรหลวง อินทนนท์ "   ครับ
เรามา   ถึงร้านอาหารเกือบ บาย 2 โมงแล้วครับ  ... ค่อยยังชั่วครับ มีแขกในร้าน ยังเหลือซัก ครึ่งนึง ครับ
ผมมากัน 6 คน  ก็เลยให้เลือกสั่งกันคนละอย่างครับ
ก่อนมาเที่ยวนี้   มีแต่เพื่อนๆ ที่เพิ่งมาทานที่นี่   บ่นให้ฟังว่า  อาหารบนนี้   ช้ามาก  บริการไม่ทัน เลย   ....  แต่ช่วงเวลาที่ผมมา  แจ๋ว เลยครับ  ...   สั่งปั้บ ยังไม่ทัน ไปล้างมือ อาหารก็มาแล้วครับ  ...  ผมหันไปผมก็เลย ถือโอกาสบอกน้องๆ ว่า    " นี่แหละ เวลาไปไหนใน ฤดูกาลท่องเที่ยว .. หากเราเลือกเวลาทานอาหาร  ไม่ให้ตรงกับ คนอื่น  เราก็ไม่ต้องแย่งกับ คนอื่น "  ครับ














รายการอาหารที่สั่งทานใน วันนี้  ....   บอกได้ว่า  อร่อยแทบทุกจาน ครับ

กุ้งก้ามแดง ซ้อสมะขาม   ..........   กุ้งน้ำจืด ที่เพาะเลี้ยง บนดอยอินทนนท์  ...  ตัวโตพอๆกุ้งแม่น้ำ เลยครับ  ...  สีสวย เนื้อเด้ง  ราดมาด้วยซ้อสมะขาม รสอมเปรี้ยว อมหวาน ตัดด้วยเค็มเล็กน้อย  อร่อยแบบไม่ต้องจิ้มอะไรเลยครับ   ...  ผมเอาน้ำซ้อสมะขาม คลุกข้าว เหยาะน้ำปลาพริกลงไปหน่อย  อร่อยได้ใจ จริงๆ ครับ

แกงเลียง   ..........    แกงเลียง เสิร์ฟมาใน หม้อไฟ ใหญ่ถูกใจดีครับ  ...  ผักสด นานาชนิด สด จนสัมผัสได้  ถึงความหวานของเนื้อผัก  ทั้ง บวบ ฟักทอง ...  โรยหน้า มาด้วย ใบแมงลัก อวบๆ  สดๆ  ...  รสชาติกลมกล่อมดีครับ    แต่ผมว่า  ถ้าใส่กะปิ  และ พริกไท  มากกว่านี้ซักนิด ผมคงซดแบบ แห้งเหมือด แน่ๆ เลยทีเดียว ครับ

ปลาเทร้า ทอดกระเทียมพริกไท   ..........   ปรกติ ผมเคยทานแต่ ปลาเทร้าต์ ที่เอาไปย่าง แบบอาหารฝรั่ง  ...  เที่ยวนี้เป็นครั้งแรก ที่ทานแบบ ทอดกระเทียม แบบไทยๆ  ...  ปลาเทร้าต์  สดๆ จากฟาร์มเลี้ยง ของ โครงการหลวง  ขนาดเกือบฟุตนึง  ...  ปลา ทอดมาสุกกำลังดี  สีสวย  ... โรยหน้า มาด้วย กระเทียมที่ทอด จนเหลืองทอง  น่าทานดีครับ  ...   ทานแล้ว  ผมว่า  เนื้อปลา จะออก คล้ายๆ กันกับ ปลาสำลี  ครับ   ...  เสิร์ฟมาพร้อมน้ำจิ้ม สามรส  ทานกับ ข้าวสวยร้อนๆ  อร่อยเลยครับ

เป็ดอบกาแฟ   ..........   เป็ดอบครึ่งตัว  รองมาด้วย บล๊อคคารี่  ...   เนื้อเป็ดอบ สีสวย หนังออกสีน้ำตาลทอง  น่าทานเลยครับ  ...  น้ำเกรวี่ สีน้ำตาลสวย  รสดี  มีกลิ่นกาแฟ เบาๆ    อร่อยและแปลกดีครับ

กะหล่ำปลี ผัดน้ำปลา   ..........   จานนี้  แค่เห็น  กลีบ กะหล่ำปลี  ก็น่าทานแล้ว  ครับ ...  กลีบกะหล่ำปลี  อวบ  แผ่นใหญ่  กลีบหนา  ...  ผัดมาแบบ ไม่สุกจนเกินไป   กรอบอร่อย   รสชาติ น้ำผัด กลมกล่อม  ไม่เค็มเกินไป   อร่อยเลยครับ

ยำ เห็ดออรินจิ ย่าง   ...........   เห็ดออรินจิน สดๆ  ชิ้นใหญ่ๆ  เอาไปย่าง จนสุกกำลังดี  แล้วหั่นเป็นแผ่นไม่บางมาก ตามความยาวของเห็ด  ราดมาด้วย น้ำยำและเครื่องยำ  มีทั้ง   หมูสับ  ..  หอมแดงซอย  ..  แครอท  และ มะเขือเทศสีดา  ......  น้ำยำเปรี้ยว หวาน เค็ม กำลังกลมกล่อม  ออกหวานนำเล็กน้อย  อร่อยดี ครับ


















เราใช้เวลาทานกัน แป้บดียว ครับ   ....   อาหารไม่ได้ ช้า อย่างที่เพื่อนผม ที่เพิ่งมา บอกเล่าให้ฟังเลยครับ  ...  ก็ เพื่อนผม เล่นมาทานที่นี่ ใน วันเสาร์ ของ Long Weekend  ของเดือน ธันวาคม นี่ครับ  ...  ไม่ว่า   ใครไปเที่ยว  ดอยไหน  ในวันหยุด ของเดือน ธันวาคม  ....  รับรองว่า  ผู้คนเยอะแยะ ไปหมดครับ  ...  ถ้าหา  ร้านอาหาร  ที่มีอาหาร  พอเหลือให้ทานได้   ก็ต้องถือว่า โชคดีแล้วครับ

















สำหรับการเดินทาง ไป ดอยอินทนนท์  
:  ระยะทาง จากตัวเมือง เชียงใหม่ ถึง ยอดดอย  ประมาณ  106  ก.ม.
เดินทางตาม ทางหลวงหมายเลข  108  เชียงใหม่ - จอมทอง  ...  พอถึง หลัก ก.ม. ที่ 57 ... ก่อนถึง ย่านชุมชน ของอำเภอจอมทอง ประมาณ 1 ก.ม.  มีทางแยกขวามือ  เลี้ยวขวา เข้าทางหลวงหมายเลข 1009  (จอมทอง - อินทนนท์)  ขับไปตามทางอีก  48  ก.ม.  ก็จะถึง ยอดดอยอินทนนท์
สภาพถนน เป็น ถนนลาดยางอย่างดี แต่ค่อนข้าง สูงชัน  ...  ผู้ที่ใช้ รถยนต์ส่วนตัว ควรตรวจสอบให้รถอยู่ในสภาพดีก่อนเดินทาง  ส่วนผู้ที่ไม่ได้นำ รถยนต์ส่วนตัวมา หรือ ไม่มั่นใจในสภาพรถ หรือ ไม่อยากขับขึ้นดอยสูง  ก็สามารถเช่ารถสองแถว ที่ น้ำตกแม่กลาง ได้
ผู้ที่นำรถยนต์ ส่วนตัว ต้องเสียค่าผ่านทาง ที่ด่านตรวจ และ จำหน่ายบัตรค่าธรรมเนียม ที่ หลัก ก.ม. ที่ 8
สำหรับท่าน ที่ต้องการ พักค้างแรม ทางอุทานฯ มีที่พักไว้ บริการนักท่องเที่ยว  สนใจติดต่อได้ ล่วงหน้า ที่ กองอุทยานแห่งชาติ  กรมป่าไม้  
โทร   02-579-5734   และ   02-579-7223  

ขอให้ทุกท่าน เดินทางโดย ปลอดภัย และ อร่อยกับ อาหารสดๆ อร่อยๆ  ที่ ร้านอาหารโครงการหลวง ดอย อินทนนท์  นะครับ




แผนที่ร้านอาหาร ทั้งหมด  ที่ผมเขียนแนะนำไว้ใน    " แนะนำร้านอาหารอร่อย โดย ป๋าปึกส์ "
https://mapsengine.google.com/map/edit?authuser=0&hl=en&mid=zi7qOsZPeff0.kmjHpvkh5cmM






ป๋าปึกส์
24/01/2557

ขอแนะนำ ร้านโปรดของผู้เขียน
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2010/11/tengoku-1.html
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2010/11/tengoku-2.html
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2011/05/tengoku-de-cuisine.html

ติดตาม คอลัมน์ แนะนำร้านอาหารอร่อย โดย ป๋าปึกส์ ได้ทุกวันใน  Facebook
ได้ที่  : http://www.facebook.com/SuebsaengSun







วันศุกร์ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2557

Cream of Tar Tar ... สันกำแพง ... เชียงใหม่

Cream of Tar Tar  ...  สันกำแพง  ...  เชียงใหม่  

                                  คงไม่ช้าเกินไป  สำหรับร้านอาหารอร่อยๆ ร้านนี้ นะครับ  ....  " Cream of Tartar "   ผมจำได้ว่า  ร้านอาหารร้านนี้   มีคนมาแนะนำให้ผมลองไปทาน  มาร่วม 2 ปี  แล้วครับ  ....   ผมมีเพื่อนคนนึง ที่มีบ้าน อยู่ที่ อำเภอสันกำแพง  ซึ่งพอเจอกันที่ไร ก็จะถามผมทุกครั้งว่า
" พี่ไปลองมารึยัง  อาหารฝรั่งเค้า ทำไม่แพ้ ในเมืองเลย "  
ด้วยความที่ไม่ค่อยได้ไป หรือ มีธุระแถวๆนั้น  ก็เลยไม่มีโอกาสไปลองซักครั้ง  จนลืมไปเลย ครับ
                                   มาเมื่อ หลังวันปีใหม่ ไม่กี่วันนี่เองครับ  ...  ผม Post  ลงในหน้า   " แนะนำร้านอาหารอร่อย "   ใน  Facebook   ว่า  :  " ใครมีร้านอาหารอร่อยๆ  ที่ผมยังไม่เคยเขียนแนะนำ  รบกวนช่วยแนะนำให้ผมด้วย "   .....   เท่านั้นเองครับ  ก็มีคน  แนะนำ ร้านอาหารมาเพี๊ยบ เลยครับ  ...  หนึ่งในร้านที่แนะนำกันมา  ก็มีร้านนี้ด้วยครับ  Cream of Tartar  ที่ สันกำแพง  ครับ
ต้องขอขอบคุณ คุณ Yoo Wipada   ที่แนะนำร้านนี้ให้ผมใน  Facebook  .ด้วยครับ













                                   Cream  Of  Tartar   หาไม่ยากครับ  ...  ขับรถมาตามถนน เชียงใหม่-สันกำแพง (สายเก่า .. ที่เคยมีต้นก้ามปู ขนาบสองข้างทาง  ตอนนี้ยังพอเหลือให้ดู ซักครึ่งนึงมั้งครับ)   ...  มุ่งหน้าไปยัง ตัวอำเภอสันกำแพงเลยครับ  พอผ่าน ศูนย์ OTOP  ที่สันกำแพง  ก็ ชลอรถเล็กน้อย  ...   พอเห็น สำนักงานไปรษณีย์ สาขาสันกำแพง  ก็เตรียมตัวเลี้ยวเข้าซอย ขวามือครับ   ...  ซอยแรก ที่ถัดจาก สำนักงานไปรษณีย์ เลยครับ  ชื่อ ซอย เทพบุตรซอย 1  ครับ  ....   เข้าซอยไปนิดเดียวประมาณ 50 เมตร  ก็จะเห็นป้ายชื่อร้านเลยครับ  เลี้ยวซ้ายไปตามป้าย  มีที่จอดรถ หน้าร้าน กว้างขวาง เลยครับ
                                    เมื่อวานผมไปธุระ แถวแม่ออนใต้ สันกำแพง  ก็เลยชวน ภรรยา มาชิมด้วยกันเลยครับ  ...  เรามาถึงตั้งแต่ ยังไม่เที่ยง แต่พอเลี้ยวรถเข้ามาหน้าร้าน ก็ น่าทานแล้วครับ  รถจอดเต็มหน้าร้านไปหมดเลยครับ   ....  ร้านนี้เป็นร้านที่เปิดอยู่ในบ้าน เนื้อที่กว้างขวางเลยครับ  จัดร้านได้น่ารักดีครับ  มองดูเผินๆ คล้ายๆกับ ร้านเค้ก หรือ ร้านขนม  ...  ตัวร้านอยู่มุมด้านหน้าของบ้าน และ ยังมีโต๊ะที่นั่งในสวนและศาลา ด้วยครับ

















                                    ก่อนที่จะมาร้านนี้ .. ตอนสายๆ  เราเพิ่งแวะไปทาน  เนื้อสะเต๊ะใต้ต้นข่อย  กันมาคนละหลายสิบไม้ เลยครับ  ...  ก่อนจะแวะร้านนี้ ยังบ่นกันว่า อิ่ม กันอยู่เลยครับ  ...  พอได้ที่นั่ง  ก็มีน้องมาคอยบริการอย่างดีครับ  หลังจากเปิดดู เมนู แล้ว ผมยังหันไปบอกภรรยาเลยว่า  ร้านนี้เค้าขายอาหารถูกมากเลยครับ แถมยังมี รายการอาหารเยอะมากเลยครับ  ทั้ง อาหารไทย อาหารฝรั่ง และ ขนม  ...   ผมหันไปถามน้องที่มาบริการว่า   " อะไรคือ จานที่ผม ไม่ควรพลาด บ้างครับ "  
" สเต็กซี่โครงหมู  ค่ะ "   น้องตอบแบบ มั่นใจ มากครับ   ...   ผมเลยสั่งเพิ่มไปอีกสองอย่าง  ตามที่อยากทานครับ    " โรตีผักขมอบชีส "  และ   " ข้าวผัดปลาสลิด "  

สเต็กซี่โครงหมู   ..........   ซี่โครงหมูแผงใหญ่ เนื้อนุ่ม ราดมาด้วยซ้อส บาร์บีคิว  ...  พอตักชิมคำแรก ผมหันไปบอกภรรยา  ด้วยสีหน้าตื่นเต้น ว่า    " ไม่แพ้   Ribs  ของ โทนี่ โรม่า เลย "   ....   ภรรยาผมถึงกับต้องรีบ ตักขึ้นมาชิมโดยด่วนเลยครับ  แล้วเธอก็บอกว่า   " อืมมม  ใช่ "  ..........   แค่นี้  ก็ไม่ต้องอธิบายมากแล้วครับว่า  สเต็กซี่โครง ของร้านนี้อร่อยแค่ไหน  (สำหรับ คนที่ชอบทาน Rib หรือ ซี่โครง แบบนี้แล้ว  โทนี่ โรม่า ถูกยกย่องว่าอร่อยที่สุดร้านนึง เลยครับ)  ...  ที่สำคัญ  ราคาที่ร้านนี้ ถูกมากกกกก  เลยครับ  (ราคาขาย  คิดตามน้ำหนัก ของ ซี่โครงครับ) ครับ   ....   เสิร์ฟมาพร้อมกับ เฟร้ยฟราย สลัด และ ขนมปังครับ
จานนี้ ขอแนะนำ แบบ น้องที่มาบริการว่า   " ไม่ควรพลาด ครับ"
                                 
โรตี ผักขมอบชีส   ..........   ตอนเห็นชื่อเมนูนี้ ยังนึกไม่ออก ว่า อาหารจานนี้จะออกมายังไง  ...  ผมเคยทาน ผักขมอบชีส   มาเยอะแยะมากมาย   แต่ไม่เคยลองทานกับ โรตี เลยซักครั้งเลยครับ  ...  พอยกมาวางบนโต๊ะ  ถึงกับแอบชมแม่ครัว ในใจเลยครับ  ...  เค้าเอาโรตี ทอดแบบใช้น้ำมันน้อย  แป้งกรอบ ห่อผักขมอบชีสมา คล้ายๆกับ พาย ของฝรั่ง  ....   รสชาติผักขมอบชีส  อร่อยมากครับ  ทานกับโรตีกรอบๆ  อร่อยกว่า พายเยอะเลยครับ  














ข้าวผัดปลาสลิด  ..........  จานนี้ผมเลือกเองครับ  เพราะอยากลองอาหารจานเดียว ว่า อร่อยมั้ย  ...  ตอนยกจานมาวาง  ผมหันไปบอกภรรยาว่า   " หน้าตาไม่ธรรมดา เลย "  (ไม่ได้ชม ภรรยา ผมนะครับ ผมชมอาหาร ครับ  5555 )  ...  ข้าวผัดสีสวย น่าทาน โรยมาด้วยหอมแดงซอย คลุกมาด้วยปลาสลิด  เสิร์ฟมาพร้อมมะนาว  ....  ตักชิมคำแรกถึงกับ ร้อง โอววววว   เลยครับ  อร่อยแบบโดนใจ เลยครับ ...  บีบมะนาว ซักหน่อย  แล้ว  คลุกหอมแดงให้เข้ากับข้าว  ...  ตักข้าวผัด พร้อมปลาสลิด และ หอมแดง ให้อยู่ในคำเดียวกัน  แล้วค่อยเคี้ยว  ... โอววววว   อร่อยถูกใจ จริงๆครับ  .

                               น่าเสียดาย ที่เราทานกันแค่  3 อย่าง   เพราะเพิ่งทานอาหารเช้ากันมา   ...  ระหว่างที่รออาหาร ได้มีโอกาส คุยกับ เจ้าของร้าน  ...  ท่านบอกว่า ภรรยาท่าน ลงมือเป็น เชฟใหญ่  ...  และมีลูกสาว เป็น เชฟ ที่ไปเรียนทำอาหารฝรั่งมา ...  ผมพอจะบอกได้เลยว่า เมนูอาหารฝรั่ง ของร้านนี้ อีกหลายๆอย่าง เช่น สปาเก็ตตี้  หรือ สเต็ก  น่าจะอร่อยเลยครับ  ......   ยังมีอีกหลายเมนู ทีน่าทานมากเลยครับ  ไว้กลับไปทานคราวหน้าจะมารีวิว เพิ่มเติม อีกทีนะครับ


     









ผัดไทยกุ้งสด  ..........   เมนูนี้ผมเพิ่ง  post  ลงไปใน   Facebook  หน้า  " แนะนำร้านอาหารอร่อย "  ของผมเมื่อวันพุธ ที่ผ่านมา ว่า  :   ใครมีร้าน ผัดไทยอร่อยๆ เด็ดๆ  ในเมืองเชียงใหม่  ...  ช่วยกรุณาแนะนำให้ผมหน่อย  ...  ปรากฏว่า มีร้านนี้ อยู่ในรายการ ที่เพื่อนๆ แนะนำมาด้วย ครับ
เมื่อวาน (เสาร์ 8/3/2557)    ผมมีเพื่อนคนนึง  ที่ผม เพิ่งโทรไปถามว่าเค้า ทานอะไรที่ไหน (ผมยังไม่ทานจะฝากซื้อ)
เผอิญว่า เค้าทานอยู่ที่ร้าน Cream of Tartar  พอดีเลยครับ  เลยฝากซื้อใส่กล่องกลับมาทานที่บ้าน
อร่อยจริงๆ ครับ เส้นสุกกำลังดี เหนียวกำลังดี   ไม่ยุ่ยเปื่อย  ... รสชาติครบรสครับ  เค็ม แทรกหวาน อมเปรี้ยว ของน้ำมะขามเปียก  ...   นี่ขนาดใส่กล่องกลับมาทานที่บ้าน  ยังอร่อยได้ขนาดนี้  ผมไม่ได้ปรุงอะไรเลยครับ  ....  ไปทานที่ร้าน คงไร้คำบรรยาย ครับ  ....  ขอแนะนำ ว่าต้องลองเลยครับ

และ  สดๆ ร้อนๆ  เมื่อวานนี้เองครับ  (3/6/2557)  ผมไปธุระ ที่ อำเภอสันกำแพง ก็เลยแวะทาน เมนูที่ไม่เคยทานอีกหลายอย่าง  และก็ ชอบใจ เลยขอเอามาแนะนำเพิ่มเติมอีก 2 รายการ ครับ

ข้าวผัดน้ำพริกลงเรือ   ..........   สีสันของข้าวผัด ได้อารมณ์ของการทานน้ำพริก ดีครับ  ดูเผินๆ เหมือนสีกะปิ ...  ข้าวผัด ได้รสน้ำพริกดีครับ กะปิที่ใช้ก็ของดีครับ หอมดีครับ  เสิร์ฟ เคียงมาด้วย  หมูหวาน  หมูหวานที่มีรสหวานนำไม่มากนัก กลมกล่อมและเข้ากับข้าวผัดน้ำพริกดีครับ  .. มีผักทั้งผักสด และ ผักลวก  วางเป็นเครื่องเคียงมาด้านข้าง  น่าทารนดีครับ














ก๋วยเตี๋ยวเส้นใหญ่ ราดหน้าหมู   .........  ตอนที่ยกจานนี้มา ก็ดูหน้าตา ธรรมดาๆ แบบ ราดหน้าทั่วไปครับ  แต่พอตักชิมก่อนปรุงนี่ซิครับ  ...  โอวววววว  กลิ่นเส้นเกรียมติดกระทะ หอมฉุยเลยครับ  นี่แหละครับ เสน่ห์ของก๋วยเตี๋ยวราดหน้าเลยหละครับ  หมูในราดหน้าหมักมาได้นุ่มดีครับ  และ ที่น่าทานอีกอย่างนึงก็คือ ใส่ผักมาให้หลายชนิดดีครับ ทั้งคะน้ำ ดอกกระหล่ำขาว แครอท   ...  น้ำราดหน้าก็กลมกล่อมดีครับ
ผมแค่เติมรสตามความชอบของผม ด้วย พริกน้ำส้ม ซัก 2 ช้อน  น้ำปลาเท่ากัน  ....  จานนี้ ตอน เด็กมายกจานกลับ แอบอมยิ้มเลยครับ  แทบไม่ต้องล้างเลยหละครับ

Smoothie   มะม่วงน้ำดอกไม้   ..........   รูปร่างหน้าตาสีสัน เห็นแล้วน่าทานเลยครับ  สีเหลืองของมะม่วง สวยงามมาเลย  โรยหน้ามาด้วย วิปปิ้งครีม  และ ซ้อสรสมะม่วง  ....  ชื่นใจยามหน้าร้อน ดีจริงๆ ครับ

ขอแนะนำว่า  หากไปช่วงเที่ยง ควรจองที่นั่งซักหน่อยนะครับ
ร้านนี้เปิด ตั้งแต่     09.00 น.    ถึง    18.00 น.   เท่านั้นนะครับ
โทร      053-332-122       หรือ      081-884-1541

ตามรายละเอียด ของร้านนี้ ได้ทาง  Facebook  ครับ
https://www.facebook.com/creamtartar 




แผนที่ร้านอาหาร ทั้งหมด  ที่ผมเขียนแนะนำไว้ใน    " แนะนำร้านอาหารอร่อย โดย ป๋าปึกส์ "
https://mapsengine.google.com/map/edit?authuser=0&hl=en&mid=zi7qOsZPeff0.kmjHpvkh5cmM






ป๋าปึกส์
17/01/2557

ขอแนะนำ ร้านโปรดของผู้เขียน
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2010/11/tengoku-1.html
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2010/11/tengoku-2.html
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2011/05/tengoku-de-cuisine.html

ติดตาม คอลัมน์ แนะนำร้านอาหารอร่อย โดย ป๋าปึกส์ ได้ทุกวันใน  Facebook
ได้ที่  : http://www.facebook.com/SuebsaengSun






วันพฤหัสบดีที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2557

ก๋วยเตี๋ยวเรือยนต์ 7 ยอด ... เชียงใหม่

ก๋วยเตี๋ยวเรือยนต์  7 ยอด  ...  ปากซอย โรงเรียนพานิชย์ลานนา  ...  ก่อนถึง วัดเจ็ดยอด  ...  เชียงใหม่



                                      " ก๋วยเตี๋ยวเรือ "   มีความเป็นมาอย่างไร  ...  ผมพยายาม ค้นหาข้อมูลมาพอสมควร และ พอจะสรุป  สั้นๆ   ถึงความเป็นมา ของ ก๋วยเตี๋ยวเรือใน ประเทศไทย ได้ดังนี้ ครับ
ก๋วยเตี๋ยวเรือ  หรือ ก๋วยเตี๋ยวน้ำตก    คือ  ก๋วยเตี๋ยวที่มีรูปแบบ แบบไทยแท้  ...  มีรสชาติจัดจ้าน ... น้ำก๋วยเตี๋ยวสีข้น คล้ายกันกับ ก๋วยเตี๋ยวเนื้อ และ ก๋วยเตี๋ยวเนื้อตุ๋น
โดยใช้เครื่องปรุงที่แตกต่างกับ ก๋วยเตี๋ยว ชนิดอื่นๆ  คือ  ซีอิ้วดำ  ..  เต้าหู้ยี๊  และ เครื่องเทศ  และ ที่แตกต่างมากที่สุด ก็คงเป็น ก๋วยเตี๋ยวเรือน้ำตก  ที่ ใส่ เลือดวัว หรือ เลือดหมู  เพื่อเพิ่มรสชาติ  สีสัน  และ ความเข้มข้น จัดจ้าน
ก๋วยเตี๋ยวเรือ  เริ่มขายกันใน  ประเทศไทย  ในลำน้ำเจ้าพระยา  แถวๆ จังหวัดอยุธยา  .....   ต่อมา ก๋วยเตี๋ยวเรือ ขยายความนิยม มาทางจังหวัดอื่นๆ ในลุ่มน้ำ เจ้าพระยา ตอนล่าง  ...  ในจังหวัด ปทุมธานี    และเริ่มขยายมาทาง  ..  รังสิต  และเข้ามาสู่  ก.ท.ม.
















ในปี   พ.ศ. 2485  เกิดน้ำท่วมครั้งใหญ่ ในลุ่มน้ำเจ้าพระยา  ท่วมทุกจังหวัด ในภาคกลาง รวมทั้ง ก.ท.ม.  และ  น้ำท่วมเป็นเวลานานนับเดือน  ทำให้ เศรษฐกิจของประเทศตกต่ำ ข้าวยากหมากแพง   ...  ผู้คนในภาคกลาง ต้องสัญจรไปมา หรือ ค้าขายกันบนเรือ  ...  แม้กระทั่ง ข้าราชการ และ คณะรัฐมนตรี ก็ต้องไปไหนมาไหน  ด้วยการ ใช้เรือพาย  กันอย่างทัดเทียม
ช่วงนั้น    จอมพล ป. พิบูลสงคราม  เป็น นายกรัฐมนตรี  ...  วันนึง ขณะ ที่ท่านกำลัง นั่งเรือพาย เพื่อไปประชุม ค.ร.ม.   ...   ก็มีเจ้าหน้าที่ ที่ทำเนียบ  เรียกเอา ก๋วยเตี๋ยวเรือ  มาทำทีทำเนียบ  เพื่อมาเลี้ยงอาหารกลางวันให้  ค.ร.ม. ในห้องประชุม  ....    จอมพล ป.   จึง มองเห็นแนวทาง ในการบรรเทาทุกข์ ของ ราษฎร ที่ไม่มี  ที่หุงหาอาหาร และ ขาดแคลนอาหาร ในช่วงนั้น
จึงให้ ข้าราชการ   รณรงค์ให้คนหันมาทาน ก๋วยเตี๋ยว  เพราะสามารถเข้าไปถึง ผู้ที่ ประสพภัย  ...  มีการ รณรงค์ กันหลายรูปแบบ   รวมไปถึง การ แต่งเพลง เชียร์ให้คนหันมาทานก๋วยเตี๋ยว 
กรมประชาสงเคราะห์  เปิดสอนวิชาทำ ก๋วยเตี๋ยว  ...  มีการ แจกรถเข็น  เรือ และ อุปกรณ์การทำ ก๋วยเตี๋ยว ให้กับ ประชาชน ที่อยากประกอบอาชีพ ทำก๋วยเตี๋ยว  เพื่อมีส่วนในการแก้ปัญหา  การขาดแคลนอาหาร

นอกจากนั้น ในช่วงเวลาการเป็นผู้นำ ของ จอมพล ป.   ท่านได้ทำอะไรให้เกิด การเปลี่ยนแปลง  หลายๆอย่าง  เช่น
เปลี่ยน   ชื่อประเทศ    จาก   " สยาม "     มาเป็น    " ประเทศไทย "  
เปลี่ยน  เพลงประจำชาติ  มาเป็น  เพลงชาติไทย แบบใน ปัจจุบัน
เปลี่ยน วันขึ้นปีใหม่  จากวัน สงกรานต์ มาเป็น  1  มกราคม
และ ที่เกี่ยวกับ เรื่องที่ผมเขียนนี้  ก็คงเป็นเรื่องที่   ท่านเป็น  ผู้ทำให้คนไทย  รู้จัก  ก๋วยเตี๋ยวเรือ  นีแหละครับ
ขอบคุณ ข้อมูลดีๆ จาก   กิเลน ประลองเชิง  (หนังสือพิมพ์ ไทยรัฐ)   และ  วิกีพีเดีย (สารานุกรม เสรี)
















                                    เอาหละครับ  มาถึงร้าน ก๋วยเตี๋ยวเรือ ที่ผมจะแนะนำ ในวันนี้ซักที นะครับ  ....   ร้านก๋วยเตี๋ยวเรือ เปิดใหม่  ...  เปิดมาก่อนสิ้นปี ที่ผ่านมานี่เองครับ

" ก๋วยเตี๋ยวเรือยนต์ 7 ยอด "    ไม่ได้วางที่ ลวกก๋วยเตี๋ยว  บนเรือยนต์  นะครับ   ....   เพียงแต่ เจ้าของร้านเค้าชื่อ      " คุณยนต์ "     ครับ

ร้านนี้ตั้งอยู่ที่ ต้นถนน ซุปเปอร์ไฮเวย์  เชียงใหม่ - กรุงเทพฯ  นี่เองครับ  ....  หากขับรถมาจาก ต้นถนนซุปเปอร์ ที่แยกรินคำ   มาจนถึง  สามแยกไฟแดง ที่หน้า วัดเจ็ดยอด  ...  ขับเลยมา ซอยเดียวครับ  สังเกตุง่ายๆ ปากซอยมีป้าย โรงเรียน พานิชย์การล้านนา  และ มี  ร้านขนมจีนบ้านเจ็ดยอด   อยู่ปากซอย  ...  ถัดจากร้านขนมจีน  ก็เป็น สนามฟุตบอลในร่ม  ...  นั่นแหละครับ  ร้านนี้อยู่หน้าสนามฟุตบอลเลยครับ  ...
                                    ก๋วยเตี๋ยวอร่อยๆ  ของผม  ต้อง  น้ำซุปแทบไม่ต้องปรุง  ...  พริกน้ำส้มต้องมีสูตรเด็ด  ...  เส้นต้องสด  ...  เนื้อวัว เนื้อหมู .. ลูกชิ้น  ต้องสด และ คุณภาพดี  ......   ร้านนี้ ก็ผ่านสเปคของผม  ได้หมดเหมือนกันครับ
                                    ก๋วยเตี๋ยวเรือเจ้านี้ มีทั้งเนื้อทั้งหมู ครับ  ...  ใส่ใน ถ้วยเล็กๆ  แบบก๋วยเตี๋ยวเรือโบราณ  ได้อารมณ์ ดีครับ  ...  แถมยังมี  ป้ายติดข้างฝา ของร้าน  ที่มีชื่อป้ายว่า   " Hall  of  Frame "   ซะด้วยครับ   ทำยังกับ ห้องประกาศเกียรติคุณ ของ นักกีฬา เลยนะครับ (ก็เจ้าของร้าน เป็นอดีต นักรักบี้ ทีมชาติ เลยทีเดียว ครับ) ...  แต่ ป้าย  Hall of Frame   ก็ไม่ได้ มาประกาศอะไรเกี่ยวกับกีฬา  ในร้านก๋วยเตี๋ยวร้านนี้ หรอกนะครับ  ...  ทางร้านมี ป้ายไว้ติดรูป  นักทานที่สามารถ ทานก๋วยเตี๋ยวเรือ ได้มากที่สุดใน 1 มื้อ ครับ   .....   เท่าที่ผมดู จากป้าย  ตอนนี้   มีผู้ทำสถิติไว้  18 ชามครับ















มาถึงก๋วยเตี๋ยวเรือ ของรานนี้ดีกว่า ครับ  ....   เอาตามที่ผมไปทานมานะครับ

เส้นเล็ก น้ำตกเนื้อ  .........   ใส่ทุกอย่าง  ...  มาในชามเล็กๆ แบบก๋วยเตี๋ยวเรืออยุธยา และ รังสิต  ...  กลิ่นหอมสมุนไพร เครื่องเทศ  ของน้ำซุป  ลอยมาตั้งแต่ยกมาเลยครับ  ...  ตักชิมน้ำซุป ปุ๊บ   ร้อง  อืมมมม  ปั๊บเลยครับ  .....  น้ำซุปกลมกล่อม ลงตัว แทบไม่ต้องปรุงเลยครับ  ...  แต่ผมเป็นคนชอบลอง พริกน้ำส้ม ในร้านก๋วยเตี๋ยวครับ  มันบอกได้ถึง ความใส่ใจ ของคนทำเลยครับ  ...  พริกน้ำส้ม ก็ โอเคเลยครับ  หอมอร่อยครับ  ... ลูกชิ้นที่ใส่มา ก็คุณภาพดีครับ   ....   ชามเล็กตามแบบ ก๋วยเตี๋ยวเรือโบราณ ครับ  ก็เลยบอกน้องๆที่มาเสิร์ฟว่า    " น้องครับ  ขอเหมือนเดิม  มาอีก  5 ชาม ครับ ...  5555  "

ลูกชิ้น  ...........   มีทั้งลูกชิ้นหมู และ ลูกชิ้นเนื้อ  ที่สั่งตรมาจากที่ไหน ผมไม่ได้ถามนะครับ ...  แต่ เนื้อเป็นเนื้อ  หมูเป็นหมู  เลยครับ  รสชาติดีเลยครับ  นอกจากใส่ไว้ใน ก๋วยเตี๋ยวแล้ว  สามารถ สั่งมาทานเล่นได้ทั้ง  ลูกชิ้นปิ้ง และ ลูกชิ้นลวก  มีน้ำจิ้มรสกลมกล่อมเสิร์ฟ มาด้วยครับ

ผักบุ้งลวก   ..........   ผักบุ้งคัดไซด์  ลวก แล้ว หั่นมาเป็นชิ้นเล็กกำลังดี   ทานใส่ ก๋วยเตี๋ยวเรือเหมาะกันดีครับ


มันหมู ทอด  ...........   มันหมูไม่มีหนัง  ทอดน้ำมันมาไว้แกล้มกับ ก๋วยเตี๋ยว  ...  เค้าใช้มันล้วนๆ  เพราะหลายๆคนไม่ชอบ  มันหมูที่ติดหนัง    ....   ผมก็เลยแนะนำไปว่า ถ้าทอดให้กรอบกว่านี้ อีกซักนิดนึง  จะเด็ดเลยครับ

เกี๊ยวปลา ท่าฉลอม   ...........   เกี๊ยวปลา ทอดเป็นแผ่นใหญ๋  สั่งตรง จาก  เกี๊ยวปลาเจ้าดัง  จาก ท่าฉลอม  ....   กรอบอร่อย  มาพร้อมน้ำจิ้มน้ำพริกเผา  ...  แค่บิดเป็นแผ่นเล็กๆ  ทานกับก๋วยเตี๋ยวก็ เข้ากันดี ครับ















นอกจากนั้น  ทานเสร็จยังมี  ของหวานจากเจ้าเด็ดๆ  ที่สั่งตรง  มาพิเศษ  สำหรับร้านนี้เลยครับ
ลอดช่อง วัดเจษฯ   .....   ไอติม มหาชัย  .....   ล้างคอ ล้างปาก  ได้ดีเหลือเกินครับ
ก๋วยเตี๋ยว  ทุกชนิด  ทุกรายการ    ในร้านนี้   ชามละ  15  บาทเท่านั้นครับ
ลองไปชิมกันดู นะครับ
เปิด  ตั้งแต่   10.00 น.     ปิด ประมาณ   15.00 น.  (ถ้าไม่หมดก่อน นะครับ)





แผนที่ ร้านอาหารทั้งหมด ที่ผมเขียนแนะนำไว้ใน   " แนะนำ ร้านอาหารอร่อย โดย ปาปึกส์ "
https://mapsengine.google.com/map/edit?authuser=0&hl=en&mid=zi7qOsZPeff0.kmjHpvkh5cmM






ป๋าปึกส์
9/01/2557


ขอแนะนำ ร้านโปรดของผู้เขียน
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2010/11/tengoku-1.html
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2010/11/tengoku-2.html
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2011/05/tengoku-de-cuisine.html

ติดตาม คอลัมน์ แนะนำร้านอาหารอร่อย โดย ป๋าปึกส์ ได้ทุกวันใน  Facebook
ได้ที่  : http://www.facebook.com/SuebsaengSun




วันเสาร์ที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2557

นาซิ จำปู๋ ... ที่ สันกำแพงตัดใหม่ .... เชียงใหม่

 " นาซิ จำปู๋ "    สุดยอด อาหารไทย สไตลส์ฟิวชั่น ที่  เชียงใหม่















 " นาซิ จำปู๋ "    แค่ชื่อร้านก็แปลกแล้วครับ  
คำว่า     " นาซิ "      แปลว่า      " ข้าว " 
คำว่า     " จำปู๋ "      แปลว่า       " กับข้าว "    
แต่  เจ้าของร้านบอกว่า  จริงๆแล้ว จะต้องเป็น  " จำปรู๋ "   ที่แปลว่า  น้ำพริก  ครับ  
แต่ สะกดผิดตั้งแต่ต้น  เลยไม่ได้แก้

ร้านนี้  เป็นอาหารไทย แท้ๆ ครับ   ...  แต่ชื่อร้าน ของร้านนี้  เค้าตั้งเป็น เป็น  ภาษายาวี 
ซึ่งเป็นภาษามาลายู  ที่ดัดแปลงมาจาก ภาษาอาหรับ (อารบิก)    
(คำว่า  " ยาวี "   มาจากคำว่า   Jawa   หมายถึง  ชวา นั่นเองครับ   ...   ในอดีตชวา ชวา อพยพมาตั้งถิ่นฐาน ทางตอนใต้สุดของประเทศไทย  ที่เมือง  มะละกา (ปัจจุบัน อยู่ใน มาเลเซีย)  และ ปัตตานี  ...   ชาว ชวา ได้เอาภาษาอาหรับ มาดัดแปลงและเผยแพร่  จนเป็นที่แผ่หลาย และ กลายเป็นภาษาท้องถิ่น ใน  มาเลเซีย และ ชายแดนไทยที่ติดต่อกัน)      
















เวลาที่ ผมมีเพื่อนๆ ของผม  มาจากกรุงเทพฯ ...  เพื่อนๆ มักจะโทรมาชวนผมให้พาไปชิมอาหารร้านนี้ อยู่เป็นประจำเลยครับ
ส่วนนึง  คงเนื่องจาก การที่เค้าได้เห็น   รูปร่างหน้าตา ของอาหาร ของร้านนี้  จาก รูป  ใน  Blog  ที่ผมเขียน  แนะนำ ร้านอาหารอร่อย  ถึงร้านนี้
ไปบ่อยๆ   จนกลายเป็นลูกค้าประจำ ของร้านนี้   เลยทีเดียวครับ

พอมาเมื่อปีที่แล้ว  (2556)   ช่วงใกล้ๆ วันสงกรานต์
ตอนนั้น  ผมไปทานอาหาร ที่ร้านนี้ (ร้านเดิม)   ที่เคยอยู่บน ถนนเชียงใหม่ - พร้าว ... เลย ริมปิงรวมโชค ไปนิดนึง
คุณเต้ย   เจ้าของร้าน  ก็ บอกผมว่า  ...  "กำลังจะปิดร้าน ซักระยะนึง  แล้วจะย้ายร้านไปอยู่ที่ ใหม่ "
เพราะเจ้าของที่  ที่เค้าเช่าอยู่  กำลังจะขายที่ดินผืนนี้

ตอนฟังครั้งแรกผม ถึงกับตกใจเลยครับ   เพราะคุณเต้ยบอกว่า   จะไปอยู่แถวๆ  ปากทางเข้า  สนามกอล์ฟอัลไพน์   ที่   สันกำแพง โน่นเลยครับ
แอบคิดไปว่า  มันไกลไปหน่อยมั้ย  ....   แต่ ระหว่าง ที่คุณเต้ย กำลังเริ่มก่อสร้างร้านใหม่อยู่    ผมก็ ขับรถผ่านร้านที่กำลังสร้างใหม่  แทบทุกวันเลย   เพราะอยู่ใกล้ๆ บ้านในสวนของผม  ที่กำลังสร้างขึ้นพร้อมๆกันเลยครับ  (ต่อไปคงผูกปิ่นโต ทานกันเลยครับ  5555)
                               
ไม่ไกล ครับ ....  ไม่ไกลเลย จริงๆ ครับ  ....   ร้านนี้อยู่บน ถนนสันกำแพงตัดใหม่  ...  คนที่มาจากจังหวัดอื่น คงไม่ค่อยคุ้นกับชื่อ ถนน นะครับ
ถนนเส้นนี้ หากออกมาจาก สนามบิน  ก็ ตรงมาอย่างเดียวเลยครับ   ...  มาจนข้ามสพานลอย ที่ข้ามถนนซุปเปอร์ไฮเวย์ ก็จะเห็นห้าง  Promenada  นั่นแหละครับ
จุดเริ่มต้น ของถนนสันกำแพงตัดใหม่  ที่กำลังขยายเป็น 4  เลนเสร็จหมาดๆ เลยครับ  ....  และ ถ้าเราเหลือบไปมอง  เสาไฟฟ้าสองข้างทางแล้ว  ...  มีการกันเขต ที่ดิน เพื่อการขยายถนนเส้นนี้อย่างกว้างขวางใหญ่โต มโหฬาร เลยครับ
(ก็เค้าว่ากันว่า   สถานีรถไฟฟ้าความเร็วสูง  และ  สนามบินใหม่  ก็จะอยู่บนเส้นนี้นี่แหละครับ)  
จากห้าง  Promenada  ตรงไปประมาณ  10  กว่ากิโล  ...  ผ่านแยกวงแหวน 1 , 2  ..  ผ่านแยกสันกำแพง  ไปนิดนึง  จนถึงแยกทางเข้าสนามกอล์ฟอัลไพน์  (ขวามือ)  ก็ ชลอรถ  เลยครับ  ... เลยแยกนี้ไปประมาณ 50 เมตร  จะเห็นมีต้นไม้ต้นใหญ่ๆ ปลูกอยู่ทางซ้ายมือ   นั่นแหละครับ  เลี้ยวซ้าย  เข้าไปเลยครับ


  
                                 










อาหารที่ร้านนี้   เป็นอาหารที่เรียกกันว่า    ฟิวชั่น 
เป็นอาหารที่นิยมทำกัน ตามร้านอาหารไทยสมัยใหม่    โดยเป็นการทำอาหารแบบ  ผสมผสาน ระหว่างอาหารไทย  กับ  อาหารฝรั่ง   ให้เป็นแบบ สไตลส์  ที่เป็นที่นิยมกันในโลกของการทำอาหาร ยุคปัจจุบัน  ... โดยเฉพาะ  ร้านอาหารไทยในกรุงเทพฯ   
คุณเต้ย  และ  เชฟปุ๋ย  ช่วยกันบรรจงเลือกสรร วัตถุดิบ  ..  ปรุงอาหาร  ..  ตกแต่ง อย่างประดิษฐ์ ประดอย  และ  ต้องถือว่า เป็นการทำอาหารที่ผสมผสาน  ระหว่างอาหารไทย  อาหารเหนือ และ อาหารฝรั่ง  อย่างลงตัวที่สุดร้านนึงเลยครับ  ....   วัตถุดิบที่ใช้ ก็เลือกสรร มาอย่างดี  บางอย่างถึงขนาดปลูกกันเองเลยทีเดียวครับ  การจัดจานทำให้ผมกล้าบอกได้เลยครับว่า  
" ที่นี่เป็นอาหารฟิวชั่น ที่อร่อย แบบหาตัวจับยากเลยครับ "    
อย่าเพิ่งเชื่อผม  จนกว่าจะได้มาลองชิมนะครับ
                               
การตกแต่งร้านใหม่ ก็โล่ง โปร่งสบาย  ออกแนวทันสมัยที่ผสมผสานอีกเช่นกันครับ  ...   ร้านนี้ตั้งอยู่กลางทุ่งนา  ที่มีทิวทัศน์  ที่โอบล้อม  ไว้ด้วยทิวเขารอบด้าน   ...  บรรยากาศน่าไปนั่งตั้งแต่ตอนเย็นๆเลยครับ   อากาศก็เย็นสบายแบบไม่ต้องใช้แอร์เลยครับ   โดยเฉพาะ  ช่วง ปลายฝนต้นหนาว และ  หน้าหนาว  อากาศดีจริงๆครับ  


         












เวลามาทานร้านนี้  ผมมักจะเริ่มต้นด้วย   เครื่องดื่ม  แปลกๆ  ที่ โดน  เข้าไปเต็มๆ เลยครับ  

น้ำกระเจี๊ยบรู้ทเบียร์  ..........  อร่อยแบบเหลือเชื่อเลยครับ  ....   ไม่น่าเชื่อว่า  น้ำกระเจี๊ยบ ผสมกับ น้ำรู้ทเบียร์  จะเข้ากันได้ดี  เหลือเกินครับ

จากนั้น  ก็เริ่มสั่งอาหารจานเด็ด  ที่อยู่ในเมนูร้านเดิม  มาชิมกันก่อนให้หายคิดถึงครับ


สันนอกรมควัน  กับ ยำผลไม้   ..........   ตอนแรกได้ยินชื่อ  นึกถึงอาหาร  ตามค่าเฟ่ในโรงแรมบ้านนอก แต่พอยกมา .....    โอววว    !!!!  เห็นเค้า จัดอาหารมาบนจานแล้ว    นึกว่า นั่งอยู่ร้านใน  Alian Ducas  ที่  Plaza Antony    ใน    Paris    เลยหละครับ   ....   รสชาติ  ทานแล้วแทบไม่สนใจใครอีกเลยครับ   อร่อยล้ำทั้ง  ยำผลไม้ที่รสชาติ  เป็นแบบ  ลูกครึ่งไทยฝรั่งเศส   เสิร์ฟมาเป็น  side dish   และ  สเต็คแฮมรมควันที่ที่ย่างมาด้านนอก สีเกรียมสวย   ลงตัวดีครับ

กุ้งโสร่ง    ..........   กุ้งแชบ้วย  ขนาดตัว กำลังดี  ...  ชุบแป้ง แล้วพันด้วย  เส้นหมี่  ทอดมาได้สีสันสวย และ สุกกำลังดี   ... จัดวางลงใน จานที่มีรูปแบบ ทันสมัย  ตามสไตลศืของ นาซิ จำปู๋    ...   เสิร์ฟมาพร้อมน้ำจิ้ม  คล้ายๆ บ๊วยเจี่ย   อร่อยถูกใจ  เลยครับ

ยำกระเจี๊ยบแฮมชีส    ..........   ดอกกระเจี๊ยบ  นำมายำ ได้รสชาติกลมกล่อม คลุกเม็ดมะม่วงหิมพานต์ ใส่สมุนไพร ที่ปลูกเองหลังร้าน (ไม่มียาฆ่าแมลง 100%  ครับ)   ไม่เผ็ดเหมือน ยำไทยตามร้านอาหารทั่วไป    ....   เอาเป็นว่า   สล่งสลัด  จากเชฟฝรั่ง ทั่วทุกสารทิศ  ต้องหลบลงไปข้างทางก่อน ได้เลยครับ















ยำมะเขือยาว   ..........   ผมไม่แน่ใจว่า เรียกชื่อรายการอาหาร จานนี้ถูกรึเปล่านะครับ  ...  มะเขือยาว ที่เผาพอสุก  ...   วางมาบนไข่ต้ม ที่ต้มแบบ ยางมะตูม  ...  ราดมาด้วยน้ำยำ รสเด็ด  (ที่ร้านนี้ น้ำยำ ของอาหารแต่ละจาน  รสชาติ และ ส่วนประกอบ ไม่เหมือนกัน นะครับ)    โรยหน้ามาด้วย กุ้งแห้ง โขลกละเอียด  ....   อร่อยลงตัวดีครับ

ปลาช่อนทอดน้ำปลา    ..........   จานนี้แทบ จะเป็นอาหาร ที่มี  ชื่อรายการอาหาร และ รูปร่างหน้าตา  ดูเป็น อาหารธรรมดาๆ  เหมือนร้านอาหารอื่นๆ ทั่วไป มากที่สุด แล้วครับ    ....   แต่รสชาติ  ไม่ธรรมดาแน่นอน ครับ  ...  ปลาทอดมาหนังกรอบ สีสวย เนื้อปลาไม่เค็มมากเกินไป  มีน้ำยำที่ใส่ มะม่วงเปรี้ยว ซอยเป็นเส้นเล็กๆ  ... ราดน้ำยำ พร้อม มะม่วงซอย ลงบนเนื้อปลา  ทานพร้อมๆกันทั้งหมด   .....  อร่อยเลย ครับ

ฮังเลย์ ซี่โครง กับ โรตี    ..........    เป็นการนำเอา อาหารพื้นเมือง มาดัดแปลงได้ลงตัวจริงๆครับ   แทนที่จะเลือกใช้ หมูสามชั้นเหมือนร้านอาหารพื้นเมืองทั่วไป  ..  ซึ่งคนเดี๋ยวนี้ หลีกเลี่ยงการทานอาหารที่ ไขมันเยอะเหมือนหมูสามชั้น  ...   ที่นี่ เค้าเลือกใช้ ซี่โครงหมู มาเป็นแผง  แกงแบบ ฮังเล  เคี่ยว ซี่โครง จนนุ่มเปื่อย   รสชาติ จัดจ้าน และยังคงสัมผัสกลิ่นไอเดิมๆ ของแกงฮังเล ได้อยู่เลยครับ  ...  เหมาะกับ โรตี ที่เสิร์ฟเป็นมาด้วยกัน ได้เป็นอย่างดีเลยครับ


















นอกจาก  รายการอาหาร แบบที่เดิมที่อร่อยถูกใจอยู่แล้ว  ยังมี เมนูใหม่ๆ  เพิ่มมาอีกหลายเมนูเลยครับ

ป่อเปี๊ยะ หอยลายน้ำพริกเผา    ...........    ตอนยกจานนี้มา  ต้องบอกให้น้องๆที่ร้าน ช่วยเปิดไฟ ที่โต๊ะเพิ่มขึ้นมาหน่อย เลยครับ   ....   จัดจานมาซะแบบ   " ไม่ถ่ายรูปไม่ได้เลยครับ "    ...   ไม่ได้สวยเพียงอย่างเดียวนะครับ   ยังอร่อย ซะเว่อร์เลยอีกต่างหากครับ  ...   หอยลายตัวใหญ่  เนื้อหอยล้วนๆ  ผัดกับน้ำพริกเผา รสไทยๆ  ถูกบรรจุลงกลางแป้งป่อเปี๊ยะ   แล้วเอาไปทอดแบบไม่มีน้ำมัน  เหมือนป่อเปี๊ยะทอดทั่วๆไป   ...   จานนี้แนะนำว่า  ต้องลอง   เลยครับ

สลัดยอดถั่วลันเตา  ..........    จานนี้  พิเศษหน่อยครับ  เพราะมีขาย เฉพาะในเฉพาะฤดูหนาว เท่านั้นครับ  ถั่วลันเตาจะออกยอดงามสพรั่ง  สดกรอบ  ถูกเอามา คลุกเคล้า  แบบ ไทยใหญ่  ...  รสชาติแปลกดีครับ  คลุกมาด้วยถั่ว และ เม็ดมะม่วง ที่โขลกจนเล็ก  มี น้ำสลัด รสชาติ แปลกแต่อร่อย  ..  ใส่มาในเหยือก น้อยๆ  วางอยู่ในจาน  ...   โรยหน้าสลัด ด้วย ไข่ดาว  และ ขนมปังกรอบ  ... แอบมี จิ้นส้ม (แหนม)  ชิ้นเล็กๆ    แซมมาใน ยอดถั่วลันเตา   ....  ราดน้ำสลัด แล้วคลูกเค้าให้เข้ากันก่อนทาน นะครับ  .....   จานนี้ แนะนำ ว่า  ต้องลองเลยครับ
















ร้านนี้  เหมาะที่จะใช้เป็นที่รับรองแขก  ที่อยากทานอาหารไทย เป็นอย่างยิ่งครับ
ซึ่งผมว่า ผู้ที่มาเป็นแขก น่าจะชอบ รูปแบบ และ การจัดจาน และ รสชาติ ของอาหารที่นี่
ที่สำคัญ ที่สุด  ของ การคิด ออกแบบ เลือกใช้วุตถุดิบ  และ  การปรุงอาหาร   ของที่นี่
ยังคงเอกลักษณ์ และ รสชาติ ความเป็นอาหารไทยไว้ได้อย่างดี   
เลยครับ

***************

ผมจำได้ว่า  มีอยู่วันนึง  ตอนที่ผมไปทานที่ร้านเก่า ตรงเส้นแม่โจ้   ...  มีลูกค้านั่งทานกันอยู่เต็มร้าน  ...   เห็นลูกค้า  โต๊ะใหญ่อยู่กลุ่มนึง  เป็น ฝรั่งเกือบทั้งโต๊ะ    ทานกันอยู่  ไม่ต่ำกว่า 15 คน  ...  นอกนั้นก็มี  โต๊ะผม   แล้วก็อีก   4-5 โต๊ะ  ที่เป็น คนไทย  
เวลาที่  พนักงาน ยกอาหาร  มาลงในแต่ละโต๊ะ  ...  ผมมสังเกตุ เห็นลูกค้า เกือบทุก โต๊ะ ในร้าน   รวมทั้งโต๊ะ ผมด้วย   ...   ต่างยก กล้องถ่ายรูป  และ โทรศัพท์มือถือ ขึ้นมาถ่ายรูปอาหาร กันแทบทุกโต๊ะเลยครับ  ... ถ่ายแล้วโพสท์  ...  ถ่ายแล้วโพสท์  กันทุกคน ทุกโต๊ะ เลยหละครับ
อาหารแต่ละจาน ตกแต่งมาแบบ  สวยงามจริงๆ ครับ  และ เลือกใช้วัตถุดิบ ที่เป็น ธรรมชาติ  ทั้งหมดที่ทานได้เอามาปรุง และ จัดวางได้แบบ งามไร้ที่ติ  เลยครับ

พอทานเสร็จ  ก็เหลือบไปเห็น  สิ่งที่ผมเชื่อว่า  นานๆ ที  จะเห็นอะไรแบบนี้ ในเมืองไทยซักทีนึง ครับ
คณะของฝรั่ง  ที่ทานเสร็จแล้ว  ลุกขึ้นมาทั้งกลุ่ม   แล้วเดินไปหน้าครัว  ...
" เชิญเชฟออกมายืนหน้าครัว  แล้ว  ปรบมือ ให้เชฟ  "
เห็นแล้ว  ปลื้มใจ   แทนเจ้าของร้านเลยครับ

****************

อย่าเพิ่งเชื่อ  ผม ง่ายๆ นะครับ   ....   ต้องลองไปชิมดู  ด้วยตัวเองครับ    อาหารที่ผสมผสานได้ลงตัว  ทั้งหน้าตา และ รสชาติ เรียกว่า  อร่อยจน ผมกล้าบอก และ ยืนยันว่า    
" ที่นี่เป็นอาหารฟิวชั่น ระดับแนวหน้า ของเมือง เชียงใหม่ "     เลยครับ
ราคาก็ระดับปานกลางครับ  ไม่แพงเลยกับสิ่งที่คุณจะได้รับ  ลองแวะกันไปชิมนะครับ
ร้านนี้  เปิด   2   ช่วงครับ    .....     11.00 - 15.00  และ  17.00 - 22.30 



โทรจองที่นั่ง หรือ สอบถามเส้นทาง   ได้ที่
โทร   081-831-9325   และ  089-851-6118






















แผนที่ ร้านอาหารทั้งหมด ที่ผมเขียนแนะนำไว้ใน   " แนะนำ ร้านอาหารอร่อย โดย ปาปึกส์ "
https://mapsengine.google.com/map/edit?authuser=0&hl=en&mid=zi7qOsZPeff0.kmjHpvkh5cmM




ป๋าปึกส์
4/01/2557


ขอแนะนำ ร้านโปรดของผู้เขียน
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2010/11/tengoku-1.html
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2010/11/tengoku-2.html


ติดตาม คอลัมน์ แนะนำร้านอาหารอร่อย โดย ป๋าปึกส์ ได้ทุกวันใน  Facebook
ได้ที่  : http://www.facebook.com/SuebsaengSun