Translate

Share it

วันอังคารที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2558

ก๋วยเตี๋ยว " ดีเด็ด " หน้าสนามกอล์ฟลานนา .. เชียงใหม่

ก๋วยเตี๋ยว  " ดีเด็ด "   (สพานควาย)  หน้าสนามกอล์ฟลานนา  ..  เชียงใหม่

ก๋วยเตี๋ยวเนื้อ น้ำข้น เจ้าดัง จากสพานควาย   ....   มาเปิด  ที่  เชียงใหม่   ครับ

ก๋วยเตี๋ยวเนื้อ  ในบ้านเรา  พอจะแยกเป็นประเภทใหญ่ๆ  ได้ซัก 3 ประเภท
ก๋วยเตี๋ยวเนื้อ  น้ำข้น
ก๋วยเตี๋ยวเนื้อ  น้ำใส
ก๋วยเตี๋ยวเรือ

ถ้าถาม คนชอบทาน   " ก๋วยเตี๋ยวเนื้อ "   ที่กรุงเทพฯ  ว่า     " มีก๋วยเตี๋ยวเนื้อ ร้านไหนอร่อยบ้าง ? "
ผมเชื่อว่า   ...  หนึ่งในร้าน ที่อยู่ในใจ  คนชอบทานก๋วยเตี๋ยวเนื้อน้ำข้น   ในเมืองหลวง (รุ่นเก๋าๆ)
น่าจะมี   ชื่อของก๋วยเตี๋ยว ร้านนี้  ...    ติดอยู่ใน  อันดับ ต้นๆ  แน่นอน ครับ














" ก๋วยเตี๋ยวเนื้อ ดีเด็ด "  ..  (ร้านนี้เปิด และ ได้  เชลส์ ชวนชิม  .. มา กว่า  40 ปีแล้วครับ)
หนึ่งในร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อน้ำข้น  ที่ครองความนิยม  ระดับต้นๆ  มายาวนาน กว่าชั่วอายุคนแล้วครับ  
ร้านนี้เปิดขาย มานานกว่า  40 ปีแล้วครับ  
สมัยก่อน  ใครจะหาก๋วยเตี๋ยวนำข้น รสจัดจ้าน  ก็ต้องมาแถวนี้แหละครับ
ย่านสนามเป้า  เลยมาจนถึง สพานควาย
ย่านนี้  จะมีร้าน ก๋วยเตี๋ยวน้ำข้น  ร้านดังถึง  2  ร้านด้วยกันครับ
แถวๆ สนามเป้า  ....   ที่ปากซอย พหลฯ 5  ก็มี   ร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อ น้ำข้น  ชื่อว่า   " รสเด็ด "
เลยมาอีกนิดนึง   ...  ย่าน สพานควาย  ก็มี ก๋วยเตี๋ยวเนื้อน้ำข้น  ร้านนี้ นี่แหละครับ   " ดีเด็ด "
ทั้งสองร้าน  อยู่ใน ระดับแนวหน้าเหมือนกัน  และ  รสชาติ คล้ายคลึงกันมากครับ









ลักษณะเด่น  ของ ก๋วยเตี๋ยวน้ำข้น  ของร้าน  ดีเด็ด   มีดังนี้ครับ

น้ำซุป   ...........    น้ำซุป เข้มข้น  จากน้ำต้มกระดูก  หอมกลิ่นยาจีน และ สมุนไพร อย่างมีเอกลักษณ์  ของตัวเองชัดเจนครับ   เวลาเสิร์ฟ ก๋วยเตี๋ยวน้ำ  ของ ร้านนี้ เป็นน้ำซุปลักษณะปรุงรส  มาแล้วส่วนนึง  ด้วย  น้ำส้มพริกตำ (หอม น่าทานจริงๆ ครับ)  และ  น้ำปลา  .....   รสชาติน้ำซุปเป็นเอกลักษณ์ ของตัวเอง จริงๆครับ    ...  มีรสเผ็ดของ พริกน้ำส้ม  นำหน้าเล็กน้อย  ...  อร่อยเลยครับ
ส่วนคนที่ไม่ทาน เผ็ดเลย ก็บอกทางร้านได้นะครับ

พริกน้ำส้ม   ..........   ผมมักจะเล่าเสมอว่า  หัวใจ ของความสำเร็จในการทำร้าน ก๋วยเตี๋ยว มีไม่กี่อย่างเลยครับ    ...  น้ำซุป  ,  พริกน้ำส้ม  และ  วัตถุดิบที่ใช้  
พริกน้ำส้มแต่ละร้าน ก็ จะมีสูตรส่วนผสม  อันเป็น เคล็ดลับ ของตัวเอง ครับ
พริกน้ำส้มร้านนี้   รสชาติดี  .. หอม .. เผ็ดพอสมควร  และ เข้ากันดีกับก๋วยเตี๋ยวเนื้อ ครับ

วัตถุดิบ ที่เลือกใช้   ..........   ไม่ว่าจะเป็น ลูกชิ้น  ..  เนื้อเปื่อย  ..  ตับ  ..  เนื้อสด  .....   เค้าคัดสรร มาเป็นอย่างดี ครับ
เนื้อสด ,...   ที่นี่เค้า คัดเนื้อสด มาได้ดีเลยครับ  หั่นไสล์ดแบบความหนาความบางกำลังดีเลยครับ  ขนาดความบางของเนื้อ ช่วยทำให้เนื้อนุ่มโดยไม่ต้องใช้  สารใดๆ มาหมักครับ
ตับ  ....  สดเด้ง  จนเวลาที่ผมทาน  มักจะสั่ง  ตับแบบไม่ต้องลวก  ขอเพียงน้ำซุปเดือดๆ ราดลงมา ก็พอ
เนื้อเปื่อย  ....   เป็นอีกหนึ่งรายการที่คัดวัตถุดิบมาอย่างดี  ทั้งเนื้อ ทั้ง เอ็น ครับ
















ส่วน รายการก๋วยเตี๋ยว ร้านนี้  ที่ผมมาทีไร   เป็นต้องสั่งทุกทีไป  ก็มี

เส้นใหญ่ สด ตับ ไม่ลวก   ...........   ถามว่า  ทำไมต้องเส่นใหญ่  ..  ตอบว่า  แล้วแต่คนชอบครับ  ..  แต่ผมมีเพื่อนที่ เป็นเจ้าของร้านขายก๋วยเตี๋ยว อยู่หลายเจ้าครับ  แต่ละคนก็จะบอกคล้ายๆกันว่า   ..  เส้นใหญ่ ต้องสังซื้อใหม่ทุกวัน  ต่างกันกับ เส้นหมี่ และ เส้นเล็ก ซึ่งหลายๆแห่ง มักจะใช้เส้นสำเร็จรูป มาแช่น้ำ  ก่อนลวก  ....   ผมเลยเลือกทานเส้นใหญ่  เพราะอย่างน้อยมันก็ สด  กว่าเส้นอื่นๆ ครับ
น้ำซุบ  ร้อนๆ   ราดลงบน เนื้อสด และ ตับดิบ  ที่วางบนเส้นและผักลวกแล้ว    ...   โอวววววววว  เลยครับ
สีหม่นๆ  ของน้ำเนื้อ  และ น้ำตับ  แผ่รัศมีออกรอบตัว  ให้เราเห็นได้ชัดเลยครับ  ..  นั่นแหละครับ  หวานรสเนื้อ  หวานรสตับเลยครับ  
ก๋วยเตี๋ยวร้านนี้ แทบไม่ต้องปรุงอะไรเลยครับ  ..  และแนะนำว่า  ควรชิมก่อนปรุงด้วยครับ  
แต่ผมมักเติม พริกน้ำส้ม ในเวลาที่สั่ง เนื้อสดกับตับ ที่ไม่ลวก  เพื่อเพิ่มความจัดจ้านเข้าไปอีกครับ


เกาเหลา สด เปื่อย เอ็น  และ เนื้อสด-ตับ  ไม่ลวก   ..........   เนื้อเปื่อยที่เปื่อยแต่เป็นตัว (ไม่ถึงขนาดยุ่ย)  ..  เอ็นแก้ว  กรุบ แต่ นุ่ม และ ทานง่าย  ..  เนื้อสด - ตับ  ไม่ลวก  ...  เคียงมาด้วย ถั่วงอกและผักกาดหอม
เหยาะพริกน้ำส้มซัก ช้อนนึง  น้ำปลาซักหน่อยนึง กับ ข้าวสวยร้อนๆ   .....   จบข่าว  อิ่มแปร้  เลยครับ


สมัยก่อน  ตอนเค้าเปิดร้าน ใหม่ผมจำได้ว่า  ร้านนี้มีแต่ก๋วยเตี๋ยวเนื้อ  ....   ต่อมา มี ก๋วยเตี๋ยวหมูมาเพิ่มขึ้นอีกอย่างนึงครับ  ตามความนิยม ของ ผู้บริโภค  ครับ
เดี๋ยวนี้  ไม่ทานเนื้อ  ไม่ทานหมู  ก็  ไปทานด้วยกัน ได้แล้ว ครับ
ราคา มาตรฐาน ครับ    ธรรมดา 40   พิเศษ 60  ครับ













วันนี้  ร้านก๋วยเตี๋ยวอร่อยๆ เจ้าดัง จาก สพานควาย  กรุงเทพฯ  ...   มาเปิดให้ชาวเชียงใหม่  ที่ ชอบทานก๋วยเตี๋ยวเนื้อ  มีตัวเลือกดีๆ  เพิ่มขึ้นอีกร้านนึง  แล้วครับ

ร้านนี้  ตั้งอยู่ใน ตึกแถว ฝั้งตรงข้าม  สนามกอล์ฟล้านนา   บนถนนเชียงใหม่  - แม่ริม
เลยธนาคารแห่งประเทศไทย  ไปไม่ไกล ครับ  (ฝั่งเดียวกัน ครับ)
เปิดบริการทุกวัน   10.00 น.  ถึง  18.00 น.   ครับ

ลองแวะ ไปชิมกันดู นะครับ

หากไปไม่ถูก สอบถาม ได้ที่    081-908-3421  



แผนที่ ร้านอาหารทั้งหมด ที่ผมเขียนแนะนำไว้ใน   " แนะนำ ร้่านอาหารอร่อย โดย ป๋าปึกส์ "
https://mapsengine.google.com/map/edit?authuser=0&hl=en&mid=zi7qOsZPeff0.kmjHpvkh5cmM




    
ป๋าปึกส์
3/3/2558
ขอแนะนำ ร้านโปรดของผู้เขียน
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2010/11/tengoku-1.html





























วันศุกร์ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2558

ปัญญ์ชลี อาหารเวียดนาม .. นิมมานฯ 15 .. เชียงใหม่


ปัญญ์ชลี  อาหารเวียดนาม  .. นิมมานฯ 15 .. เชียงใหม่  


หากเอ่ยถึง  อาหารเวียดนาม  ... ผมคิดว่า  คนที่ชอบทานผัก  คงนึกอยากขึ้นมาทันที เลยทีเดียวครับ
ชาวเวียดนาม เป็น ชนชาติที่ รับประทาน ข้าวเจ้า เป็นอาหารหลัก เช่นเดียวกันกับ คนไทยเรา  และ  ชาติอื่นๆ ใน ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
แถมยังเป็น ประเทศที่ปลูก  ข้าวเจ้า เพื่อการส่งออก เป็น อันดับต้นๆ  ของ โลก กันเลยทีเดียวเลยครับ
เราจึงเห็น อาหารเวียดนาม หลายๆอย่าง  มีการใช้ ส่วนผสมจาก  แป้งข้าวเจ้า และ แป้งข้าวเหนียว เป็นส่วนประกอบ
แต่  ...   ด้วยความมีเอกลักษณ์ ที่แตกต่าง เป็นเอกลักษณ์ ของตัวเอง ใน รสชาติ ของอาหาร และ น้ำจิ้ม นานาชนิด  ที่ทานคู่กับอาหารเวียดนาม  ซึ่งส่วนใหญ่ มี รสเปรี้ยว , รสเค็ม และ รสหวาน  ของเครื่องปรุงอย่าง  ..  น้ำส้มสายชู , มะนาว , น้ำปลา , กะปิ  , กุ้งจ่อม และ ปลาร้า  .. คล้ายคลึง กับ อาหารไทย
จึงทำให้ ชาวเวียดนาม  นิยม รับประทาน ผักนานาชนิด  เป็นเครื่องเคียงกับอาหาร เกือบทุกชนิด
จนทำให้ คนที่  รับประทาน  อาหารเวียดนาม   รู้สึกเหมือนว่า  อาหารเวียดนาม  เป็นอาหาร ที่ใช้ผัก  เยอะกว่าอาหารอื่นๆ















วันนี้ ผมมี  ร้านอาหารเวียดนาม  อร่อยๆ  ราคาย่อมเยาว์  มาแนะนำ ครับ
ร้าน  ปัญญ์ชลี  อาหารเวียดนาม  ที่ สุดซอย  นิมมานฯ 15  ..  ตรงหัวมุมซ้ายมือ
ร้านนี้  เปิดบริการ ทุกวัน   ...  ตั้งแต่เวลา    09.00 น.   -   21.00 น.
โทร      084-173-8372

ร้านนี้เป็นร้าน โปร่งโล่ง  อยู่ใน ตึกแถวห้องหัวมุม  สุดซอย นิมมานฯ 15  ซ้ายมือ
มีโต๊ะนั่ง ราว ๆ   10   โต๊ะ
ผมไปทาน ครั้งแรก  เมื่อ 3-4 วันที่ผ่านมา นี่เองครับ
วันที่ไปทานวันแรก ก็ไปค่ำพอสมควรเลยครับ   เกือบ 2 ทุ่มแล้วครับ   ...  ผู้คนยังเต็มร้าน อยู่เลยครับ
พอนั่งโต๊ะ  คุณพี่ผู้หญิง วัยกลางคน ก็เอาเมนูมาให้  แล้ว ออกตัวให้เราได้รับทราบว่า
" วันนี้อาหารช้าหน่อยนะค้ะ  ..  พนักงานหยุด  ในครัวเหลือคนเดียว  พี่ก็เสิร์ฟคนเดียว  ..  อาหารต้องรอนาน นะค๊ะ "
พอพูดจบ  ผมก็ สอดส่าย สายตาไปทั่ว  ...   ยังเห็นลูกค้า   ยังคงนั่ง รออยู่เกือบเต็มร้าน  ..  นึกในใจว่า  ต้องมีทีเด็ด แน่ๆ  ไม่งั้นใครจะมานั่งรอ กันเต็มร้านแบบนี้  
ผม รีบตอบไปทันทีว่า   ..   " ผมรอครับ "  
ว่าแล้วก็ สั่งอาหารมาทันที ครับ  .....  รอไม่นานเลยครับ  ...  แป๊บเดียวเองครับ  ...  ก็ได้ทานครบแบบ อิ่มและอร่อยเลยครับ  ...  ที่สำคัญ  ราคาอาหาร ของร้านนี้  ต้องถือว่า  ถูก เลยทีเดียวเลยครับ
อร่อย และ ถูก  จน วันรุ่งขึ้น ผมกลับ ไปทานมื้อกลางวัน อีกรอบนึงเลยครับ  ...  คราวนี้  ยกกันมาทั้งครอบครัว  (4 คน)  เลยครับ   ...  แุถมยังสั่งอาหารแบบไม่ยั้งเลยครับ
เราสั่งกันไป  8 อย่าง  ...  รวมน้ำดื่ม และ น้ำผลไม้  แล้ว  ยังไม่ถึง  600  บาทเลยครับ















ขนมเบื้องญวน   ...........   แป้ง ข้าวเจ้า และ แป้งจากถั่วเขียว  นวดมาเข้ากันดีซะเหลือนเกินครับ  ทอดมา สีเหลืองสวย  ...  หอมกลิ่นผงกระหรี่   แทรกมาเล็กน้อย  ..  แป้งกรอบกำลังดี
ยัดไส้มาด้วย  เต้าหู้สับ , เห็ดหูหนูสับ , , หอมใหญ่สับ , ต้นหอมซอย  , ถัวงอก  และ หมูสับเล็กน้อย  ...  รสชาติกลมกล่อมเข้ากับแป้งดี ครับ
เสิร์ฟมาพร้อม น้ำจิ้ม อะจาด  รสชาติลงตัว  ...   อร่อยเลยครับ

กุ้งพันอ้อย  ..........    เนื้อกุ้ง สดๆ บดแบบไม่ละเอียดนัก   คลุกเคล้ามาครบรส  ด้วย เกลือ , พริกไท , น้ำตาล  ..  พันมา รอบ อ้อย ท่อนกำลังสวย  แล้วลงไปทอด จนเหลืองสวย  ...  เสิร์ฟมาพร้อม เส้นหมี่ลวก ที่ โรยหน้ามาด้วย หอมแดงซอย ทอด   และ น้ำจิ้ม รสหวานอมเปรี้ยวและเค็มเล็กน้อย  พร้อมรสเผ็ดเล็กๆน้อยๆ ของพริกตำ
วันนี้  ถ้าผม  ไม่กลัวอ้วนแล้วละก้อ   ...   ต้องสั่งเบิ้ล อีกจานแน่นอนครับ

















ป่อเปี๊ยะทอด   ...........   แป้งป่อเปี๊ยะ  ที่ร้านนี้ ทอดมา สีสันสวยน่าทานเลยทีเดียวครับ  ..  แป้งกรอบ ดีครับ  ..  ไส้ ก็อร่อยครับ  ..  ครบทั้ง เครื่อง และ รสชาติ ครับ  ...   น้ำจิ้ม ก็คล้ายคลึงกับ น้ำจิ้มอื่นๆ ครับ  ถ้าได้พริกขี้หนูตำ ลงในน้ำจิ้ม ซักนิดนึง  เด็ดเลยครับ  ...  แต่  ..  ยังไม่ทันจะขอพริกขี้หนูแดง ตำ  ก็หมดเกลี้ยงซะแล้ว ครับ

ป่อเปี๊ยะสด   ...........   ป่อเปี๊ยะสด ที่นี่ แป้งนุ่มดีจังเลยครับ  นุ่มแต่ยังคงความเหนียว แบบพอดี  ...  ห่อมาด้วยผัก  .. เนื้อหมู  .. หมูยอ  ..  แครอท  ..  ฯลฯ
ทานแล้ว รู้สึก  สุขภาพดีขึ้น ในทันที ครับ















ข้าวเกรียบปากหม้อ    ...........     แป้งที่นึ่งมาสุก และ สวย  ..  ไม่ได้สวยแต่รูป  อย่างเดียวนะครับ  .. แป้งยังนุ่มและเหนียวแบบกำลังพอดี   ..   ยัดไส้ มาครบเครื่อง อร่อยกลมกล่อม  ...  วาง หมูยอนึ่งไ้ด้านบน  น่าทานเลยครับ  ...  เสิร์ฟมาพร้อมน้ำจิ้ม  สามรสแบบเวียดนาม ที่มี ไชเท้าขูด และ แครอทขูด
จานนี้ แนะนำว่า   It's must  ครับ   ...  แป้งเค้าทำเอง  อร่อยจริงๆ ครับ


เส้นหมี่ หมูย่าง   ...........     จานนี้ไม่มีคำอธิบายครับ   เพราะมาจานสุดท้าย   ตอนที่ผม จัดการจานอื่นไปแล้ว เกือบ  7  รายการครับ















ก๋วยจั๊บญวน    ..........    จานนี้เป็น อาหารจานเดียว ประเภทเดียวกับ ก๋วยเตี๋ยว ครับ    ...   เส้นก๋วยจั๊บแบบญวน  ต้มมาในน้ำซุป  จนได้ความเหนียวของแป้ง ละลายในน้ำซุป  สีขาวขุ่นๆ เล็กน้อย  ..  โรยหน้ามาด้วยหมูยอ  และ หอมแดงซอย ทอดกรอบ
จานนี้ ถ้าทานแบบ ชาวเวียดนาม เค้าก็ไม่ใส่อะไรไปเพิ่มกันเลยครับ  
ทานแบบผม  ก็  แนะนำว่า  ...  เอาน้ำจิ้ม  3 รสแบบเวียดนาม  ที่เสิร์ฟมาพร้อม เส้นหมี่หมูย่าง  (ถ้าไม่ได้สัง เส้นหมี่ ก็ขอน้ำจิ้มเค้าได้ครับ)     ..  เหยาะน้ำปลาซักนิด  ..  พริกไทซักหน่อย  ..  อร่อยจริงๆ  ครับ

เฝอยำแห้ง    ...........    จานนี้ลูกสาวผม  สั่งมาครับ  ...  ดูคล้ายๆ กับเฝอ ทั่วไป แต่เอาน้ำออก  แล้ว ใส่เครื่องยำครบเครื่อง   ดูน่าทานดี ครับ   (แต่ชิมต่อไปไม่ไหวแล้วครับ)


ยังมีอาหารอีกหลายอย่าง   ทั้ง   แหนมเนือง  ,  ยำหมูยอ    ฯลฯ      ที่ผมยังไม่สั่งมาลอง
รับรองว่า  ต้องไปลองอีกหลายรอบ เลยครับ
อร่อย และ ราคา ย่อมเยาว์  จริงๆ ครับ
เราสั่งมาทั้ง  8  อย่าง  รวมน้ำดื่ม และ น้ำเสาวรส
พอเรียกคิดเงิน  ...  ราคา น่ารักที่สุดครับ  ทั้งหมดไม่ถึง  600 บาท ครับ


อย่าลืมแวะ  ไปลองทานกัน นะครับ
ร้าน  ปัญญ์ชลี  อาหารเวียดนาม
ที่ สุดซอย  นิมมานฯ 15  ..  ตรงหัวมุมซ้ายมือ
ร้านนี้  เปิดบริการ ทุกวัน   ...  ตั้งแต่เวลา    09.00 น.   -   21.00 น.
โทร      084-173-8372 




แผนที่ ร้านอาหารทั้งหมด ที่ผมเขียนแนะนำไว้ใน   " แนะนำ ร้่านอาหารอร่อย โดย ป๋าปึกส์ "
https://mapsengine.google.com/map/edit?authuser=0&hl=en&mid=zi7qOsZPeff0.kmjHpvkh5cmM




    
ป๋าปึกส์
15/01/2558
ขอแนะนำ ร้านโปรดของผู้เขียน
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2010/11/tengoku-1.html




วันอาทิตย์ที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2558

" accha' " ... Fusion india ที่ นิมมานฯ ซอย 9 ... เชียงใหม่



" accha' " ...   Fusion India
indian  food & Bar
   ที่  นิมมานฯ ซอย 9  ...  เชียงใหม่




















ก่อนที่ผมจะแนะนำ อาหารอินเดีย
ขอเอาเรื่องราวของ ประเทศ และ อาหารอินเดีย มาเล่าให้ฟัง แบบย่อๆ ก่อนนะครับ

อินเดีย  ..  เป็นประเทศที่มีพื้นที่  ใหญ่ที่สุดเป็น อันดับ 7  ของโลก
ทิศเหนือ .....   ติดกับ จีน , เนปาล และ ภูฏาน
ทิศตะวันตก  .....  ติดกับ ปากีสถาน  และ มหาสมุทรอินเดีย  (ตะวันตกเฉียงใต้)
ทิศตะวันออก  .....  ติดกับ  พม่า , มหาสุทรอินเดีย  ,  ศรีลังกา และ บังคลาเทศ
ทิศใต้  .....  ติดกับ มหาสมุทรอินเดีย
อินเดีย  เป็น ประเทศที่มี ประชากร มากเป็น อันดับสอง ของโลก (รองลงมาจาก จีน)  .. มีประชากรมากถึง  พันล้านคน














ลักษณะ ของ อาหารอินเดีย  ...  เป็นอาหารที่นิยม ใช้ เครื่องเทศ , สมุนไพร และ ผัก ผลไม้ เป็นส่วนผสม และ เครื่องปรุงอาหาร
อาหารอินเดีย ในอดีต  เป็นอาหารที่ใช้  พืชผักสมุนไพร , เครื่องเทศ และ เนื้อสัตว์ น้อยชนิดมาก  ...  ในอดีต อาหารอินเดีย ได้รับอิทธิพล ด้านอาหารมาจาก ชาวมองโกล
แต่  ....  อาหารอินเดีย ที่เราเห็น ในปัจจุบัน เป็นอาหาร ที่เกิดขึ้นมาหลังจาก ยุคอาณานิคม และ ยุคที่มีการติดต่อด้านการค้า เครื่องเทศ ระหว่าง ชาวยุโรป และ อินเดีย
และ จากยุคอาณานิคม นี่เอง ที่ทำให้เกิดการผสมผสาน และ ความหลากหลาย ในการประกอบอาหารมากขึ้น  ..  และ อาหารอินเดีย นี่แหละ กลาย เป็น อาหารที่มี อิทธิพลทางอาหาร เข้ามาที่เผยแพร่ ใน ภูมิภาคเอเชียตะวันอกเฉียงใต้  แต่ได้รับการปรับปรุง เปลี่ยนแปลงไปตามความชอบ ของ ผู้คนใน แต่ละ ท้องถิ่นนั้นๆ
แต่ละ  ภูมิภาค ในประเทศอินเดีย  ก็มีความแตกต่างในเรื่อง รสชาติ และ ความเข้มข้น ของเครื่องเทศ ที่ใช้ปรุงอาหาร
แต่ก็ไม่แตกต่างกับ ประเทศอื่นๆทั่วโลก  ที่ อาหารทางภาคเหนือ  ที่มักจะ มีความเข้มข้น และ จัดจ้าน  น้อยกว่า  อาหารใน ภาคใต้
















เอ่ยถึง  ..  อาหารอินเดีย  ...   อย่าเพิ่ง  ร้อง  " อั่ยหยา "  นะครับ
หลายๆคน มักจะนึกถึง  กลิ่นฉุน  ของเครื่องเทศ  ..  ความมันของกะทิ หรือ นม ในเครื่องแกง .. ความเผ็ดร้อน ของเครื่องเทศ และ สมุนไพร
แต่  ......   อาหารอินเดีย  ที่ผมเอาแนะนำในวันนี้  ไม่เป็นอย่างที่ เคยคิดและนึกภาพไว้แน่นอน ครับ
วันนี้ ผมเอา   ร้านอาหารอินเดีย (สไตลส์ปัญจาบ)   ร้านใหม่ล่าสุดของเมืองเชียงใหม่  มาแนะนำครับ
รัฐปัญจาบ   ...  เป็นรัฐที่อยู่ ภาคเหนือสุด ของอินเดีย ..  ซึ่งมี วิธีการประกอบอาหารที่แตกต่าง จากรัฐอื่นๆ ในอินเดียครับ  ความเข้มข้นจัดจ้าน น้อยกว่าอาหารอินเดียทางใต้ และ ภาคกลาง พอสมควรครับ
แต่ ยังคงไว้ซึ่ง เสน่ห์ ที่ยังคงให้เราสัมผัส วัฒนธรรมอาหารอินเดีย อย่างครบถ้วนครับ
ร้านนี้ หาไม่ยากครับ
เป็นร้านเล็กๆ  คล้ายๆซุ้มอาหารมากกว่า ร้านอาหารครับ  ..  อยู่บริเวณลานหน้าร้าน กาแฟชื่อดัง สตาร์บัค  ที่ นิมมานฯ ซอย 9  นี่เองครับ
ร้านเล็กๆ ที่มีครัวโชว์อยู่ในร้านแล้วให้เราเห็น การทำอาหาร แล้ว นั่งทานกัน สดๆ ตรงนั้นเลยครับ
ถึงแม้ ร้านจะดูเล็กๆแบบนี้ แต่ความสอาดสอ้าน และ รสชาติของอาหารไม่เป็น รองใครเลยทีเดียวครับ
รายการ อาหารมีให้เลือก มากมายหลายอย่างครับ  แต่ผมไปทีไรผมก็ สั่งมาทาน เฉพาะที่ผมชอบเท่านั้น ครับ  

ร้านนี้เปิด  ทุกวัน  ตั้งแต่  11.00 น.  -  22.00 น.
โทร   084-660-8668  














Chicken  Tikka   ...........    จานเด็ดที่ต้องสั่ง เป็นอาหารที่ทานง่าย และผมเชื่อว่า  คงถูกปากนักทานชาวไทยพอสมควรเลยครับ  ..  ไก่ ที่หมักเครื่องเทศ , สมุนไพร และ โยเกิร์ต .. อบมาจนสีเหลืองส้ม ของเครื่องเทศ หอมอบอวล  เสิร์ฟมาพร้อมผักตกแต่ง และ มะนาวสำหรับบีบ
เวลาทานแค่บีบมะนาว ลงไปนิดนึง ก็อร่อยแล้วครับ
หรือจะตักซ้อส สีเขียวๆ (ซ้อสที่ทำจาก โยเกิร์ต และ ใบสะระแหน่)  ที่วางมาในจานซ้อส 3 ชนิดที่ทางร้านเสิร์ฟมา ก็อร่อยเด็ดเลยครับ  ...  หรือ จะแกล้มกับ หอมแดงดอง ก็ไม่เลวเลยครับ
จานนี้เหมาะสำหรับ  สั่งมาทานจานแรก เพื่อเรียกน้ำย่อยก่อนครับ


Lamb Masala  ...........   เนื้อแกะในแกงแบบ มาซาล่า  ...  เนื้อแกะหั่นเป็นชิ้นเล็กแบบพอดีคำ  แกงมาในเครื่องแกงที่คล้ายๆ แกงกระหรี่  แต่ใช้ มาซาล่า เครื่องเทศที่เป็นผงคล้ายๆ ผงกระหรี่ แต่ให้รสชาติ เข้มข้นและแตกต่างกว่า ทั้งสี และ รสชาติ   ...   เนื้อแกะ ที่มีกลิ่นมาซาล่า ทำให้รู้สึกว่า ชิ้นของเนื้อแกะในแกงนี้ น่าสนใจยิ่งนักครับ  ได้อารมณ์ของการกินแกะพอสมควร .. แต่ไม่มีกลิ่นสาบ ของเนื้อแกะให้หลายๆท่าน ต้องเมินหน้าหนี เลยแม้แต่น้อยครับ
ส่วน รสชาติมาซาล่า  ก็อร่อย กว่า แกงกระหรี่ธรรมดาพอสมควรเลยครับ  ...  ทานแกล้มด้วย หอมแดงดอง  อร่อยสุดๆ ครับ
จานนี้ ควรสั่ง  นาน  หรือ คนไทยมักเรียกกันว่า  โรตีแบบอินเดีย  มาแกล้มก็  อร่อยไม่รู้ลืมเลยครับ
หรือ จะสั่ง ข้าวบาสมาติ ผัดเครื่องเทศ และ ผงกระหรี่ สีเหลืองสวย  มาทานด้วยก็อร่อยล้ำ ครับ


Chicken  Curry   ...........   แกงกระหรี่ แบบ อินเดีย ...  อาหารจานนี้ เหมาะสำหรับ มือใหม่หัดขับ ที่มาทานอาหารอินเดีย เป็นครั้งแรกครับ  ..  สัมผัสรสชาติ แกงกระหรี่แบบอินเดียทางเหนือแท้ๆ ที่มีความเข้มข้นจัดจ้าน น้อยกว่าที่หลายๆคนคิดไว้เยอะทีเดียวครับ
รสชาติใกล้เคียงแกงกระหรี่แบบบ้านเรา แต่ไม่มีรสหวานแบบบ้านเรานะครับ  ...  ผมเชื่อว่าจานนี้ คนไม่เคยทานอาหารอินเดีย สามารถทานได้สบายๆ เลยครับ
จานนี้ ทานได้ทั้งกับ นาน และ ข้าวบาสมาติ ครับ  ...  อ้อ .. อย่าลืมแกล้มด้วยหอมแดงดอง นะครับ















Naan  (นาน)   ...........   นาน หรือ บ้านเรามักเรียกว่า โรตีแบบอินเดีย  ...  แป้ง Maida (แป้งผสม สำหรับทำนาน โดยเฉพาะ)  คลุกเค้ามาด้วย แป้ง , นมสด , ยีสต์ , น้ำมันพืช , เกลือ , น้ำตาลเล็กน้อย  คลุกเคล้าแล้วนวดจนเข้ากัน  ตีเป็นแผ่น กลมแบบโรตี แล้วเอาไปอบในโอ่งดิน ที่จุดไฟด้านล่าง
เอาไว้ทานคู่กับ แกงชนิดต่างๆ  ของ อาหารอินเดีย
มีให้เลือกทั้ง  นานธรรมดา และ  Garlic naan


ข้าว บาสมาติ   ...........   ข้าวสายพันธ์อินเดีย เมล็ดยาว  ผัดกับเครื่องเทศและผงกระหรี่  หอมอบอวล  เหมาะกับทานคู่ แกงแบบ อินเดียทุกชนิดครับ


อาหารที่ผมแนะนำ เป็นแค่ส่วนนึง จากอีกหลายสิบเมนู ของร้านนี้ ครับ  ...  แต่เป็นความชอบส่วนตัวของผม ที่ไปทีไร ก็สั่งอยู่แคนี้ นี่แหละครับ
สำหรับใคร ที่ไปทานร้านนี้ แล้ว มีจานไหนประทับใจ ก็  มาเล่าสู่กันฟัง บ้างนะครับ

ลองแวะไปชิมกันดู  นะครับ

accha'  ....  indian food & Bar  ที่ นิมมานฯ ซอย 9  ...  เชียงใหม่


ร้านนี้เปิด  ทุกวัน  ตั้งแต่  11.00 น.  -  22.00 น.
โทร   084-660-8668  



แผนที่ ร้านอาหารทั้งหมด ที่ผมเขียนแนะนำไว้ใน   " แนะนำ ร้่านอาหารอร่อย โดย ป๋าปึกส์ "
https://mapsengine.google.com/map/edit?authuser=0&hl=en&mid=zi7qOsZPeff0.kmjHpvkh5cmM




    
ป๋าปึกส์
04/01/2558
ขอแนะนำ ร้านโปรดของผู้เขียน
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2010/11/tengoku-1.html
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2010/11/tengoku-2.html






วันจันทร์ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2557

Smoothie Blues ... นิมมานฯ 6 ... CHIANG MAI

Smoothie   Blues  CHIANG MAI   ...  ปากซอย นิมมานฯ 6  ...  เชียงใหม่
ร้านอาหารเช้า อร่อยๆ  ที่ นิมมานฯ

นิมมานฯ  ....   ย่าน  คอนโดโซน  ของ เชียงใหม่
ความนิยมในการเลือกซื้อ ที่อยู่อาศัย ในเมืองเชียงใหม่  เริ่มเปลี่ยนแปลงมาซัก  5-6  ปีที่แล้ว
ผู้คนรุ่นใหม่ ในเมืองเชียงใหม่   เริ่มหันมานิยม ซื้อที่อยู่อาศัย แบบ คอนโดมิเนี่ยมมากขึ้น
น่าจะมาจาก หลายสาเหตุด้วยกันครับ   ทั้ง  ราคาบ้านพร้อมที่ดินเริ่มสูงขึ้น .. บ้านพร้อมที่ดิน เริ่มขยายออกไปนอกเมืองไกลขึ้น   ประกอบกับ  เรื่องของความไม่สดวก ของ ระบบขนส่งสาธารณะ  ทำให้ ต้องใช้เวลาในการเดินทางมากขึ้น
คอนโดมิเนี่ยม  ในตัวเมืองเชียงใหม่  เลยผุดขึ้นมาเป็นดอกเห็ด กันเลยทีเดียวครับ  และ ยังได้รับความนิยมจากทั้งลูกค้าคนไทย และ คนต่างชาติ
โดย เฉพาะ ย่าน ถนน นิมมานเหมินท์  ..  ที่อยู่ท่ามกลางแหล่งบันเทิง , ร้านอาหาร , ร้านกาแฟ  และ ยังอยู่ใกล้มหาวิทยาลัยเชียงใหม่  ...   เท่าที่ผมขับรถผ่านแทบทุกวัน  พอจะเห็นได้ว่า มี คอนโดเกิดขึ้น และ จะเกิดขึ้นไม่ต่ำกว่า  15-20 แห่งใน 2 ปีข้างหน้าแน่นอน ครับ














มีนักธุรกิจรุ่นใหม่ๆ เริ่มมองเห็น ช่องทางในการทำธุรกิจ รองรับ ความต้องการของผู้อยู่อาศัยในย่านนี้ เกิดขึ้นมากมาย ครับ
หนึ่งในธุรกิจนั้น คือ   ...    " ร้านอาหารเช้าครับ "


ร้านอาหารเช้า (หลายร้านเปิดขายทั้งวัน)  อร่อยๆ   ในย่านนี้   เกิดขึ้นหลายร้านเลยทีเดียวครับ
ผมเขียนแนะนำร้านอาหารเช้า ย่านนี้ ไปบ้างแล้ว  ...   วันนี้ จะมาแนะนำ อีกร้านนึงครับ
" Smoothie Blues "     ....    ที่ปากซอย นิมมานฯ 6  ครับ
ร้านอาหารเช้าร้านนี้   เริ่มมีผู้คนคึกคัก กันตั้งแต่เช้าตรู่  กันเลยทีเดียวครับ
เปิดตั้งแต่  07.30 น.     ถึง    21.00 น.
ต้องจัดว่า  ร้านนี้เป็นหนึ่งในร้านอาหารเช้า ที่ขายดีที่สุดร้านนึง ใน ย่านนี้เลยทีเดียวครับ
นอกจากทำเลที่ตั้ง  ที่ทำให้ร้านนี้ขายดีแล้ว   ....   รสชาติอาหารของร้านนี้ ก็ได้รับการยอมรับ   จากลูกค้ามากมายด้วย ครับ

วันนี้เลยมาแนะนำ  เมนูอาหารเช้า เป็น รายเมนู  ที่ผมไปทานบ่อยๆ แล้วกันนะครับ



*****************************************













Egg Benedict   
อาหารเช้า ยอดนิยมของ  Madam Benedict   ที่มีต้นกำเนิด มายาวนานกว่า  100 ปี  ที่ โรงแรม  Waldorf  ใน  New York
Poach egg  หรือ ไข่ดาวน้ำ  .. รองมาด้วย เบคอน ที่ทอดกรอบกรุบ แบบน่าทานยิ่งนัก
รองก้นมาด้วย ขนมปังโฮลด์วีท รูปทรงกลม ที่ปิ้งมาจนสีสวยและกรอบนอกนุ่มใน
ราดหน้ามาด้วย ซ้อส  Hollandaise    ที่ทำมาจาก ไข่แดง , เนย , เกลือ , ไวน์ขาว
เสิร์ฟมาพร้อมกับ มันฝรั่งทอด
พอตัดไข่ดาวน้ำ ที่ภายใน  สุกแบบยางมะตูม  ..  แล้วตัดขนมปังออกแบบพอดีคำ ...  เอาซ้อส Hollandaise  สีเหลืองสวย  ที่ราดหน้ามา  ราดลงบนไข่และ ขนมปังอีกทีนึง
โอววววววว   มาดาม  แท้งกิ้ว เว่ รี่ มัชฉึ

*****************************************















Egg white omelette with chili and tomato + swiss cheese   
ชื่อรายการอาหารจานนี้ ดูยาวดีนะครับ
แต่ชื่ออาหารจานนี้ ก็ อธิบายรายละเอียดได้ครบถ้วนเลยครับ ... ไข่ดาวขาว (ไข่ขาวที่ทอดแบบไข่ดาว)  วางโป๊ะหน้ามาบน มะเขือเทศ , พริกหวาน และ สวิสชีส  รองล่างมาด้วย ขนมปังโฮลด์วีท ปิ้งแผ่นหนา  ...  เคียงข้างมาด้วย สลัด
วัตถุดิบ  คุณภาพดี และ สด ของทั้ง มะเขือเทศ และ พริกหวาน  ช่วยส่งรสชาติ ให้สัมผัสได้ดี กับ ชีส ที่มีรสเค็มในตัว  ตัดด้วยไข่ขาวทอด ที่เหยาะพริกไทไปนิดหน่อย  ทำให้ รสชาติยิ่ง กลมกล่อม ขึ้นไปอีกครับ
จานนี้ทานแล้ว รู้สึกเอาเอง ว่า เฮลท์ตี้ดีครับ  อาจจะเป็นเพราะไข่ขาว ที่วางบน ทำให้เรารู้สึกดี มั้งครับ


******************************************














Panini  Spinach

Panini  ...   ขนมปังแบบหนาของอิตาเลี่ยน  ที่ ชาวอิตาเลี่ยนเลือกมาใช้ทำ แซนวิส
โดยเลือกใช้ ไส้ ที่  แต่ละท้องถิ่นนิยม  ไม่ว่าจะเป็น  เห็ด , ผักขม , ซารามี่  ,  มะเขือเทศ  ,  แฮม  หรือ เบคอน ฯลฯ  ... แล้วเอา ขนมปัง Panini  อีกแผ่นวางประกบด้านบน  แล้ว กดด้วยเครื่องกดที่มีความร้อนสองด้าน
วันนี้ผมสั่ง  Panini  ไส้  Spinach  มาครับ  ...  Spinach  หรือ ผักขมฝรั่ง  ที่สับมาเป็นชิ้นๆ  แล้ว ปรุงรสมาอย่างลงตัว  วางลงกลาง  ขนมปังทั้งบนและล่าง   ...  แล้วเข้าเครื่องกดความร้อน มาจนขนมปังอุ่นกำลังดี
พอยกมาเสิร์ฟ แค่เปิด ขนมปังแผ่นบนออก แล้ว โรยด้วยเกลือ นิดนึง  พริกไท หน่อยนึง  ....   เล่นเอา  เพื่อนชาวอิตาเลี่ยน ที่มาด้วยกัน  ร้องว่า  " หร๋อยจั่งหู๋ "   เลยหละครับ


******************************************













Chicken Avocado Sandwich  
ขนมปัง โฮลด์วีท ที่ปิ้งมากรอบกำลังดี  วางกลางมาด้วย  ผัก , มะเขือเทศ และ อโวคาโด้
รสชาติของผัก กับ มะเขือเทศ  และ อโวคาโด้  .. กลมกล่อมลงตัวดีครับ
อโวคาโด้ ที่มีรสหวานนำเล็กน้อย  กลิ่นหอมเย้ายวน  ตัดกับ รสมะเขือเทศเนื้อ อวบ ๆ  อร่อยเลยครับ


********************************************














Panini  Caprese
 (Tomato + Mozzarella & Basil)
แซนวิส  ย่างด้วยขนมปังแบบอิตาเลี่ยน  ใส่ไส้มาด้วย    Mozzarella Cheese  คุณภาพดี  ,  มะเขือเทศ ชิ้นหนา กรุบ รสอร่อย  และ ใบโหระพาฝรั่ง    เสิร์ฟเคียงข้างมาด้วย สลัด ที่ราด บาซามิควินีก้า
แค่ เปิดหน้าแซนวิส แล้ว เหยาะ  เกลือ กับ พริกไท  เล็กน้อย  ก็อร่อย ด้วยรสของวัตถุดิบดีๆ แล้วเลยครับ


*********************************************

ยังมีอาหารเช้าและกลางวัน และ เย็น  ให้เลือกทานอีกหลากหลายรายการครับ
แต่ผมไปทีไรก็ไปทานตอนเช้าทุกที   เลย แนะนำ เท่าที่ไปทานมานะครับ

ร้านนี้หาไม่ยากครับ   ....   ขับรถเข้ามาทาง ต้นถนน นิมมานฯ  มาจนเกือบกลางซอย  จะเห็นทางแยก ที่ปากซอย 6 (ซอยที่ ทะลุคันคลอง ผ่าน ประเสริฐแลนด์)   อยู่ทางขวามือ  ...  นั่นแหละครับ  ร้านนี้ ตั้งอยู่หัวมุม ปากซอยทางด้านขวามือเลยครับ
32/8  นิมมานเหมินทร์ ซอย 6

เปิดทุกวัน  ตั้งแต่   07.00 น.   ถึง    21.00 น.   ครับ

โทร   053-227-038   หรือ   081-7808-780



แผนที่ ร้านอาหารทั้งหมด ที่ผมเขียนแนะนำไว้ใน   " แนะนำ ร้่านอาหารอร่อย โดย ป๋าปึกส์ "
https://mapsengine.google.com/map/edit?authuser=0&hl=en&mid=zi7qOsZPeff0.kmjHpvkh5cmM




    
ป๋าปึกส์
15/12/2557
ขอแนะนำ ร้านโปรดของผู้เขียน
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2010/11/tengoku-1.html













วันศุกร์ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

ข้าวเกรียบ ปากหม้อ (ลุงจร) ... วัดเกตุ ... เชียงใหม่

ข้าวเกรียบปากหม้อ  ลุงจร   ...  วัดเกตุ  ...  เชียงใหม่


ข้าวเกรียบปากหม้อ  ,  สาคู  และ  ขนมเบื้องญวน  
...  อาหาร  และ ของว่าง  ที่นับวันเริ่มหาทานยากขึ้นทุกวัน    
















ร้านนี้เป็น ร้านเก่าแก่ ที่เปิดขายมาหลายสิบปีแล้วครับ  เป็นร้านดังย่าน วัดเกตุ  ..  ย่านการค้าเก่าแก่ ที่สุดย่านนึง  ที่ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำปิง  มาตั้งแต่ สมัยที่มี ชาวต่างชาติ เริ่มเข้ามาค้าขาย และ ประกอบธุรกิจ  ในเมืองเชียงใหม่   ทั้ง  พ่อค้าชาวจีน  ,  พ่อค้าฝรั่ง  ,  พ่อค้าจากอินเดีย  ฯลฯ
ร้านนี้อยู่ใกล้ๆ กับ ร้านก๋วยเตี๋ยวต้มยำ สุโขทัย  ...  ที่ผมไปทานเป็นประจำ  
แทบทุกครั้งที่ไปหาอะไรทานย่านนี้  ผมจะเริ่มต้นด้วยการ ไปทานก๋วยเตี๋ยวก่อน  ..  พอผมทาน ก๋วยเตี๋ยวต้มยำสุโขทัย เสร็จ   ผมก็เดินย้อนขึ้นมาทางวัดเกตุ   อีกไม่ถึง 50 เมตร
ก็จะเห็น ร้านข้าวเกรียบปากหม้อ , สาคู และ ขนมเบื้องญวน  ของว่าง เก่าแก่อีกร้านนึง

ร้านนี้ไม่มีที่นั่งทาน บริการซื้อกลับบ้านเท่านั้นครับ  ..  แต่ตัวร้านใหญ่กว่า ร้านก้วยเตี๋ยวซะอีกครับ   ...   เป็นร้าน  ห้องแถวสองห้อง  สร้างขึ้นมา รุ่นราวคราวเดียวกันกับ ร้านก๋วยเตี๋ยวต้มยำ นั่นแหละครับ

สำหรับใคร  ที่จะมาแวะซื้อ  ข้าวเกรียบปากหม้อ .. สาคู .. ขนมเบื้องญวน   กลับไปทาน ที่บ้าน หรือ ที่ทำงาน  อย่างเดียวโดยไม่ได้แวะกินก่วยเตี๋ยว   ก็ไม่ต้องเข้าไปที่จอดรถ ก็ได้ครับ
ขับรถ  มาที่หน้าร้านขนมเบื้อง  แล้วชลอรถ   เปิดไฟกระพริบ  แล้ว กดแตรเบาๆ   ....   เด็กที่ร้านขนมเบื้อง  ก็จะหันมามองด้วยความชำนาญ
เราแค่ เปิดกระจกรถ ลงซักนิด  แล้วสั่งได้เลย ครับ จะเอาอะไร กี่ชุด ก็สั่งเลยครับ  ..  สั่งเสร็จก็  ชู  ธนบัตร  ใบที่จะจ่าย ให้คนขายดู   ...   เค้าจะได้เตรียมเงินทอนมาให้เลยครับ
แล้วจะมีเด็กของร้าน  วิ่งข้ามถนน มาส่งของพร้อมเงินทอน  ให้ถึงรถเลยครับ















ข้าวเกรียบปากหม้อ  ..........  อาหารว่าง  จานนี้หาทานยากขึ้นทุกวัน ครับ ... ด้วยขั้นตอนวิธีการทำ และ ความนิยม ของว่างและขนม สัญชาติอื่น ของคนรุ่นปัจจุบัน  ...  ทำให้ การทำอาหารว่างแบบเก่าๆ   ตำรับโบราณ ของไทยเรา  เริ่มได้รับความนิยมลดน้อย ลงไปเยอะเลยทีเดียวครับ  ...  ลดลงจนแทบ จะสูญพันธ์ กันเลยทีเดียวครับ
ข้าวเกรียบปากหม้อ เจ้านี้ เค้าใช้   แป้งข้าวเจ้า ที่นวดมาอย่างดี   ...  นึ่งบน ซึ้ง ที่วาง ผ้าขาวบาง ไว้บน หม้อทรงสวย ที่ต้มน้ำไว้บนเตา  
เวลานึ่ง  แป้งที่นวดจนเข้ากัน เริ่มสุกจนเป็นตัว  รูปร่างสวยน่าทานดีจริงๆ ครับ  ...   ที่สำคัญ  แป้งที่นึ่ง ยังคงความเหนียวนิดๆ ขนาดกำลังอร่อยพอดีเลยครับ    ..  สีแป้ง  ใส ปน สีขาวนวล  น่าทานเลยครับ
ยัดไส้   หมูสับ  ..  หัวไชโป๊ว  ..  หอมแดง  ..  ถัวลิสง   ที่ผัดมาได้ รสชาติ กลมกล่อม  ...   มีรสเค็ม นำหน้า เล็กน้อย อร่อยดีครับ
บรรจุในกล่องโฟม   แยกกระเทียมเจียวใส่มาในกล่อง  แถมผักกาดขม และ ผักชี พร้อมพริกขี้หนูสวน อยู่ในกล่องอย่าง ครบครัน ครับ


สาคู   ..........     สาคู  ลูกขนาดกำลังพอดีคำ  ...   นึ่งมาจน สวย   แป้งใส    มองเห็นไส้ตรงกลาง
ไส้ที่มีส่วนผสม  คล้ายกันกับ ข้าวเกรียบปากหม้อ  ก็ผัดมาอร่อยแบบ เข้ากันดีจังเลยครับ  
สาคู  บรรจุมาในกล่องโฟม แบบ ข้าวเกรียบปากหม้อ   แยกกระเทียมเจียวใส่มาในกล่อง   แถมผักกาดขม และ ผักชี พร้อมพริกขี้หนูสวน















ขนมเบื้องญวน   ..........   อีกหนึ่ง อาหารว่าง ที่หาทานยากที่สุดอย่างนึง  ในเชียงใหม่ เลยหละครับ
ผมพอจะเข้าใจได้ว่า  ทำไมจึงหาทานยากครับ
ก็ คงเป็นเพราะขั้นตอนการทำ อาหารจานนี้ ต้องละเอียด และ มีหลายขั้นตอน  จนพ่อค้าแม่ขาย เริ่มมองว่า  ทำยาก และ มีคนรู้จักทานน้อยลงทุกวัน  ..  แถม คนรุ่นใหม่ๆ ก็ แทบจะไม่รู้จัก หรือ เคยลองทาน อาหารจานนี้กันเลย  
แป้งขนมเบื้อง  ที่มีส่วนผสม ของ แป้งข้าวเจ้า .. แป้งถั่วเขียว .. หัวกะทิ .. ขมิ้น .. น้ำปูนใส .. เกลือ   ที่ ต้องนวดคลุกเคล้าจนเข้ากัน  ใช้เวลาพอสมควรเลยทีเดียวครับ
ไส้ที่มี ส่วนผสม ของ   หัวผักกาด  ..  เด้าหู้เหลือง  ..  ถั่วลิสงป่น  ..  กุ้งแห้งบ่น  ..  มะพร้าวขูด
แล้วเอามาผัดกับ รากผักชี  พริกไท ปรุงรสด้วย เกลือ และ น้ำตาล
แป้ง ถูกนำมาทอดด้วยไฟกำลังดี  จน กรุบกรอบ สีเหลืองสวย   ...  ใส่ไส้  ที่ผัดมากลมกล่อมเต็มยศครบเครื่อง   ....   ไส้  รสชาติกลมกล่อม กับ แป้งที่บรรจงนวด และ ทอด มาแบบพิถีพิถัน  ..  ช่างอร่อยลงตัวดี จริงๆ เลยครับ
ขนมเบื้องญวน  บรรจุใส่ถุงแบบ  Take home  ไว้เรียบร้อย  ...   พร้อมให้เราได้ซื้อติดมือ  กลับไปฝากพรรคพวก ที่ไม่ได้มาด้วย
ในถุง  มี  น้ำอะจาด รสดี เปรี้ยว หวาน เค็ม ครบเครื่อง  ใส่มาทั้ง แตงกวาซอย หอมแดง และ พริกชี้ฟ้า  บรรจุใส่ถุง มาเป็นชุด
นอกจากรสชาติ  อร่อยสุดๆ แล้ว
ที่สำคัญที่สุดก็คือ  ราคาแสนถูกจริงๆ ครับ เมื่อเทียบกับ ขั้นตอนการทำ มีค่อนข้างมาก  ...  คุณภาพ ของวัตถุดิบ ที่เลือกใช้  และ รสชาติ ที่อร่อย สุดๆ  ครับ  
ราคาขาย  ขายกันเพียงแค่  กล่องละ 20 บาทเท่านั้น  (ราคาตามวันที่ เขียน)


ลองแวะไปซื้อทาน กันดูนะครับ  ...  เพื่อเป็นการรักษา  อาหารไทยที่ค่อนข้างหาทานยากขึ้นทุกวัน เพื่อให้ อยู่คู่ตำรับอาหารไทย ไปนานแสนนาน ครับ


ย่านแถว วัดเกตุ   ในตอนกลางวัน  ค่อนข้าง  หาที่จอดรถหายาก พอสมควรครับ
แต่เลยไปนิดนึง  ประมาณ  50 เมตร  ในฝั่งตรงข้ามถนน  ..  พอจะหาที่จอดได้บ้าง  ที่ ด้านหน้าวัดเกตุ หรือ  ด้านข้าง  สมาคมศรีคุรุสิงห์สภา (วัดซิกข์)  


แผนที่ ร้านอาหารทั้งหมด ที่ผมเขียนแนะนำไว้ใน   " แนะนำ ร้่านอาหารอร่อย โดย ป๋าปึกส์ "
https://mapsengine.google.com/map/edit?authuser=0&hl=en&mid=zi7qOsZPeff0.kmjHpvkh5cmM




    
ป๋าปึกส์
28/09/2553
ขอแนะนำ ร้านโปรดของผู้เขียน
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2010/11/tengoku-1.html
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2010/11/tengoku-2.html


วันศุกร์ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

4 เมนูเด็ด จาก เชฟกระเหล็ก ... ที่ ลานเบียร์ Central World

 4  เมนูเด็ด จาก เชฟกระเหล็ก  ...  ที่ ลานเบียร์  Central World

เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว  ผมลงไปทำธุระที่ กรุงเทพฯ  ....  พอทำธุระเรื่องงานเสร็จ  เพื่อนผม ก็ โทรมาชวน ไปเที่ยว  ลานเบียร์ ที่   Central World  
โดยเพื่อนผม  เน้นย้ำว่า  ...
ต้องไปให้ได้  เพราะมีเมนูเด็ด จากเชฟกระทะเหล็ก อาหารไทย อย่าง   " เชฟชุมพล แจ้งไพร "   ...  เป็นคน  คิดค้นเมนู พร้อมสูตรอาหารจานเด็ด  และ ประดิษฐ์ประดอย  รายการอาหารที่เหมาะกับ การ ทานเป็น  แกล้มเบียร์ ถึง  4 อย่าง ด้วยกัน  เลยทีเดียวครับ
แค่ได้ยิน  ก็ ปฏิเสธ ไม่ลงเลยครับ
















อลังการจริงๆ ครับ  ...   สำหรับลานเบียร์ หน้า  Central World    ปีนี้
ใส่กันแบบ สุดๆ กันเลยทีเดียว ครับ   ...  ทั้งการตกแต่ง  ลานเบียร์ของแต่ละแบรนด์   ...  ทั้ง คอนเสิร์ต ระดับประเทศ   ที่มีให้ชม ตลอดทั้งช่วงเวลาที่เปิด  และ  ทุกวันซะด้วยซิครับ  
แถม  ยังมี  อาหารจานเด็ด  จาก ฝีมือเชฟกระทะเหล็กประเทศไทย   ที่เอามานำเสนอ ในเทศกาลนี้

มาเที่ยวนี้ เพื่อนผม ชวนไปที่  ลานเบียร์ ของ  Chang  ครับ
ใหญ่โตมโหฬาร  จริงๆ ครับ   2  ลาน  2  สไตลส์ ครับ  
มา ทั้งที ก็ต้องไปให้ครบ ครับ  ...  ผมไปกันตั้งแต่ ทุ่มกว่า  ..  เพลิดเพลิน กับ อาหารเด็ดๆ  เบียร์เย็นๆ  ดนตรีเพราะๆ    จนถึงเที่ยงคืน  เลยทีเดียวครับ

เอาละครับ  ... มาเข้าเรื่องอาหาร จานเด็ด   ที่  ลานเบียร์  Chang  ที่  Central World  กันเลยดีกว่า ครับ
ผมได้มีโอกาส ลองชิม ทั้ง 4  รายการเลยครับ


*************************











ไส้อั่วหมูคุโรบุตะ   ..........    จานนี้ตอนที่ เพื่อนผม ไปเดินซื้อมา  ..  ผมยังตัดพ้อเพื่อนผม ไปว่า  " อะไรกัน ผมเพิ่งมาจากเชียงใหม่  ทำไมไม่เอาอย่างอื่นมาให้ทาน "
โอวววววว    ........   ขืนไม่ทาน ละก้อ เสียดายแย่ครับ
ไส้อั่ว  ที่มีหน้าตา ไม่แตกต่างกับ ไส้อั่ว เจ้าดีๆ ในเมืองเชียงใหม่เท่าไหร่ครับ
จานนี้ เสิร์ฟมาในจานด้วย  แคปหมู  และ น้ำพริกหนุ่ม  ...  ครบเครื่องเลยครับ
กลิ่นเครื่องเทศ และ รสชาติของสมุนไพร   ได้รสแบบทางเหนือ  ..  จัดจ้านถูกใจดีครับ
แต่  เจ้าหมู  คุโรบุตะ  นี่ซิครับ   ...   พอมันเข้าไปอยู่ในไส้อั่ว และ คลุกเคล้าด้วยเครื่องเทศ แบบ ไทยๆ แล้ว  มันช่างอร่อยได้ใจ จริงๆครับ
แน่นอนครับ การเลือกใช้ วัตถุดิบ ที่มีคุณภาพ  กับ  รสมือ ระดับ เชฟชุมพล  (เชฟกระทะเหล็ก ประเทศไทย)   ...   จานนี้  บอกได้คำเดียวครับ     " it's must "    เลย ครับ


*************************











ไก่บ้านคั่วเกลือเก้าพริก    ...........    จานนี้ ชื่อเสียงเรียงนาม ดูท่าทางเหมือนว่า  จะเผ็ด จนน้ำตาไหล  ...  แต่ไม่เป็นอย่างที่ผมคิดครับ   ....   เค้าใช้ ไก่บ้านวัยกระเต๊าะ  เนื้อแน่นเปรี๊ยะ  หั่นเป็นชิ้น ขนาดพอดีคำ  คั่วด้วยเกลือ และ พริกถึง 9 ชนิด  และ สมุนไพรไทย
ตอนแรกที่ผมได้ยินว่า พริก 9 ชนิด  ก็ยังหวั่นๆ  กลัวจะเผ็ดแบบทานไม่ได้  เหมือนกันครับ  ..  แต่ด้วยเทคนิค และ ฝีมือของ เชฟ ชุมพล แล้ว ..  เค้าสามารถเรียกเอาจุดเด่นของรสชาติ ของพริกแต่ละชนิดออกมา ผสมผสานได้แบบไร้ที่ติ เลยทีเดียวครับ
ไก่เนื้อหนุบหนับ  กลิ่นพริกและสมุนไพร  อบอวลอยู่ในปาก  ได้อารมณ์ดีครับ  ..  ที่สำคัญ  ไม่เผ็ดอย่างที่ จินตนาการไว้ครับ  ...  รสเผ็ดแบบทาน  แกล้มเบียร์  ได้ สบายๆ  เลยครับ


*************************











น่องเป็ดกงฟิต์ คั่วกลิ้ง 
  ..........   (Southern Dried Curry with Duck Confit)
น่องเป็ดกงฟิตย์  .. อาหารฝรั่งเศส ยอดนิยม ของ แคว้นกาสโคนี่  (Gascony)    ทางตะวันตกเฉียงใต้ของฝรั่งเศส   ...   นำมารังสรรค์ เป็นเมนู ฟิวชั่น ผสมผสาน กับ รสชาติคั่วกลิ้ง  อาหารจานเด็ด ใน ภาคใต้ประเทศไทย   ...  เสิร์ฟ มาพร้อม ข้าวกล้องอย่างดี
น่องเป็ดกงฟิต์  ...  กรอบนอกนุ่มใน  รสชาติ ไม่แตกต่างกันกับ น่องเป็ด ในร้านอาหารฝรั่งเศสดีๆ เลยครับ    วางหน้ามาบนน่องเป็ด  คั่วกลิ้ง
ตักทานพร้อมกัน   รสชาติของน่องเป็ด เข้ากัน แบบไม่น่าเชื่อ กับ คั่วกลิ้ง เลยทีเดียวครับ  ...  จานนี้ ทานคู่กับ  เบียร์เย็นๆ  ...  อืมมมมม  ...  สะใจจริงๆ ครับ


**************************













น่องแกะตุ๋นเบียร์  
...........    (Slow Braised Leg of Lamp  with Chang Beer and Aromatic Herbs)
น่องแกะ  ที่ ตุ๋นด้วย  น้ำสต๊อคผัก และ เบียร์สด  ..  ตุ๋น แบบ เร่งไฟจนเดือด แล้ว ลดไฟ ให้ลงแบบ เดือดเบาๆ  ...  ต้องใช้เวลาตุ๋น ข้ามคืน นานถึง  12  ชั่วโมงกันเลยทีเดียว ครับ  
แน่นอน ครับ  รสชาติ  ความนุ่มนวล  กลิ่นเครื่องเทศ  อบอวลอยู่ใน ทุกอนู ของ เนื้อน่อง กันเลยทีเดียวครับ
จานนี้ เคียงคู่ มาพร้อม มันบด  ..  และ ราดมาด้วย  เกรวี่  รสเด็ด


**************************


4  จานเด็ด  นี้   ....   กับ  เบียร์เย็นๆ  ...   ดนตรี เพราะๆ  ....   ราคาแบบหาที่ไหน ในเมืองหลวง  ไม่ได้อีกแล้วครับ   .......     ทั้งหมด  อยู่ที่  ลานเบียร์ ทั้ง  4  แห่ง  ครับ

ที่ หน้า    Central World   2  แห่ง   (ลานช้างพาร์ค และ ลานช้าง คราฟต์ ซีเลคชั่น)  
ที่  ลานช้าง พาร์ค  เอเชียทีค
ที่  ลานช้าง คราฟต์ ซีเลคชั่น  สาทรสแควร์

ลานเบียร์  Chang   ....  เปิดตั้งแต่  วันนี้  จนถึง   31 ธันวาคม 2557    นะครับ

ใครอยู่กรุงเทพฯ  หรือ  เข้าไปเที่ยวกรุงเทพฯ หน้าหนาวนี้   ลอง ไปชิม รสมือ ของ เชฟ ชุมพล  (เชฟกระทะเหล็ก ประเทศไทย)   ที่  ลานเบียร์ช้าง  ได้ทั้ง  4  แห่ง  เลยครับ




ป๋าปึกส์
21/11/2557


ขอแนะนำ ร้านโปรดของผู้เขียน
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2010/11/tengoku-1.html
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2010/11/tengoku-2.html
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2011/05/tengoku-de-cuisine.html




วันพุธที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

เกาเหลาเลือดหมู .. ข้างรั้ว สวนลุม ... กรุงเทพฯ

 เกาเหลาเลือดหมู  ...    ริมรั้ว สวนลุมฯ   ...  กรุงเทพฯ 


ผมเชื่อว่า  ...  คนที่ ไปออกกำลังกาย ตอนเช้า เป็นประจำ ที่ สวนลุมพินี  คง คุ้นเคยกับ ร้านนี้ดี  นะครับ
ผมไปทาน  ร้านนี้ ครั้งแรก ก็ เมื่อประมาณ  20 กว่าปีที่แล้วเลยครับ
ไปตั้งแต่   สมัย ที่ ซอยสารสิน  ที่อยู่ข้างสวนลุม   ด้านซอยหลังสวน  ยังเป็น แหล่งบันเทิง สุดยอดนิยมของ ชาวกรุง  ในช่วงนั้นอยู่เลยครับ
ในยุคนั้น ต้องถือว่า     Pub ,  ร้านอาหาร , Bar  ในย่านนี้  ได้รับความนิยมเป็นที่สุด แล้วครับ
โดยเฉพาะ  ที่  Brown  Sugar   ที่พวกผม ไปนั่งประจำ กันแทบทุกคืน เลยทีเดียวครับ
ที่เอ่ย ถึง  Brown Sugar  ก็ เพราะ
ร้านเกาเหลาเลือดหมู   เจ้านี้  อยู่เยื้องๆ  Brown Sugar  นั่นเองครับ
เกาเหลาเลือดหมู ร้านนี้  เปิดมาน่าจะถึง 30 ปีได้แล้วครับ
ตั้งอยู่ริมรั้ว สวนลุม  .. ระหว่างต้นก้ามปูยักษ์  2  ต้น  ..   ที่สังเกตุได้อีกอย่างนึง ก็คือ  มีร้านน้ำส้มคั้นสดๆ  ที่เปิดเคียงคู่กันมา ตังแต่เริ่มต้นเลยครับ   .















สวนลุม  เป็น ที่ที่มีผู้คน ไปออกกำลังกาย ตอนเช้าเยอะที่สุด มาตั้งแต่ เปิดสวนลุม ให้ผู้คนออกกำลังกาย ในตอนเช้า  ตั้งแต่ เมื่อประมาณ  30 กว่าปีแล้วครับ
สมัยก่อน  จะมีการจับกลุ่มกันเป็น ชมรม หลายๆชมรม  ...   มีทั้งการออกกำลังกาย แบบร้านรำมวยจีน แบบไทเก็ก  ,  ชมรมวิ่ง  ,  ชมรมเดินเร็ว  ,  ชมรมโยคะ  ฯลฯ
โดยมาก ก็มาออกกำลังกันตั้งแต่ ประตูสวนลุม เปิดตั้งแต่ พระอาทิตย์ ยังไม่ขึ้นเลยครับ
ออกกำลังกันเสร็จ  ก็ จับกลุ่มนั่งเสาวนากันบ้าง   ดื่มน้ำชากัน บ้าง  ....   บ้างก็เตรียม ข้าวของ ใส่ภาชนะ มาร่วมทานกันเป็น กลุ่มๆ
แต่   สำหรับ คนที่ออกกำลังกายแล้ว ไม่ได้เตรียมอะไรมาทานตอนเช้า ก็จะมาทางประตู ทางด้าน ซอย สารสิน นี่แหละครับ
ออกจากประตูสวนลุม ด้านนี้ เลี้ยวซ้าย  ....  ก็ จะเจออาหารการกิน เกือบครบทุกชนิดและประเภทเลยครับ
มีตั้งแต่อาหารสด  ,  ปลาสด , ผักสด , เนื้อหมูสด ,  ผลไม้  และ ร้านอาหารเรียงรายให้เลือกมากมายครับ  ...  โดยเฉพาะ อาหารที่เป็นที่ นิยมทาน ของ ชาวไทยเชื้อสายจีน ครับ

" อยู่ตรงนี้ ไม่อร่อย อยู่ไม่ได้ครับ "
เพราะ ในยุคแรกๆ ของการออกกำลังกายที่ สวนลุม  .. สมาชิกที่มาออกกำลังกายทั้งหลาย ส่วนใหญ่ เป็น พ่อค้า , เจ้าของกิจการ  เชื้อสายจีน ซะเป็น ส่วนใหญ่ และ แต่ละท่าน ก็เป็น นักทานตัวยง   ทั้งนั้นครับ
ถ้าเราดู ประเภทอาหาร ที่ ตั้งรถริมรั้ว ด้านนี้แล้ว จะสังเกตุได้ว่า  เอาใจกลุ่มลูกค้ากลุ่มใหญ่กลุ่มนี้เลยครับ  ....  มีทั้ง   ร้านเกาเหลาเลือดหมู  ,  ร้านข้าวต้มกุ๊ย (ข้าวต้มกับ)  ,  ร้านข้าวต้มเครื่อง (ข้าวต้มปลา)  ,  ร้านกระเพาะปลา  ,  ร้านรังนก  ,  ร้านข้าวแกง , ร้านกาแฟ , ร้านน้ำผลไม้  ,  ร้านขายของ ฯลฯ
เอาเป็นว่า  แทบจะยก เยาวราช  มาตั้งไว้ที่นี่เลยทีเดียวครับ















มาถึง    " ร้าน  เกาเหลา เลือดหมู "      ร้านโปรด ร้านนี้ของผมดีกว่า ครับ

จุดเด่นของ เด่น ของเกาเหลาเลือดหมู  ร้านนี้ มีดังนี้ ครับ

เครื่องใน   .........  ไม่ว่า จะเป็น   เซี่ยงจี๊ , ไส้ , กระเพาะ , หัวใจ  ฯลฯ   ...  สด ไม่มีกลิ่นคาวเลยแม้แต่น้อย เลยครับ  
ด้วยการล้างแบบ   " ไหลน้ำ "     แบบ พ่อครัวเชื้อสายจีน  ที่่ทำกันมาตั้งแต่อดีต  และ ถ่ายทอดกัน  รุ่นสู่รุ่น  ช่วย  ทำให้ เครื่องในร้านนี้  สดและอร่อย ขึ้นอีกเยอะเลยครับ

ใบตำลึง   ..........   ร้านเกาเหลาเลือดหมู ในยุคนี้  ....  หลายๆเจ้า มักหันมาใช้   " จิงจูไฉ่ "    สมุนไพรจีน ที่กำลังนิยมกัน
แต่เจ้านี้  ที่เค้าเปิดมากว่า 30 ปี  ...  ก็ยังคงใช้  " ใบตำลึง "   มาตลอดครับ
ไม่ว่า ตลาดจะนิยมยังไง  ...   แต่ผมเองก็ยังชอบ  เกาเหลาเลือดหมู ที่ใส่  ใบตำลึง  มากกว่าครับ  ..  ชอบจนต้องสั่งเพิ่ม ออฟชั่น ด้วยการ เบิ้ลใบตำลึง ทุกครั้งที่ไป ครับ

น้ำซุป   ..........   น้ำต้มกระดูก  ที่ใส่เครื่องยาจีน  หอมฉุย  เคี่ยวไฟอ่อนๆ  มา  จนน้ำซุป ออกรสหวานอ่อนๆ ของ น้ำต้มกระดูก  ...    น้ำซุปร้านนี้  ผมชอบตรงที่เค้าใส่พริกไท  ได้แบบ สะใจ ผมจริงๆครับ

น้ำส้มพริกตำ   ..........   พริกน้ำส้ม หรือ น้ำส้มพริกตำ  นี่แหละครับ  เป็นองค์ประกอบ ของ เกาเหลาเลือดหมู ที่ ละเลยไม่ได้เลยครับ  ..  พริกแดง ทั้ง ขี้หนูและชี้ฟ้า  มีกลิ่นกระเทียมและหอมแดงเล็กน้อย   (เจ้าของร้าน เค้าไม่ยอมบอกสูตรครับ  ผมเดาเอาเองครับ)   ...  น้ำส้มพริกตำที่นี่ นี่แหละครับ ที่ช่วยขับความอร่อยให้อร่อยเพิ่มขึ้นอีกมากโข เลยครับ  ...  ที่สำคัญ ร้านนี้เค้าเลือกใช้ เครื่องปรุงอย่างดีหมดครับ  ไม่ว่าจะเป็น น้ำปลา หรือ ซีอิ๊วขาวครับ

และ  ที่เด่นที่สุด  ก็คือ  วิธีการ ลวก เกาเหลาเลือดหมู   ของร้านนี้ครับ  หลายๆร้าน พอขายดีแล้ว  มักจะลวกโน่น ลวกนี่ ไว้ล่วงหน้า แล้วแช่น้ำไว้  พอจะขายถึงเอามาลวกน้ำร้อน แล้วตักน้ำซุป ราดลงไป แล้วก็เสิร์ฟ
แต่  .....   ร้านนี้ไม่ใช่ครับ
ที่นี่เค้าจะ หั่นทุกส่วนที่ขาย  สดๆ ไว้ในชามสแตนเลส แยกประเภทไว้แต่ละชนิด
พอเราสั่ง แบบ วุ่นวายตามใจเราแล้ว   (บางคน ก็ไม่ใส่โน่น ไม่เอานี่  5555)   ....  เค้าถึงจะหยิบเอา เครื่องใน หรือ สิ่งที่เราสั่งทั้งหมด  ..  ใส่ลงในหม้อน้ำซุปใบเล็ก  ที่ทำ ชามต่อชาม
ข้อดีก็คือ   น้ำ และ รสชาติ จากวัตถุดิบ ยังอยู่ใน ชามเกาเหลา ของเราครับ

เอาหละครับ  ...  ผมเขียนเอง  ยังหิวเองเลยครับ
เกาเหลา  ใส่ เซี่ยงจี๊  ตับ  หมูสับ  และ เลือดเยอะ ซักชามมั้ยครับ
อีกทีนึงครับ   ...   ร้านนี้อยู่ ริมรั้ว สวนลุมฯ  ด้านซอยสารสิน
อยู่ระหว่าง ต้นก้ามปูใหญ่ 2 ต้น  .. และ  อยู่เยื้องๆ  ร้าน  Brown Sugar  เดิม ครับ
ลองไปชิมกันดู นะครับ





แผนที่ร้านอาหาร ทั้งหมดที่ผมเขียนแนะนำ ไว้ใน   " แนะนำ ร้านอาหารอร่อย โดยป๋าปึกส์ "
https://mapsengine.google.com/map/edit?authuser=0&hl=en&mid=zi7qOsZPeff0.kmjHpvkh5cmM



ป๋าปึกส์
19/11/2557
ขอแนะนำ ร้านโปรดของผู้เขียน
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2010/11/tengoku-1.html
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2010/11/tengoku-2.html
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2011/05/tengoku-de-cuisine.html

ติดตาม คอลัมน์ แนะนำร้านอาหารอร่อย โดย ป๋าปึกส์ ได้ทุกวันใน  Facebook


ได้ที่  : http://www.facebook.com/SuebsaengSun