Translate

เกิดข้อผิดพลาดใน Gadget นี้

วันพฤหัสบดีที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2553

บ้านต้นปาล์ม ที่ ดอยสะเก็ด เชียงใหม่

               
" บ้านต้นปาล์ม "  ...  อาหารไทย (ปักษ์ใต้)   ที่ ดอยสะเก็ด  เชียงใหม่
















                            จากแยกศาลเด็ก ขับรถมุ่งหน้าไปดอยสะเก็ด   (จับเข็มไมล์ เซ็ทศูนย์)  แล้วขับตรงไป  อย่างเดียว  13 ก.ม. ครับ  ...  จะเห็นป้าย ร้าน  บ้านต้นปาล์ม  อยู่ปากซอย (ในรูปบนสุด)  อยู่ด้านซ้ายมือ  ....  สังเกตุง่ายๆ   อยู่ถึงก่อน  ร.พ.ดอยสเก็ด   ที่อยู่เลยไปนิดนึง อยู่เยื้องๆ  ไปฝั่งตรงกันข้าม ด้านขวามือ   ...  จากป้ายปากซอย  ขับเข้าซอยไปประมาณ 100 เมตร  จะเห็นร้านนี้อยู่ซ้ายมือ เลี้ยวเข้าไปเลยครับ  ...  ตัวร้าน เป็นบ้านของเจ้าของร้าน ...  ตรงเข้าไป ข้างในสุด มีที่กลับรถ  และ ที่จอดรถ  ... มีสวนปาล์ม ที่ เจ้าของเค้าปลูกต้นปาล์มไว้เต็มบ้าน   (อย่าไปชนต้นปาล์ม เค้าเข้าละครับ)  ...
                           เท่าที่ทราบ  เจ้าของที่นี่  เป็น ชาวนครศรีธรรมราช ...  เคยไปทำธุรกิจ ร้านอาหารอยู่ที่   L.A. ในสหรัฐ   ...  เปิดร้านอาหารไทยที่นั่น ชื่อร้าน   Jitlada L.A.   ....  ประสพความสำเร็จ  โด่งดัง จนเป็น  ร้านอาหารไทยระดับแนวหน้าของ L.A. เลยทีเดียวเชียวครับ   ...  ได้รับ รางวัล เยอะแยะมากมายไปหมด  ...   มีแขก VIP    รวมไปถึง ดาราดังๆ ฮอลีวูด  เป็นลูกค้าประจำมากมาย ....   หลังจากใช้ชีวิต ต่างแดน มานาน   เจ้าของ  ก็มองหามาซื้อที่ดิน  ที่ ดอยสะเก็ด  ไว้นานแล้ว   ....  จนแก เริ่มเบื่อการใช้ชีวิต เมืองนอก   แกจึงคิดกลับมาอยู่ที่เมืองไทย  ...  จึงเลือกมาอยู่ที่  เชียงใหม่  นี่แหละ ครับ ... พอสร้างบ้านเสร็จ  ก็ เริ่มเปิดร้านอาหาร บ้านต้นปาล์มแห่งนี้  เมื่อหลาย ปีที่แล้ว  โดยใช้ส่วนนึงของบ้าน เป็น  ร้านอาหาร ครับ



           







 


                               ร้านนี้ตกแต่งง่ายๆ   น่ารัก    สอาดสอ้าน   ดีครับ  ...  ที่นั่งในร้านไม่ แออัด  เป็นส่วน  open air   ทั้งร้าน และ  มีส่วนที่นั่ง  ริมบ่อน้ำ   อยู่หน้าสวนปาล์ม  บรรยากาศ ร่มรื่นทีเดียว เลยครับ  ....  ช่วงหน้าหนาว แถวนี้เย็นสบายดีครับ  
ร้านนี้ เปิดเฉพาะ วันพฤหัส ถึง อาทิตย์ เท่านั้นนะครับ   เปิดทั้ง กลางวัน และ เย็น ...
มีโต๊ะ ที่นั่ง  พอสมควร  น่าจะจุคน ได้ ราว 60-70 คน  โดยประมาณ  ....
ขอแนะนำว่า  ควรจะต้อง โทรจองก่อนไปครับ ที่ 
โทร     053-291-401    หรือ     081-950-8559 

                                 อาหารที่นี่  เท่าที่ผมสั่งทานมา  อร่อยทุกจานครับ ....  มีเมนูมากมาย หลากหลายชนิด ทั้ง  อาหารไทยทั่วไป และ เป็นอาหารนานาชาติ (บางจาน)   ...   แต่ส่วนใหญ่ที่ผู้คน นิยมมาทานที่นี่  มักจะ สั่งทาน  อาหารปักษ์ใต้  ครับ  ...  การจัดตกแต่งจาน และ เลือกใช้ ภาชนะ ถือว่าดูดี มีสไตลส์ เลยทีเดียว  ....  ราคาไม่แพงมาก แต่ ก็ไม่ถูก ครับ  ....   สำหรับผมขอบอกว่า  " สมน้ำสมเนื้อ "  สิ่งที่คุณจะได้รับ มันช่างคุ้มค่า กับ ที่คุณจ่ายไป แน่นอนครับ


        









                                 แน่นอนครับในทุกร้านที่ผมไปทาน  ผมจะมีอาหารจานเด็ด และ เมนูโปรดของผมทุกร้านไปครับ ... วันนี้ผมไปกัน   4 คน  เลยสั่งอาหารหลายอย่าง หน่อยนะครับ  ที่สั่งไปก็มี

แกงเหลืองปลากระบอก   .........   อาหารจานโปรดที่ผมไม่เคยพลาดครับ   สีขมิ้นเหลืองสวย กลิ่นหอมลอยมาเลยครับ  ...  ปลากระบอกชิ้นใหญ่ เนื้อสดจนหวานเลยครับ  ...  รสชาติน้ำแกง เข้มข้นจัดจ้านดีครับ   ขอแนะนำว่า ควรสั่ง ไข่เจียว  มาแกล้ม แกงเหลืองด้วยครับ  เข้ากันดี และ  ช่วยลดความจัดจ้าน   ให้คนที่ไม่ทานเผ็ด ได้ดีทีเดียวครับ

ปลากระพงทอดขมิ้น   ..........   ที่นี่เค้ามีปลาทอดขมิ้น  หลายชนิดนะครับ  ทั้ง  ปลากระบอก  ..  ปลาอินทรีย์  ..  ปลากระพง
แต่ วันนี้ผมถามเด็กว่า มีปลาอะไร สดๆ เข้ามาบ้าง  ...  เผอิญ วันนี้มี ปลากระพง สดๆ ที่เพิ่งเข้ามาพอดีเลยครับ    วันนี้ก็เลยจัดเป็น   ปลากระพงทอดขมิ้น   ซะเลยครับ  ..  เนื้อปลาสด  หมักมาแบบ มีรสเค็มนำหน้านิดๆ   ทานกับน้ำจิ้ม ที่เสิร์ฟมาคล้ายๆ น้ำจิ้มสามรส ก็อร่อยเลยครับ  หรือ จะทานลดความจัดจ้าน ไปกับ แกงเหลือง หรือ แกงไตปลา  ก็ไม่เลวนะครับ
ทุกครั้งที่ผมสั่งปลาทอดขมิ้นร้านนี้   ผมจะขอให้เค้า  เพิ่มขมิ้น   ที่ทอดมาแบบ กรอบอร่อย ทุกครั้งเลยครับ อร่อยจริงๆครับ  แค่เอา  ขมิ้นทอดคลุกข้าวสวยร้อนๆ ก็อร่อยแล้วครับ

กุ้งผัดสะตอใส่กะปิ  ..........    มาร้านอาหารปักษ์ใต้  ไม่ทาน ผัดสะตอ  รู้สึกว่าเหมือนจะไม่ถึงร้านอาหารปักษ์ใต้ ครับ   ....  จานนี้ห้ามพลาดเลยครับ  ....  ผมไม่สนใจเรื่อง กลิ่นของ สะตอ ที่จะตามมาในห้องน้ำ หลังทานอาหารไปซักพักหรอกครับ  ...  ผัดสะตอ ร้านนี้  รสชาติกลมกล่อม ลงตัว กะปิหอม นำมาเลยครับ  กุ้งก็สด และ ไซด์กำลังดีครับ  รสชาติกลมกล่อมดีครับ  มีรสเค็มของกะปิ และ หวานแมรกออกมาเล็กน้อย   ... จานนี้ผมต้อง สั่งเบิ้ล แทบทุกครั้งเลยครับ  ....  ทานไปร้องก็ไปครับ   ร้องจน นับครั้งไม่ถ้วน เลยครับ  ...  ร้องว่า  " หร๋อยจั่งหู๋ ๆๆๆๆ "   ไปกี่ครั้ง ผมนับไม่ถ้วน เหมือนกันครับ

ต้มข่าไก่   ..........   เมนูนี้  ในฐานะ คนที่ชอบ ทำกับข้าว ทานเองเป็นประจำ ..  อาจจะดูเหมือนไม่ยาก  แต่การทำ  ต้มข่าไก่  ให้รสชาติ กลมกล่อม  เปรี้ยวตัดเค็ม อมหวาน ของกระทิ  แบบ  ต้มข่าไก่  ที่นี่ ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยครับ   ...  จานนี้ รสชาติ ถูกใจผม ซะจริงๆ ครับ













แกงไตปลา   .........  อาหารใต้ จานฮิต ของร้านอาหารใต้ แทบทุกร้านเลยครับ   ...  แต่ละจังหวัดในปักษ์ใต้  เค้าก็มี รสชาติ ไตปลา ที่เป็น เอกลักษณ์ ของตัวเองที่แตกต่างกันไปครับ  ...  ที่นี่น่าจะเป็น สไตลส์ นครศรีธรรมราช แท้ๆ ครับ ...  กลิ่นไตปลาหอมน่าทาน  รสชาติจัดจ้าน เข้มข้น ค่อนข้างเผ็ด แต่เวลาทานคู่กับผักสด  แล้วก็ลงตัวดีครับ
จานนี้ เป็นอีกจานนึง  ที่ผมขอแนะนำว่า ควรจะแกล้มด้วย  ไข่เจียว เลยหละครับ
ช่างเข้ากันได้ดีเหลือเกินครับ

หมี่กรอบ   .........   จานนี้ หาทานอร่อยๆ ในร้านอาหารในเชียงใหม่ ยากหน่อยครับ  ผมมีความรู้สึกว่า คนเมืองชอบทานอาหารคาว ที่มีรสค่อนข้างหวาน  ..   แต่ หมี่กรอบ ที่นี่ไม่ได้หวานเจื้อยแจ้ว มากมายอะไรขนาดนั้น เลยครับ  ...  จานนี้ แนะนำว่าควรจะสั่ง  มาแก้ความจัดจ้าน ของ รสชาติ อาหารปักษ์ใต้ เลยครับ .

อาหารที่นี่  แต่ละจาน  อร่อยถูกใจ คนที่ผมพาไปทานจริงๆครับ  ...  เราทานกันจน ไม่มีอะไรเหลือ เลยซักอย่าง  แม้กระทั่ง ผักสด  เครื่องเคียงประจำอาหารปักษ์ใต้ ที่ประดิษฐ์ ประดอย ใส่มาใน เปลือกหอย(อแคลิค)  ....   เล่นเอาทุกคน  อิ่มจนขากลับ  ตาปรือกันทั้งคันรถเลยครับ

ยังมีอีกหลายอย่างที่ผมชอบแล้วไม่ได้สั่ง เช่น    ..  น้ำพริกหลน (กลมกล่อมอร่อยครับ)  ... และ   คั่วกลิ้ง  (อร่อยจนอยากกลิ้งเลยครับ)  ....
                         
เอาเป็นว่า ถ้าให้ผมจัดอันดับ  ร้านอาหารปักษ์ใต้ ที่ เชียงใหม่ ละก้อ 
ผมว่า   ร้านนี้    " บ้านต้นปาล์ม "   อยู่ใน  Top Five เลยหละครับ  ...  เพราะที่นี่ไม่ได้เผ็ด และ จัดจ้านเพียงอย่างเดียว  ....  แต่ รสชาติ อร่อยกลมกล่อมกำลังดี เลยครับ ...  อร่อยจน คนที่เกิดใน ปักษ์ใต้ อย่างผมต้องร้องว่า    " หร๋อยจั้งหู๋ "    หลายๆครั้งเลยหละครับ

อย่าลืมนะครับที่นี่เปิด     อาทิตย์ละ 4 วัน  เท่านั้นครับ  .....  พฤหัสฯ  ,  ศุกร์  ,  เสาร์  ,   อาทิตย์
ก่อนไป กรุณา โทรจองที่ด้วยนะครับ  ....    053-291-401      หรือ      081-950-8559





แผนที่ ร้านอาหารทั้งหมด ที่เขียนแนะนำไว้ใน   " แนะนำร้านอหารอร่อย โดย ป๋าปึกส์ "
https://mapsengine.google.com/map/edit?authuser=0&hl=en&mid=zi7qOsZPeff0.kmjHpvkh5cmM

          


ป๋าปึกส์
30/09/2553

ขอแนะนำ ร้านโปรดของผู้เขียน
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2010/11/tengoku-1.html
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2010/11/tengoku-2.html
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2011/05/tengoku-de-cuisine.html

ติดตาม คอลัมน์ แนะนำร้านอาหารอร่อย โดย ป๋าปึกส์ ได้ทุกวันใน  Facebook
ได้ที่  : http://www.facebook.com/SuebsaengSun

วันอังคารที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2553

ก๋วยเตี๋ยวต้มยำ และ ข้าวเกรียบปากหม้อ เชียงใหม่


" ก๋วยเตี๋ยวต้มยำ "  และ   " ข้าวเกรียบปากหม้อ "  สองร้านอร่อย ย่าน วัดเกตุ  ที่ เชียงใหม่         


                 วันนี้มาเป็น Package สำหรับมื้อกลางวันเลยครับ    สำหรับท่านที่เดินทางมาเที่ยว  เชียงใหม่  หรือ คนเมืองที่กำลังนึกไม่ออกว่า มื้อกลางวันจะทานที่ไหนดี   สองร้านนี้อยู่ใกล้กัน ก็เลยขอแนะนำทีเดียว เป็นคู่ ไปเลยครับ
                 ก๋วยเตี๋ยวต้มยำสุโขทัย (วัดเกตุ)    และ    ข้าวเกรียบปากหม้อ  ลุงจร (วัดเกตุ)  ...  สองร้านเก่าแก่แห่ง วัดเกตุ (ชุมชนเก่าแก่ริมน้ำปิง)  บนถนนเจริญราษฎร์  เลียบแม่น้ำปิง   ขับรถผ่านมาทาง   Goodview และ  Riverside (สองร้านนี้ คงไม่ต้องอธิบายเส้นทางนะครับ)   เลยมา ซัก 200 - 300 เมตรเองครับ   มาไม่ไกลครับ
        


  













                   ร้านแรกเป็น  " ก๋วยเตี๋ยวต้มยำ สูตรสุโขทัย "   เปิดมาหลายสิบปีแล้วครับ  เป็นร้านห้องแถวเก่าแก่เล็กๆ มีโต๊ะแค่ 7 โต๊ะ(โต๊ะเล็กมาก)    ขายก๋วยเตี๋ยวต้มยำหมู และ เครื่องใน รวมไปถึงกระดูกหมูอ่อนตุ๋น  มีเส้นให้เลือกมากมาย และ ต้มยำแบบสุโขทัย ใส่ถั่วฝักยาว แล้วโรยถั่วลิสง รสชาติ กลมกล่อม แทบไม่ต้องปรุงเลย   จานขนาดกำลังดี ไม่ใหญ่เกินไป แถมยังใส่ ไข่นกกระทาต้มมาด้วยครับ  ...  จานโปรดของผม ที่ร้านนี้ ก็แล้วแต่วัน  โดยมากมักจะสั่ง  เส้นบะหมี่(เหลือง) ยำแห้ง พิเศษใส่ทุกอย่าง แล้ว พร้อมด้วยการสั่ง ซุปกระดูกอ่อนตุ๋น อีกหนึ่งถ้วยไว้กลั้วคอ
                    แต่ถ้าวันไหนเกิดมีสำนึกขึ้นมา ว่า  ตัวเองเริ่มอ้วนขึ้นแล้ว ก็จะสั่ง   วุ้นเส้นต้มยำทุกอย่าง ใส่ไข่นกกระทาต้ม   รสชาติแทบไม่ต้องปรุงเลยจริงๆครับ   ร้านนี้ถ้าไปใกล้เที่ยงก็ ช้านิดนึง  แต่ก็คุ้มกับความอร่อยครับ   เครื่องดื่ม ก็มีทั้ง ชาดำเย็น น้ำใบบัวบก  เก็กฮวย และอีกหลายอย่างให้เลือก  นอกจากนั้นทางร้านก็ยังมี  ข้าวซอยไก่ ไว้คอยบริการด้วย  ...  อ้อ  อย่าเพิ่งทานจนอิ่ม นะครับ ...  เก็บพื้นที่ในกระเพาะไว้สักนิด   เผื่ออาหาร ที่ร้านใกล้เคียงกัน  ที่จะแนะนำวันนี้ด้วยนะครับ




        













                      ส่วนร้านที่สอง  " ข้าวเกรียบปากหม้อ  ลุงจร "  (วัดเกตุ)  ....  พอทานก๋วยเตี๋ยวเสร็จ   ก็เดินย้อนขึ้นมาทางวัดเกตุ ไม่ถึง 50 เมตร ก็จะเห็น ร้านของว่าง เก่าแก่อีกร้านนึง   ร้านนี้ไม่มีที่นั่งทาน แต่ร้านใหญ่กว่า ร้านก๋วยเตี๋ยวซะอีก  เป็นร้านสองห้องแถว  ขาย  ข้าวเกรียบปากหม้อ , สาคู  และ ขนมเบื้องญวน  (เค้าแยก เครื่องปรุง , หน้าขนมเบื้อง , แป้ง , น้ำจิ้ม ไว้คนละถุงหมดเลยครับ เอากลับไปถึง ที่ทำงาน ยังกรุบกรอบอยู่เลยครับ)    ที่ร้านนี้เค้าขายแบบ   Take home เท่านั้นครับ   ...  ซื้อติดมือ กลับไปฝากพรรคพวก หรือ น้องๆ ที่ไม่ได้มาด้วย น่าจะเป็นที่ประทับใจ  เพราะอร่อยเลยหละครับ   ราคากล่องละ 20 - 30  บาทเท่านั้นครับ
                      ที่จอดรถหาไม่ยาก ตรงข้ามทั้งสองร้านมีที่จอด ทั้งหน้าวัดเกตุ และ หน้าวิหารซิกซ์ ใกล้ๆกับวัด   หากท่านจะมาซื้อของร้านนี้ เพื่อกลับบ้านอย่างเดียวโดยไม่ได้แวะกินก่วยเตี๋ยว ก็ไม่ต้องจอดรถหรอกครับ  ... ชลอรถ  เปิดไฟกระพริบ หรือ  กดแตรเบา ทางร้าน เค้าก็จะหันมามอง เปิดกระจกสั่งได้เลย  และ  ชูธนบัตรใบที่จะจ่ายด้วยนะครับ (ทางร้านเค้าจะได้เตรียม เงินทอน มาให้เรียบร้อยเลยครับ)    จะมีเด็กวิ่งข้ามถนน เอาของมาส่งของ  พร้อมเงินทอน  ให้ถึงรถเลยครับ 



    
ป๋าปึกส์
28/09/2553

ขอแนะนำ ร้านโปรดของผู้เขียน
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2010/11/tengoku-1.html
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2010/11/tengoku-2.html
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2011/05/tengoku-de-cuisine.html

ติดตาม คอลัมน์ แนะนำร้านอาหารอร่อย โดย ป๋าปึกส์ ได้ทุกวันใน  Facebook
ได้ที่  : http://www.facebook.com/SuebsaengSun

ข้าวมันไก่ไหหลำ .. (ร้านเดิม ข้างสถานีรถไฟ เชียงใหม่ )

ข้าวมันไก่ไหหลำ   ....   ซอยโอวตี่ อาบอบนวด
เดิมที อยู่ที่ ปากซอย ทางเข้า  สถานีรถไฟ  ..  เชียงใหม่








  







ถ้าถาม ว่า     "  ชนชาติไหน ทำ  ไก่ตอน   ได้อร่อยที่สุดในโลก ?  "
" ไหหลำ "     น่าจะเป็นคำตอบที่ นักทานไก่ตอน จากทั่วโลก ตอบเป็นเสียงเดียวกัน  แน่นอนเลยครับ
เราจะเห็นได้ว่า  ร้านข้าวมันไก่ในบ้านเรา (ประเทศไทย)  ที่ดังๆ อร่อยๆ  .. ส่วนมาก เจ้าของร้าน หรือ พ่อครัว  ล้วนมีเชื้อสาย เป็น ชาวไหหลำ เกือบทั้งนั้นเลยครับ
วันนี้  ผมขอแนะนำร้าน หนึ่งในร้าน ข้าวมันไก่ ร้านโปรดของผม  ที่เชียงใหม่ ครับ    
"  ร้านข้าวมันไก่ไหหลำ " 
ร้านนี้  เป็นหนึ่งในร้านข้าวมันไก่  ที่ขายดีที่สุด  ร้านนึงในเมืองเชียงใหม่  เลยครับ  .
ที่บอกอย่างนี้ ก็เพราะ   ร้านนี้เปิดขายตั้งแต่ เช้า ประมาณ 7 โมงครึ่ง ตอนเช้า  ...  พอยังไม่ทัน จะถึงเที่ยง  ก็หมดซะแล้วครับ   ...   หากวันไหน ฝนตก ก็อาจเหลือให้ทาน ได้ไม่เกิน เที่ยงครึ่ง  ครับ
ผมเคยไปถามไถ่  เจ้าของร้าน ว่า    " ทำไมไม่ทำเพิ่มล่ะ ? "   .
เจ้าของร้าน ตอบผม ว่า     " เหนื่อย  ไม่อยากทำเยอะ  ... วันๆ  ก็ทำ เท่าที่ ทำไหว "  

















ถ้าถามว่า  ....   " ข้าวมันไก่ร้านนี้  มี ทีเด็ด ตรงไหน ? "
ตอบได้เลยครับ ว่า   ...  " ครบเครื่อง ครับ "
อร่อยครบ ทั้ง ไก่ตอน  , ข้าวมัน (ลองดูภาพการหุงข้าวมัน ซิครับ)   และ  น้ำจิ้ม

ไก่ตอน   ..........    สีสันของผิวหนังไก่ตอน  สีเหลืองนวลสวย  ไม่มีรอยฉีกขาด จากการต้ม  ...   เนื้อไก่ยัง คงเด้ง  (ไม่ใช่สุก จนเปื่อยยุ่ย)   ...  ล้วนเป็นคุณสมบัติของ ไก่ตอน  และ ไก่ต้ม แบบ ไหหลำ แท้ๆ  ..... ...  เนื้อนุ่ม แต่ไม่ยุ่ย   ผมว่า  ไก่ตอนร้านนี้ อร่อยตามแบบฉบับ  ไหหลำ แท้ๆ เลยครับ ...   เนื้อนุ่ม เหนียวกำลังดี หนังสวย

ข้าวมัน   ..........   ข้าวมัน ของร้านนี้ ผมว่า อร่อย หาตัวจับยากเลยครับ
ผมชอบไปร้านนี้ ตอนเช้าๆ  ไปนั่งดูเค้าหุงข้าว แบบไหหลำโบราณ  ...  เค้าตั้งหม้อด้วย ฟืน และ ถ่านไม้   ...  เมื่อหุงใกล้จะเสร็จ  เค้าจะตักถ่าน ขึ้นมาวางบนฝาหม้อ  แล้วเอา ตุ้มเหล็กมาวางทับไว้  ... เพื่อให้ ร้อนระอุ และ สุกเท่ากันทั่วทั้งหม้อ  ตามแบบฉบับ  ไหหลำ แท้ๆ เลยครับ .
ข้าวมัน หุงได้เป็นเม็ด ดี  .. ไม่แข็ง .. ไม่แฉะ สีเหลืองสวย  ..  มีความมันที่ข้าวพอควรไม่ถึงขนาดเยิ้ม
ได้กลิ่นของ  ขิงและกระเทียม   ลอยมาเตะจมูก นิดๆ หน่อยๆ
นุ่ม และ  สุก กำลังดี  ..  กลิ่นหอม  อร่อย ... อร่อยขนาดทานข้าว เปล่าๆ ยังอร่อยเลยครับ

น้ำจิ้ม   .........    เป็นน้ำจิ้ม แบบ เต้าเจี้ยวปรุงรส  ....  ออกรสชาติ เปรี้ยวนำหน้า  สไตลส์ไหหลำ  ...  เสิร์ฟ มาพร้อมกันกับ  ขิงบด และ  พริกขี้หนูตำละเอียด  ....  ให้ปรุงน้ำจิ้ม ได้ตามใจชอบ

น้ำซุบ  .........   ซุปจากน้ำต้มไก่  รสชาติ อร่อยดีครับ   ถ้วยขนาดกำลังดี ไม่เล็กไม่ใหญ่เกินไป ...  ขอเติมได้ ตลอด ครับ

สนนราคา  ก็เท่ากับ  ร้านข้าวมันไก่ทั่วไป  ....   มีทั้ง  ข้าวมันไก่แบบเป็นจาน  หรือ จะสั่งไก่สับ เป็นจานๆ  มีทั้ง เล็ก กลางใหญ่  (ราคาตั้งแต่  30 , 40 , 50 บาทครับ)  ....  จะเอา ส่วนไหนก็สั่งได้ครับ  ....  ทุกจานจะมี แตงกวา แก้เลี่ยน รองอยู่บนจาน มาให้
แต่สำหรับผมถ้าไปคนเดียวก็ต้อง  เนื้อสะโพกสับ จานกลาง  ..  ข้าวมันหนึ่งจาน  ..  น้ำซุปสองถ้วย  ..  น้ำจิ้มสองถ้วย (ใส่ขิงเยอะๆ พริกนิดหน่อย) ... แค่นี้ก็ อิ่มแปร้  ครบถ้วนกระบวนความ
อร่อยจนต้องร้องเป็น    ภาษากวางตุ้งว่า  " โหเส็ก "  เลยครับ 
















ผมว่า เป็นความโชคดี ของ ชาวเชียงใหม่ นะครับ
ที่เรามีร้านอาหาร ดีๆ แบบที่อร่อยไม่แพ้ใคร  อยู่เยอะแยะ เต็มบ้านเต็มเมือง ไปหมดครับ  
และ ที่สำคัญ  ราคา อาหารการกิน  ที่เชียงใหม่  ก็ขายกัน แบบ สมเหตุ สมผล กันเกือบทุกร้าน
                         

ร้านนี้เดิมที อยู่ต้นซอย ข้างสถานีรถไฟเชียงใหม่
แต่  กำลังจะย้ายไปอยุ่ที่ใหม่ ครับ ..  เปิดต้นเดือน กรกฎาคม 2559 นี้ครับ

ตึกแถวห้องที่ 8 ในซอย  โอวตี่อาบอบนวด  ก่อนถึง สวนธารณะรถไฟ (มาจาก สพาน นวรัฐ) 
             



แผนที่ร้านอาหาร ทั้งหมดที่ผมเขียนแนะนำ ไว้ใน   " แนะนำ ร้านอาหารอร่อย โดยป๋าปึกส์ "
https://mapsengine.google.com/map/edit?authuser=0&hl=en&mid=zi7qOsZPeff0.kmjHpvkh5cmM



ป๋าปึกส์
28/09/2553


ขอแนะนำ ร้านโปรดของผู้เขียน
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2010/11/tengoku-1.html
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2010/11/tengoku-2.html


ติดตาม คอลัมน์ แนะนำร้านอาหารอร่อย โดย ป๋าปึกส์ ได้ทุกวันใน  Facebook
ได้ที่  : http://www.facebook.com/SuebsaengSun

วันจันทร์ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2553

ก๋วยเตี๋ยวราดหน้า ป้านาย (Coffee Cottage) ... เชียงใหม่

ก๋วยเตี๋ยวราดหน้า  ป้านาย   (Coffee  Cottage)  
ที่  บ้านถวาย   และ  นิมมานฯ ซอย 7  ....   เชียงใหม่   
 


                               อาจจะเป็นเรื่องประหลาด ไปซะหน่อย  สำหรับการเขียนแนะนำร้านอาหาร ... โดยที่ผู้เขียน ไม่ได้เขียน ชื่อร้าน ตามที่เค้าติดไว้หน้าร้าน ครับ  ...  แต่ไม่ประหลาดสำหรับผมเลยครับ  เพราะความคุ้นเคย ที่ เรียกชื่อร้านอาหาร ร้านนึง  มาเกือบ 10 ปีแล้วครับ
ไม่ว่า ร้านนั้น เคยอยู่ที่ไหน จะ ย้ายไปไหน จะไปเปิดใหม่ เพิ่มเติมที่ไหน  ... ผมก็ยังคงเป็นแฟนพันธ์แท้  ที่ตามไปเป็น ลูกค้า  มาครบทุกแห่งครับ
ร้านที่ผมแนะนำใน วันนี้  มีชื่อจริงว่า    Coffee  Cottage    แต่เวลาที่ ผมพาเพื่อนไปทานทีไร ผมก็มักจะเรียกชื่อ ร้านนี้ให้เพื่อนๆฟัง  ว่า     " ราดหน้า อร่อยเว่อร์ ของ ป้านาย " 
แต่ก็ไม่กล้าที่จะเขียน  ขึ้นพาดหัว ว่า   " ราดหน้าอร่อยเว่อร์ "  เพราะเกรงว่า จะหาว่าผม   " เว่อร์  "    ไปหน่อยครับ  5555   ....   ผมก็ขอเลยเรียกชื่อร้านนี้  ตามความคุ้นเคยของผม ที่เรียกอย่างนี้ มาโดยตลอด ว่า      " ราดหน้า ป้านาย "


ร้านนี้ ปัจจุบัน มีหลายสาขาครับ    (ผมแนะนำ เฉพาะ ร้านที่ผมไปทานแล้ว นะครับ)











สาขา บ้านถวาย  .........  ร้านนี้หาไม่ยาก ครับ  ....  ถ้าขับรถมุ่งหน้าบ้านถวาย  ย่านค้าของเก่า ,  ของรีโปรดักส์ , เฟอร์นิเจอร์ ทั้งเก่า และ ใหม่  รวมไปถึงของตกแต่งบ้านนานาชนิด  มีทั้งผลิตเอง  นำเข้าจาก  จีน  ,  ธิเบต  ,  อินเดีย  ,  ศรีลังกา  และ  ทั่วทุกมุมโลก
พอถึง ไฟแดงปากทางเข้าบ้านถวาย   ก็จับตาดูเข็มไมล์  ในรถเลยครับ   ....  เลี้ยวซ้าย  เข้าไปในถนน บ้านถวาย ประมาณ  700 เมตร
พอเห็น บ้านและที่ดินแปลงใหญ่ๆ ที่ติดป้ายขายมานาน อยู่ทางด้านขวามือ  ...  มองมาฝั่งตรงข้ามซ้ายมือ จะมีที่ดินว่างเปล่า  ที่เกลี่ยไถที่ เป็นที่โล่ง  (ร้านเก่าของ ป้านาย ครับ)    เลี้ยวซ้ายเข้ามาเลยครับ  ....  เข้ามา ซัก 50 เมตร  ก็จะเห็นร้านนี้  อยู่ขวามือครับ  ....  เห็น ร้านชั้นเดียว 3 ห้อง  ที่นั่งสดวกสบาย มีโต๊ะเก้าอี้เหลือเฟือ  สอาดสอ้านดี ครับ
 ร้านนี้  เปิดบริการทุกวัน    ตั้งแต่     08.00 น.   -   17.30 น.
โทร  053-434-628     หรือ    089-634-0121











สาขา นิมมานฯ ซอย 7  ..........   ถ้าเราขับรถมาจากต้นถนน นิมมานฯ  พอผ่าน ธนาคารไทยพานิชย์ ด้านซ้ายมือ  ก็ชิดซ้ายเลยครับ  ตรงนั้น ซอย 5 ครับ  ....  เลยมาอีกซอยนึง ก็จะเป็น ซอย 7  ครับ  ...  ขับรถเข้ามาใน ซอย 7  พอเลย สี่แยกกลางซอย  ก็เริ่มมองหา ที่จอดรถได้เลยครับ  ...  ร้านนี้ อยู่ในตึกแถว ด้านซ้ายมือ  ห่างจาก สี่แยกมาประมาณ  100 เมตรเท่านั้นเลยครับ   ตรงข้ามกัน กัย ร้านกาแฟ และ ร้านทำเล็บ ครับ  ....  ร้านนี้ผมเพิ่งไปทานมาเมื่อไม่กี่วันนี้เองครับ  (6/5/2557)   ...  


                      ////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////


อาหารที่ร้านนี้  มีมากมายหลายเมนู ...  แต่ผมมี  เมนูประจำ และ เป็นจานเด็ดของผมครับ

ก๋วยเตี๋ยวราดหน้าหมู   ..........   ก๋วยเตี๋ยวราดหน้า ของเจ้านี้  เป็นก๋วยเตี๋ยวราดหน้า  ที่ไม่เหมือนใครในเชียงใหม่  เลยหละครับ  ...   เค้าเอาเส้นใหญ่  ไปทอดกรอบ แบบกำลังดี   หอมกลิ่นน้ำมันงาโชยมาเลยครับ   ...   ส่วน น้ำราดหน้าหมู  ก็เป็นแบบน้ำใส ไม่มีสีน้ำตาลเข้มเหมือนร้านราดหน้าอื่นๆ  เนื้อหมู นุ่ม  สีขาว หั่นบางๆ  ชิ้นไม่ใหญ่นัก ขนาดกำลังดี หมักมาแบบสัมผัสได้ถึงรสชาติเครื่องหมัก  ...  น้ำราดหน้า ใช้ น้ำสต๊อคใส    ผัดใส่  ก้านคะน้า แบบลอกเปลือกออก  สีขาว  กรุบกรอบ ชิ้นใหญ่กำลังน่าทานเชียวครับ  .. ใส่  แครอท และ ข้าวโพดอ่อน ชิ้นขนาดพอดีคำ มาด้วย
เหยาะน้ำปลา ซักนิดนึง  พริกน้ำส้ม ซักหน่อยนึง  ...  โอววววววววว   รสชาติน้ำผัดราดหน้า เจ้านี้  ช่างกลมกล่อม อร่อยซะเหลือเกินครับ ...   ยิ่งทานกับเส้นที่ทอดจนกรอบนอก แต่ ในนุ่ม  แล้ว  ...  ทำให้ผมต้องกลับมาทาน  แบบ ซ้ำแล้ว ซ้ำอีก  เดือนละหลายๆครั้ง เลยครับ
อร่อยขั้นเทพ  จนเวลาที่ผมเจอใคร  ถามผมว่า   " อยากทานก๋วยเตี๋ยวราดหน้า แนะนำ ร้านไหนดี ? "
ผมก็มักจะบอกว่า ...  " ตรงไปร้าน ป้านาย เลย  ...  อร่อยเว่อร์ ดีครับ "
เอาเป็นว่า  หากนึกอยากทาน ก๋วยเตี๋ยวราดหน้าอร่อยๆ  ....  ไม่ควรพลาด  ก๋วยเตี๋ยวราดหน้า สไตลส์ฮ่องกง   ที่ ร้านนี้โดยเด็ดขาด เลยครับ





                         








สลัดขนมปังหน้าหมู   ..........   ตอนได้ยินชื่อสลัดจานนี้ เป็นครั้งแรก ยังจินตนาการไม่ออกว่า จะเอาอะไรมาทำน้ำสลัด ให้เข้ากับ ขนมปังหน้าหมู ที่ปรกติ เรามักจะต้องทานกับ อะจาด
แต่ไม่ได้เป็นอย่างที่ผมจินตนาการเลยครับ  ....   ที่ร้านนี้ เค้าเลือก ผักสดกรอบ แบบไร้สารผิด  ...  เจ้าของร้านเป็นคนคัดเอง  เลือกซื้อผักเองเลยครับ  ...  มีทั้ง   ผักกาดแก้ว  ,  แรดดิชส์  ,  แคอรอท
แต่สิ่งที่มันเข้ากันได้อย่างเหลือเชื่อ  ก็คือ ขนมปังหน้าหมู ที่เสิร์ฟมาพร้อมกันกับ  " น้ำสลัดฟักทอง "   น้ำสลัดฟักทอง สีเหลืองสวย สีสัน คล้ายๆ สี มาสตาด  ...  แต่รสชาติ ช่างเข้ากันกับ ขนมปังหน้าหมู และ ผักสลัดจริงๆครับ  รสชาติน้ำสลัด รสเปรี้ยวอมหวาน กลมกล่อม  เข้ากับ สลัดจานนี้ดีครับ

น้ำสลัดสูตรฟักทอง  สูตรดั้งเดิม อันลือชื่อ ของ ป้านาย  ....  ที่บอกว่า ลือชื่อ ก็เพราะ ป้านาย เริ่มจากการทำน้ำสลัดฟักทอง  ที่ร้านเก่า สมัยอยู่บนดอย หน้าสวนบัวรีสอร์ท  ทางไปเสมิง  ...  ลูกค้า ที่แวะไปทาน ส่วนใหญ่  ทานแล้วชอบ เลยซื้อกลับไปฝากเพื่อน ฝากญาติ  ..  จนแทบทำกันไม่ทัน
ในที่สุดต้องทำกันเป็นอุสาหกรรมขนาดย่อมเลยครับ
เดี๋ยวนี้ไม่ต้องขึ้นดอย ไปซื้อ น้ำสลัดฟักทอง  อีกแล้วครับ  ..  มีวางขายใน ซุปเปอร์มาร์เก็ต ในห้างดังๆ  หลายๆ แห่ง ใน ก.ท.ม.  ...   แถมยังส่งออกไปขายต่างประเทศซะอีกด้วย ครับ  














ส้มตำปู   .........   จานนี้ เวลาผมสั่งมาทาน ผมไม่เคยต้องบอกว่า  เผ็ดน้อยหรือเผ็ดมาก เลยครับ  ...  เพราะทุกครั้ง ที่ผมไปทาน  ผมรู้สึกว่า  รสชาติ กลมกล่อม และ เผ็ดเล็กน้อย แบบกำลังพอดี  ทุกครั้งเลยครับ  (พอดีสำหรับผม นะครับ  คนชอบเผ็ด อาจจะต้อง สั่ง เผ็ดมาก ครับ 5555 )  
เส้นมะละกอ  ก็ ไม่ใหญ่ไม่เล็กเกินไป   ขนาดกำลังเคี้ยวแล้วกรอบ ....  แต่  ปูเค็ม  (ปูนาดอง) นี่ ซิครับ  ....   ผมเอง  ก็ไม่ได้ถามว่า  เค้าสั่งมาจากไหน  ....  ทานแล้วต้องร้อง  โอวววววว    กันเลยทีเดียว เลยหละครับ
ปูนาดอง  สีตัวดำสวย  ขนาดตัวกำลังดี ไม่ใหญ่ไม่เล็ก  ขนาดกำลังดูดเนื้อ  ที่ขาปู ได้อย่างเมามันเลยทีเดียวครับ  ...   ที่สำคัญรสชาติเนื้อปู ไม่จืด ไม่เค็มจนเกินไป   กลมกล่อม  จนผมต้องบอกให้   ใส่ปูเพิ่มเป็นพิเศษทุกเที่ยวเลยครับ  (ปูนาดอง   เดี๋ยวนี้ หาทานอร่อยยาก ครับ ... เพราะขายดี จนดองกันไม่ทัน  หลายๆแห่ง ต้อง สั่งปูดอง จากประเทศเพื่อนบ้านกันเลยทีเดียวครับ)



                     










ยังมี รายการอาหารในเมนู  อีกมากมายเลยครับ ... ทั้ง อาหารจานเดียว และ  กับข้าวเป็นจานๆ  รวมไปถึง  ข้าวซอย   ...  เท่าที่ผม ทาน เมนูโปรดของผม  อยู่เป็นประจำ  ...  ก็พอจะสัมผัส และ รับทราบรสมือ ของแม่ครัว  ได้เลยว่า  น่าจะอร่อย  ทุกอย่างครับ 
                                   เครื่องดื่ม ที่ร้านนี้ก็มีให้เลือก  มากมายหลายอย่าง  ทั้ง กาแฟเย็นรสชาติจัดจ้าน  ,  ชามะนาว  ,  ชานมเย็น   ,   น้ำบีทรู้ท (ของโปรดของผม เลยครับ .. บีทรูท แดงปั๊ด สัมผัสได้ถึง ความเต็มเปี่ยม ของ วิตามิน เลยครับ)   และ  น้ำผลไม้   ให้เลือกอีกมากมาย
ร้านนี้  พนักงานอาจจะน้อยไปบ้าง  ... แต่ทานอาหารให้อร่อย ต้องใจเย็นๆ  ในครัวมี 2 คน  ....  อาหารอาจช้าไปหน่อย   แต่ถ้าไปใกล้เที่ยง  ควรโทรไปสั่งอาหาร ล่วงหน้าก็ได้นะครับ    จะได้ไม่ต้องรอนานครับ

ทานอาหาร เสร็จแล้ว  ....  แนะนำว่า  ลองซื้อ  น้ำสลัดฟักทอง ไปทานที่บ้าน ดูนะครับ
สำหรับ ราคาอาหารร้านนี้   ผมว่า ราคาสมกับคุณภาพนะครับ  ...  อาจสูงกว่าร้าน ก๋วยเตี๋ยวราดหน้าทั่วไป   แต่คุ้มค่ากับ วัตถุดิบ ที่ ทางร้านเลือกใช้ ครับ
แต่รับรองว่า   อร่อย จนคุณจะต้องกลับไปอีก แน่นอน ครับ















แผนที่ ร้านอาหารทั้งหมดที่ผมเขียนแนะนำไว้ใน  " แนะนำร้านอาหารอร่อย โดย ป๋าปึกส์ "
https://mapsengine.google.com/map/edit?authuser=0&hl=en&mid=zi7qOsZPeff0.kmjHpvkh5cmM




ป๋าปึกส์
27/09/2553     (update  8/8/2557)

ขอแนะนำ ร้านโปรดของผู้เขียน
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2010/11/tengoku-1.html
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2010/11/tengoku-2.html
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2011/05/tengoku-de-cuisine.html

ติดตาม คอลัมน์ แนะนำร้านอาหารอร่อย โดย ป๋าปึกส์ ได้ทุกวันใน  Facebook
ได้ที่  : http://www.facebook.com/SuebsaengSun



วันเสาร์ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2553

เพ็ญ (เฮือนเพ็ญ) ร้านอาหารเมือง มื้อเย็น ที่ เชียงใหม่


" เพ็ญ "   (เฮือนเพ็ญ)    ร้านอาหารเมือง   มื้อเย็น  ที่ไม่ธรรมดา  ที่  เชียงใหม่



                    











                                การมาเยือนเชียงใหม่ วันแรกๆ ของนักท่องเที่ยวทุกท่าน ... ผมคิดว่า อาหารในวันแรกๆ ที่ทุกคน ที่มาเที่ยวเชียงใหม่จะเลือกทาน  ไม่ว่า จะเป็น กลางวัน หรือ เย็น คงหนีไม่พ้น  " อาหารเมือง "  (อาหารเหนือ)  แน่เลยนะครับ
วันนี้ร้านที่ผมแนะนำ เป็นร้านอาหารเมือง ซึ่งเปิดขายมากว่า 40 ปีแล้ว  หลายท่านอาจะบอกว่า  ผมเอามะพร้าวห้าวมาขายสวน  ก็ได้ ... แต่เป็นเรื่องเหลือเชื่อมากสำหรับผมครับ  ...  ทั้งๆ ที่ผมมาอยู่เชียงใหม่ มานานนับ 10 ปี  
แต่เพิ่งจะมารู้  ก็ปีนี้ (2553) เองครับ   ว่า  ร้าน   " เฮือนเพ็ญ "   มี 2 ร้าน ในบริเวณเดียวกัน ครับ 
ที่บอกอย่างนี้เพราะ   ตลอดเวลาที่อยู่ที่นี่   ก็มักจะมาทานแต่เฉพาะ ตอนกลางวัน  ไม่เคยมากลางคืน เลยซักทีครับ   ....   ตอนกลางวัน ถ้าใครมา ด้าน ถนน ราชมรรคา ตรงข้ามกับอนุบาลเชียงใหม่  ก็เป็น  ร้านเฮือนเพ็ญ ร้านดั้งเดิม  ที่เปิดขายมานาน จนผู้คนแน่นร้านทุกวัน นั่นเองครับ
แต่พอตก ตอนเย็น  ร้าน เฮือนเพ็ญ เช่นเดียวกันครับ  จะเปิดอีกร้านนึง  ซึ่งอยู่ติดกัน  อยู่ตรงปลายสุดของร้าน ที่ขายตอนกลางวันครับ  ...  จะมีทางเข้าเล็กๆ   (แบบในรูปถ่าย)  

                  











                             อาหาร จากฝีมือ ของ แม่ครัว ของทั้งสองร้านนี้  ทั้ง ร้านกลางวัน และ ร้านกลางคืน  คงไม่ต้อง อธิบายอะไรมากมายเลยครับ     อร่อยมีชื่อโด่งดังมากว่า 40 ปี  แล้วครับ 

ซี่โครงหมูทอด   ..........   จานนี้เป็นโปรดของผมเลยครับ   ผมมาทานร้านนี้ทีไร  ผมสั่งมาทานไม่น้อยกว่า 2 จานทุกเที่ยวเลยครับ   เนื้อซี่โครงหมู ติดมันนิดๆ  หมักได้ที่ ...  เนื้อนุ่มใน กรอบนอก มีรสเค็มนำหน้าเล็กน้อย  ... เสิร์ฟ มาพร้อม น้ำจิ้มพริกป่นที่มี รสเปรี้ยว อมหวาน อมเค็ม กลมกล่อมแกล้มกับ ซี่โครงหมูทอด  ช่าง อร่อยล้ำเกินคำบรรยาย เลยครับ

น้ำพริกอีเก๋  ..........  แค่ได้ยินชื่อ  ก็รู้สึกได้ถึง  รสชาติ ที่ต้อง ดัดจริต ของน้ำพริกถ้วยนี้ เลยครับ  ....  น้ำพริก รสชาติดัดจริต เสิร์ฟมาพร้อม ผักสด  เป็นเครื่องเคียง  ทานแกล้มกับ  ซื่โครงหมู  ก็อร่อยเข้ากันได้ดีเลยครับ

ไส้อั่ว  ..........   แน่นอนครับ ร้่านระดับตำนาน แบบนี้  ฝีมือการ ทำไส้อั่ว ไม่เป็นรองใครอยู่แล้วครับ  รสชาติกลมกล่อม ออกกลางๆ ไม่จัดจ้านมาก  หอมกลิ่นเครื่องเทศ และ สมุนไพร ทานกันได้  อร่อย ทั้ง ฝรั่ง  ไทย จีน เลยครับ  

น้ำพริกน้ำปู๋   ..........   ปูนา ตำแล้วคั้นน้ำ ตามแบบฉบับเมืองเหนือ  จิ้ม กับ แค๊บหมู  ผักลวก และ ผักสด   หรือ จะจิ้มกับ ข้าวนึ่ง ร้อนๆ  ก็อร่อยล้ำครับ   

ตำกระท้อน  ............    อาหารพื้นเมือง ที่เอากระท้อนที่เริ่มสุก มาตำ ได้ รสชาติ แปลกๆ มีรสเปรี้ยว และ ฝาดๆ  อร่อยดีครับ

ตำมะเขือ  .......   มะเขือยาว ตำแบบเมืองๆ  ก็อร่อย ย่อยง่ายดีครับ   

น้ำพริกหนุ่ม  -  น้ำพริกออ่ง  .......   อร่อย แบบ เมืองแต๊ๆ  ครับ

ยังมีอาหารเมือง (อาหารเหนือ)  อีกมากมาย  หลายเมนู ให้เลือก  ....  ล้วนอร่อยแทบทุกอย่าง เลยครับ    รสชาติ Classic เหมือนเดิม ทุกอย่าง  ....   ร้านนี้ จัดว่าเป็น  อาหารเมืองแท้ๆ ที่ยังอนุรักษ์  ไว้เป็นอย่างดีครับ
     
                     












                                 ร้านที่ขาย ตอนกลางวัน  และ ตอนเย็น  เป็นคนละจุดกัน นะครับ  และ เป็นคนละอารมณ์ กันด้วยครับ   การ ตกแต่ง  ก็แตกต่างกันมากครับ
กลางวัน  จะเป็นร้านที่อยู่ด้านหน้า  มีโต๊ะเยอะแยะไปหมด  ตามแบบฉบับ ของร้านอาหารที่ได้รับความนิยม ลุกค้าเนืองแน่น ทุกมื้อกลางวัน ครับ  
ส่วนตอนเย็น  ก็ตกแต่งอย่างมี สไตลส์  ด้วยของเก่า ตามแบบฉบับ ล้านนา  ...  บรรยกาศ ของร้าน ตกแต่งไปด้วย  เครื่องเขินโบราณ  ...  ตุ๊กตาโบราณ  ...  ของเก่า ชิ้นงามๆ อันเป็น   Collection    ส่วนตัวของเจ้าของ   ถูกจัดวางไว้อย่างเหมาะเจาะ   มีรสนิยม และ ลงตัว  ...  อุปกรณ์ ถ้วย โถ จานชาม ที่ใช้เสริฟ  อาหาร ก็ดูดีมีสไตลส์    ....   เจ้าของเพิ่งทำการตกแต่งใหม่ เมื่อไม่นานมานี้  ร้านนี้เค้าใช้บ้านหลังเก่า  ที่อยู่มาดั้งเดิม  มาตกแต่งทำเป็น  ส่วนที่ใช้บริการอาหาร  ตอนมื้อเย็น
                                ผมว่า ร้านนี้ เหมาะที่จะพาแขกมาเลี้ยงรับรองเป็นอย่างยิ่ง  เพราะ อาหาร และ บรรยากาศ เท่าที่ดูแล้ว  ผมมั่นใจว่า จะต้องถูกใจ แขก  (โดยเฉพาะ ชาวต่างชาติ)  
แต่ที่สำคัญ ที่สุด ของร้านนี้  คงเป็นเรื่อง  ราคา  ครับ  ...    ราคาอาหารร้านนี้ เป็นสิ่งเดียวของร้านนี้ ที่รู้สึกว่า "ธรรมดา"  ....  ราคาอาหารที่นี่ จัดว่า ถูกเลยครับ เมื่อเทียบกับ คุณภาพ และ บรรยากาศ ครับ
ผมแนะนำว่า   ควรจะ จองที่นั่ง ก่อน ทุกครั้งที่จะไปนะครับ   ...  เพราะที่นี่  ทั้งฝรั่ง  ทั้งแขก  ทั้งจีน  ทั้งไทย  เต็มเกือบทุกวัน
ผม เพิ่งหายสงสัย  ว่า  ฝรั่ง  และ ชาวต่างชาติ  รู้จักร้านนี้ และ มาร้านนี้ ได้ยังไง  ....  เหลียวมองไปที่ ผนังนึงของร้าน   เห็น กรอบที่ใส่ หนังสือ ต่างประเทศ ที่เขียนถึง ร้านนี้ไว้ มากมาย ครับ  ....  หนังสือแต่ละเล่ม ไม่ธรรมดา อีกเช่นกันครับ  ทั้ง  มาดามฟริกกาโร่ , คองเดร์นาท , แทรวเวิลแอน์เลเชอร์  ....  ล้วนเป็นหนังสือ แนะนำ ที่เที่ยว ที่กิน ระดับอินเตอร์ ทั้งนั้นครับ ... แถมยังมี  เว็ปไซ้ด์ ของ ฝรั่ง อีกหลายชาติ  ลง แนะนำ ร้านนี้ กัน พรึ๊บ เลยครับ   (ลงให้ โดยไม่ต้องจ่ายแม้แต่บาทเดียว ด้วยครับ)  ....  ลองแวะ มาชิม และ สัมผัส บรรยากาศ  ของ ร้าน เฮือนเพ็ญ  ภาคค่ำ(มื้อเย็น)  กันดูนะครับ
          
เบอร์โทร  สำหรับจองที่นั่ง  ครับ    053-277-103  
                                                             

แผนที่ ร้านอาหารทั้งหมดที่ผมเขียน แนะนำไว้ใน   " แนะนำ ร้านอาหารอร่อย โดย ป๋าปึกส์ "
https://mapsengine.google.com/map/edit?authuser=0&hl=en&mid=zi7qOsZPeff0.kmjHpvkh5cmM 



ป๋าปึกส์
25/09/2553

ขอแนะนำ ร้านโปรดของผู้เขียน
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2010/11/tengoku-1.html
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2010/11/tengoku-2.html


ติดตาม คอลัมน์ แนะนำร้านอาหารอร่อย โดย ป๋าปึกส์ ได้ทุกวันใน  Facebook
ได้ที่  : http://www.facebook.com/SuebsaengSun

วันพฤหัสบดีที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2553

ล้ำลำ ... เนื้อย่างแบบเกาหลี ที่ เชียงใหม่

" ล้ำลำ "   ...   ร้าน เนื้อย่างเกาหลี    ที่   เชียงใหม่
สาขา 1  ....  กาดรวมโชค
สาขา 2  ....  Chill  Park  




                           อาหารเกาหลี  ...   มีความแตกต่าง กันมากระหว่าง  อาหารเกาหลีในอดีต  และ  อาหารเกาหลีในปัจจุบัน   ในอดีต  ชาวเกาหลี  จะนิยมจัดอาหารขึ้นโต๊ะ พร้อมกันทุกอย่าง  เรียกว่า  
" ฮันจ็องชิก "
ในอดีตการทานอาหารแตกต่างกัน  ตามความเป็นอยู่ ของชนชั้น  
ชนชั้นสามัญชน  มักจะทานอาหาร เพียงแค่ 3 อย่าง  .....  โดยในหนึ่ง สำรับ จะประกอบด้วย ข้าว ซุป และ กิมจิ
ส่วนพ่อค้า ..  ผู้มีฐานะ  และ  เสนาบดี   มักจะจัดขึ้นโต๊ะกันถึง 12 อย่าง  ...  จะมีอาหารที่เป็นเนื้อสัตว์ เช่น ปลา และ อาหารทะเลแห้ง   และอาหารจำพวก เครื่องเคียง   ที่ทานประกอบกับอาหาร   เช่น  ผักลวก  ,  ผักนึ่ง  และ  ผักดอง  (กิมจิ)
การเลือกใช้ภาชนะ   ก็นิยมใช้ชามหิน   ที่เก็บความร้อนได้ดี  (อากาศในเกาหลี ค่อนข้างหนาว)
                           ต่อมาหลังจากสิ้นสุดสงครามภายใน  ทำให้มีการแบ่งแยกเกาหลี ออกเป็น 2 ส่วน  ...  เกาหลีเหนือ และ เกาหลีใต้  ...  เกาหลีเหนือปิดประเทศตั้งแต่ สิ้นสุดสงครามมาจนถึงปัจจุบัน  ...  ส่วนเกาหลีใต้ เริ่มเปลี่ยนแปลงประเทศไปสู่ ประเทศอุสาหกรรม  จนปัจจุบัน กลายเป็นยักษ์ใหญ่ ทางอุสาหกรรม  หลายชนิดของโลกไปแล้ว
                            การรับวัฒนธรรมที่แตกต่างมากขึ้น  การพัฒนา และ เรียนรู้มากขึ้น  ทำให้ เกาหลีใต้เปลี่ยนแปลงไปไกลเลยทีเดียวครับ  ...  การเปลี่ยนแปลง ในเรื่องการรับประทาน  ก็เพิ่มขึ้นกว่าที่เป็นมาในอดีต เช่นกันครับ   ...   หลังสงคราม  คนเกาหลีใต้ เริ่มทานอาหารที่เป็นเนื้อสัตว์ มากขึ้น  ...  และ พัฒนาการรับประทานอาหารไปไกล  จนปัจจุบัน  อาหารเกาหลี มีทั้งเนื้อ  ทั้งหมู  ทั้งปลา  ทั้งไก่  และได้รับความนิยม จากคนต่างชาติ  จนเดี๋ยวนี้ เราสามารถหาอาหารเกาหลี รับประทานได้ไปทั่วโลกแล้วครับ   ...  แต่ตางประเทศ  ที่  อาหารเกาหลี   ได้รับความนิยมมากที่สุดก็คงจะเป็น ประเทศไทย  ของเรานี่แหละครับ   ...   ที่ไม่ว่าไปจังหวัดไหนในบ้านเราก็จะเห็น  ร้านอาหาร โดยเฉพาะอาหารปิ้งย่างแบบเกาหลี นี่แหละครับ




            












                            " กิมจิ "   มีข้อสันนิฐานว่า น่าจะ เพี้ยน มาจากคำว่า   " ชิมเช "  ที่แปลว่า ผักดองเค็ม
กิมจิ เป็น อาหารเกาหลีประเภทผักดอง  ที่อาศัย ถูมิปัญญาก้นครัวของชาวเกาหลี  ด้วยการหมักพริกสีแดง และ ผักสดชนิดต่างๆ  ส่วนใหญ่จะเลือกใช้ ผักกาดขาว  ...  กิมจิ เป็นอาหารที่ขาดไม่ได้ และ ทานกันทุกมื้อไม่ว่าจะเป็น เช้า ..  กลางวัน  หรือ เย็น  ....  นอกจากทานเป็นเครื่องแกล้มแล้ว  ยังนำไปเป็นส่วนประกอบอาหารอีกหลายอย่าง เช่น  ข้าวต้ม , ข้าวผัด , ซุป , สตู , บะหมี่ , พิซซ่า , เบอร์เกอร์  ฯลฯ
กิมจิ  จะมีรสเผ็ด และ เปรี้ยว  และมีกลิ่นของกระเทียม ที่ใช้หมัก  เป็นที่นิยมจนกลายเป็น  อาหารเอกลักษณ์ และ อาหารประจำชาติไปแล้ว  
                              นอกจาก กิมจิ แล้วยังมีอาหารเกาหลีอีกหลายชนิด ทีเป็นอาหารยอดนิยม  เช่น  ไก่ตุ๋นโสม   และ  อื่นๆอีกมากมาย  ....   แต่ในปัจจุบัน  อาหารที่ขึ้นชื่อ  และ เป็นที่นิยมมากในประเทศเกาหลี   คงหนีไม่พ้น  เนื้อย่าง และ  หมูย่าง  ครับ  ...   แต่พอมาถึงบ้านเรา อาหารเกาหลี  ที่บ้านเราก็เอาใจคนไทย ด้วยการ เพิ่ม  แม้กระทั่ง  ลูกชิ้น และ ไส้กรอก  ลงในเมนู   ...  ส่วนที่ เกาหลี  คนของเค้า นิยมทาน  เนื้อวัว  เป็นที่สุดครับ ....   แต่หลังๆ ในเกาหลี ราคาเนื้อวัว ก็มีราคาสูงขึ้น และ แพงกว่า หมู และ  ไก่ เยอะมากจนทุกวันนี้ คนเกาหลี   เริ่มหันมาทานหมูและไก่ มากขึ้นทุกวันครับ




















                             วันนี้ ขอแนะนำ ร้านเนื้อย่างเกาหลี ที อร่อย และ มีคุณภาพ ในระดับแนวหน้าร้านนึง ในจังหวัดเชียงใหม่  ...  ก่อนจะพูดถึงอาหาร ขอพูดถึงเรื่อง ที่ทุกคนกังวล ก่อนที่จะไปทาน ร้านอาหารปิ้งย่างทั้งหลาย ....   " กลิ่น และ  ควันที่ย่าง  ติดเสื้อผ้า "   ปัญหาใหญ่ ที่ทำให้คนไม่อยากไปทานอาหารประเภทนี้ครับ   ....   ก็เพราะ ร้านอาหารประเภทนี้  ส่วนใหญ่มีปัญหาเรื่องระบบดูดควัน  (ขอโทษก่อนเลยนะครับ   ไม่ได้ว่าร้านไหน)  ....  แต่ร้านนี้ต้องชมครับ  เค้าลงทุนครับ  จ้างช่างจากเกาหลีมาทำระบบเองเลย  เท่าที่ผมทราบไม่ได้แพงกว่าของเลียนแบบในบ้านเราเลยครับ
                             ที่สำคัญ ผมไปนั่งมอง  หลักการที่เค้าทำ ก็ ง่ายๆ  ตามหลักการของธรรมชาติครับ คือ  " ควันลอยขึ้นข้างบน เค้าก็ดูดควันขึ้นข้างบน แล้วปล่อยออกตามท่อ "    ลองดูในภาพนะครับ  ประสิทธิภาพยอดเยี่ยมมาก   ถึงแม้ร้านเค้าแขกย่างพร้อมกัน สิบกว่าโต๊ะ ก็แทบไม่มีกลิ่น  อันนี้แหละครับ มีส่วนให้   ร้านนี้เต็มทุกวัน แม้กระทั่งกลางวัน ...   ต้องชมระบบดูดควันที่นี่ เลยครับ
แต่ก็มีร้านปิ้งย่าง หลายแห่ง  ที่ทำ ระบบดูดควัน  สวนทางกับ ธรรมชาติ ...  ในขณะที่  ควันจะลอยขึ้นสู่ที่สูง  แต่ดันไป วางเครื่องดูดควัน ให้ดูดควัน  ลงด้านล่าง ...  ซึ่งใช้พลังงานมากกว่า แถม ประสิทธิภาพด้อยกว่า (ลองเลียนแบบ ระบบดูดควันของร้านนี้ได้ นะครับ)





           











                               ร้านนี้มี  2  สาขาด้วยกันครับ  ....  สาขาแรก หรือ ร้านดั้งเดิมที่เปิดร้านแรก  อยู่ที่ กาดรวมโชค ครับ

ล้ำลำ  กาดรวมโชค  .....   หาง่ายมากครับ อยู่ที่ตึกแถว  บริเวณที่จอดรถ ของ ริมปิง กาดรวมโชค   ... ร้านนี้ ตั้งอยู่ติดกับ ธนาคาร ไทยพานิชย์  เป็นร้านสองห้องแถว มี 2 ชั้น   มีโต๊ะ อยู่ประมาณเกือบ 20  โต๊ะ  ...  แอร์เย็นสบายดีจังเลยครับ   ถึงแม้เวลามีคนเยอะ  และ  ความร้อนจากเตา แต่ไม่ได้ทำให้เราอึดอัดเลยครับ    ร้านนี้คนแน่นทุกวันนะครัย  แนะนำว่า  ควรจองอย่างยิ่งไม่ว่าวันไหนก็ตาม
ที่      053 853 481    หรือ    089 812 7342

ล้ำลำ  The Chill Park   (แม่เหียะ)  ..........   ร้านใหม่ทีเพิ่งเปิดมาไม่นานนี้ครับ  อยู่ตรงสี่แยก Big  C  ที่แม่เหียะ  หรือ  Big C  หางดง  ....   ถ้าขับรถมาทาง ถนนวงแหวนมุงหน้า หางดง  พอจะถึงอุโมง ตรง Big C  ก็ออกเลนซ้ายเลยครับ  ร้านนี้อยู่ที่  The Chill Park  ก่อนถีง สี่แยกไฟแดง ครับ  ....  ร้านใหญ่โตกว่า ร้านเดิมซะอีกครับ  .....   โทร   053-444-075     ....  
ทั้งสองร้าน  เปิด  11.00 น.   -    22.00 น.
                   
                               ทั้งสองร้าน  มีรายการอาหารให้เลือก ทั้ง แบบ Buffet  และ อาหารตามสั่งตามเมนู   ....  ต้องขออภัยจริงๆ ครับ ที่ผมไม่ได้ถามราคาอาหาร Buffet  ที่ร้านนี้มา  (รบกวน โทรสอบถามที่ร้านเองนะครับ)  ....    ที่ผมไม่ทาน Buffet  ของที่นี่ ก็เพราะ ผมมาติดใจ  เนื้อวัว  ของร้านนี้ ครับ
เนื้อวัว  ร้านนี้มีหลายแบบครับ  แต่ที่ผมขอแนะนำ ก็เป็น           

เนื้อเซอร์ลอย
   ..........   ที่นี่เค้าใช้  เนื้อนอก   คุณภาพดี  เนื้อนุ่ม  มันแทรกกำลังดีครับ  หั่นมาด้วยความหนาที่กำลังดี สำหรับการย่างเนื้อเลยครับ  ...  ย่างพอสุกๆ ดิบๆ  แล้วทานกับ ซ้อสพริกแบบเกาหลี   ช่างเข้ากันดีครับ
















เครื่องเคียง   ..........   เห็นพนักงาน  ยกเครื่องเคียงมาวางก็ตกใจแล้วครับ  10 กว่าอย่างเลยครับ  .. วางเรียงรอบเตาย่าง น่าทานเลยครับ  มาครบ  ทั้ง กิมจิ 2-3 ชนิด  ...  ผักดอง  ...  ผักนึ่ง  ...  ผักผัด  ...  ปลาแห้ง  ...  หอยดอง  ....  พริกชี้ฟ้าสดหั่น  ...  กระเทียม  ....  เยอะแยะไปหมดครับ  แถมเติมได้ตลอดอีกต่างหากครับ  ....  คนชอบทานผักมาทานร้านนี้ รับรอง ชื่นใจครับ  ....  แถมยังมี ผักกาดหอมตะกร้าใหญ่ ไว้ห่อเนื้อย่างทานอีกด้วยครับ

น้ำจิ้ม   ..........   น้ำจิ้มแบบเกาหลี  มีมา 2 แบบ ...  โชหยุ(ซีอิ๊วขาว)  และ  ซ้อสพริกแบบเกาหลี   ก็ได้อารมณ์แบบเกาหลีดีครับ  (ผมแอบทำน้ำจิ้มแจ่วใส่ถุง แล้วขอถ้วยเค้าใส่ ไปทาด้วยทุกเที่ยวครับ ... 5555)

ข้าวยำ   ..........   ข้าวยำแบบเกาหลี  หรือ  บิบิมบับ  ...  ข้าวที่คลุกมาด้วยเนื้อหรือ หมู ผัดมาด้วยน้ำมันงา  โรยหน้ามาด้วย  กิมจิ และ ผักนานาชนิด   พร้อมไข่ดาว  คลุกมาด้วยซ้อสพริกแบบ เกาหลี  ใส่ในจานร้อน  อร่อยดีครับ  

อย่างที่เรียนว่า ร้านนี้  มีรายการอาหารแบบ  Buffet  ....  แต่รู้สึกว่า  Buffet จะไม่มี รายการอาหาร ที่เป็นเนื้อวัว   ผมเลยไม่ได้ลองซักทีเลยครับ   ผมไม่ทราบราคา  Buffet  จริงๆ ครับ  ....   ใครอยากทราบราคา  Buffet    รบกวนลองโทรถามตามเบอร์ที่ผมแจ้งไว้นะครับ
แต่เท่าที่  ผมทา  ร้านนี้ มาหลายๆครั้ง  ราคาร้านนี้  สมเหตุ สมผล กับคุณภาพ  และ ไม่แพงดีครับ
ลองแวะไปทานกันดู นะครับ  



ล้ำลำ  สาขา กาดรวมโชค   ......    เปิด   11.00 น.   -   22.00 น.
โทร    053-833-481   และ    089-812-7342   

ล้ำลำ  สาขา  Chill Park   (แยก Big C  หางดง)    .....     เปิด  11.00 น.  -  22.00 น.
โทร   053-444-075






แผนที่   ร้านอาหารทั้งหมด ที่เขียนแนะนำ  ใน     " แนะนำ ร้านอาหารอร่อย โดย ป๋าปึกส์ "
https://mapsengine.google.com/map/edit?authuser=0&hl=en&mid=zi7qOsZPeff0.kmjHpvkh5cmM







ป๋าปึกส์
23/09/2553  (Up Date  05/11/2556)


ขอแนะนำ ร้านโปรดของผู้เขียน
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2010/11/tengoku-1.html
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2010/11/tengoku-2.html
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2011/05/tengoku-de-cuisine.html

ติดตาม คอลัมน์ แนะนำร้านอาหารอร่อย โดย ป๋าปึกส์ ได้ทุกวันใน  Facebook
ได้ที่  : http://www.facebook.com/SuebsaengSun