Translate

เกิดข้อผิดพลาดใน Gadget นี้

วันศุกร์ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2557

Shazube ... บุฟเฟ่ท์ ชาบู , สุกี้ , นาเบะ .. ระดับพรีเมี่ยม ที่ เชียงใหม่

 " Sha zu be "    ...  บุฟเฟ่ท์  ชาบู , สุกี้ , นาเบะ  ..  ระดับพรีเมี่ยม ที่  เชียงใหม่    
ร้านอาหารญี่ปุ่น  แนวใหม่ และ ร้านใหม่ล่าสุดของเมืองเชียงใหม่  ครับ
ตอนที่ผมได้ยินชื่อ ร้านนี้ ครั้งแรก  ก็พยายาม หาคำแปล ว่าร้านนี้ หมายถึงอะไร  ...  หาอยู่ นานเลยทีเดียวครับ  แต่ก็หาไม่เจอครับ   ....   จนเมื่อคืน มาลองทานอาหารร้านนี้  ได้เจอกับเจ้าของร้าน   ก็เลยได้ถามถึง ความเป็นมาของชื่อร้านก่อนเลยครับ   ....   ได้ความว่า
" Sha Zu be "    ชื่อร้าน ฟังดูเหมือนเป็นคำภาษา ญี่ปุ่น  แต่เป็นการ รวมเอา คำ ต้น และ ท้าย  ของรายการอาหารหลัก    ที่ขายอยู่ในร้าน ครับ
" Sha "   ......   มาจาก  คำว่า     " ชาบู "
" Zu "     ......   มาจาก  คำว่า     " สุกี้ "
" Be "    ......   มาจาก  คำว่า      " นาเบะ "   (มิโซะ นาเบะ)












ร้านนี้  เปิดขายอาหาร เป็น 2 แบบ ครับ    ....   มีทั้ง  Buffet   และ   A La Carte  (ตามสั่ง)   ครับ 
สำหรับ บุฟเฟ่ท์  เป็น รายการบุฟเฟ่ท์   ที่เป็น  อาหารประเภทหม้อร้อน  สไตลส์ ญี่ปุ่น  แบบที่มีขายในประเทศ ญี่ปุ่น เลยครับ
ที่ผมเขียน  พาดหัว ไว้ด้านบน  ว่า    "  ระดับพรีเมี่ยม "  
ก็มาจาก การเลือกใช้วัตถุดิบ  ของทาง ร้านนี้ นี่เองครับ

โดยเฉพาะ  ...  คนที่ ชอบทานเนื้อวัว  ...  ร้านนี้ นี่แหละครับ  คุ้มจริงๆ ครับ
เค้าเลือกเสิร์ฟ   เนื้อวัว ที่นำเข้าจาก  ออสเตรเลีย และ นิวซีแลนด์    อยู่ในรายการอาหาร บุฟเฟ่ท์  กันเลยทีเดียวครับ
แถมยังมีเนื้อ  ส่วนต่างๆ  ให้เลือก  อีกหลายส่วนอีกต่างหาก ครับ
ที่ สำคัญ  จะทานเท่าไหร่   ก็ได้ในเวลา  ชั่วโมงครึ่ง  ด้วยซิครับ

นอกจากเนื้อวัว แล้ว  .... หมู  ก็มีนะครับ
หมู  ที่ร้านนี้ ก็เลือกเอา    " หมู คุโรบุตะ "    ที่เราได้ยินคุ้นหู  ใน ทีวี อยู่เป็นประจำ มาเสิร์ฟใน  บุฟเฟ่ท์ เช่นกันครับ

ส่วนคนที่ ชอบทานผัก ไม่ต้องห่วงเลยครับ  ...  มาครบจัดเต็มครับ  ทั้งผัก ทั้งเห็ด  มีให้เลือก เยอะแยะไปหมดครับ

นอกจากนั้น ในรายการ  Buffet  ยัง รวม ไปถึง   ซูชิ    อีกมากมายหลายหน้า ให้เลือกทานอย่างจุใจ อีกด้วยครับ  
ซูชิ  ที่ร้านนี้ทำ  ไม่มีการทำ  ซูชิ   ทิ้งไว้ในตู้เย็น แล้ว ยกมาเสิร์ฟ  ให้เสียอารมณ์ ครับ
ที่ร้านนี้  เค้าทำ  ซูชิ  สดๆ  ....   ทำทันที่ ที่สั่งครับ
ทำให้ เราสัมผัส    ได้ถึงความแตกต่าง ของ รสชาติของข้าวปั้น  และ คุณภาพของวัตถุดิบ  ได้ดีกว่ากันเยอะเลยครับ












น้ำซุป ในรายการ  Buffet  มีให้เลือกทานได้ 3  ชนิดด้วยกันครับ

ชาบู  ชาบู    ...........   น้ำซุปที่ต้ม มาอย่างพิถีพิถัน  ด้วย สาหร่าย คอมบุ   ...   ที่ต้องนำ สาหร่ายแผ่นหนา ลงไปแช่ในน้ำเย็น  ก่อนที่จะเริ่มต้ม เพื่อดึงเอารสชาติของสาหร่าย ที่ถูกทำให้แห้งออกมา
แล้ว เริ่มต้มด้วยไฟอ่อนๆ  เพื่อให้ ได้รสชาติ ของสาหร่ายคอมบุ  ....  แล้ว ใส่ น้ำสต๊อคที่ต้มกับ ปลา ทั้งส่วน  แกนกระดูก , เนื้อปลา  ลงไปต้มด้วยไฟอ่อนๆ   ......  น้ำซุปหวานหอม ชื่นใจดีครับ
เวลาทาน  ก็เอา ตะเกียบ คีบ เอาเนื้อสไลด์  ลวกให้พอเป็นสีชมพู  หรือ ถ้าทานหมูก็ลวกจนขาว
แล้วเอา  เนื้อ หรือ หมู ที่ลวกแล้วลงไปจุ่มใน น้ำจิ้ม ปงสึ  ที่มีรสเปรี้ยวนำ
อืมมมมมม  ...  อร่อยไม่รู้ลืมเลยครับ
และ ยังมี น้ำจิ้มงาขาว  เสิร์ฟมาด้วยครับ  ....  สำหรับผม ชอบ  ลวกเนื้อ ลวกหมู ในหม้อชาบู  ไปซักผักก่อน แล้ว ค่อยตักน้ำซุปใส่ถ้วย พร้อมผักที่ลงไปต้ม ไว้ตั้งแต่ต้น  แล้วตัก น้ำจิ้มงาขาว   ลงไปใน ถ้วยซักช้อนนึง  ..... โอววววววววว   หมดเกลี้ยงถ้วยใน พริบตา ครับ

สุกี้    ...........    สุกี้ที่ร้านนี้  เป็นแบบ สุกี้ญี่ปุ่น แท้ๆ ครับ  ...  น้ำสุกี้ ที่ใช้น้ำซุปใส ต้มกับ โชหยุ  ,  มิริน  ,  สาเก  และ น้ำตาล   ....  สีน้ำซุป  ออกสีน้ำตาลดำ  ...  กลิ่นหอมของมิริน และ โชหยุ ช่างยั่วยวนดีเหลือเกินครับ  ... รสชาติน้ำสุกี้ จะแตกต่างจาก สุกี้ที่เราทานกันใน ศูนย์การค้าทั่วไปครับ   ...  รสชาติน้ำซุป สุกี้  มีรสหวานที่แอบนำ รสเค็มมาเล็กน้อย  ....  เสิร์ฟมาพร้อมกับ ไข่ดิบสดๆ ในถ้วย
เวลาทาน สุกี้ ให้ได้ อรรถรสแบบ ญี่ปุ่น  แนะนำ ให้เอาไข่ดิบที่เค้าเสิร์ฟมา ตีให้เข้ากันซะก่อน  ... แล้วเอาเนื้อ หรือ หมู ที่ลวกมาร้อนๆ   ลงไปจิ้มใน ไข่สด  ....  โอวววววว  ช่างนุ่ม ละมุนลิ้นจริงๆ ครับ  ...  รับรองว่า ไม่มีคาวของไข่ อย่างที่คิดเลยครับ

มิโซะ นาเบะ    ...........   น้ำซุป ที่ต้มมาจาก เต้าเจี้ยว ญี่ปุ่น  ....   น้ำซุปของโปรดผมเลยครับ  รสชาติน้ำซุป คล้ายๆ มิโซะซุป ที่เราไปตามร้านอาหารญี่ปุ่น แล้ว เค้าเสิร์ฟใน ถ้วยที่มีฝาปิด นั่นแหละครับ
ที่บอกว่า ของโปรดเพราะว่า  น้ำซุปแบบนี้ เวลาลวกเนื้อ ลวกหมูแล้ว  แทบไม่ต้องไปจิ้มอะไรเลยครับ














นอกเหนือจาก  รายการ บุฟเฟ่ท์ ที่มี น้ำซุปให้เลือกถึง 3 อย่างแล้ว  ... ยังมี ซูชิ ให้ทานได้แบบหนำใจ แบบ ไม่อั้นอีกด้วยครับ

ซูชิ    ..........   ซูชิ ที่อร่อยไม่ได้อยู่ที่ วัตถุดิบ ที่วางอยู่บนข้าวปั้นเท่านั้นครับ  ...  แต่ละร้าน แต่ละเชฟ  ก็มีเทคนิค การคลุกข้าว ซูชิ ที่แตกต่างกันไปครับมีให้เลือกหลายหน้าเลยครับ  ...  ข้าวญี่ปุ่น ที่ต้องหุงแบบพิเศษ ไม่ได้หุงแบบที่ใช้ทานกับอาหารญี่ปุ่นธรรมดาๆ นะครับ  แล้วต้องเอามาคลุก เพื่อให้มีรสชาติ ซึ่ง ส่วนใหญ่ ก็จะใช้  น้ำส้มสายชู  ,  มิริน  ,  เกลือ  ,  น้ำตาลเป็นหลักครับ
และ ที่สำคัญ การปั้นข้าว  ต้องปั้นขนาดต้องพอดีคำด้วยครับ  ...  ที่ร้านนี้ ทำได้เข้า สเปค ครับ
ส่วน หน้าซูชิ  มีให้เลือกหลากหลายครับ  ...  ทั้ง  หน้าเนื้อ ,  หน้าแซลม่อน , หน้าไข่กุ้ง  ฯลฯ

ราคาอาหารที่ เป็น  บุฟเฟ่ท์  อยู่ที่   590 บาท ครับ
ราคานี้ รวม ที่ผมเล่ามาด้านบนทั้งหมด แบบ ทานเท่าไหร่ก็ได้  ในเวลา 1 ชั่วโมงครึ่ง ครับ
และ รวมเครื่องดื่ม  ชาเขียว ด้วยครับ

ราคาดูแล้ว  สูงกว่าตามห้าง  .....  แต่ ผมว่า  ต้องมาดู ที่คุณภาพ ของ วัตถุดิบ ที่เค้าใช้ครับ
สำหรับผมแล้ว    ราคานี้ ผมว่า    " สุดคุ้ม "     ครับ

นอกจาก นี้แล้ว   ยังมีรายการ อาหารญี่ปุ่น  ให้เลือกสั่งมาชิมได้ อีกหลายสิบ เมนู เลยครับ
ร้านนี้เปิดทุกวัน ครับ
เปิดขาย เป็น  2  ช่วงเวลาครับ      11.00 - 14.00  และ   17.30 - 22.30
โทร      085-868-2141  











ร้านนี้หาไม่ยาก ครับ
ถ้าอธิบายว่าอยู่ตรงไหน  ต้องอธิบาย 2 ครั้ง  ... ตามวัย ครับ

ถ้าเป็น  วัยรุ่น ก็ต้อง อธิบายว่า   .....  ร้านนี้อยู่ในซอย ตรงกันข้ามกับ   " แฟบบริค "   ผับชื่อดังกลางเมืองเชียงใหม่   ที่มี  มาดามเอียน อยู่ปากซอย ครับ
ถ้าเป็น คนที่มีอายุหน่อย  ก็ ต้องอธิบายว่า   .....  ร้านนี้อยู่ ที่ ซินหยู คาราโอเกะ  อันเก่า ครับ

หรือ จะลองเข้าไปดูรายละเอียดใน  Facebook    ของร้านนี้ดู ก็ได้นะครับ
facebook.com/shazube  


แผนที่ร้านอาหาร ทั้งหมดที่ผมเขียนแนะนำ ไว้ใน   " แนะนำ ร้านอาหารอร่อย โดยป๋าปึกส์ "
https://mapsengine.google.com/map/edit?authuser=0&hl=en&mid=zi7qOsZPeff0.kmjHpvkh5cmM



ป๋าปึกส์
29/08/2557
ขอแนะนำ ร้านโปรดของผู้เขียน
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2010/11/tengoku-1.html
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2010/11/tengoku-2.html
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2011/05/tengoku-de-cuisine.html

ติดตาม คอลัมน์ แนะนำร้านอาหารอร่อย โดย ป๋าปึกส์ ได้ทุกวันใน  Facebook
ได้ที่  : http://www.facebook.com/SuebsaengSun


















วันเสาร์ที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2557

Little Cook Cafe' .. สหศรีภูมิเพลส ถนนรอบคูเมือง ... เชียงใหม่

 Little Cook Cafe'  ..  ที่ สหศรีภูมิเพลส  บน ถนนรอบคูเมือง  ... เชียงใหม่ 


Little Cook  Cafe'   .....  " ร้านอาหาร เล็กๆ  ที่ไม่ธรรมดา "
ร้านนีัเปิดมานาน หลายปีแล้วครับ
ผมรู้จักน้องทั้งสองที่เป็นเจ้าของร้าน  มาก็หลายปีแล้วครับ
รู้จักมาตั้งแต่   ก่อนที่เค้าจะเปิดร้านอาหาร Little Cook   ครั้งแรก  บนถนน ศิริมังคลาจารย์  เมื่อซัก 3-4 ปีก่อน  .... ด้วยความที่เป็นเพื่อนกันใน   Facebook    ก็เลยได้เห็น  ได้ติดตามเรื่องราว  ความเป็นไปของร้านอาหารของเค้าอย่างต่อเนื่องครับ
แรกๆ ก็เดาเอาว่า   น้อง 2 คน  ที่ทั้งคู่ ค่อนข้างจะออกอารมณ์ ติส ติส  เอาการอยู่  ..  คงจะทำร้านอาหารเล่นๆ  แก้เหงาอะไรทำนองนั้น
แต่ซักพักนึง  ก็เริ่ม  เห็นเจ้าของร้านทั้งสอง   เริ่มไปหาความรู้  เรื่องทำอาหารมากขึ้น
เริ่มไปตระเวนหาวัตถุดิบ ตามแหล่งต่างๆ เป็นประจำ
และ  ในที่สุด ก็  เริ่มตกแต่งร้านใหม่  และ  เริ่มฉายแวว การทำ ร้านอาหารอย่างจริงจังมากขึ้น
(ตอนที่อยู่ร้านเดิม  ผมก็ไม่เคยได้ไปลองทานเลยซักครั้งเลยครับ   ส่วนนึง  น่าจะมาจาก ตอนที่จะไป ลองครั้งแรก  ขับรถวนหา ร้านเดิมอยู่หลายซอย  แต่ก็หาไม่เจอ  ก็เลยพลาด และเลิกล้มความคิด ที่จะไปชิม ไปเลยครับ)














จนมาเมื่อซัก เกือบปีที่ผ่านมา  ก็เห็น  น้องทั้งสองคน เปิดร้านใหม่  จากหน้า  Facebook  ...  ผมก็ติดตามมาตั้งแต่เริ่มแต่งร้าน  เริ่มจัดรายการอาหาร  แม้กระทั่งการไปตระเวนหา วัตถุดิบ ของทั้งคู่   ....  ดูแล้ว น่าสนใจเลยครับ  ...  แถมยังมี คนโน้น คนนี้ คนนั้น  Post  รูปอาหาร ของร้านนี้  ลงใน  Facebook  อยู่เป็นประจำ  และ อ่านดู  comment  ของลูกค้าที่ไป ก็น่าสนใจ และ เป็นไปในแนวทางที่ดี ซะเป็นส่วนใหญ่ครับ
ทั้งเพื่อนๆผม  และ ลูกผม  ที่ไปทานกันมา ต่างบอกว่า  อร่อย
วันนี้ ผม  ไม่ไปไม่ได้แล้วครับ

ร้านนี้ หาไม่ยากครับ  ถ้าขับรถมาทาง ซุปเปอร์มุ่งหน้าเข้าเมือง
พอถึงแยกรินคำ เลี้ยวซ้ายมาทาง กาดสวนแก้ว (เซนทรัลเก่า)  ....   ตรงมาจนผ่านไฟแดง ที่แจ่งหัวริน  (สี่แยกไฟแดง ตรงหัวมุมกำแพงเมือง ที่ เลยเซนทรัลไปนิดนึง ครับ)  
ขับตรงไปตาม ถนนรอบคูเมืองด้านนอก  เลย วัดโลกโมฬี  ไปนิดนึง ..  พอเห็นป้าย ของ อาคารของศูนย์  SAMSUNG   (ที่อยู่ ตรงกันข้าม กับ วัดควรค่าม้า)  ก็ชิดซ้ายเลยครับ
จะเห็นแผงป้ายซ้ายมือ  เขียนไว้ปากซอยว่า     " สหศรีภูมิเพลส "    .
เลี้ยวซ้าย  เข้าไปเลยครับ  ร้านนี้ อยู่กลางๆซอย ด้านซ้ายมือ  ..  ไม่ต้องกลัวหลงครับ  ...  เป็น  ซอยตัน  ครับ

ผมไปถึงร้านก็เกือบ 2 ทุ่มแล้วครับ  ...  คนยังเยอะอยู่เลยครับ
วันนี้  ผมมากัน 2 คน  เลยสั่งไป 4  อย่าง
เพราะ ดูจากอาหารที่ขาย และ ราคาอาหารแล้ว  คิดว่า  อาหารคงจะมีขนาด  เหมือนร้านอาหารทั่วไป
แต่พอยกมา  อ้าปากค้างกันเลยทีเดียวครับ ... มองหน้ากัน 2 คน ทำหน้าเจื่อนๆ  แล้วพูดพร้อมกันว่า  จะหมดมั้ยเนี่ยะ

















อาหารจานเด็ด ของ ร้านนี้ ที่ไปทานมา ...  ที่ผมแนะนำ ให้ลองเลยครับ

สปาเก็ตตี้ เห็ด กระเทียม เบคอน พริกแห้ง   ..........   ดูชื่อแล้ว เหมือนเมนูไทยๆ  แต่ไม่ใช่ครับ  ..  ในอิตาลี ก็มีเมนูแบบนี้เลยครับ  ... เส้นสปาเก็ตตี้ลวกมาแบบสุกกำลังดี  
ผัดมาด้วย  กระเทียมกลีบใหญ่  และ พริกแห้ง  และ เบคอน และ น้ำมันมะกอกอย่างดี  แล้วคลุกมาด้วย พามาซานชีส  
รสชาติ เข้มข้นจัดจ้าน กลมกล่อม  ตัดกับ  เบคอนที่รสชาติเค็มนำหน้าเล็กน้อย  อร่อยเลยครับ
อย่างที่ผมบอกไว้ว่า  ต้องชมว่า ถึงแม้ร้านจะไม่ได้เป็น ร้านอาหาร ใหญ่โต เหมือนตามโรงแรมใหญ่   แต่การเลือกใช้ วัตถุดิบ ของร้านนี้ก็ไม่ได้แตกต่างอะไรกันกับ ร้านหรูๆ  กันเลยทีเดียวครับ
สปาเก็ตตี้ จานนี้ให้มาเยอะมากครับ  ...   แต่ผมก็กวาดจนไม่มีอะไรเหลือติดจาน  ..  ไม่มีเหลือ แม้กระทั่งพริกแห้ง  เลยทีเดียวครับ

------------------------------------------------------

วากิว เบอร์เกอร์    ...........   จานนี้เห็นมาตั้งแต่ใน  Facebook  ของคนอื่นแล้วครับ  ..  รูปร่างหน้าตา ดูแล้วน่าค้นหา น่าลิ้มลองครับ  เบอร์เกอร์ ทรงสูง วางปิดบนด้วย ขนมปังสีดำ
ก็เลยถือโอกาส ถามคุณกบ เจ้าของร้านถึงที่มาที่ไป ของ ขนมปังสีดำ ซะเลยครับ
ได้ความว่า อยากให้ลูกค้า เปลี่ยนจากการทานขนมปังธรรมดาๆ ที่ค่อนข้างจำเจ บ้าง
ที่ร้านนี้ เลยสั่งทำขนมปัง จากร้านขนมปังที่รู้จักกันดี  ให้ทำรสชาติแปลกๆ มาหลากหลายชนิดเลยครับ  
ขนมปังสีดำ ใช้ส่วนผสมกับน้ำหมึกดำ ที่เอาไปทำ สปาเก็ตตี้หมึกดำ นั่นแหละครับ  ... ได้รสชาติที่อร่อยเลยทีเดียวครับ
เนื้อเบอร์เกอร์ ใช้เนื้อ วากิวสับแล้วปั้นเป็นก้อนเบอร์เกอร์   ..  สัมผัสได้ถึงความนุ่มที่แตกต่างอย่างชัดเจน ครับ
รสชาติของ  ชีส .. เครื่องหมักที่หมักเนื้อมา  และ เครื่องเคียง   ที่ใส่มาใน  เบอร์เกอร์  ...  อร่อยเข้ากันได้ดี  อย่างลงตัว เลยครับ
ผมชอบการจัดจานของร้านนี้   ที่เค้าเลือกใส่ ผลไม้มาในจาน
ผลไม้ที่เค้าเลือก  สีสันสวยงาม
และ ที่สำคัญอีกอย่างก็คือ รสชาติของผลไม้ ที่เลือกมาจัดจาน  ได้รสชาติ ที่ทานแล้ว ช่วยเสริมให้ อาหารจานหลัก โดดเด่นขึ้น  และ  เข้ากันได้อย่างดี กับ อาหารในจานด้วยครับ
















สลัด
 ...........   ผมจำชื่อเมนู จานนี้ไม่ได้ครับ  ...   แต่ผักสด หลากหลายชนิด และ ปริมาณ  สด และ กรอบ ดีเลยครับ  ...   แถมใส่ผัก ให้มาแบบไม่ยั้งมือ  เต็มจาน สะใจดี ครับ
น้ำสลัดรสชาติกลมกล่อม  เป็นเอกลักษณ์ ของ ตัวเองดีครับ

ขนมปังกระเทียม  .........  จาน อร่อยดีครับ  ... จะสังมาทาน เรียกน้ำย่อย  หรือ  ทานพร้อมกันกับ สลัด
ก็ ลงตัวดีครับ

------------------------------------------------------

อาหารร้านนี้ ทุกจาน จานใหญ่และเยอะมากครับ  
ที่สำคัญ ราคาไม่แพงเลยครับ   เมื่อเทียบ กับ คุณภาพ
เราทานอาหารไป 4 อย่าง ผมดื่มน้ำเชอร์รี่โซดา  (ใส่ลูกเชอร์รี่สดๆไปด้วย อร่อยจังครับ)   และน้ำเปล่า  ...  จ่ายไป  700 บาท
คุณภาพอย่างนี้  ....   ราคาแบบนี้    ...  แนะนำว่า  ต้องไปลองเลยครับ


เกือบลืมเล่าไปครับ
ตอนที่ไปถึงร้าน  ...  พอได้ที่นั่ง ก็สอดสายสายตาดูรอบๆร้าน
เห็นป้าย ติดหน้าเคาน์เตอร์ และ ที่ผนังหลายป้ายด้วยกันครับ
แต่ละป้าย  อ่านแล้ว มันส์  ดีครับ  555

:  ร้านนี้ไม่รับจองโต๊ะ
:  ขายอาหารตามเมนู (ห้ามสั่งนอกเหนือจากที่มี)
:  กรุณาสั่งอาหารในครั้งเดียว  (เพราะทำให้ แม่ครัวปวดหัว งานเยอะทำไม่ทัน)  
;  ถ้าสั่งแล้วกินไม่หมด มี เคือง "  ..  ฯลฯ

อ่านแล้ว ก็เป็นอย่างที่ผมบอกมั้ยหละ ครับ ...  แบบนี้ ถ้าไม่ ติส จริง ทำไม่เป็นหรอกครับ   5555

ร้านนี้เค้าเปิดขายแค่วันละไม่กี่ชั่วโมงเลยครับ
เปิดร้าน  17.30 น.   ถึง   21.00 น.
หยุดทุกวันอาทิตย์  ครับ


ไปไม่ถูก  โทรไปสอบถามเส้นทางได้ครับ   (ถามเฉยๆ  แต่ไม่รับจองที่นั่งนะครับ  5555)
โทร      085-714-1189   


แผนที่ร้านอาหาร ทั้งหมดที่ผมเขียนแนะนำ ไว้ใน   " แนะนำ ร้านอาหารอร่อย โดยป๋าปึกส์ "
https://mapsengine.google.com/map/edit?authuser=0&hl=en&mid=zi7qOsZPeff0.kmjHpvkh5cmM



ป๋าปึกส์
09/08/2557
ขอแนะนำ ร้านโปรดของผู้เขียน
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2010/11/tengoku-1.html
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2010/11/tengoku-2.html
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2011/05/tengoku-de-cuisine.html

ติดตาม คอลัมน์ แนะนำร้านอาหารอร่อย โดย ป๋าปึกส์ ได้ทุกวันใน  Facebook
ได้ที่  : http://www.facebook.com/SuebsaengSun






วันจันทร์ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2557

WHY NOT ? ... Italian Restaurant & Wine Bar ... เชียงใหม่

 WHY  NOT ?    ...   Italian Restaurant  &  Wine Bar  ...  นิมมานฯ 11  ...  เชียงใหม่

" Why Not ? "    
เป็น ชื่อร้านอาหาร  อิตาเลี่ยน  ร้านนึง บนถนน นิมมานฯ ที่อยู่ทะลุ ซอย 9  และ ซอย 11  ครับ
เท่าที่ทราบ จากการบอกเล่าของพรรคพวกที่รู้จัก มาเล่าให้ฟังว่า  ...  ที่มาของการตั้งชื่อ ร้านนี้ มาจาก การเห็น ร้านอาหารในเมืองเชียงใหม่ ไม่ว่าจะเป็น  ญี่ปุ่น  ,  จีน  ,  เยอรมัน  ,  เกาหลี  ฯลฯ  มักจะ นิยมเปิดร้านอาหาร  เป็นแบบ บุฟเฟ่ท์   และ ที่สำคัญ  หลายๆร้าน ค่อนข้างไปได้ด้วยดี
และ ทางเจ้าของ ร้านนี้ ก็ยังไม่เคยเห็น  ร้าน อิตาเลี่ยน ร้านไหน ใน เชียงใหม่  มาเปิดให้ บริการ แบบ บุฟเฟ่ท์  ...   จึงคิดเปิดขึ้นมาเป็น  บุฟเฟ่ท์อาหารอิตาเลี่ยน เป็น เจ้าแรกๆ  ของเชียงใหม่ เลยก็ว่าได้ครับ

ร้านนี้เปิดมานาน พอสมควรครับ น่าจะประมาณ  3-4 ปีแล้ว  ...  ผมเองทราบจากเจ้าของร้าน เพราะเค้าเคยบอกผม ตั้งแต่ ตอนที่กำลังจะเปิด  ...  ผมเป็น ลูกค้าประจำ ของร้านเดิม ของเค้ามาเกือบ  10 ปีแล้วครับ  ...  สำหรับร้านดิมแล้ว  คนที่ชอบทานอาหารฝรั่ง ในเมืองเชียงใหม่   เมื่อซัก  5-6 ปีที่แล้ว  หากได้ยินชื่อร้าน   Buonissimo    ...  คงพอจะนึกออก นะครับ   ...   ร้านนี้ เปิดอยู่บนตึกแถว 3 ห้อง ด้านซ้ายมือ ของต้นถนนแม่โจ้  ก่อนถึงแยกวงแหวน (ที่มีอุโมงค์ ลอดผ่าน)
สมัยก่อน เชียงใหม่  เป็น เมืองต่างจังหวัดที่มี ร้านอาหารอิตาเลี่ยน  ให้เลือกมากที่สุดเมืองนึง ของประเทศไทย เลยก็ว่าได้นะครับ  ...  เดี๋ยวนี้ ลดหายไปเยอะเลยทีเดียวครับ  อาหารนานาชนิด หลั่งไหล เข้ามา ทั้งอยู่ในห้าง และ นอกห้าง เข้ามาเปิดทั่วทุกหัวระแหง  ของ เชียงใหม่ เลยครับ
เหลือ ร้านที่เป็น  Chiangmai Borned    หรือ    ร้านที่มี ต้นกำเนิด ที่เชียงใหม่ ไม่กี่ร้านแล้วครับ












มาทำความรู้จัก อาหารอิตาเลี่ยน กันเล็กน้อยนะครับ
อาหารอิตาเลี่ยน  เป็น อาหารประจำชาติของ ประเทศ อิตาลี   ...   แบ่งตาม ประเภท ดังนี้

:  อาหารว่าง และ ของทานเล่นระหว่างมื้อ  ....  จานนี้ ในบ้านเรารู้จักกันดี  เช่น   " พิซซ่า"
พิซซ่า ในอิตาลี จะใช้แป้งอบทาด้วยซ้อสมะเขือเทศสด แต่งหน้าด้วย เนื้อสัตว์ มะเขือเทศ , เห็ด  โดยเน้น  ชีส โรยด้านบนของ พิซซ่า

:  อาหารเรียกน้ำย่อย  หรือ  อันตีปัสโต  (Antipasto)
ในแต่ละภูมิภาค ก็จะมีอาหารเรียกน้ำย่อยที่แตกต่างกันไปครับ
ถ้าเป็นเมืองตามชายฝั่งทะเล จะเน้นอาหารทะเลสด
ส่วนตอนใน หรือ ตอนกลางของประเทศ  จะเป็น  ไส้กรอก , แฮม , ผักสด , ผักชุบแป้งทอด , ขนมปังกระเทียม  หรือ ซุปต่างๆ
พาสต้า  ...  ทั้ง สปาเก็ตตี้  มักกะโรนี  ฯลฯ  ก็ถูกจัดเป็น อาหารเรียกน้ำย่อยเช่นกัน  รวมไปถึง  ข้าวแบบอิตาเลี่ยน  ที่ เรียกว่า    " รีซอทโต้ "

:  อาหารจานหลัก
ส่วนใหญ่ จะเป็น  เนื้อสัตว์  ปรุงด้วยวิธีการต่างๆ ตามความนิยม ของแต่ละท้องถิ่น  ทานคู่กับ ผัก และ มันฝรั่ง
ทางภาคเหนือ ของ อิตาลี  จะเน้น  เนื้อวัว และ เนื้อแกะ  เป็นหลัก
แต่ถ้าเป็น เมือง ชายทะเล  ก็จะเน้น เนื้อปลา และ อาหารทะเล มากกว่า เนื้อสัตว์ชนิดอื่นๆ

:  ของหวาน
ของหวานขึ้นชื่อ และ เป็นที่นิยม ของชาวอิตาเลี่ยน มักจะเป็น ไอศกรีม
หรือ  ไอศกรีมที่ทานร่วมกับผลไม้สด












ที่ร้านนี้ ผมไม่เคยไปทาน บุฟเฟ่ท์ ของเค้าครับ  เลยขออนุญาตไม่พูดถึงอาหาร บุฟเฟ่ท์ ครับ
ผมไปทานมื้อเย็นกันสองคนกับภรรยา  เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา นี่เองครับ  (27/07/2557)    
ตอนก่อนออกจากบ้าน  ฝนตกลงมาอย่างหนักเลยครับ  ก็เลยรอให้ฝนซาลงซักนิดนึง  ... กว่าจะไปถึงร้านก็ 2 ทุ่มเข้าไปแล้วครับ    เลยไม่ได้ทานอะไรหนักๆ เท่าไหร่ครับ

มะเขือเทศ กับ มอสซาเรร่า ชีส  ..........   อาหารเรียกน้ำย่อย จานนี้  ที่มีอยู่ในเมนู ร้านอิตาเลี่ยน แทบทุกร้าน  ...  แต่การคัดเอา มะเขือเทศสดๆ กับ ชีสที่ทำสดๆ  และ บาซามิควินิก้า เข้มข้น  รสอร่อยของร้านนี้   มาอยู่บนจานเดียวกัน  และ ทานด้วยกัน  มันช่างเป็นการเริ่มต้น มื้อเย็นที่ดีเลยครับ

ซุปเห็ด   ...........   ซุป จานโปรดของสุภาพสตรี เลยครับ  ...  ซุปเห็ดแชมปริยอง ปั่นละเอียด รสชาติอร่อย กลมกล่อม แบบไม่ต้องปรุงอะไรเลยครับ  สัมผัสได้ถึงรสชาติของเห็ด แบบ ลงตัวทานง่าย  ...  ไม่อ้วนครับ

หอยตลับ ซ้อสไวน์ขาว   ..........  จานนี้พอผมเห็น  อยู่ในรายการอาหารของร้านนี้  ก็อยากทานขึ้นมาทันทีเลยครับ  เพราะผมเพิ่งกลับ มาจาก  เที่ยวทะเล ที่ปราณบุรี  ก่อนที่จะมาร้านนี้ แค่วันเดียวเองครับ
แล้วก็ หน้านี้ ฤดูนี้ เป็น ฤดูกาลของ หอยตลับเลยครับ
ตอนไปเที่ยวอยู่ที่ ปราณบุรี เลยสั่งมาทาน  เกือบทุกร้าน  แทบทุกมื้อเลยครับ
แต่ เมนูนี้   หอยตลับ ซ้อสไวน์ขาว  ของที่นี่  แนะนำว่า ต้องสั่งทานเลยครับ
หอยตลับ  สด  ต้มมาในน้ำซุป  ที่มีส่วนผสมของไวน์ขาว   มีรสอมเปรี้ยว ของมะนาวนำหน้าเล็กน้อย  พร้อมมีรสเผ็ด เล็กน้อย จากพริกสีแดงสด  ที่ลอยหน้ามาด้วย   ...  หอมกลิ่นสมุนไพรอิตาเลี่ยน และ ใบโหระพา
จานนี้ อร่อยดีจังเลยครับ  ได้อารมณ์เหมือน นั่งทานอยู่ใน ร้านอาหารอิตาเลี่ยน  ริมทะเล ทางตอนใต้ ของ อิตาลีซะเหลือเกินครับ













สปาเก็ตตี้  Bolognese    ...........    สปาเก็ตตี้เนื้อสับ แบบ อิตาเลี่ยนแท้ๆ  ....  หนึ่งในเมนูโปรด ของผมเลยครับ  ไม่ว่าเวลาผมไปประเทศไหน เมืองไหน  ...  ถ้าเข้าร้านอิตาเลี่ยนเมื่อไหร่  ผมมักจะสั่งเมนูนี้  มาลองเป็นประจำเลยครับ
สมัยหนุ่มๆ  ตอนเรียนหนังสือ  เมื่อ 30 กว่าปีที่แล้ว  ผมมีโอกาสไปฝึกงานที่ โรงแรมเก่าแก่ โรงแรมนึง ริม ทะเลสาป   COMO  ทางตอนเหนือของอิตาลี ติดกับ สวิส
ผมไปฝึกงานเป็น ลูกมือเชฟ อาหารอิตาเลี่ยน อยู่ที่นั่นอยู่ 6 เดือนครับ  ...  เป็น หัวดำ คนเดียวของเมืองรอบทะเลสาป ในยุคนั้น (สมัยก่อนยังไม่ค่อยมี คนเอเชีย เข้าไปทำงาน และ ฝึกงานแถบนั้น  ..  ผมเป็น รุ่นแรกๆ เลยครับ  ซึ่งฝรั่งแถวนั้น ยุคนั้น มักจะเรียกคนเอเชีย ว่า  หัวดำ  ครับ)
ระหว่างฝึกงาน ก็ถูก ลูกพี่เชฟใหญ่  ใช้ให้ ลวกเส้นพาสต้า อย่างเดียวทั้งวันเลยครับ  ทั้งมื้อกลางวัน และ มื้อเย็น เลยครับ  ...  เอาเป็นว่า  พอลวกไปซักเดือนสองเดือน  ...  ผมสามารถลวกเส้น แบบ ไม่ต้องจับเวลา  ไม่ต้องเอาขึ้นมาลองบีบเส้น หรือ ขว้างใส่ข้างฝา แบบที่เค้าทำกันเลยครับ  ลวกจนแค่ เห็นสีเส้น และ การเคลื่อนไหวของเส้นในน้ำต้ม ก็พอจะรู้ว่า  สุกจนแบบพอใจ เชฟใหญ่ แล้วเลยครับ
จานนี้ พอเค้ายกมาเสิร์ฟ  ผมเอาซ่อมตักพันเส้นสปาเก็ตตี้  มาลอง ก่อนเลยครับ
ต้องชมเลยครับ  ว่า ลวกเส้นมาได้  สุกแบบกำลังดี เลยครับ  หรือ ที่เรียกกันว่า    " al dente "  กันเลยทีเดียวครับ
ที่สำคัญไปกว่านั้น  ซ้อสเนื้อ  Bolognese  ของที่นี่  ก็ต้องชมเลยครับ  เนื้อบดแบบไม่ละเอียดจนเกินไป  ผัดมากับ  ซ้อสมะเขือเทศ ที่ทำสด  สัมผัสได้ทั้ง รสชาติของ เนื้อวัว และ กลิ่นสมุนไพรอิตาเลี่ยน และ รสเปรี้ยวแบบกำลังดี ของ มะเขือเทศที่คัดมาอย่างดี  นำหน้ามาเลยครับ
รสชาติ ซ้อส  ได้อารมณ์แบบ นั่งทานอยู่ทางตอนเหนือของอิตาลีเลยครับ  ..  เหยาะ พามาซานชีส  ลงไปอีกซักนิด   ...   รับรองว่า ต้องร้อง   "  มา .. ม่า .. มี๊  ..  ย่า "     ลั่นร้าน  กันเลยครับ

สปาเก็ตตี้  พริก กระเทียม แอนโชวี่   ...........   อย่างที่บอกมาด้านบน ว่า เส้นพาสต้า ของร้านนี้เค้าลวกมาสุกกำลังดีจริงๆ ครับ  สุกแบบนี้ เอาไปทำ  เอาไปปรุง กับ ซ้อสอะไรก็อร่อยครับ
จานนี้ ซ้อสเร้าใจ ถูกใจ คนไทยแน่ๆ ครับ   จัดจ้าน  ทั้งพริก ทั้งกระเทียม และ แอนโชวี่ (ปลาเค็มดอง ตัวเล็ก)












ยังมีอีกหลายเมนู  ที่ผมยังไม่ได้ลองทาน ที่ร้านนี้  แต่เท่าที่จำได้  สมัยร้านนี้อยู่ที่เดิม  มี รายการอาหารอร่อยๆ อีกหลายอย่างครับ   ทั้ง  ออสซาบูโก้  ..  สเต็ก  ...  ซี่โครงแกะ   ฯลฯ
วันนี้ เรามากันก็ค่ำแล้ว เลยทานได้ไม่กี่อย่าง  (เพื่อนที่เป็นหมอ  คอยเตือนอยู่เรื่อยว่า  อายุมากขึ้น  ไม่ควรทานอาหารตอนดึก ครับ)

ร้านนี้หาไม่ยาก ครับ  ...   ขับรถมาตาม ถนน นิมมานฯ  จนมาถึง  ซอย 11  หรือ ซอย 13  ก็ได้ครับ  เลี้ยวเข้าซอยมาเลยครับ  เข้ามาจากปากซอย ซักประมาณ  200  เมตร  ก็จะเห็นร้านนี้เลยครับ
ร้านนี้ ทะลุ  2 ซอยเลยครับ    สามารถเข้ามาได้ทั้งซอย 11  และ  ซอย 13  ครับ
เปิดบริการ ทุกวัน  ตั้งแต่   17.00 น.   -   23.00 น.  

จองที่นั่ง และ สอบถามได้ที่    053-289-262


แผนที่ร้านอาหาร ทั้งหมดที่ผมเขียนแนะนำ ไว้ใน   " แนะนำ ร้านอาหารอร่อย โดยป๋าปึกส์ "
https://mapsengine.google.com/map/edit?authuser=0&hl=en&mid=zi7qOsZPeff0.kmjHpvkh5cmM



ป๋าปึกส์
04/08/2557
ขอแนะนำ ร้านโปรดของผู้เขียน
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2010/11/tengoku-1.html
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2010/11/tengoku-2.html
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2011/05/tengoku-de-cuisine.html

ติดตาม คอลัมน์ แนะนำร้านอาหารอร่อย โดย ป๋าปึกส์ ได้ทุกวันใน  Facebook
ได้ที่  : http://www.facebook.com/SuebsaengSun