Translate

วันพุธที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2556

ส้มตำหลวงพระบาง ... ที่ ป่าตัน ... เชียงใหม่

" ส้มตำหลวงพระบาง " ...  ที่ ป่าตัน ... เชียงใหม่


                            ถ้าถามว่า   " ส้มตำ "   เป็นอาหารของ ชนชาติใด ? ... คงต้องค้นหาความจริงกันยืดยาวเลยทีเดียวเชียวครับ  ...  เพราะถ้าเป็น ส้มตำ ที่ใช้ มะละกอทำก็ยิ่งต้อง ดูกันอย่างละเอียดลงไปอีกครับ ... ที่กล่าวอย่างนี้่ก็เพราะ  เจ้า มะละกอ  นี่แหละครับ ...
                   " มะละกอ "   เป็นพืชที่มีถิ่นกำเนิดใน อเมริกากลาง และ ถูกนำเข้ามาปลูกใน ทวีปเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดย ชาวสเปน และ โปตุเกส ในยุคต้นของกรุงศรีอยุธยา ... ในสมัย สมเด็จพระนารายณ์มหาราช  มีบันทึกไว้ว่า ทูตชาวฝรั่งเศสผู้มาเยือนกรุงศรีอยุธยา คือ  นิโคลาส์ แชรแวส  และ  เดอ ลาลูแบร์  ต่างพรรณาว่า ในเวลานั้น มะละกอ ได้กลายเป็นพืชพื้นเมืองชนิดหนึ่งของสยามไปแล้ว  แถมยังกล่าวถึง  กระเทียม , มะนาว , มะม่วง , กุ้งแห้ง , แตงกวา , น้ำตาลที่ทำจากมะพร้าว , แตงกวา ... ซึ่งล้วนแล้วแต่ ส่วนประกอบที่สามารถใช้ทำส้มตำได้ทั้งนั้น ... ขณะเดียวกันก็ได้เขียนบันทึกไว้ว่า  ในขณะนั้น สยาม ไม่มี กระหล่ำปลี  ฯลฯ ....  บันทึกเหล่านี้ พอจะพิจารณาได้ว่า  " ส้มตำ "  ที่ทำจาก มะละกอ  น่าจะเกิดขึ้น ในดินแดน  สยาม  ก่อนประเทศใดๆ  (ขอบคุณข้อมูลจาก สารานุกรม วิกีพีเดีย)
       














                           กล่าวถึง ที่มาที่ไปของส้มตำ มาซะยืดยาวเลยนะครับ  ก็เพราะวันนี้จะแนะนำร้านอาหารที่มีชื่อ ส้มตำ นำหน้าครับ ... " ส้มตำหลวงพระบาง "  ครับ ... ถ้าเราขับรถมาตาม ถนนซุปเปอร์ไฮเวย์ มุ่งหน้าออกนอกเมือง  พอผ่านแยกข่วงสิงห์ ก็ชิดซ้ายออกทางคู่ขนาน ผ่านหน้าโรงพยาบาล ลานนา ... ตรงไปจนเกือบสุด แม่น้ำปิง มีถนนทางด้านซ้ายมือ เลี้ยวซ้ายเลยครับ  ย่านนั้นเค้าเรียกว่า ป่าตัน ครับ ขับรถเข้ามาไม่ถึง กิโล ก็จะเห็นร้านนี้อยู่ทางซ้ายมือครับ
                           จริงๆแล้ววันนี้ ตั้งใจจะไปชิมอีกร้านนึงครับ ที่เพิ่งเปิดใหม่ชื่อ  Cafe de Ping  ร้านอาหารไทยเจ้าของเดียวกันกับ  Cafe de Nimman  นั่นเองครับ  แต่เผอิญผมไม่ได้เช็คก่อนครับ ว่า เค้าปิดตอนกลางวัน  ...  พอมาถึงหน้าร้านปรากฏว่า  ร้านปิด เลยอดชิมเลยครับ (เดี๋ยวต้องกลับมาใหม่ครับ มีคนกระซิบมาว่า อร่อย ครับ)  ...  พอร้านไม่เปิดก็ขับรถเลยมานิดนึง  เห็นป้ายร้าน  ส้มตำหลวงพระบาง อยู่ใกล้ๆกันนี่เองครับ  ผมหันไปถาม น้องๆที่ทำงาน ที่มาด้วยว่า  " ลองร้านนี้เลยแล้วกันนะ คนเยอะดี "  ... ไม่มีคำตอบจากใครเลยครับ  แต่ทุกคนทำท่า ซื๊ดดดดปาก แบบเปรี้ยวปากสุดๆ เลยครับ  
















                           เข้ามาในร้านนี้ตอนเที่ยงกว่าๆ ... โอวววว  เต็มทุกโต๊ะ เลยครับ  เห็นลูกค้านั่งปั้นข้าวนึ่ง จิ้มส้มตำ แล้วแทบทนไม่ไหวครับ ... รีบสั่งอาหารโดยทันทีครับ  :  ส้มตำหลวงพระบาง  , ส้มตำปู ปลาร้า  ,  ป่นปลา  ,  ปลาร้าทรงเครื่อง  ,  ไส้อั่วหมู แบบลาว  ,  ปีกไก่ทอดน้ำปลา  ,  ปลาทับทิมทอดกระเทียม , แกงส้มปลา  พร้อม ข้าวนึ่ง คนละ ติ๊บ ครับ  ... สั่งเสร็จ น้องคนเสิร์ฟก็ออกตัวไว้ก่อนเลยครับ ว่า   " วันนี้คนแน่นหน่อย  อาหารอาจช้าซักนิดนึง นะค๊ะ "    น่ารักดีนะครับ ทำให้เราไม่รู้สึกหงุดหงิดกับการรอ อาหารที่สั่งไปครับ  แถมรู้สึกว่า  แป้บเดียวอาหารก็มาแล้วครับ  (ร้านอื่นๆ ก็เอาไปใช้ได้นะครับ )
                          ครู่เดียวเท่านั้นครับ  อาหารจานแรกยกมาแล้วครับ   " ส้มตำหลวงพระบาง "  ครับ ... ผมจำได้ว่าผมเคยไปหลวงพระบาง มาแล้วกว่า 10 ครั้งเลยครับ ไปจนเคยคิดจะไปเปิดกิจการร้านอาหารที่นั่น  แต่ในที่สุดก็ไม่ได้ทำครับ .. ทุกครั้งที่ไปหลวงพระบางก็ เมนูนี้ แหละครับ  ที่หลวงพระบางเค้าจะใช้ มะละกอ ที่ฝานเป็นแผ่นบางๆ กว้างประมาณซักนิ้วนึง  แล้วที่แตกต่างจากส้มตำบ้านเราก็คือเค้าใส่มะกอกน้ำ ลงไปตำด้วยครับ นอกนั้นก็ปรุงแบบคล้ายๆบ้านเรานั่นแหละครับ ปลาร้า อะไรต่อมิอะไร ไม่ได้ต่างกันเท่าไหร่ครับ  ...  แต่พอได้ตักลิ้มรส แล้วถึงกับต้องอุทานในใจดังๆ จนเสียงออกมาได้ยินทั้งโต๊ะเลยครับ  ... โอวววววว  แม่เจ้าโว๊ย   " แซ้บอีหลีตั้ว "    อร่อยแบบหลวงพระบางจริงครับ  ...  ทานไปได้ซักคนละคำเท่านั้น ผมก็ถามน้องๆว่า   " เบิ้ล มั้ย "  ... ไม่มีคำตอบครับ  ทุกคนซับเหงื่อแล้วพยักหน้า  อืมมม อืมมม  ... ว่าแล้วก็จัดมาอีก 2  ที่ครับ
















                             ซักพักเดียวครับ  อาหารมาเป็นชุดครับ  ... ส้มตำ ปู ปลาร้า  (แบบอีสาน บ้านเฮา)  โอววว   แซ้บอีหลี เด้อครับ  ... ถัดมา  " ปลาร้าทรงเครื่อง "  พอตักเข้าปากเท่านั้นผมร้อง โอวววว อีกแล้วครับ ผมขอ ยืนยัน นั่งยัน  นอนยันว่า  ปลาร้าทรงเครื่อง  ที่นี่ อร่อยไมแพ้ใครเลย  นับตั้งแต่ลองทาน ปลาร้า มากว่า 30 ปีครับ  (ไม่เว่อร์นะครับ)   ... ต่อมา  " ป่นปลา " ครับ ... อยากจะเขียนว่าร้อง โอววว ก็กลัวหาว่าซ้ำแล้วซ้ำอีก  แต่ก็ขออีกทีนะครับ  โอววววววววววววว   อร่อยมากครับ (ป่นปลา คล้ายๆกับน้ำพริกปลาของคนเมืองครับ)  ...  แกงส้มปลา  อร่อยคล้ายต้มแซ้บครับ  ปลากระพงขาวสดมากครับ  ... ไส้อั่วหมู  ไส้อั่วที่ร้านนี้ทำแบบในลาวเลยครับ  ไม่จัดจ้านเหมือนไส้อั่วทางเหนือของเราครับ  ... ปลาทับทิมทอดกระเทียมพริกไท  น่าทานเลยครับ  แต่น้องๆเค้าสั่งมา ผมไม่ได้ชิมหรอกครับ  เพราะผมไม่ทาน ปลาทับทิม ครับ
                           ทั้งหมดมาพร้อม ข้าวนึ่ง คนละ กระติ๊บ ... ชั่วพริบตาเท่านั้นครับ  บนโต๊ะเหลือแต่ความว่างเปล่าครับ  อร่อยทุกจานที่สั่งครับ















                            ใครที่ชอบส้มตำ  และ อาหารสไตลส์แบบอีสานแล้วละก้อ  ไม่ควรพลาดร้านนี้โดยเด็ดขาดครับ  ...  " ส้มตำหลวงพระบาง "   ที่ตำบล ป่าตัน  อำเภอเมือง  เชียงใหม่ครับ ลองแวะไปลิ้มรสกันดูนะครับ

พิกัด GPS  : 18.81321,99.001562 (แผนที่จาก Google Map)
โทร   :  053-211-670
เวลาเปิด-ปิด  :  10:00 น. – 22:00 น.

ป๋าปึกส์
9/1/2556

ขอแนะนำ ร้านโปรดของผู้เขียน
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2010/11/tengoku-1.html
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2010/11/tengoku-2.html
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2011/05/tengoku-de-cuisine.html


ติดตาม คอลัมน์ แนะนำร้านอาหารอร่อย โดย ป๋าปึกส์ ได้ทุกวันใน  Facebook
ได้ที่  : http://www.facebook.com/SuebsaengSun


วันศุกร์ที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2556

ข้าวมันไก่ เอื้องคำ ... ย่านบวกครกหลวง ... เชียงใหม่

ข้าวมันไก่  " เอื้องคำ "   ... ย่านบวกครกหลวง  ปากซอย ดาราเทวี  ... เชียงใหม่



                               ร้านนี้เป็นร้านแรกของปี  2556  ที่เขียนแนะนำครับ  ...  ไม่ใช่ร้านใหม่ ที่เพิ่งเปิดขายนะครับ  ...   ร้านนี้เป็นร้านที่เปิดมานานกว่า  15 ปีแล้วครับ   แต่เพิ่งย้ายร้าน จากที่เดิมที่อยู่มา  เป็นการย้ายร้านเป็นแห่งที่  3  ในรอบ  15 ปีแล้วครับ 
                               อาจจะไม่แปลกสำหรับคนที่ไม่สังเกตุ  แต่สำหรับผมแล้ว  ผมชอบศึกษาวิธีการ และ เทคนิค แปลกๆของร้านอาหารเก่าแก่ หลายๆร้าน ที่เค้าทำอะไรๆ  ที่เป็นเรื่องยาก ให้เป็นเรื่องง่ายๆได้ แบบธรรมดาๆ ที่สุดครับ
                               เท่าที่เห็นการ   " ย้ายร้าน "     ของร้านอาหารในปัจจุบัน หลายๆร้าน หลายๆเมือง ไม่ว่าจังหวัดไหนของประเทศไทยก็ตาม     " การย้ายที่ตั้งร้าน ค่อนข้าง สุ่มเสี่ยง  กับการหายไปของลูกค้า ซะเหลือเกินครับ "     ...  แต่ร้านนี้ เป็นร้านที่ผมทานประจำมาตั้งแต่  สมัยที่อยู่ใกล้ ธนาคารออมสิน  ที่อยู่แถวสี่แยกหนองประทีป ต้นถนน เชียงใหม่ - สันกำแพง ... แล้วย้ายมา  อยู่ ตึกแถว ใกล้ๆร้าน  ก๋วยเตี๋ยวเนื้อ นครปฐมโอชา เลยที่ตั้งร้านเดิม มาประมาณ 500 เมตร ...  เมื่อไม่นานมานี้ ไม่ถึง  6  เดือนที่ผ่านมานี่เองครับ  ย้ายถอยหลังเข้ามาในย่าน บวกครกหลวง  เลยร้านที่เพิ่งย้ายมา อีก 500 เมตรครับ  ....  ย้ายมา 3 แห่ง โดยลูกค้าไม่ตก และ ตามมาทานเนืองแน่น กว่าเดิมซะอีกครับ ....  ต้องศึกษากันเลยหละครับ  















                                  ปัจจุบัน ร้านข้าวมันไก่ เอื้องคำ  ตั้งอยู่ในตึกแถว แถวปากซอย ทางเข้า วัดบวกครกหลวง และ โรงแรมดาราเทวีครับ  บนถนน เชียงใหม่ - สันกำแพง  ห่างจากแยกหนองประทีป (แยก Makro)  มาประมาณ  1,300  เมตรครับ  ถ้าเข้ามาทางสี่แยกหนองประทีป ร้านนี้จะอยู่ขวามือ ครับ
                                  " เอื้องคำ "  เป็นร้านข้าวมันไก่แบบไทยๆ ครับ ... ที่กล่าวว่าแบบไทยๆก็คือ  ลักษณะของ ไก่ตอน  ที่ร้านนี้ทำ  จะไม่มัน และเหลืองสวยแบบ สไตลส์ ไหหลำ  เหมือนหลายๆร้านที่ผมชอบทาน  ...  ที่นี่จะต้มไก่แบบธรรมดาๆ ทั่วไปแต่ก็มีข้อดี  สำหรับ คน วัยฉกรรจ์ ที่ ฟันฟางไม่ค่อยดีอย่างผมเลยครับ  เนื้อไก่นุ่ม เคี้ยวง่าย ..  หาก ชอบไก่ตอน แบบ หนืดเหนียวเด้งดึ๋ง แบบไหหลำละก้อ สั่งส่วนที่เป็น สะโพก หรือ น่อง ก็พอได้อารมณ์ แบบไหหลำ  เหมือนกันครับ ...  ส่วนน้ำจิ้ม  ไม่ต้องบ่น  ไม่ต้องคอมเพลน เลยครับ   เพราะที่นี้เค้าเตรียม  ส่วนประกอบของน้ำจิ้มให้คุณ ปรุงรสชาติกันเองเลยครับ ..  โดยทางร้านเตรียม  เต้าเจี้ยวปรุงรส ไว้ให้ในเครื่องพวง และ ประกอบด้วย  พริกขี้หนู , ขิง , ซีอิ้วดำ  ให้ลูกค้าได้ปรุงแตงรสชาติ กันตามชอบใจตัวเองเลยครับ














                                 นอกจาก ไก่ตอน ไก่ต้ม  แล้ว ... ก็ยังมี ไก่ทอด  ที่ช่างเข้ากับข้าวมัน  ร้านนี้ซะเหลือเกินครับ  ข้าวมันที่นี่ ผมก็ชอบครับ  ตรงที่  ไม่มันมากเกินไปครับ  ...  ส่วน ไก่ทอด ก็มีให้เลือกหลายส่วนเหมือนไก่ตอนครับ  จะเลือกเอา สะโพก , หน้าอก , ขา  ก็เลือกกันตามชอบเลยครับ  ..  ส่วน น้ำจิ้มไก่ทอด  รสชาติก็กลมกล่อมดีครับ ....
                                 แต่ทีเด็ดที่สุดของร้านนี้ซิครับ ... ทีเด็ดอยู่ที่   " น้ำซุป "   ครับ ... ใหญ่โต สะใจดีครับ  ... ไม่ต้องมาขอซ้ำ ขอซาก ให้รำคาญใจครับ  ...  เวลาผมไปทาน  ร้านไหน ร้านไหน  ก็ต้องขอ น้ำซุป เพิ่มอยู่เรื่อยครับ  ผมเป็นคนชอบซดน้ำซุป ในร้านข้าวมันไก่มากครับ   เวลาไปทานข้าวมันไก่ ไม่ว่าร้านไหน ก็มักจะให้น้ำซุปมา ถ้วยใหญ่กว่าถ้วยน้ำจิ้ม นิดเดียวครับ ...  บางครั้งผมขอเพิ่ม 4-5 ถ้วย จนเด็กในร้าน เริ่มหงุดหงิด ทีเดียวเชียวครับ  ...  แต่ที่  " เอื้องคำ "  ให้  น้ำซุปแบบ สะใจผมจริงๆครับ  เต็มชามก๋วยเตี๋ยวใหญ่ๆ เลยหละครับ  ...  เป็น น้ำซุปต้มโครงไก่ ใส่ฟักเขียว อร่อยกลมกล่อม เลยครับ  (นึกถึง ต้มฟัก โครงไก่ ของอาจารย์ของผม อย่าง ท่านสมัคร ทุกครั้งที่มาทานร้านนี้เลยครับ)

 











                                " เอื้องคำ "   อาจจะไม่ถูกใจ  คนที่ชอบ ข้าวมันไก่แบบไหหลำ  ... แต่เป็นข้าวมันไก่  ที่อร่อยไม่แพ้ใครเลยหละครับ  ...   ผ่านมาเส้น  เชียงใหม่ - สำกำแพง  ละก้อ ... ลองแวะมาชิมกันซิครับ  เข้ามาทาง แยกหนองประทีป  1,300 เมตร จากสี่แยก  อยู่ฝั่งขวามือ  ตรงข้ามร้านขาย  ปลาสวยงาม  Fish Mania   ...  ก่อนถึงซอยเข้า   โรงแรม  Mandarin Oriental Dhara Dhevi  ..ครับ
                                ผมจำไม่ได้ว่า ร้านปิดวันไหน  เปิดกี่โมง   ลองติดต่อกันเองใน  Facebook  ของร้านนี้นะครับ      http://www.facebook.com/AuangKham

                             

ป๋าปึกส์
4/1/2556

 ขอแนะนำ ร้านโปรดของผู้เขียน
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2010/11/tengoku-1.html
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2010/11/tengoku-2.html
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2011/05/tengoku-de-cuisine.html



วันเสาร์ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

ก๋วยเตี๋ยวเรือ ป่าวปาก .... เชียงใหม่


" ก๋วยเตี๋ยวเรือ ป่าวปาก "   ที่ ซอย วัดบวกครกหลวง  แถวๆ โรงแรม ดาราเทวี , เชียงใหม่



                    เอ่ยถึง  " ก๋วยเต๊่ยวเรือ "  คนรุ่นผมก็จะนึกถึง  ก๋วยเตี๋ยวเรือรังสิต เป็นลำดับแรกๆ เลยครับ  จำได้ว่าตอนเด็กๆ สมัยยังใช้ชีวิตนักเรียนนักศึกษา อยู่ใน กรุงเทพฯ  พอตกวันเสาร์อาทิตย์  เพื่อนๆ ชอบชวนผมไปทาน ก๋วยเตี๋ยวเรือ โกฮับ แถวๆ รังสิต อยู่เป็นประจำ  เสียดายนะครับ สมัยนั้นไม่มี Facebook   ให้เรา มีอะไรที่ถ่ายปุ๊ป อัพโหลดได้ปั๊ป เหมือนเดี๋ยวนี้  ... ไม่อย่างงั้น คงมี ป้ายโฆษณาเด็ดๆ  มาให้อ่านกันเป็นที่สนุกสนานเลยครับ ...  ตลอดสองข้างทางของ ถนน รังสิต - นครนายก  มีป้ายโฆษณาร้านก๋วยเตี๋ยวเรือ ติดกัน แข่งขันกัน ตั้งแต่ คลอง 1  ยันไปถึง  คลอง 10 เลยทีเดียวครับ
                   " โกฮับ อยู่ที่นี่ "  ....  " โกฮับ ตายไปแล้ว "  ....  " ลูกเมียหลวง ของโกฮับ "  .... " โกฮับ ไม่มีตัวตน  โกหก ชัดๆ "  ... อ่านแต่ละป้าย แล้วยังนึก อดขำ ไม่ได้เลยครับ  คนสมัยก่อนเขียน ข่มกันไป ข่มกันมา อย่างงี้ เค้าก็ไม่โกรธกันนะครับ ... ลองเป็นยุคนี้ คงยิงกันตายไปจนจรดคลอง 10  นั่นแหละครับ  ....  สมัยก่อน ร้านก๋วยเตี๋ยวเรือ รุ่นเก่าๆ ส่วนใหญ่ จะเป็น ก๋วยเตี๋ยวเนื้อ ซะเป็นส่วนใหญ่ ครับ  ... พอมาหลังๆ  คนไทย เริ่มหันมา ไม่ทานเนื้อมากขึ้น  ... พ่อค้าก๋วยเตี๋ยวเรือ ก็ปรับตนเองได้ดีครับ   หันมาทำก๋วยเตี๋ยวเรือหมูกันเป็นแถวๆ ครับ
















                     เมื่อวานนี้ ตอนเที่ยง เจอลูกชายกำลังจะออกไปทานข้าวกลางวันกับแฟน  ผมเลยถามว่าจะไปทานอะไรกัน ... เค้าบอกว่า จะไปทาน ก๋วยเตี๋ยวเรือ  ชื่อ ร้านก๋วยเตี๋ยวเรือป่าวปาก ... ไม่รอช้า ผมจัดแจงขึ้นรถเลยครับ บอกว่า ขอไปด้วยคน ... ร้านนี้อยู่ในซอยวัดบวกครกหลวง  ซอยเดียวกับ โรงแรม ดาราเทวี  นี่เองครับ  ถ้าขับรถมาจากวัดบวกครกหลวง เลย โรงแรม ไปทางถนนวงแหวน ร้านนี้อยู่เกือบถึงทางออกซอยด้านถนนวงแหวนเลยครับ  ซักประมาณ  150  เมตร ซ้ายมือ ก่อนถึง ปากซอยด้านวงแหวนครับ  ...
                     เดิมทีเมื่อซัก 2-3 ปีก่อนร้านนี้ ตั้งอยู่ริมถนน วงแหวน แถวๆ ปากซอยด้านหลังโรงแรมดาราเทวี  ผมเองเคยเป็นลูกค้าประจำ  ติดอกติดใจ รสชาติอันแสนจัดจ้านของร้านนี้มานาน  จัดจ้าน จนเจ้าของร้านต้องตั้งชื่อร้านว่า    " ก๋วยเตี๋ยวเรือ ป่าปาก "  เลยทีเดียวครับ ... เปิดไปซักพักไม่ทราบว่าเกิดอะรไขึ้น ก็ย้ายร้านกลับมาอยู่ในซอย  แล้วผมก็ไม่ได้กลับมาร้านนี้อีกเลย  อาจจะเป็นเพราะใกล้เกินไปเลยไม่ได้แวะ  และ เมื่อ 3 ปีที่แล้วก็ยังไม่ได้เริ่มเขียน แนะนำอาหารเลยครับ ไม่อย่างงั้น คงเขียนให้ร้านนี้ไปนานแล้วครับ
                     มาวันนี้ พอจอดรถหลังร้านเสร็จก็เดินมาที่ร้าน ร้านเพิ่งเปิดเลยครับ  เลยเดินไปดูเจ้าของร้านว่า คนเดิมรึเปล่า ...  น้องเจ้าของร้านเค้าจำผมได้ครับ  ...  อืมมม  มาไม่ผิดร้านแล้วครับ  ก็ทักทายกันตามประสาคนเคยเจอกัน   น้องเค้าบอกว่า เดี๋ยวนี้ รสชาติ ไม่จัดจ้านเหมือนเดิมแล้วค่ะ เพราะลูกค้าบางคนทานเผ็ดไม่ได้ เลยไม่ใส่พริกให้ แต่เตรียมพริกป่นที่คั่วเองไว้ให้ตามโต๊ะแทน 

                                         














         
                     ก่อนเดินกลับมานั่งโต๊ะ ผมก็จัดแจงสั่งของตัวเองเลยครับ  หมี่ขาวตกทุกอย่าง 1 ที่  แล้วก็กลับมานั่งโต๊ะ  พอยก ชามก๋วยเตี๋ยวมา ก็ได้กลิ่นน้ำตกในถ้วยลอยมาเลยครับ  กลิ่นหอมเหมือนเดิมครับ  พอตักชิมถึงทราบว่า ที่ไม่จัดจ้านเหมือนเดิม คงเป็นแค่ความเผ็ดที่ไม่ได้ใส่มาให้ เท่านั้นครับ   น้ำซุปเข้มข้น หอมมันเหมือนเดิมครับ ...  เติมแค่พริกน้ำส้มนิดนึง น้ำปลานิดนึง พริกป่นนิดนึง ... โอววววววว  อร่อยโลดครับ  มีถั่วงอกดิบ และ ใบโหระพา ให้หยิบใส่ได้ตามใจชอบครับ  ก๋วยเตี๋ยวเรือ ใส่ใบโหระพา บิดแค้บหมู ใส่ลงไปซักหน่อย ช่างเข้ากันได้ดี ซะจริงๆ ครับ .... โอวววว  อร่อย แต๊ๆครับ ... ก๋วยเตี๋ยวเรือร้านนี้เป็น ก๋วยเตี๋ยวเรือหมูนะครับ  มีทั้ง หมูเปื่อย หมูตุ๋น ลูกชิ้นหมู เนื้อหมูลวก ตับ เครื่องใน พร้อมครับ ...  นั่งทานไปอยู่เพลินๆ ลูกชาย สั่งลวกจิ้มมาทานเล่นอีกจานนึงครับ ... อร่อยดีครับ เนื้อหมู ตับ ลวกมา สุกกำลังดีครับ   ที่สำคัญ น้ำจิ้มที่ใช้จิ้มของลวกนี่ซิครับ กลมกล่อมอร่อยเด็ดเลยครับ
                   ทานจนหมดเห็น ลูกชายสั่งเบิ้ล อีกจาน  ผมเกรงว่าเค้าจะเหงา เลยสั่ง เส้นเล็กตกทุกอย่างไม่ชิ้น มาอีกหนึ่งครับ .... อร่อยเด็ดเหมือนกันครับ   ถึงแม้ลดความเผ็ดลง แต่ความเข้มข้นของน้ำซุปก็ยังคง หอมอร่อยเหมือนเดิมครับ  
















                  ใครผ่านมาแถวย่านซอยวัดบวกครกหลวง แล้วเกิดอยากทาน ก๋วยเตี๋ยวเรือ ลองแวะมาชิมที่ร้านนี้ซิครับ  อร่อยดีครับ





ป๋าปึกส์
16/11/2555
ขอแนะนำ ร้านโปรดของผู้เขียน
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2010/11/tengoku-1.html
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2010/11/tengoku-2.html


ติดตาม คอลัมน์ แนะนำร้านอาหารอร่อย โดย ป๋าปึกส์ ได้ทุกวันใน  Facebook
ได้ที่  : http://www.facebook.com/SuebsaengSun

วันอังคารที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

สวนหอม ข้าวรำ ที่ สันทรายน้อย เชียงใหม่


" สวนหอม ข้าวรำ "   อร่อย ราคาย่อมเยาว์   ย่าน สันทรายน้อย   เชียงใหม่


       










นานๆที  ผมถึงจะไปทาน ร้านอาหาร ร้านใหญ่ๆ  ที่มีดนตรีเล่น ซักทีนึงครับ
จำได้ว่าเคยไปทานร้านอาหารที่มี ดนตรีเล่น  ครั้งสุดท้ายก็เกือบ   4-5 ปีแล้วครับ
(ที่ไม่ค่อยชอบไป คงเพราะว่า ผมร้องเพราะ กว่า มั้งครับ ..  5555)
เมื่อคืน พ่อลูกชาย  ชวนไปกันทั้งครอบครัวเลยครับ เป็นวันเปิดร้านโซนใหม่ ของเพื่อนลูกชาย
                             
เราออกเดินทางจากบ้าน  ใกล้ๆ วัดเจ็ดยอด มาตามถนนซุปเปอร์ มุ่งหน้าไปทางไปลำปาง (แต่เราไม่ได้ไปลำปางนะครับ)
พอข้ามสพานน้ำปิง ตรงฟ้าฮ่าม   ก็ชิดซ้าย (ออก เลนคู่นาน)  หรือ  จะตรงไปผ่านสามแยกทางโรงพยาบาลเทพปัญญา   แล้วค่อยออกเลนคู่ขนาน  ก็ได้นะครับ 
มาจนถึงแยก ศาลเด็ก  ( เซ็นทรัล เฟสติวอล )  ก็เลี้ยวซ้าย  มุ่งหน้าไปทาง ดอยสะเก็ด เลยครับ
ผ่านสี่แยกวงแหวนแรก (ที่มีอุโมงค์ ลอดข้างล่าง)
ตรงไปจนเจอ สี่แยกไฟแดงอันถัดไป แล้วเลี้ยวซ้าย ตรง ถนนวงแหวนรอบที่ 2  
แล้วตรงไปประมาณ 100  กว่าเมตร  จะเห็น    " ร้านสวนหอมข้าวรำ "  อยู่ด้านซ้ายมือ







พอมาถึงหน้าร้าน ถึงกับตกใจเลยครับ  ตกใจในความใหญ่โต ของร้านอาหารเลยครับ
ร้านนี้แบ่งเป็นหลายโซนด้วยกันครับ   ที่ทั้งนั่งกลางแจ้ง รับลมหนาว  มีทั้งเป็นห้อง คาราโอเกะ   มีทั้งอยู่ในอาคาร โอเพ่นแอร์  ...  แต่ที่อาคารใหม่ที่เปิดใหม่ เมื่อคืนนี้   ใหญ่โตมโหฬารครับ
ผมพอประมาณคร่าวๆ  น่าจะ จุแขกได้กว่า  200 คนเลยทีเดียวครับ  .
เอาเป็นว่า ใครจะมา  จัดเลี้ยงสังสรรค์ หรือ พาพนักงานบริษัท  หรือ จะพาหัวคะแนนมาเลี้ยง  ละก้อ  มาร้านนี้  ผมว่า รวมทุกโซนแล้ว  จุได้   4 - 5   ร้อยคนสบายๆ ครับ
                               
มาถึงก็เจอเจ้าของร้านเลยครับ  ออกมาต้อนรับอย่างเป็นกันเองกับแขกที่มาอุดหนุน ในวันแรก ของโซนที่ปรับปรุงใหม่ ครับ
เหลือบไปมองโต๊ะอาหารแต่ละโต๊ะ  มีทั้ง โต๊ะขนาดธรรมดาๆ   และ   โต๊ะยักษ์ใหญ่ ครับ
ที่เรียกว่า   " โต๊ะยักษ์ใหญ่ "   ก็เพราะ  บางโต๊ะ เป็นไม้แผ่นเดียว ขนาดยาวใหญ่ ผมว่า นั่งได้ 20 กว่าคนเห็นจะได้ครับ  หลังคาสูง ลมพัดโกรกเย็นสบายไม่ต้องใช้พัดลมเลยครับ  หน้าหนาวอาจต้องใส่เสื้อเพิ่ม ซะด้วยซ้ำครับ  ด้านในร้านมีเวที สำหรับ วงดนตรี   ดนตรีก็เล่นเพราะดีครับ













                           


นั่งโต๊ะเรียบร้อย  ก็ขอให้ เจ้าของร้าน  ช่วย  แนะนำ และ สั่งอาหารจานเด็ด ของที่นี่ มาเลยครับ ...


" กบ ผัดระเบิด "  
ผมเริ่มสันนิฐานว่า คนเมืองนี้คงชอบทานกบ กันมากทีเดียวครับ  โดยเฉพาะ เจ้า กบผัดเผ็ด 
ที่ สันนิฐานเช่นนั้น ก็เพราะเวลาผมไปทานร้านอาหารไทย  ที่มีชาวเชียงใหม่ ไปทานกันเยอะๆ  มักจะมี เมนู นี้ เป็นอาหารดัง ของร้านนั้นๆ แทบทุกร้านครับ
ไม่ว่าจะเป็น ร้านข้าวแกง  ร้านอาหารเมือง หรือ ร้านใหญ่ๆ แบบร้านนี้  ...  แต่ผมเองก็ชอบ เหมือนกันครับ
ก่อนทาน สงสัยเหมือนกันครับ ว่า ทำไมร้านนี้ ถึงเรียกว่า  " กบผัดระเบิด "
พอตักเข้าไปคำเดียวเท่านั้นครับ  ...   ไม่ต้องอธิบายอีกเลยครับ  ระเบิดจริงๆ ครับ
เนื้อกบแน่นๆ  เครื่องเคราครบครับ  รสชาติครบรส  แต่ที่เด่นสุดๆ ก็ คือ  รสเผ็ดแบบจัดจ้าน ด้วยรสชาติของสมุนไพร  แบบ เผ็ดระเบิดจริงๆ เลยครับ
ใครที่ชอบอาหาร รสจัดจ้านของสมุนไพร    ไม่ควรพลาดจานนี้ เลยครับ


" ปลาคังผัดระเบิด "  
เนื้อปลาคัง สดๆ หั่นมาขนาดกำลังดี  ...  ตอนแรกที่ได้ยินชื่อ เมนู นี้ ก็ไม่รู้สึกอะไรเท่าไหร่  ... แค่คิดว่า คงร้อนแรงแบบผัดเผ็ด ธรรมดาๆ ครับ
แต่พอ ตักชิมเข้าไปซิครับ  ...  ตู้มมมมมมม  ...  ระเบิดจริงๆครับ
จานนี้  จัดจ้าน ไม่แพ้  กบระเบิด   รสแซ้บ ถึงเครื่อง  ดีจริงๆครับ  อร่อยดีครับ
ทานง่ายกว่า กบ  ตรงไม่มีกระดูก ติดมาด้วยครับ
อร่อยแค่ไหนยังไง  ไม่อยากอธิบายครับ  
เอาเป็นว่า จานนี้เราต้องสั่ง เบิ้ล มาอีกจานนึงเลยครับ


" เมี่ยงสวนหอม "  เป็นเมี่ยง ที่ห่อด้วยแป้ง คล้ายๆ แป้งที่ห่อ  ป่อเปี๊ยะสด
แป้ง นุ่ม และ เหนียวกำลังดีครับ
ส่วน ไส้  จะเป็น เห็ดหอม และ เต้าหู้ กับ ผัก ....  ทานแล้วรู้สึก ได้วิตามิน เข้าร่างกาย เต็มๆ ครับ
จานนี้  เสิร์ฟมาพร้อมกับ น้ำจิ้ม  ....   รสชาติเข้มข้น แบบน้ำจิ้มสามรส 
อร่อยลงตัวดีครับ


" ปลากระพงทอดน้ำปลา "   
ปลากระพงขนาดกำลังดี   ทอดมาดีมากเลยครับ  กรอบจนเคี้ยวได้ทุกส่วนเลยครับ
ที่เสริม ความอร่อย ก็ตรง น้ำยำมะม่วง    ที่เสิร์ฟมาพร้อมกัน นี่แหละครับ
มะม่วงรสเปรี้ยว  พร้อมหอมแดงซอย  ตัดกับ รสหวานเล็กน้อย  ตามด้วยรสเค็ม ที่แทรกมา แบบกำลังดี  ...   ตักราดมาบนเนื้อปลา  ช่างเข้ากันดี ซะเหลือเกินครับ


" ต้มยำปลาคัง "  

 โดยส่วนตัวผมเป็นคนชอบทาน ปลาคัง อยู่แล้วครับ ... ผมว่ารสชาติของเนื้อปลาคัง  มันเร้าใจดีครับ   โดยเฉพาะเอามาต้มยำน้ำใส  แบบต้มโคล้ง  แบบที่ร้านนี้ด้วย
อร่อยจน ฝรั่ง โต๊ะข้างๆ  ทานเข้าไป  ยังต้องร้อง   " แซ้บอีหลีตั้ว "   เลยหละครับ  ..


" ปลาหมึกชุปแป้งทอด "   
จานนี้เหมาะมาก ที่เอามาเป็นตัวช่วยให้กับเมนู ที่มี  กบ หรือ ปลาคัง  แล้วลงท้ายเมนูว่า   " ผัดระเบิด "    อย่างยิ่ง ครับ
ช่วยบรรเทา  อาการ แซ้บ   ได้ดีทีเดียวเลยครับ


" แกงส้ม ชะอมไข่ "  
เมนูยอดนิยม ของ ร้านอาหารไทยเกือบทุกร้าน
แต่ที่ร้านนี้ รสชาติของน้ำแกงส้ม เข้มข้นจัดจ้านกำลังดี   รสชาติกลมกล่อม ไม่เผ็ดมาก   ซดน้ำแกงเปล่าๆได้เลยครับ
ชะอมทอดไข่  ที่ร้านนี้  หนาปึ้ก  เนื้อฟูแน่น  ดีจังเลยครับ


อาหารที่สั่งมา จนเต็มโต๊ะ ...  พอทานเสร็จ เล่นเอาง่วง กันเลยครับ





                           
แต่ที่น่าชมเชย ร้านนี้ก็คือ เมื่อวานเป็นวันเปิด โซนใหม่ วันแรก  ... ขนาดผู้คนเยอะแยะ  อาหารสั่งกันเต็มโต๊ะทุกโต๊ะ  ...  แต่ก็ไม่ช้าเลยครับ  มืออาชีพจริงๆครับ

ลองแวะไปชิมดูนะครับ จะทานไปด้วย ร้องเพลงไปด้วย  ก็มีให้เลือกหลายโซนนะครับ   ทั้งห้องคาราโอเกะ  ... ลานกลางแจ้ง  และ โซนใหม่ ที่มี นักร้องนักดนตรี และ นักร้อง คอยขับกล่อม เพลงเพราะๆ ให้ฟังกันจนเลิกเลยครับ ... อ้อ วันไหน มีกีฬาดีๆ  ที่ร้านนี้ ก็มีจอทีวี ถ่ายทอด จอเบ้อเริ่มเทิ่ม ให้ดูไปด้วยทานไปด้วยครับ

ที่น่าสนใจที่สุดก็คือ ...   ทางร้าน จัด คอนเสิร์ท วงดีๆ มาให้ชมกันอยู่เรื่อยครับ
ติดตาม รายละเอียด ว่า วันไหนวงอะไร  หรือ มีโปรโมชั่นพิเศษ เมื่อไหร่  ทาง  Facebook  ของร้านนี้  ได้ที่  
https://www.facebook.com/suanhom 


สอบถามเส้นทาง หรือ จองที่นั่ง  โทร     086-655-2390    ,    053-350-009

*********************************

Update  
ล่าสุดครับ ... เมื่อวันอาทิตย์ ที่ผ่านมา  (22/6/2557)
ผมกลับไปทาน มื้อกลางวันอีกครั้งนึง  และไปลองเมนูที่ไม่เคยทาน  แล้วถึงขนาดติดใจเลยครับ เลยขอเอามาแนะนำเพิ่มเติมครับ





" เมี่ยงคำ "    


สำหรับผม ผมว่า    หัวใจของเมี่ยงคำ อยู่ที่ น้ำจิ้ม ครับ
ผมเป็นคนชอบทานเมี่ยงคำ เป็นชีวิตจิตใจ จนภรรยาผม ทราบดี
ไม่ว่า เค้าไปเจอ เมี่ยงคำ ร้านไหน อร่อยๆ  ก็จะซื้อกลับบ้านมาฝากผมทุกเที่ยวครับ  ...  ผมว่า ผมทานมาครบเกือบทุกร้านอร่อยแล้วครับ
แต่ ...  ขอบอกว่า   น้ำจิ้ม ร้านนี้ อร่อยแบบ ไม่แพ้ใคร    เลยทีเดียวครับ
เครื่องเคียงครบครัน  ทั้งกุ้งแห้ง .. หอมแดง .. ขิง .. มะพร้าวคั่ว .. ถั่วลิสง .. มะนาว .. พริกขี้หนู
และ ที่เด็ดที่สุด ของเครื่องเคียงร้านนี้ ก็คือ  กากหมูทอด ครับ  (แปลกแต่เข้ากันดี จริงๆ ครับ)
ใบชะพลู  ใบใหญ่กำลังดี สด สีเขียวเข้ม ล้างมาสอาด น่าทานดีครับ
อร่อยจนต้อง ซื้อกลับไปบ้านอีกชุดนึง เลยครับ
จานนี้  it's must  เลยครับ


แผนที่ร้านอาหาร ทั้งหมดที่ผมเขียนแนะนำ ไว้ใน   " แนะนำ ร้านอาหารอร่อย โดยป๋าปึกส์ "
https://mapsengine.google.com/map/edit?authuser=0&hl=en&mid=zi7qOsZPeff0.kmjHpvkh5cmM



ป๋าปึกส์
13/11/2555
ขอแนะนำ ร้านโปรดของผู้เขียน
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2010/11/tengoku-1.html
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2010/11/tengoku-2.html


ติดตาม คอลัมน์ แนะนำร้านอาหารอร่อย โดย ป๋าปึกส์ ได้ทุกวันใน  Facebook
ได้ที่  : http://www.facebook.com/SuebsaengSun








 


วันเสาร์ที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

ครัวย่า ... ในหมู่บ้านเลคแลนด์ เชียงใหม่


" ครัวย่า "   ... ในหมู่บ้านเลคแลนด์  บนถนนเลียบคลองชลประทาน   เชียงใหม่



                                   เมื่อวานนี้  ตอนประมาณ ซักเกือบจะเที่ยง   ....  ผม Post  ลงไปใน  Facebook  ในหน้า  " แนะนำอาหารอร่อย โดย ป๋าปึกส์ "   ว่า   " ใครมีร้านเด็ด แนะนำ มาหน่อยครับ .... วันนี้ ผมว่าง พร้อมจะตามไปชิม ครับ "   ....   ชั่วพริบตา เดียวเองครับ ... โอววววว  ได้รับคำแนะนำ มาจาก พี่ๆ เพื่อนๆ น้องๆ  เยอะแยะไปหมดครับ  ...  เยอะจนแทบจดไม่ทันเลยครับ  แต่ก็เก็บรายละเอียดไว้ทุกร้านเรียบร้อยแล้วครับ  ช่วงนี้งานน้อยหน่อยครับ   จะตระเวนชิมให้หมดทุกร้านเลยครับ .
แต่ ก็อย่างที่บอกไว้  ใน คำนำ  ตอนบนของ  Blog  ที่ผมเขียนแนะนำ ร้านอาหารอร่อย  นะครับ ...  " ผมเขียนเฉพาะร้านที่ผมชอบครับ "   ...   บางร้านที่ยังไม่ได้เขียน  ก็เพราะยังไปไม่ถึง  แต่บางร้านก็อร่อย แต่ไม่ชอบ   เพราะหลายสาเหตุ    อย่าไปถือสาผมเลยครับ  ...  แต่ที่สำคัญที่สุด   ผมไม่เคยเขียนตำหนิ หรือ ต่อว่า ใครนะครับ  ...  ไม่ชอบก็เก็บเอาไว้คนเดียวครับ  ....  ถ้าชอบก็เชียร์ขาดใจเลยครับ  
ที่สำคัญ ไปร้านไหน  ร้านนั้น  ขออย่าได้ มาเลี้ยงผม เลยนะครับ   ...   ร้านไหน มาเลี้ยงเมื่อไหร่  ผมก็ไม่เคยเขียนแนะนำ ให้เลย ซักแห่งครับ 
                                    วันนี้เผอิญ นัดภรรยาไว้  ว่าจะไปส่ง  น้องสาวไปสนามบินพร้อมกัน  ตอนบ่ายสามโมง ... พอทราบเส้นทางของ  ร้านอาหารร้านนึงที่มีคนแนะนำมา ชื่อร้าน    " ครัวย่า "   ครับ  ...  ก็เลยจัดแจง โทรบอกภรรยากับน้องสาว  ว่าเดี๋ยวไปเจอกันที่    " ร้านครัวย่า  ในหมู่บ้านเลคแลนด์ "   ... ว่าแล้วก็ บึ่งรถ ออกจากที่ทำงานเลยครับ  ...  มาตามวงแหวนวงแรก หลัง ม.พายัพ  ...  มุ่งหน้ามาทางพืชสวนโลก  ...  ข้ามสะพาน  ...  ลอดอุโมงค์มาตลอด  ...  มาจนถึง  สามแยกคลองชลประทาน  (ที่เลี้ยวซ้ายไปพืชสวนโลก เลี้ยวขวาไปตลาดต้นพยอม)   ...  ก็เลี้ยวขวามาเลยครับ ...  มาเรื่อยๆ จนถึง สำนักงาน อ.บ.ต. สุเทพ  ....   กลับรถ ตรงหน้า อ.บ.ต. มาอีกฝั่งเลยครับ  ...  วิ่งมาอีกหน่อยเดียวครับ  จะเห็นป้าย    " หมู่บ้าน เลคแลนด์  "    เลี้ยวเข้ามา ชิดซ้ายมาตลอด ตรงทางแยกมีป้ายบอกทางมาร้าน  ครัวย่า  ขับตามป้ายมาเลยครับ 


















                                  มาถึงร้าน  ภรรยากับน้องสาวนั่งโต๊ะกันเรียบร้อยแล้วครับ  ผมก็เลยเดินสำรวจรอบๆร้าน ... น่ารักดีครับ ร้านนี้เปิดอยู่ในบ้านคุณย่าครับ อยู่ริมน้ำ บรรยากาศร่มรื่นเลยครับ ... เดินดูจนรอบกลับมานั่งโต๊ะ ปรากฏว่า 3 สาว บอกว่าสั่งอาหารไปบ้างแล้วนิดหน่อยครับ  สอบถามว่าสั่งอะไรไปบ้าง ...  อืมมม  นิดหน่อยของพวกเธอ ก็มี  แกงไตปลา  ,  แกงเหลือง ไข่เจียว เนื้อเค็ม แกงมัสหมั่นเนื้อ  ,  ข้าวคั่วแห้งปลาสลิด  ... ระหว่างนั่งรออาหาร ภรรยาผมก็เล่าว่า ร้านนี้เค้า ป็นลูกค้าประจำ ตั้งแต่ยังอยู่ หลัง ม. เวลาไปส่งลูกสาวที่ สาธิต ก็มักจะแวะอุดหนุนกันเป็นประจำ  แต่ตั้งแต่ย้ายมาที่ใหม่เค้าเองก็พยายามตามหามา 3 ปีเต็มๆ ว่าย้ายไปไหน  ในที่สุดวันนี้ได้กลับมาร้านโปรดร้านเดิมซักที (ถึงว่า เธอสั่งอาหารของเธออย่างคล่องแคล่ว เลยครับ)










               








แกงไตปลา   ..........    ใครสั่งจานนี้  ขอแนะนำว่า  ควร สั่งมาพร้อมกับ  " ไข่เจียว "  เลยครับ  ...  แกงไตปลาสีเหลืองเข้ม  ออกน้ำตาล  คล้ายๆ แกงไตปลา แบบ เมืองนครฯ  ...  ใส่ผักนานาชนิด ทั้ง  มะเขือ หน่อไม้ และ มันฝรั่ง ...  มีเนื้อปลาชิ้น ย่อม ย่อม ลอยหน้ามาน่าทานเลยครับ  ....  หอมกลิ่นไตปลาอย่างดี    ...   มาทราบทีหลัง จากคุณย่า เจ้าของร้านว่า  ท่านสั่ง ไตปลา  ตรงมาจาก   " ทะเลน้อย "   จากเมืองพัทลุง   ....   พอตักชิม คำแรก  แทบจะลุกขึ้น  ไปยืนตรงกลางร้าน   แล้ว ร้อง   " โอวววววว "    ยาวๆ เลยครับ  ...  รสชาติ มันช่างกลมกล่อม  จัดจ้าน  จนเผ็ดกำลังดี  ...  คนที่ทานเผ็ดไม่ค่อยได้ ควรสั่ง ไข่เจียว มาทานพร้อมกันด้วยเลยครับ

แกงเหลืองหน่อไม้   ..........   แกงเหลือง  ที่สีเหลือง  สวยด้วยขมิ้น  ...  หน่อไม้สดๆ หั่นมา ได้ขนาดพอดีคำ  เนื้อปลาล้วนๆ ในแกงสดจนเด้ง เลยครับ    ....  รสชาติเข้มข้น จัดจ้าน  แต่ไม่ถึงกับเผ็ดมาก  เอาเป็นว่า ผมสามารถทานน้ำแกงเปล่าได้เลยครับ   ....   จานนี้ อร่อย จนต้องสั่ง  ข้าวสวยเพิ่มมาอีกที่นึงเลยครับ   ... จานนี้ อร่อยแบบต้องให้ รางวัล ชนะเลิศเลยครับ  อีกเช่นกันครับ
ผมว่า   แกงปักษ์ใต้ ทั้งสองอย่างของร้านนี้    รสชาติ กำลังดี  ไม่จัดจ้านเหมือนแกง  ในร้านปักษ์ใต้แท้ๆ   แต่ยังคงรักษากลิ่นไอ  ของความเป็น อาหารปักษ์ใต้   ได้อย่างกลมกล่อมและ ลงตัวเลยครับ

แกงมัสหมั่นเนื้อ   ..........   แกงมัสหมั่น  ถูกจัดอันดับว่า เป็น หนึ่งในอาหารไทย ยอดนิยม  ที่ฝรั่ง ชอบทานมากที่สุด  ...  แค่พอตักชิม  คำแรก  ก็ต้อง  ท่องเป็นกลอน สุนทรภู่  กันเลยหละครับ  ...  " มัสหมั่นแกงแก้วตา หอมยี่หร่ารสร้อนแรง .. ชายใดได้กลืนแกง ฯลฯ "    .. อะไรต่อ ผมก็จำไม่ได้แล้วครับ ... ที่แน่ๆ   เนื้อวัวเคี่ยวมาจนนุ่มทานง่าย  น้ำแกงเข้มข้น  หอมกลิ่นยี่หร่า  อร่อยเด็ดเลยหละ ครับ  ...  ทานแกล้มกับ อะจาด  ...  หร๋อย จั่ง หู๋   เลยครับ

ข้าวคั่วปลาสลิดแห้ง  ..........   จานนี้  พอยกมาวางบนโต๊ะ  ช่างดู น่าทานดีจังเลยครับ  ....  ตกแต่งจาน ซะโก้เก๋ เลยครับ  ....  เอาข้าวสวยใส่ถ้วยแล้วคว่ำลงบนจาน  วาง  ปลาสลิดคั่วแห้ง  ไว้บนข้าว  ...  เนื้อปลาสลิดทอดกรอบ   คั่วมาจนแห้ง  รสชาติ  เผ็ดนิดๆ   กลมกล่อม อร่อยกำลังดีครับ   


เนื้อเค็ม  ..........    เนื้อเค็ม กับ แกงปักษ์ใต้ เป็น เครื่องเคียง ที่ผมชอบที่สุดครับ  ผมว่า มันช่างเข้ากัน กับ แกงปักษ์ใต้ ที่จัดจ้านทุกชนิด ดีครับ   ...  เนื้อเค็ม ที่รสชาติไม่เค็มจัด   เนื้อนุ่มเคี้ยวง่าย  อร่อยดีครับ

















             
                               นั่งทานกันไปซักพักนึง   คุณย่า   เจ้าของร้าน เดินมาที่โต๊ะเลยครับ   ผมก็สวัสดีท่าน  ...  ท่านช่าง น่ารักมากเลยครับ  ...  ผมไม่สงสัยเลยว่า  ทำไมลูกค้าถึงติดอกติดใจ  ร้าน ครัวย่า  มายาวนานกว่า 20 ปีแล้วครับ   ...   คุณย่า  ทักทาย พูดคุย เล่าเรื่องราวตั้งแต่สมัยเปิดร้านอยู่หลัง ม.  มีทั้ง นักศึกษา อาจารย์ ผู้ปกครอง  แวะเวียนมาอุดหนุนคุณย่า   อยู่เป็นประจำครับ  ....    คุณย่า เพิ่งย้ายหนี ความจอแจ ความวุ่นวาย จากย่านนั้น  มาอยู่ที่หมู่บ้าน เลคแลนด์เมื่อ 3 ปีที่แล้ว  ...  แต่ท่าน  ยังคิดถึงลูกค้าเก่าๆครับ   ก็เลยมาเปิดร้านใหม่ที่บ้านตัวเองซะเลยครับ  ...   คุณย่ามายืนคุยสนุกสนาน ถามไถ่แบบเป็นห่วงเป็นใย  ว่า  พวกเราจะชอบอาหารร้านคุณย่ามั้ย (ระหว่างคุยกัน ผมสั่ง แกงไตปลา มาทานเพิ่มอีกหนึ่งที่ เท่านั้นยังไม่พอครับ  สั่งใส่ถุงไปฝากลูกสาวอีก 3 ถุงครับ)  ...  คุณย่า   ใจดีมากเลยครับ  ท่านเล่าถึงวิธีทำอาหารตามสูตรคุณย่า  ผมเลยถือโอกาส ฝากเนื้อฝากตัวกับคุณย่าเลยครับ ว่า ถ้า  คุณย่า   เปิดสอนทำอาหารเมื่อไหร่   ...   ขอผมเป็นลูกศิษย์ รุ่นแรกเลยนะครับ
                               นั่งคุยกับคุณย่า ไปซักพัก ที่สั่งมา รวมไปถึงที่สั่งเพิ่ม ก็แทบจะเหลือก้นชามหมดทุกจานแล้วครับ ...  ท่านเลยถามผม ว่า เคยลอง   " แกงฮังเล ขาหมู "    ที่นี่แล้วรึยัง ...  ท่านเล่าว่า ท่านเอา   ขาหมูไปตุ๋น จนเปื่อย  ...  จนน้ำมันจากหมูออกมาเกือบหมด  แล้วช้อนน้ำมันออก ...  แล้วถึงเอาน้ำมันพืชมาผัดเครื่องแกงฮังเล   แล้วลงมือแกง  ...  ส่วนมากแกงฮังเล  ทางเหนือมักใช้หมูสามชั้น  ซึ่งมักจะทำให้  น้ำมันออกมาเยอะ  ลอยหน้าเต็มหม้อแกงไปหมด  แถมยังอันตรายต่อสุขภาพด้วยครับ  ...   ท่านเล่าว่า  ที่ท่านเลือกใช้  ขาหมู    ก็เพราะมีมันน้อยกว่า   แถมเวลาเคี่ยวจนเปื่อย แล้ว  เนื้อก็อร่อยกว่าด้วยครับ  ...   แถมคุณย่า ยังเล่าต่อว่า   ฮังเลขาหมู  จานนี้   ...   เป็นรายการอาหาร ที่มีคนสั่งซื้อกลับบ้านมากที่สุด ในร้านเลย  ...   พอท่านเล่าจบ  จะรอช้าอยู่ใยครับ   ผมจัดแจงเรียกเด็ก สั่ง  ฮังเลขาหมู  มาอีกอย่างนึงเลยครับ    (ขอบอกว่า  คุณย่า  ท่านเป็น อาจารย์เลคเชอร์ ทางการตลาดได้ สบายๆ เลยครับ ... อิอิ) 

















แกงฮังเล ขาหมู   ..........    ตอนยกอาหารมาถึงโต๊ะ    ผู้ร่วมโต๊ะทั้งสามของผม   สั่งของหวานไปแล้วครับ  ...   พระเจ้าช่วย  ....   คุณย่า เพิ่งเล่าเสร็จ หยกๆ ว่า   " แต่ละชามใช้ขาหมูหนัก ครึ่งกิโล "  ...  ผมจะไหวมั้ยนี่ ?   ...   สู้ตายครับ ว่าแล้วก็ ตักแกงฮังเล พร้อมขาหมู  (พยายามเขี่ยดูว่า จะมีมันหมูเยิ้มๆ เหมือนแกงฮังเลที่อื่นมั้ย ... ดีจังเลยครับ ไม่มีเลยแม้แต่น้อย .. ไม่ต้องกลัวอ้วนกันเลยครับ)    แค่พอได้ชิมน้ำแกง    ....   อืมมมม  ผมชอบครับ   แกงฮังเล ที่นี่ ไม่ได้หวานเจื้อยแจ้ว เหมือนฮังเล ทั่วๆไปครับ  ...   กลิ่นเครื่องแกง  หอมโชยมาตั้งแต่วางบนโต๊ะแล้วครับ   ...  รสชาติกลมกล่อมอร่อยกว่าแกงฮังเลที่ผมเคยทานครับ  ...  ถึงว่าครับ  จานนี้ถึงเป็นจานที่มีผู้คนสั่งซื้อใส่กล่องไปฝาก พรรคพวกเพื่อนฝูง กันเยอะที่สุดครับ  ที่สำคัญ ที่ร้านนี้เค้า Pack ใส่กล่อง แช่เย็นไว้แบบมืออาชีพเลยครับ  เอาไปฝากใครที่ไหน แค่เอาแกง เข้าไมโครเวฟ  ก็อร่อยล้นใจเลยหละครับ 

ยังมีอีกหลายเมนูอร่อยนะครับ  แต่วันนี้ผมไม่สามารถกลืนอะไร ลงไปในกระเพาะผม ได้อีกแม้แต่น้อยครับ  .....   ขอขอบคุณ  เพื่อนๆ ใน Facebook  คุณ  Asama Mook Vichaidit    และ   คุณ Creatived Dice  ที่กรุณาแนะนำร้านนี้ให้ผม   และ  และที่สำคัญ   ...  ต้องขอบพระคุณ คุณย่า ที่กรุณามาเล่า เรื่องราวต่างของ อาหารปักษ์ใต้   ร่วมชั่วโมง  ผมได้ความรู้มากมาย จาก คุณย่า ครับ ...   ผมคง เป็น  Fan Club  ของ  คุณย่า    ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปเลยครับ
                     
ลองแวะไปชิมกันดูนะครับ   " ครัวย่า "   ...  เปิดทุกวัน  09.30 น.  ถึง  14.00 น. 
          
โทร    053-805-497   ,   089-433-5991  ,  087-300-5145




แผนที่ ร้านอาหารทั้งหมด ที่ผมเขียนแนะนำไว้ใน    " แนะนำ ร้านอาหารอร่อย โดย ป๋าปึกส์ "

https://mapsengine.google.com/map/edit?authuser=0&hl=en&mid=zi7qOsZPeff0.kmjHpvkh5cmM




ป๋าปึกส์
10/11/2555

 ขอแนะนำ ร้านโปรดของผู้เขียน
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2010/11/tengoku-1.html
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2010/11/tengoku-2.html


 ติดตาม คอลัมน์ แนะนำร้านอาหารอร่อย โดย ป๋าปึกส์ ได้ทุกวันใน  Facebook
ได้ที่  : http://www.facebook.com/SuebsaengSun



วันพฤหัสบดีที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2555

Cafe Mini ร้านใหม่ บนถนนวงแหวน 1 .. เชียงใหม่

" Cafe Mini "     ร้านใหม่   ที่  ถนนวงแหวน 1  เส้นไปศูนย์ราชการ  ... เชียงใหม่  














เมื่อประมาณไม่ถึง 5-6 ปีที่ผ่านมา   การทานอาหารฝรั่ง  ไม่ว่าจะเป็นใน ภูมิภาคไหนในโลก  เริ่มเปลี่ยนแปลง วัฒนธรรมการกิน ที่แตกต่างไปจากอดีต อย่างเห็นได้ชัด
ไม่ว่าจะเป็น ประเทศต้นตำรับอาหารฝรั่ง อย่าง ประเทศฝรั่งเศส  หรือ ประเทศอื่นๆ ใน ยุโรป
ในอดีตคนในยุโรป  เวลาจะไปทานอาหาร ตามร้านอาหารนอกบ้าน  มักจะแต่งตัวดีๆ ใส่สูท  ใส่แจ๊คเก็ต กัน เกือบเต็มยศ    หรือ ที่เราได้ยินอย่างคุ้นเคยว่า   Formal Dining   ชาวยุโรป  ในสมัยก่อน นิยมแต่งตัวดีๆ  ..  ซึ่ง ผู้หญิงส่วนใหญ่  ก็มักจะใส่ กระโปรง หรือ ชุดราตรี กันเลยทีเดียวเลยครับ   ...  ส่วนผู้ชาย ก็มักจะใส่สูท ออกมาทานอาหารกันเช่นกันครับ
การแต่งตัวแบบนี้ เค้าถือว่า  เป็นการให้เกียรติสถานที่   และ  ร้านอาหาร  ที่มักตกแต่งกันแบบ หรูหรา สุดๆ
จนทำให้  สมัยก่อน  ร้านอาหาร หรู ๆ  เกือบทุกร้าน  ในทวีปยุโรป    ....   ถึงขั้น  ออกกฏ  ออกข้อบังคับ เกี่ยวกับ การแต่งตัว  เวลาที่ ลูกค้าเข้าไปทาน   ร้านอาหารของเค้าเลยทีเดียว เลยหละครับ  
เรียกกันว่า   พิธีรีตรอง ค่อนข้าง มากมายเลยทีเดียวครับ
ต่อมา  เมื่อซัก  10 ปีที่ผ่านมานี่เองครับ    ....  การเปลี่ยนแปลง ค่านิยมเก่าๆ  ในการแต่งตัวตามสบาย ในการไปรับประทานอาหาร ในร้านอาหาร  หรือ ที่ฝรั่งเรียกกันว่า    Casual  Dining     ก็เริ่มแพร่ระบาดมากขึ้นใน ยุโรป
ความนิยม ในการใช้ชีวิตความเป็นอยู่ที่เรียบง่าย   และ ไม่ต้องมีพิธีรีตรอง อะไรมากมาย  เริ่มแพร่หลาย และ  แผ่กระจายไปทั่วทุกมุมโลก
ผู้คน  เริ่มหันมา แต่งกายแบบ  สบายๆ ขึ้น เพื่อออกไปรับประทานอาหารนอกบ้าน มากขึ้น  
ร้านอาหาร  ที่มีข้อกำหนดเรื่องเครื่องแต่งตัว   เริ่มไม่ได้รับความนิยม   ...  ร้านอาหารดังๆ  ในต่างประเทศ  ที่เคยมีข้อบังคับเรื่องเครื่องแต่งตัว หลายๆร้าน ต้องยกเลิกกฏระเบียบ ที่เคยวางไว้  เพื่อความอยู่รอดของธุรกิจตนเอง  ...   รวมไปถึง ร้านอาหารที่เปิดใหม่  ก็ต้องปรับตัวเองให้ทันกับ ความนิยมที่เปลี่ยนไป  ...  จนทุกวันนี้ แม้กระทั่ง หลายๆ ประเทศในยุโรป  เหลือ ร้านอาหารที่ยึดถือ ธรรมเนียม แบบ เดิมๆ  เพียงไม่กี่ร้านเลยครับ
















ผมเกริ่นนำ  มาซะนานเลยครับ   ....  เพื่อจะเล่าถึง    " ร้านอาหารฝรั่ง ร้านเก่า ใน ที่ใหม่ "    ...  ร้านอาหารฝรั่ง  ที่เคยเป็น ร้านเล็ก  แต่อาหารอร่อยใหญ่ๆ  ที่เพิ่งย้ายมาจาก ร้านเดิม  แถว นิมมานฯ ซอย 9   ...   มาอยู่ที่ใหม่  บนถนนวงแหวน  1  ..  หรือ วงแหวนที่มุ่งหน้าไป ศูนย์ราชการ จังหวัดเชียงใหม่
" Cafe Mini "    เป็น ร้านอาหารฝรั่ง  ง่ายๆ แบบ       Casaul  Dinning   
ร้านนี้หาไม่ยากครับ  ...  ถ้าเราขับเข้ามาทาง ถนนวงแหวน 1  ด้านหน้า ศูนย์ราชการจังหวัดเชียงใหม่ มุ่งหน้ามาทาง กาดรวมโชค   ...   พอข้าม สพานข้ามน้ำปิง  ไปนิดนึง  ก็จะผ่านโรงเรียน นานาชาตินครพายัพ  ...  เลยไปอีกนิดเดียว ไม่ถึง 1 กิโล  ก็จะเห็นป้าย ชื่อร้าน และ กลุ่มอาหารอยู่ริมถนน ซ้ายมือ  
ที่จอดรถ ใหญ่โตมโหฬาร ครับ   ...   ในนั้น มีทั้ง  Fitness  ร้านอาหาร และ ร้านกาแฟ  
Cafe Mini   ร้านใหม่  ใหญ่กว่าเดิมมากเลยครับ   ...   โดยเฉพาะ ครัวของร้านนี้  ใหญ่ระดับโรงแรมใหญ่ๆ  ในเมืองเลยหละครับ  ...  อุปกรณ์ นานาชนิด  เตาอุ่น  เตาร้อน  เตาต้ม  ..  มีครบครับ
และ ที่เท่ห์ที่สุดเห็น  จะเป็น  เตาพิซซ่า  ที่เชฟอิตาเลี่ยนมาเห็น ยัง อิจฉา เลยครับ

วันนี้ผมมาทานกัน  2 คน  ...  มาแบบไม่ได้จองเลยครับ   ..  โชคดีที่เราไปวันธรรมดา  และ ยังเป็นช่วง  Pre Opening  ของทางร้าน  ผู้คนยังไม่เยอะเท่าไหร่ครับ
พอเข้าไปก็ เจอเชฟ เจอผู้จัดการ  เข้ามาทักทาย แบบ จำกันได้ดีเลยครับ  (ผมไปทานที่ร้านเดิม แบบ เป็นลูกค้าประจำเลยครับ)     ...  ผู้จัดการร้าน และ เชฟ พาเดินชม  ร้านใหม่  จนทั่วเลยครับ  ...  ใหญ่จริงๆครับ   มีทั้งโซนที่เปิดตอนกลางวัน  ..  ห้องเก็บไวน์  .. ห้องกาแฟ  ...   ตกแต่งแบบ สวยเก๋ น่านั่งทุกมุมครับ
มา 2 คน  เลยสั่งอาหารมาไม่กี่อย่างครับ  ...  แต่ละอย่างก็อร่อย ไม่แตกต่างกับ ร้านเดิมเลยครับ  แถมยังมี เมนูใหม่ๆ ที่ไม่มีอยู่ในร้านเก่า
มาเรื่อง อาหาร จานอร่อยของร้านนี้ ดีกว่า ครับ















Mushroom  Soup   .........   ซุปเห็ด  .. จานนี้เป็นจานโปรดของผม  มาตั้งแต่ในร้านเดิมที่นิมมานฯ  ...  ซุปเห็ดรสเข้มข้น  ที่เอามาปั่นให้ทานง่ายขึ้น ตามแบบสมัยนิยม
ที่สำคัญ ของจานนี้ที่ทำเอาผมติดใจ  ตามมากินถึงร้านใหม่ ก็เพราะเค้าสามารถรักษา  รสชาติและอารมณ์ของการกินได้ดีซะเหลือเกินครับ  ซุปที่เอามาปั่น   ค่อนข้างข้น  แต่ ยังรักษา อารมณ์ของการทานเห็ด  ให้เราสัมผัส ชิ้นเห็ด ชิ้นเล็กๆ  ...   ให้รูสึกว่า ได้ว่า  เราขบเคี้ยวอะไร เข้าไปบ้างครับ
เรื่องรสชาติ  อธิบายสั้นๆ ครับ   ...  " จานนี้ไม่ควรพลาด "    ครับ


Butternut  Squad  Soup   ..........   ชื่ออาหารจานนี้  อาจจะไม่ค่อยคุ้น  เพราะผมเองก็ไม่ทราบชื่อภาษาไทย  ของ เจ้า  Butternut  เหมือนกันครับ  ..  Butternut   เป็น  พืช  ที่มีเนื้อใน มีสี และ รสชาติคล้ายๆ ฟักทอง  แต่รูปร่างแลดูเผินๆ คล้ายๆ  มะละกอ  ....   ซุปจานนี้ แยกแทบไม่ออกจาก  ซุปฟักทอง  เลยครับ  ..  เพียงแต่ มีรสชาติ หวานน้อยกว่า ฟักทอง  ครับ  ...  อร่อยดีครับ  ..  เกลือพริกไท  ช่วยลดความหวานของคนที่ไม่ชอบอะไรหวานๆ ได้ครับ       










            



Scallop  Cappacio    ...........    จานนี้ ตอนที่เชฟมาแนะนำ  ผมเป็นขอให้เชฟแนะนำ จานที่ผมไม่เคยมาลองที่ร้านเค้ามาก่อนครับ  ...  เชฟแนะนำ อาหารจานใหม่ของร้านนี้มาเลยครับ
ตอนยกมา พอเห็น  หน้าตา และ  สีสัน ของอาหารจานนี้แล้ว สดใสน่าทานมากเลยครับ  สีผักสลัดที่วางมาบนจานเลือกผักสีที่ต่างกัน  วางมาด้วย Scallop  หรือที่บ้านเรามักเรียกกันว่า หอยเชลส์  สีนวลๆ  ..  เดรสซิ่งเป็น เจลาติน  (น้ำสลัดที่ใส่ผงวุ้น)  สีออมเหลือง  .. เคียงข้างมาด้วย Lemon  หรือ มะนาวฝรั่ง   ..   เอาเป็นว่า   วางลงบนจานปุ๊บ  กดกล้อง ปั๊บ เลยทีเดียวครับ
ต้อง ชมเชฟ เลยครับ   ....  ต้องชมในการ เลือกรสชาติที่เข้ากันได้ดีมาก ของทุกอย่าง ที่เอาลงมาในจานครับ   ....  เนื้อ  หอยเชลส์  สดๆ หั่นเป็นชิ้นบาง   วางลงบน เดรสซิ่ง (น้ำสลัด)  สูตรพิเศษ ของ เชฟ  ที่รสชาติดีเหลือเกินครับ  ผสม เจลาติน หรือ ผงวุ้น เพื่อให้มี อรรถรสในการรับประทาน มากขึ้นอีกเยอะเลยครับ   .....   จานนี้  บอกได้คำเดียวครับว่า    it's  must  ครับ


NewZealand   Lamb Rack   ...........  เมนครอสจานเดียวที่เราสั่งมาวันนี้ ครับ  ..  ที่สั่งจานเดียวก็เพราะเริ่มรู้สึกว่า  เริ่มอิ่มซะแล้วครับ   ...  ซุปคนละชาม ใหญ่เลยทีเดียวครับ  แถมช่วงนี้พยายามจะทานอาหารมื้อเย็นให้น้อยลงด้วยครับ     
ซี่โครงแกะ  จาก นิวซีแลนด์  อย่างดี  ...   ที่ผม บอกว่า  ก็เพราะการใช้  ซี่โครง แบบนี้  แบที่มีเนื้อ ติดซี่โครงเยอะๆ  แบบนี้  ต้องเป็น  ซี่โครงแกะเกรด A  เท่านั้นครับ
ซี่โครงที่ ย่างมาแบบ ความสุก ตามที่สั่ง  วางข้างมาด้วยมันบด  และ ผักเครื่องเคียง  และ มินท์ที่เป็นเยลลี่   ....   รสชาติ ซี่โครงแกะ  ย่างมาได้อร่อยเลยครับ  ...   ตัก เกรวี่  ราดมาบน  มันบด  ...  โอววววววว   อร่อยสุดๆ เลยครับ   .....   จานนี้ คนที่ชอบทาน แกะ ไม่ควรพลาดโดยเด็ด ขาดครับ


Pizza    ...........    พิซซ่า จานนี้เชฟ ทำมาให้ผมลองทาน ครับ   ....  แป้งกรอบๆ จากเตาอบพิซซ่า แบบ อิตลาเลี่ยน  ได้ความร้อนอบอวลไปทั่วเตาอย่างดี  เนื้อชีสเป็นยางเวลายกแผ่นพิซซ่า ออกจากจานเลยครับ  โรยหน้ามาด้วย ซาลามี่ และ ผัก ร๊อคเก็ต  .....   อร่อยเลยครับ  ...  แต่จานใหญ่จนทานแทบไม่หมด  ..  เลยของเอาที่เหลือกลับมาทานที่บ้านตอนเช้า ต่อเลยครับ


ร้านนี้เปิดบริการทุกวันครับ   ตังแต่    11.00 น.    ถึง    23.00 น.  ครับ
ตั้งอยู่ที่   239  หมู่ 9    ถนนวงแหวนกลาง  (หรือเส้นที่ไป ศูนย์ราชการ)   ,  อำเภอเมือง
เชียงใหม่ 50300

จองที่นั่งหรือสอบถามเส้นทาง ได้ที่       088-411-4668    และ     053-345-486

แผนที่ร้านอาหาร ทั้งหมดที่ผมเขียนแนะนำ ไว้ใน   " แนะนำ ร้านอาหารอร่อย โดยป๋าปึกส์ "
https://mapsengine.google.com/map/edit?authuser=0&hl=en&mid=zi7qOsZPeff0.kmjHpvkh5cmM





ป๋าปึกส์ 
26/11/2557 

  ขอแนะนำ ร้านโปรดของผู้เขียน
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2010/11/tengoku-1.html
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2010/11/tengoku-2.html



ติดตาม คอลัมน์ แนะนำร้านอาหารอร่อย โดย ป๋าปึกส์ ได้ทุกวันใน  Facebook
ได้ที่  : http://www.facebook.com/SuebsaengSun
 
 
 
 
 
 

วันอังคารที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2555

ไส้อั่วคำแปง


ไส้อั่วคำแปง  ... ไส้อั่ว ชื่อดัง ที่   เชียงใหม่ 


                 " ไส้อั่ว "    เป็นอาหารพื้นเมืองทางภาคเหนือของประเทศไทย  ...  ปรกติมักจะทำมาจาก  เนื้อหมูบด  ผสมพริกแห้ง .. กระเทียม ..  ขมิ้น .. ข่า .. ใบมะกรูด .. หอมแดง  และ เครื่องปรุงรส  แล้ว กรอกลงไปในไส้หมู   ที่เกลาจนบาง แล้วบิดให้เป็นท่อนพอประมาณ ตามความพอใจของผู้ทำ จากนั้นนำไปย่างให้เกรียม จะทำให้มีกลิ่นหอม ชวนรับประทาน  ....  สำหรับผู้ที่เป็น ชาวมุสลิม หรือ ไม่ประสงค์ ที่จะรับประทานหมูด้วยเหตุผลใดๆก็ ตามอาจจะดัดแปลงใช้  เนื้อสัตว์  ชนิดอื่นแล้วก็กรอกเข้าไปใน ไส้สัตว์ชนิดอื่น หรือ ไส้เทียมแทนก็ได้
                   คำว่า  " อั่ว "   ในภาษาเมือง (ภาษาเหนือ)  หมายถึง  แทรก หรือยัดไว้ตรงกลาง   
" ไส้อั่ว "   จึงหมายถึง   ไส้ ที่มีการนำสิ่งของมายัดไว้  การทำ ไส้อั่ว  นิยมใช้ ไส้หมู และ เนื้อหมู


















                      ในสมัยก่อน ในช่วงที่มี เทศกาล หรือ มีการจัดงานเลี้ยง  ทางภาคเหนือตอนบน  ไม่ว่าจะเป็นงานใดๆ ก็ตาม  มักจะทำอาหารเลี้ยงฉลองกัน  หลายๆอย่าง หลายๆประเภท  " การล้มหมู "   เป็นกิจกรรมยอดฮิต  ของทางเหนือ ...  การล้มหมู แต่ละครั้ง มักจะมีเนื้อหมูเป็นจำนวนมาก  จนบางครั้งนำมาทำเป็นอาหารไม่ทันก็อาจเกิดการ...  จึงมีแนวคิดในการนำเอาเนื้อหมูเหล่านั้นมาถนอมอาหารโดยการตากแห้งหรือย่าง ไฟ   หรือ  นำมาประกอบอาหารที่สามารถเก็บไว้กินได้นาน ๆ เข่น การทำแหนม เป็นต้น  ... การทำไส้อั่วก็เช่นกัน ถือเป็นการทำอาหารที่สามารถเก็บไว้กินได้นาน ๑ - ๒ วัน
นอกจากนี้  ยังเป็นการนำเศษเนื้อ และ เครื่องใน พวกไส้ต่าง ๆ มาทำให้เกิดประโยชน์ด้วย
                       ในปัจจุบัน  " ไส้อั่ว "   เริ่มเป็นที่รู้จัก จากคนต่างถิ่นมากขึ้น  จนกลายเป็นของฝากยอดฮิต อีกอย่างนึง สำหรับคนที่มาท่องเที่ยวทางเหนือของประเทศไทย  มักจะต้องซื้อกลับไปเป็นของฝากให้กับ พรรคพวก เพื่อนฝูง  ...  นอกจากนั้นก็ยังมีการนำเอาไปปรุงอาหาร ในแนวใหม่ๆ ไม่ว่าจะเป็น  พายไส้อั่ว , สปาเก็ตตี้ไส้อั่ว , ซาลาเปาไส้อั่ว  และ อีกหลายๆเมนู จนเป็นที่นิยมไปไกล จนแม้กระทั่งชาวต่างชาติ  ก็เริ่มหันมานิยมมากขึ้น  ทั้งนี้คงเป็นเรื่องของการนิยมทานอาหารที่มี รสชาติและกลิ่น ของสมุนไพรไทย  ซึ่งทำให้อาหารไทยของเรา กลายมาเป็นหนึ่งในอาหารยอดฮิต ของคนในประเทศต่างๆ รอบโลก มากขึ้น มากขึ้นทุกวันเลยครับ















                         กล่าวนำมาซะจนเกือบลืม  แนะนำร้านนี้ไปเลยครับ    " ไส้อั่ว คำแปง "   ร้านไส้อั่ว ที่เปิดมายาวนานเกือบ  15  ปีแล้วครับ  ...   ที่ชื่อว่า ไส้อั่วคำแปง ก็มาจาก คุณลุงเจ้าของร้าน ร้านนี้นี่เองครับ   ลุงคำแปง  ครับ ... ขายดิบ ขายดี มาหลายปีครับ ... จนปัจจุบัน ขยายสาขา อีกสองแห่ง  สามมุมเมืองของ เชียงใหม่เลยครับ
                         วันนี้ผมขอแนะนำร้านแรก ที่เป็นสาขาที่ 1  ของไส้อั่วคำแปง ครับ ...  ถ้าขับรถมาจากสนามบิน ผ่านสี่แยกสนามบินตรงมา (เลาะมา ตามสะพานลอย)  พอสุดสะพานลอยซัก  400 เมตร ก็จะเห็น ควันไฟ ลอยอบอวลอยู่ซ้ายมือ (เฉพาะวันที่ขาย)  ตอนนี้เพิ่งขยับย้าย เลยมาจากร้านเดิมที่เป็นเพิงๆ  มาอยู่ที่ใหม่ ที่เป็นเพิงๆ(เหมือนเดิมครับ ... แกไม่ยอมให้ต้นทุนเพิ่มเลยครับ .. 5555)  ห่างจากร้านเดิม ประมาณ 300 เมตร  สังเกตุง่ายๆครับ เลย ปั๊มน้ำมัน มานิดเดียวครับ  (ผมจำไม่ได้ว่า ป.ต.ท. รึเป่านะครับ) 


















                         " ไส้อั่วคำแปง "   ขึ้นชื่อในเรื่อง รสชาติจัดจ้าน เข้มข้น จนหลายท่านถึงกับเอ่ยปากว่า เผ็ด เลยทีเดียวครับ  ...  แต่ด้วยประสพการณ์จากการขายมายาวนาน จนเข้าใจตลาดของผู้บริโภค  ลุงคำแปง ไม่รอช้าครับ ออกไส้อั่ว มาเพิ่มขึ้นอีกรุ่นนึงครับ  รุ่นไม่เผ็ด ครับ (ทำการตลาด เหมือนวงการรถยนต์เลยนะครับ )  ... นอกจาก ไส้อั่ว แล้ว (ซึ่งแต่ละร้านก็รสชาติต่างกันไป ขึ้นอยู่กับ ใครใส่อะไรมากอะไรน้อย แต่ส่วนใหญ่ ส่วนผสมและเครื่องปรุงก็เหมือนกันเกือบทุกร้านครับ)    ..  ยังมีอีกหลายอย่างที่อร่อยครับ  โดยเฉพาะที่พลาดไม่ได้ครับ  
                          " ซี่โครงหมูย่าง "   ซึ่งผมไปร้านลุงคำแปงทีไร  ผมจะซื้อ ซี่โครงหมูย่าง มากกว่า ไส้อั่ว ซะอีกครับ ... เพราะเวลาไปที่ร้านนี้ทุกครั้ง ผมก็เดินไปสำรวจ ไปเปิดดู ฝาเตาโน้น ฝาหม้อนี้อยู่เรื่อยครับ ...  แค่ผมเห็นเตาอบซี่โครงหมู ของลุงคำแปงแล้วก็ ต้องสั่งมาทานเลยครับ ... นอกจากหมูที่หมักมาแบบเข้าเนื้อแล้ว  ขั้นตอนการทำ ซี่โครงหมูย่าง ของลุงคำแปง จัดว่าพิถีพิถันเลยครับ  ..  เอาซี่โครงหมูไปอบในเตาที่ทำจากถัง 200 ลิตร คล้ายๆเตาอบหมูแดง และ เป็ดย่าง ยังไงยังงั้นเลยครับ ... พออบจนได้ที่แล้ว ถึงเอาออกจากเตาอบ มาย่างเตาถ่านอีกทีนึงครับ  จึงทำให้เนื้อด้านใน สุกกำลังดี ไม่แห้งเกินไป ... แถมเนื้อด้านใน ยังนุ่มแบบเคี้ยวสบายๆ เลยครับ ... นอกจากนั้น ผิวที่ย่างด้านนอก ก็สุกสวย หอมอร่อย กำลังดีเลยครับ

















                        นอกจาก ไส้อั่ว  ,  ซี่โครงหมูย่าง แล้ว ก็ยังมี  หมูย่าง (2 ชั้นครึ่ง  เกือบจะเป็น 3 ชั้นครับ .. 5555)   ,  แอบปลา  ,  แอบหมู  ,  แอบสมองหมู  หรือ  อ่องออ ...  ต้องขออภัยครับ  รายการ แอบ ทั้งหลายผมไม่เคยลองซักทีครับ  แค่พอได้ยินชื่อ  แอบสมองหมู ก็เลยขอจบตัวเองแค่ ไส้อั่ว , หมูย่าง และ ซี่โครงหมูย่าง เท่านั้นครับ    ใครที่ชอบทานก็เรียญเชิญนะครับ


                        ร้าน ไส้อั่วคำแปง  มี 3 สาขาด้วยกันนะครับ
สาขาที่ 1  ...  ถนน มหิดล  โทร  081-289-3947 
สาขาที่ 2  ...  ข้างหมู่บ้าน เฟื่องฟ้า   โทร  080-031-7168
สาขาที่ 3  ...  อาคารพาณิชย์ สมหวังพลาซ่า สี่แยกเสมิง เลี้ยวซ้าย  โทร  089-855-8435

                        ชอบที่ไหน ใกล้ที่ไหน  ก็ลองแวะไปซื้อทานนะครับ  ...   อ้อ .. ทุกสาขา มีข้าวนึ่ง ขายอยู่ด้วยทุกแห่งครับ ...  แต่สำหรับผม ยังคงยึดติดกับ  สาขา 1  อยู่เหมือนเดิมครับ






แผนที่ ร้านอาหาร ทั้งหมด ที่เขียนแนะนำไว้ใน    " แนะนำร้านอาหารอร่อย โดย ป๋าปึกส์ "
https://mapsengine.google.com/map/edit?authuser=0&hl=en&mid=zi7qOsZPeff0.kmjHpvkh5cmM 






ป๋าปึกส์
23/10/2555

ขอแนะนำ ร้านโปรดของผู้เขียน
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2010/11/tengoku-1.html
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2010/11/tengoku-2.html
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2011/05/tengoku-de-cuisine.html

ติดตาม คอลัมน์ แนะนำร้านอาหารอร่อย โดย ป๋าปึกส์ ได้ทุกวันใน  Facebook
ได้ที่  : http://www.facebook.com/SuebsaengSun