Translate

Share it

วันเสาร์ที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2557

Little Cook Cafe' .. สหศรีภูมิเพลส ถนนรอบคูเมือง ... เชียงใหม่

 Little Cook Cafe'  ..  ที่ สหศรีภูมิเพลส  บน ถนนรอบคูเมือง  ... เชียงใหม่ 


Little Cook  Cafe'   .....  " ร้านอาหาร เล็กๆ  ที่ไม่ธรรมดา "

ร้านนีัเปิดมานาน หลายปีแล้วครับ  ..  ผมรู้จักน้องทั้งสองที่เป็นเจ้าของร้าน  มาก็หลายปีแล้วครับ
รู้จักมาตั้งแต่   ก่อนที่เค้าจะเปิดร้านอาหาร Little Cook   ครั้งแรก  บนถนน ศิริมังคลาจารย์  เมื่อซัก 3-4 ปีก่อน
ด้วยความที่เป็นเพื่อนกันใน   Facebook    ก็เลยได้เห็น  ได้ติดตามเรื่องราว  ความเป็นไปของร้านอาหารของเค้าอย่างต่อเนื่องครับ
แรกๆ ก็เดาเอาว่า   น้อง 2 คน  ที่ทั้งคู่ ค่อนข้างจะออกอารมณ์ ติส ติส  เอาการอยู่  ..  คงจะทำร้านอาหารเล่นๆ  แก้เหงาอะไรทำนองนั้น
แต่ซักพักนึง  ก็เห็น คุณกบ กับ คุณเอ้อ  เริ่มไปหาความรู้  เรื่องทำอาหารมากขึ้น  เริ่มไปตระเวนหาวัตถุดิบ ตามแหล่งต่างๆ  ... เริ่มตกแต่งร้านใหม่ และ  เริ่มฉายแวว การทำ ร้านอาหารอย่างจริงจังมากขึ้น
ตอนที่อยู่ร้านเดิม  ผมก็ไม่เคยได้ไปลองทานเลยซักครั้งเลยครับ   ส่วนนึง  น่าจะมาจาก ตอนที่จะไป ลองครั้งแรก  ขับรถวนหา ร้านเดิมอยู่หลายซอย  แต่ก็หาไม่เจอ  ก็เลยพลาด และเลิกล้มความคิด ที่จะไปชิม ไปเลยครับ












จนมาเมื่อซัก เกือบปีที่ผ่านมา  ก็เห็น  น้องทั้งสองคน เปิดร้านใหม่  จากหน้า  Facebook  ...  ผมก็ติดตามมาตั้งแต่เริ่มแต่งร้าน  เริ่มจัดรายการอาหาร  แม้กระทั่งการไปตระเวนหา วัตถุดิบ ของทั้งคู่   ....  ดูแล้ว น่าสนใจเลยครับ  ...  แถมยังมี คนโน้น คนนี้ คนนั้น  Post  รูปอาหาร ของร้านนี้  ลงใน  Facebook  อยู่เป็นประจำ  และ อ่านดู  comment  ของลูกค้าที่ไป ก็น่าสนใจ และ เป็นไปในแนวทางที่ดี ซะเป็นส่วนใหญ่ครับ
ทั้งเพื่อนๆผม  และ ลูกผม  ที่ไปทานกันมา ต่างบอกว่า  อร่อย
วันนี้ ผม  ไม่ไปไม่ได้แล้วครับ
ร้านนี้ หาไม่ยากครับ  ถ้าขับรถมาทาง ซุปเปอร์มุ่งหน้าเข้าเมือง  พอถึงแยกรินคำ เลี้ยวซ้ายมาทาง กาดสวนแก้ว (เซนทรัลเก่า)  ....   ตรงมาจนผ่านไฟแดง ที่แจ่งหัวริน  (สี่แยกไฟแดง ตรงหัวมุมกำแพงเมือง ที่ เลยเซนทรัลไปนิดนึง ครับ)   ...  ขับตรงไปตาม ถนนรอบคูเมืองด้านนอก  เลย วัดโลกโมฬี  ไปนิดนึง ..  พอเห็นป้าย ของ อาคารของศูนย์  SAMSUNG   (ที่อยู่ ตรงกันข้าม กับ วัดควรค่าม้า)  ก็ชิดซ้ายเลยครับ  ...  จะเห็นแผงป้ายซ้ายมือ  เขียนไว้ปากซอยว่า     " สหศรีภูมิเพลส "    ...   เลี้ยวเข้าไปเลยครับ  ร้านนี้ อยู่กลางๆซอย ด้านซ้ายมือ  ..  ไม่ต้องกลัวหลงครับ  ...  เป็น  ซอยตัน  ครับ












พอไปถึงร้านก็เกือบ 2 ทุ่มแล้วครับ  ...  คนยังเยอะอยู่เลยครับ  ..  มาทราบทีหลังว่า ร้านนี้เค้าเปิดขายแค่วันละไม่กี่ชั่วโมงเลยครับ  เปิดร้าน  17.30 น.  กว่าจะขายอาหาร ก็  18.00 น.  ครับ
พอ  3 ทุ่ม  21.00 น.  ก็ปิดแล้วครับ  ...  หยุดทุกวันอาทิตย์  ครับ
พอได้ที่นั่ง ก็สอดสายสายตาดูรอบๆร้าน ...  เห็นป้าย ติดหน้าเคาน์เตอร์ และ ที่ผนังหลายป้ายด้วยกันครับ  ....   แต่ละป้าย  อ่านแล้ว มันส์  ดีครับ  555
:  ร้านนี้ไม่รับจองโต๊ะ
:  ขายอาหารตามเมนู (ห้ามสั่งนอกเหนือจากที่มี)
:  กรุณาสั่งอาหารในครั้งเดียว  (เพราะทำให้ แม่ครัวปวดหัว งานเยอะทำไม่ทัน)    ฯลฯ
อ่านแล้ว ก็เป็นอย่างที่ผมบอกมั้ยหละ ครับ ...  แบบนี้ ถ้าไม่ ติส จริง ทำไม่เป็นหรอกครับ   5555

พอเดินผ่านไปที่เค้าน์เตอร์  เจอ คุณกบ  คุณเอ้อ  พอดี ก็เลยทักทายกัน  แล้วคุณกบก็ออกมาแนะนำอาหาร ให้อย่างเป็นกันเองเลยครับ   ...  วันนี้มากัน 2 คน  เลยสั่งไป 4 อย่างเพราะ ดูจากอาหารที่ขาย และ ราคาอาหารแล้ว  คิดว่า  อาหารคงจะมีขนาด  เหมือนร้านอาหารทั่วไป  
แต่พอยกมา  อ้าปากค้างกันเลยทีเดียวครับ ... มองหน้ากัน 2 คน ทำหน้าเจื่อนๆ  แล้วพูดพร้อมกันว่า  จะหมดมั้ยเนี่ยะ
ที่ทำหน้าเจื่อนๆ  ก็เพราะตอนเดินเล่นรอบๆ ร้าน  ผมเหลือบไปเห็น ป้ายๆ อีกป้ายนึง  เขียนไว้ว่า
" ถ้าสั่งแล้วกินไม่หมด มี เคือง "  ..  5555












อาหารจานเด็ด ของ ร้านนี้ ที่ไปทานมา ...  ที่ผมแนะนำ ให้ลองเลยครับ

สปาเก็ตตี้ เห็ด กระเทียม เบคอน พริกแห้ง   ..........   ดูชื่อแล้ว เหมือนเมนูไทยๆ  แต่ไม่ใช่ครับ  ..  ในอิตาลี ก็มีเมนูแบบนี้เลยครับ  ... เส้นสปาเก็ตตี้ลวกมาแบบให้ทานง่าย  ผัดมาด้วย  กระเทียมกลีบใหญ่  และ พริกแห้ง  และ เบคอน และ น้ำมันมะกอกอย่างดี  แล้วคลุกมาด้วย พามาซานชีส  
รสชาติ เข้มข้นจัดจ้าน กลมกล่อมอร่อยเลยครับ  ...  ต้องชมว่า ถึงแม้ร้านจะไม่ได้เป็นภัตตาคาร หรือ ร้านอาหารใหญ่โต  แต่การเลือกใช้ วัตถุดิบ ของร้านนี้ก็ไม่ได้แตกต่างอะไรกันกับ ร้านหรูๆ เลยทีเดียวครับ  ...  สปาเก็ตตี้ จานนี้ให้มาเยอะมากครับ  ... แต่ผมก็กวาดจนไม่มีอะไรเหลือ แม้กระทั่งพริกแห้ง ครับ

วากิว เบอร์เกอร์    ...........   จานนี้เห็นมาตั้งแต่ใน  Facebook  ของคนอื่นแล้วครับ  ..  รูปร่างหน้าตา ดูแล้วน่าค้นหา น่าลิ้มลองครับ  เบอร์เกอร์ ทรงสูง วางปิดบนด้วย ขนมปังสีดำ
ก็เลยถือโอกาส ถามคุณกบ เจ้าของร้านถึงที่มาที่ไป ของ ขนมปังสีดำ ซะเลยครับ  .. ได้ความว่า อยากให้ลูกค้า เปลี่ยนจากการทานขนมปังธรรมดาๆ ที่ค่อนข้างจำเจ บ้าง  ... ที่ร้านนี้เลยสั่งทำขนมปัง จากร้านขนมปังที่รู้จักกันดี  ให้ทำรสชาติแปลกๆ มาหลากหลายชนิดเลยครับ  
ขนมปังสีดำ ใช้ส่วนผสมกับน้ำหมึกดำ ที่เอาไปทำ สปาเก็ตตี้หมึกดำ นั่นแหละครับ  ... ได้รสชาติที่อร่อยเลยทีเดียวครับ
เนื้อเบอร์เกอร์ ใช้เนื้อ วากิวสับแล้วปั้นเป็นก้อนเบอร์เกอร์   ..  สัมผัสได้ถึงความนุ่มที่แตกต่างครับ
รสชาติของ  ชีส .. เครื่องหมัก และ เครื่องเคียง   ที่ใส่มาใน  เบอร์เกอร์ ก็อร่อยเข้ากันได้ดีเลยครับ
ผมชอบการใส่ ผลไม้มาในจาน ที่เค้าเลือกสีสัน และ รสชาติของผลไม้ ที่ทานได้เข้ากันดี กับ อาหารในจานด้วยครับ

ส่วนอีก 2 อย่างที่ทาน   สลัด และ ขนมปังกระเทียม  ก็อร่อยทั้งคู่นะครับ
อาหารร้านนี้ ทุกจาน จานใหญ่และเยอะมากครับ   ที่สำคัญ ราคาไม่แพงเลยครับเมื่อเทียลบกับคุณภาพ
เราทานอาหารไป 4 อย่าง ผมดื่มน้ำเชอร์รี่โซดา  (ใส่ลูกเชอร์รี่สดๆไปด้วย อร่อยจังครับ)   และน้ำเปล่า  ...  จ่ายไป  700 บาท  ....  คุณภาพนี้ ราคานี้  ต้องไปลองครับ

ไปไม่ถูก  โทรไปสอบถามเส้นทางได้ครับ   (ถามเฉยๆ  แต่ไม่รับจองที่นั่งนะครับ  5555)
โทร      085-714-1189   


แผนที่ร้านอาหาร ทั้งหมดที่ผมเขียนแนะนำ ไว้ใน   " แนะนำ ร้านอาหารอร่อย โดยป๋าปึกส์ "
https://mapsengine.google.com/map/edit?authuser=0&hl=en&mid=zi7qOsZPeff0.kmjHpvkh5cmM



ป๋าปึกส์
09/08/2557
ขอแนะนำ ร้านโปรดของผู้เขียน
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2010/11/tengoku-1.html
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2010/11/tengoku-2.html
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2011/05/tengoku-de-cuisine.html

ติดตาม คอลัมน์ แนะนำร้านอาหารอร่อย โดย ป๋าปึกส์ ได้ทุกวันใน  Facebook
ได้ที่  : http://www.facebook.com/SuebsaengSun






วันจันทร์ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2557

WHY NOT ? ... Italian Restaurant & Wine Bar ... เชียงใหม่

 WHY  NOT ?    ...   Italian Restaurant  &  Wine Bar  ...  นิมมานฯ 11  ...  เชียงใหม่

" Why Not ? "    
เป็น ชื่อร้านอาหาร  อิตาเลี่ยน  ร้านนึง บนถนน นิมมานฯ ที่อยู่ทะลุ ซอย 9  และ ซอย 11  ครับ
เท่าที่ทราบ จากการบอกเล่าของพรรคพวกที่รู้จัก มาเล่าให้ฟังว่า  ...  ที่มาของการตั้งชื่อ ร้านนี้ มาจาก การเห็น ร้านอาหารในเมืองเชียงใหม่ ไม่ว่าจะเป็น  ญี่ปุ่น  ,  จีน  ,  เยอรมัน  ,  เกาหลี  ฯลฯ  มักจะ นิยมเปิดร้านอาหาร  เป็นแบบ บุฟเฟ่ท์   และ ที่สำคัญ  หลายๆร้าน ค่อนข้างไปได้ด้วยดี
และ ทางเจ้าของ ร้านนี้ ก็ยังไม่เคยเห็น  ร้าน อิตาเลี่ยน ร้านไหน ใน เชียงใหม่  มาเปิดให้ บริการ แบบ บุฟเฟ่ท์  ...   จึงคิดเปิดขึ้นมาเป็น  บุฟเฟ่ท์อาหารอิตาเลี่ยน เป็น เจ้าแรกๆ  ของเชียงใหม่ เลยก็ว่าได้ครับ

ร้านนี้เปิดมานาน พอสมควรครับ น่าจะประมาณ  3-4 ปีแล้ว  ...  ผมเองทราบจากเจ้าของร้าน เพราะเค้าเคยบอกผม ตั้งแต่ ตอนที่กำลังจะเปิด  ...  ผมเป็น ลูกค้าประจำ ของร้านเดิม ของเค้ามาเกือบ  10 ปีแล้วครับ  ...  สำหรับร้านดิมแล้ว  คนที่ชอบทานอาหารฝรั่ง ในเมืองเชียงใหม่   เมื่อซัก  5-6 ปีที่แล้ว  หากได้ยินชื่อร้าน   Buonissimo    ...  คงพอจะนึกออก นะครับ   ...   ร้านนี้ เปิดอยู่บนตึกแถว 3 ห้อง ด้านซ้ายมือ ของต้นถนนแม่โจ้  ก่อนถึงแยกวงแหวน (ที่มีอุโมงค์ ลอดผ่าน)
สมัยก่อน เชียงใหม่  เป็น เมืองต่างจังหวัดที่มี ร้านอาหารอิตาเลี่ยน  ให้เลือกมากที่สุดเมืองนึง ของประเทศไทย เลยก็ว่าได้นะครับ  ...  เดี๋ยวนี้ ลดหายไปเยอะเลยทีเดียวครับ  อาหารนานาชนิด หลั่งไหล เข้ามา ทั้งอยู่ในห้าง และ นอกห้าง เข้ามาเปิดทั่วทุกหัวระแหง  ของ เชียงใหม่ เลยครับ
เหลือ ร้านที่เป็น  Chiangmai Borned    หรือ    ร้านที่มี ต้นกำเนิด ที่เชียงใหม่ ไม่กี่ร้านแล้วครับ












มาทำความรู้จัก อาหารอิตาเลี่ยน กันเล็กน้อยนะครับ
อาหารอิตาเลี่ยน  เป็น อาหารประจำชาติของ ประเทศ อิตาลี   ...   แบ่งตาม ประเภท ดังนี้

:  อาหารว่าง และ ของทานเล่นระหว่างมื้อ  ....  จานนี้ ในบ้านเรารู้จักกันดี  เช่น   " พิซซ่า"
พิซซ่า ในอิตาลี จะใช้แป้งอบทาด้วยซ้อสมะเขือเทศสด แต่งหน้าด้วย เนื้อสัตว์ มะเขือเทศ , เห็ด  โดยเน้น  ชีส โรยด้านบนของ พิซซ่า

:  อาหารเรียกน้ำย่อย  หรือ  อันตีปัสโต  (Antipasto)
ในแต่ละภูมิภาค ก็จะมีอาหารเรียกน้ำย่อยที่แตกต่างกันไปครับ
ถ้าเป็นเมืองตามชายฝั่งทะเล จะเน้นอาหารทะเลสด
ส่วนตอนใน หรือ ตอนกลางของประเทศ  จะเป็น  ไส้กรอก , แฮม , ผักสด , ผักชุบแป้งทอด , ขนมปังกระเทียม  หรือ ซุปต่างๆ
พาสต้า  ...  ทั้ง สปาเก็ตตี้  มักกะโรนี  ฯลฯ  ก็ถูกจัดเป็น อาหารเรียกน้ำย่อยเช่นกัน  รวมไปถึง  ข้าวแบบอิตาเลี่ยน  ที่ เรียกว่า    " รีซอทโต้ "

:  อาหารจานหลัก
ส่วนใหญ่ จะเป็น  เนื้อสัตว์  ปรุงด้วยวิธีการต่างๆ ตามความนิยม ของแต่ละท้องถิ่น  ทานคู่กับ ผัก และ มันฝรั่ง
ทางภาคเหนือ ของ อิตาลี  จะเน้น  เนื้อวัว และ เนื้อแกะ  เป็นหลัก
แต่ถ้าเป็น เมือง ชายทะเล  ก็จะเน้น เนื้อปลา และ อาหารทะเล มากกว่า เนื้อสัตว์ชนิดอื่นๆ

:  ของหวาน
ของหวานขึ้นชื่อ และ เป็นที่นิยม ของชาวอิตาเลี่ยน มักจะเป็น ไอศกรีม
หรือ  ไอศกรีมที่ทานร่วมกับผลไม้สด












ที่ร้านนี้ ผมไม่เคยไปทาน บุฟเฟ่ท์ ของเค้าครับ  เลยขออนุญาตไม่พูดถึงอาหาร บุฟเฟ่ท์ ครับ
ผมไปทานมื้อเย็นกันสองคนกับภรรยา  เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา นี่เองครับ  (27/07/2557)    
ตอนก่อนออกจากบ้าน  ฝนตกลงมาอย่างหนักเลยครับ  ก็เลยรอให้ฝนซาลงซักนิดนึง  ... กว่าจะไปถึงร้านก็ 2 ทุ่มเข้าไปแล้วครับ    เลยไม่ได้ทานอะไรหนักๆ เท่าไหร่ครับ

มะเขือเทศ กับ มอสซาเรร่า ชีส  ..........   อาหารเรียกน้ำย่อย จานนี้  ที่มีอยู่ในเมนู ร้านอิตาเลี่ยน แทบทุกร้าน  ...  แต่การคัดเอา มะเขือเทศสดๆ กับ ชีสที่ทำสดๆ  และ บาซามิควินิก้า เข้มข้น  รสอร่อยของร้านนี้   มาอยู่บนจานเดียวกัน  และ ทานด้วยกัน  มันช่างเป็นการเริ่มต้น มื้อเย็นที่ดีเลยครับ

ซุปเห็ด   ...........   ซุป จานโปรดของสุภาพสตรี เลยครับ  ...  ซุปเห็ดแชมปริยอง ปั่นละเอียด รสชาติอร่อย กลมกล่อม แบบไม่ต้องปรุงอะไรเลยครับ  สัมผัสได้ถึงรสชาติของเห็ด แบบ ลงตัวทานง่าย  ...  ไม่อ้วนครับ

หอยตลับ ซ้อสไวน์ขาว   ..........  จานนี้พอผมเห็น  อยู่ในรายการอาหารของร้านนี้  ก็อยากทานขึ้นมาทันทีเลยครับ  เพราะผมเพิ่งกลับ มาจาก  เที่ยวทะเล ที่ปราณบุรี  ก่อนที่จะมาร้านนี้ แค่วันเดียวเองครับ
แล้วก็ หน้านี้ ฤดูนี้ เป็น ฤดูกาลของ หอยตลับเลยครับ
ตอนไปเที่ยวอยู่ที่ ปราณบุรี เลยสั่งมาทาน  เกือบทุกร้าน  แทบทุกมื้อเลยครับ
แต่ เมนูนี้   หอยตลับ ซ้อสไวน์ขาว  ของที่นี่  แนะนำว่า ต้องสั่งทานเลยครับ
หอยตลับ  สด  ต้มมาในน้ำซุป  ที่มีส่วนผสมของไวน์ขาว   มีรสอมเปรี้ยว ของมะนาวนำหน้าเล็กน้อย  พร้อมมีรสเผ็ด เล็กน้อย จากพริกสีแดงสด  ที่ลอยหน้ามาด้วย   ...  หอมกลิ่นสมุนไพรอิตาเลี่ยน และ ใบโหระพา
จานนี้ อร่อยดีจังเลยครับ  ได้อารมณ์เหมือน นั่งทานอยู่ใน ร้านอาหารอิตาเลี่ยน  ริมทะเล ทางตอนใต้ ของ อิตาลีซะเหลือเกินครับ













สปาเก็ตตี้  Bolognese    ...........    สปาเก็ตตี้เนื้อสับ แบบ อิตาเลี่ยนแท้ๆ  ....  หนึ่งในเมนูโปรด ของผมเลยครับ  ไม่ว่าเวลาผมไปประเทศไหน เมืองไหน  ...  ถ้าเข้าร้านอิตาเลี่ยนเมื่อไหร่  ผมมักจะสั่งเมนูนี้  มาลองเป็นประจำเลยครับ
สมัยหนุ่มๆ  ตอนเรียนหนังสือ  เมื่อ 30 กว่าปีที่แล้ว  ผมมีโอกาสไปฝึกงานที่ โรงแรมเก่าแก่ โรงแรมนึง ริม ทะเลสาป   COMO  ทางตอนเหนือของอิตาลี ติดกับ สวิส
ผมไปฝึกงานเป็น ลูกมือเชฟ อาหารอิตาเลี่ยน อยู่ที่นั่นอยู่ 6 เดือนครับ  ...  เป็น หัวดำ คนเดียวของเมืองรอบทะเลสาป ในยุคนั้น (สมัยก่อนยังไม่ค่อยมี คนเอเชีย เข้าไปทำงาน และ ฝึกงานแถบนั้น  ..  ผมเป็น รุ่นแรกๆ เลยครับ  ซึ่งฝรั่งแถวนั้น ยุคนั้น มักจะเรียกคนเอเชีย ว่า  หัวดำ  ครับ)
ระหว่างฝึกงาน ก็ถูก ลูกพี่เชฟใหญ่  ใช้ให้ ลวกเส้นพาสต้า อย่างเดียวทั้งวันเลยครับ  ทั้งมื้อกลางวัน และ มื้อเย็น เลยครับ  ...  เอาเป็นว่า  พอลวกไปซักเดือนสองเดือน  ...  ผมสามารถลวกเส้น แบบ ไม่ต้องจับเวลา  ไม่ต้องเอาขึ้นมาลองบีบเส้น หรือ ขว้างใส่ข้างฝา แบบที่เค้าทำกันเลยครับ  ลวกจนแค่ เห็นสีเส้น และ การเคลื่อนไหวของเส้นในน้ำต้ม ก็พอจะรู้ว่า  สุกจนแบบพอใจ เชฟใหญ่ แล้วเลยครับ
จานนี้ พอเค้ายกมาเสิร์ฟ  ผมเอาซ่อมตักพันเส้นสปาเก็ตตี้  มาลอง ก่อนเลยครับ
ต้องชมเลยครับ  ว่า ลวกเส้นมาได้  สุกแบบกำลังดี เลยครับ  หรือ ที่เรียกกันว่า    " al dente "  กันเลยทีเดียวครับ
ที่สำคัญไปกว่านั้น  ซ้อสเนื้อ  Bolognese  ของที่นี่  ก็ต้องชมเลยครับ  เนื้อบดแบบไม่ละเอียดจนเกินไป  ผัดมากับ  ซ้อสมะเขือเทศ ที่ทำสด  สัมผัสได้ทั้ง รสชาติของ เนื้อวัว และ กลิ่นสมุนไพรอิตาเลี่ยน และ รสเปรี้ยวแบบกำลังดี ของ มะเขือเทศที่คัดมาอย่างดี  นำหน้ามาเลยครับ
รสชาติ ซ้อส  ได้อารมณ์แบบ นั่งทานอยู่ทางตอนเหนือของอิตาลีเลยครับ  ..  เหยาะ พามาซานชีส  ลงไปอีกซักนิด   ...   รับรองว่า ต้องร้อง   "  มา .. ม่า .. มี๊  ..  ย่า "     ลั่นร้าน  กันเลยครับ

สปาเก็ตตี้  พริก กระเทียม แอนโชวี่   ...........   อย่างที่บอกมาด้านบน ว่า เส้นพาสต้า ของร้านนี้เค้าลวกมาสุกกำลังดีจริงๆ ครับ  สุกแบบนี้ เอาไปทำ  เอาไปปรุง กับ ซ้อสอะไรก็อร่อยครับ
จานนี้ ซ้อสเร้าใจ ถูกใจ คนไทยแน่ๆ ครับ   จัดจ้าน  ทั้งพริก ทั้งกระเทียม และ แอนโชวี่ (ปลาเค็มดอง ตัวเล็ก)












ยังมีอีกหลายเมนู  ที่ผมยังไม่ได้ลองทาน ที่ร้านนี้  แต่เท่าที่จำได้  สมัยร้านนี้อยู่ที่เดิม  มี รายการอาหารอร่อยๆ อีกหลายอย่างครับ   ทั้ง  ออสซาบูโก้  ..  สเต็ก  ...  ซี่โครงแกะ   ฯลฯ
วันนี้ เรามากันก็ค่ำแล้ว เลยทานได้ไม่กี่อย่าง  (เพื่อนที่เป็นหมอ  คอยเตือนอยู่เรื่อยว่า  อายุมากขึ้น  ไม่ควรทานอาหารตอนดึก ครับ)

ร้านนี้หาไม่ยาก ครับ  ...   ขับรถมาตาม ถนน นิมมานฯ  จนมาถึง  ซอย 11  หรือ ซอย 13  ก็ได้ครับ  เลี้ยวเข้าซอยมาเลยครับ  เข้ามาจากปากซอย ซักประมาณ  200  เมตร  ก็จะเห็นร้านนี้เลยครับ
ร้านนี้ ทะลุ  2 ซอยเลยครับ    สามารถเข้ามาได้ทั้งซอย 11  และ  ซอย 13  ครับ
เปิดบริการ ทุกวัน  ตั้งแต่   17.00 น.   -   23.00 น.  

จองที่นั่ง และ สอบถามได้ที่    053-289-262


แผนที่ร้านอาหาร ทั้งหมดที่ผมเขียนแนะนำ ไว้ใน   " แนะนำ ร้านอาหารอร่อย โดยป๋าปึกส์ "
https://mapsengine.google.com/map/edit?authuser=0&hl=en&mid=zi7qOsZPeff0.kmjHpvkh5cmM



ป๋าปึกส์
04/08/2557
ขอแนะนำ ร้านโปรดของผู้เขียน
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2010/11/tengoku-1.html
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2010/11/tengoku-2.html
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2011/05/tengoku-de-cuisine.html

ติดตาม คอลัมน์ แนะนำร้านอาหารอร่อย โดย ป๋าปึกส์ ได้ทุกวันใน  Facebook
ได้ที่  : http://www.facebook.com/SuebsaengSun

วันพฤหัสบดีที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

Steak of the day .. แม่ริมพลาซ่า .. เชียงใหม่

 Steak of the day  ..  แม่ริมพลาซ่า  ..   เชียงใหม่











" Steak of the day "      เป็นร้านอาหารฝรั่ง ที่ต้องถือว่า  ช่วงนี้เป็นช่วงที่ ฮ้อต และ มีคนกล่าวถึงมากที่สุด ร้านนึง ในเชียงใหม่ เลยก็ว่าได้ครับ
ร้านนี้  เปิดมาประมาณร่วมปีนึงแล้ว น่าจะได้ครับ  ...  ผมเห็นภาพของอาหาร ร้านนี้ ใน  Facebook  ของเพื่อนคนโน้น คนนี้ บ่อยมากเลยครับ  .. นอกจากเห็นรูปอาหาร แล้ว    บางครั้งก็ยังมี คำอธิบาย และ  คำชม  ทีต้องถือว่า ค่อนข้างเยอะ เลยครับ  ...  มีเพื่อนบอกว่า  เจ้าของร้านนี้ชื่อ  " เชฟเรวัติ "  ...  เคยเป็น เชฟ  ที่เคยทำงานอยู่ใน โรงแรม  Four Seasons   แถวๆ แม่ริม นั่นแหละครับ

แรกๆ  ผมก็ไม่ได้ตื่นเต้นอะไรมากมาย กับ ที่มาที่ไป ของร้านนี้
เพราะผมว่า เป็นธรรมดา ของ ร้านอาหารฝรั่ง หลายๆร้าน ในเมืองไทย  ที่ เชฟ ส่วนใหญ่  ก็จะออกมาจาก โรงแรมใหญ่ๆ ระดับ 5 ดาว  ...   เมื่อพวกเค้าเหล่านั้น ถึงจุดอิ่มตัวของการทำงาน ก็มักจะออกมาเปิดกิจการเป็นของตัวเอง
แต่  มีไม่มากนะครับ  ...  ที่ เชฟ  ออกมาเปิด ร้านอาหารเอง แล้ว ประสพความสำเร็จ
ที่กล่าวอย่างงั้น  ต้องเรียนว่า  ผมไม่ได้ไป ดูถูก ดูแคลน  เหล่า  เชฟ สุดยอดฝีมือทั้งหลายนะครับ
แต่โดยธรรมชาติ  ของเชฟ ในโรงแรมใหญ่ๆ  แล้ว   พวกเค้าจะทำงานแยกหน้าที่ กัน เป็นส่วนๆ  ...  เช่น  เชฟก็จะ ทำหน้าที่ ดูแล  เรื่องคุณภาพ และ รสชาติ ของอาหารเป็นหลัก  รวมไปถึง ต้นทุนของอาหาร
แต่ เชฟ ในโรงแรม  จะไม่ค่อยได้  มีส่วนร่วม  ในการบริหาร เรื่องการตลาด และ การบริการเท่าไหร่นัก
นั่นแหละครับ   สาเหตุ ที่ผมบอกว่า  
" เชฟหลายๆคน เมื่อออกมาเปิดร้านเอง แล้วไม่ประสพความสำเร็จ เท่าที่ควร "












ผมว่า  ข้อได้เปรียบ  ของ เชฟ  ที่ผ่านงานโรงแรมใหญ่ๆ  โดยเฉพาะ โรงแรม 5 ดาว  อย่างที่เจ้าของร้านนี้ เคยมี ประสพการณ์มา  ...  จะมีมากกว่า  เชฟ  ที่เล่าเรียนมาเป็น Course  ทำอาหารระยะสั้น หลายอย่างด้วยกันครับ  
:  การเรียนรู้  Basic  ของอาหารฝรั่ง และ ได้ลงมือทำ ตั้งแต่ เตรียมวัตถุดิบ  ให้กับ เชฟใหญ่
:  การเห็น และ จดจำ  ทุกขั้นตอน การทำอาหาร ของ เชฟระดับโลก ที่ โรงแรม ระดับ 5 ดาว  มักจะเชิญ เชฟ ระดับโลก  หรือ ระดับ รางวัล มิชชลินสตาร์  มาประกอบอาหารให้ลูกค้าของ โรงแรม ได้ลิ้มลอง อยู่เป็นประจำ
แต่นั่นแหละครับ  การมาทำอาหาร ของ เชฟระดับนี้  ...  เชฟไทย ที่อยู่ในครัว ต่างอาสา เป็นลูกมือ นับ สิบๆ คนกันเลยทีเดียวครับ  ...  และไม่ใช่ทุกคน จะเก็บเกี่ยว และ เข้าใจ เทคนิค การทำอาหารของ เชฟระดับนี้ ได้ทั้งหมด
ผมต้อง  ขอชม  เชฟ เจ้าของร้าน   " Steak of  the day "    ไว้ ณ.ที่นี้เลยครับ
ผมไปลองอาหาร ร้านนี้ 2 วันติดต่อกัน  สั่งอาหาร ซ้ำกัน บางอย่าง และ สั่งอาหารอีกหลายอย่าง เพื่อทดลอง ก่อนมาเขียนแนะนำในวันนี้  ....  ต้องถือว่า  เชฟเรวัติ  เข้าใจ ในความเข้ากัน และ กัน  ทั้ง รสชาติเครื่องปรุง  รสชาติเครื่องเคียง  รสชาติของซ้อส    กับ  วัตถุดิบ  ในแต่ละจานได้เป็นอย่างดีครับ
ซึ่งประสพการณ์ จากการเห็น และ การถ่ายทอดจาก เชฟระดับโลก ที่แต่ละคนเคยเห็นมา ไม่ได้ลอกเลียนแบบ และ ถ่ายทอดกันง่ายๆ นะครับ












เอาหละครับ   มาถึงอาหารที่ไปทานมาแล้ว ต้องแนะนำ เลยครับ

Caezar salad   ...........    เริ่มกันด้วยสลัดก่อนแล้วกัน นะครับ  ... ซีซ่าร์สลัด เป็น สลัดที่มีอยูู่ในเมนู ร้านอาหารฝรั่ง แทบทุกร้าน ครับ  ....  ผมชอบสั่ง สลัดจานนี้ มาทานก่อน ที่จะลองอย่างอื่นต่อไปครับ  ...  เพราะผมถือเอาความคิดส่วนตัวที่ว่า  จานนี้ต้องถือเป็น  Basic  ของร้านอาหารฝรั่งในบ้านเราไปซะแล้ว  ....  จานแรกก็โดนเลยครับ  สลัดซีซาร์ รสชาติ ลงตัว กลมกล่อม ครบรส  อร่อยไม่แพ้ร้านใด  ในเชียงใหม่เลยครับ

Tomato , Mozzarella cheese , Mango   ...........   จานนี้ ต้องถือว่า เป็นอาหารเรียกน้ำย่อย ชั้นดีครับ  แค่เห็นจานที่ยกมา ก็ต้อง ร้องกันลั่นโต๊ะ กันเลยทีเดียวครับ ว่า   " อย่า  ...  อย่า ... อย่า แตะต้องโดยเด็ดขาด "    ...  หยุด .. หยุด  ....  ว่าแล้วก็หยิบ โทรศัพท์ ขึ้นมาถ่ายรูป  กันแทบไม่ทันเลยครับ
ตกแต่งจาน ได้สีสัน จากวัตถุดิบ  แบบ ถูกใจผม จริงๆ ครับ  .... ไม่ได้ สวยแต่รูป นะครับ
จานนี้ นี่แหละที่ผมบอกว่า เชฟเรวัติ แกเข้าใจ รสชาติ และ ความเข้ากัน ของวัตถุดิบได้ดี  และ รู้ว่า ควรทานรสอะไร  ก่อนที่จะทานอาหารคาว  
มะเขือเทศลอกเปลือกออก เนื้อสดจนเด้ง รสเปรี้ยวนำหวาน  ตัดกับ รสของ มอสซาเลร่าชีส ที่ออก เฝื่อนๆ  และ แทรกมาด้วย รสหวานอมเปรี้ยวเล็กน้อย ของ มะม่วง
โอวววววววว  ....  จานนี้  ต้องบอกว่า    " it's must "      เลยครับ

Spaghetti Becon , Garlic , Chilli    ..........    ชื่ออาหารจานนี้  ตรงตัว โดยไม่ต้องอธิบายเลยว่า ใส่อะไรบ้างครับ  ...  ทีสำคัญ  การลวกเส้น สปาเก็ตตี้ ของเชฟ ลวกได้สุกพอดี เป๊ะ  หรือ แบบที่ฝรั่งเรียกว่า al dente   ....    ส่วนรสชาติของหน้าซ้อส  ต้องบอกว่า  จัดจ้านเร้าใจ ถูกใจ คนไทยแน่นอน ครับ













Becon , Galic , Butter , Cheese  in Trotialia Bread   ...........   เมนูอาหารทานเล่น  ที่ชื่อยาวและเข้าใจง่ายดีครับ  โดยเฉพาะชื่อ ภาษาไทย ของเมนูนี้   " โรตี , กระเทียม , เนย , ชีส "
ชื่อมันส์ ดีนะครับ  ...  จานนี้เป็นแป้งแบบ เม็กซิกัน หรือ ทางตอนใต้ของยุโรป ก็นิยมทำกันครับ  ...  แป้งอร่อย เข้ากับชีสและกระเทียมดีครับ  ทานเล่น แกล้มไวน์ แกล้มเบียร์ ระหว่างรอออาหาร ก็เข้าท่าดีครับ

Australian Black Angus Rib Eye   ............   เนื้อริบอาย  สายพันธ์ออสเตรเลี่ยนแองกัส  เนื้อนุ่ม  ชิ้นกำลังดี  น้ำหนักน่าจะประมาณ 200 กว่ากรัม  ...  ย่างมาได้ตามที่สั่งพอดีเลยครับ  ผมสั่ง  medium  ก็ได้ตามสั่งครับ  ....  แต่ที่ชอบก็คือ  สไตลส์การย่างที่ด้านนอกเกรียมแต่ด้านใน  medium  ... ประทับใจจานนี้ ตามแบบที่ผมบอกไว้ด้านบน ว่า เชฟเรวัติ แกเป็นเชฟที่ ทำซ้อส  ทำเกรวี่  ได้อร่อยถูกใจ ผมจริงๆ ครับ

New Zealand  Lanp chops  ...........   เนื้อแกะ ออสเตรเลี่ยน นุ่ม หมักมา รสกลมกล่อมดีครัย   ...  จานนี้ก็อีกเช่นกันครับ  ที่  เกรวี่ และ ซ้อส อร่อยและเข้ากันกับ อาหารหลักมากเลยครับ  ... แต่ที่เด็ดกว่านั้น น่าจะเป็น  side dish  ที่วางบนจาน  ผมจำไม่ได้ว่ามีส่วนผสมอะไรมาก เท่าที่จำได้มีมะเขือม่วง  ที่จำไม่ได้เพราะ ผมทานside dish  หมดภายในพริบตา ครับ

ยังมีอาหารอีกหลายอย่างที่ผมยังไม่ได้ลอง  แต่เท่าที่ทานก็พอจะเข้าใจได้ว่า ต้องอร่อยไม่แพ้ จานที่ลองมาแล้ว แน่ๆ  เลยครับ  ....  อาหารร้านนี้ ต้องถือว่า  เป็นอาหารฝรั่งที่ถูกมากเมื่อเทียบกับคุณภาพและรสชาติ
ร้านนี้เป็น ร้านธรรมดาๆ อยู่ข้างตลาด ใน แม่ริมพลาซ่า ...  เป็นร้าน  open air  (ไม่จำเป็นต้องติดแอร์ครับ  เพราะอากาศแถวนั้น สบายอยู่แล้วครับ)  
ร้านนี้ อยู่ซอยเดียวกับ ทางเข้าโรงแรม Four Seasons  ครับ ... ถ้าเข้ามาจากแยกด้านถนนแม่ริม  (ก่อนแยกใหญ่ที่เลี้ยวขึ้นน้ำตก แม่สา)  เข้ามา จนก่อนถึง คลองชลประทานซัก 200 เมตร จะอยู่ขวามือ  สังเกตุป้ายทางเข้า   " แม่ริม พลาซ่า "  ครับ

ร้านนี้เปิด   จันทร์ ถึง เสาร์   ตั้งแต่เวลา   11.00 น.   -   20.00 น.
ปิด   ทุกวันอาทิตย์   
โทร    081-256-7292


แผนที่ร้านอาหาร ทั้งหมดที่ผมเขียนแนะนำ ไว้ใน   " แนะนำ ร้านอาหารอร่อย โดยป๋าปึกส์ "
https://mapsengine.google.com/map/edit?authuser=0&hl=en&mid=zi7qOsZPeff0.kmjHpvkh5cmM



ป๋าปึกส์
17/07/2557
ขอแนะนำ ร้านโปรดของผู้เขียน
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2010/11/tengoku-1.html
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2010/11/tengoku-2.html
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2011/05/tengoku-de-cuisine.html

ติดตาม คอลัมน์ แนะนำร้านอาหารอร่อย โดย ป๋าปึกส์ ได้ทุกวันใน  Facebook


ได้ที่  : http://www.facebook.com/SuebsaengSun


วันอังคารที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

ข้าวต้ม ตันโพธิ์ ... ถนน ทุ่งโฮเต็ล ... เชียงใหม่

 ข้าวต้ม ตันโพธิ์  ... ถนน ทุ่งโฮเต็ล  ...  เชียงใหม่










ร้านข้าวต้ม เก่าแก่ ย่านถนนทุ่งโฮเต็ล  ....  ร้านข้าวต้ม อร่อย และ ราคาสุดคุ้ม ขวัญใจ คนทำงาน
ผมไปทาน ข้าวต้มร้านนี้ ครั้งแรกเมื่อประมาณ 12-13 ปีที่แล้วครับ
ช่วงนั้นผมทำงานในหน้าที่  ดูแลควมคุมงานก่อสร้าง โรงแรมยักษ์ใหญ่ ของเมืองเชียงใหม่  แถวๆ ซอยวัดบวกครกหลวง บนถนน เชียงใหม่-สันกำแพง
จำได้ว่า ตอนผมไปทาน ข้าวต้มร้านนี้ ครั้งแรกก็มี  สล่า  หรือ นายช่าง (ในภาษาเมือง)   เป็นคนชวนผมไปทาน  ..  ตั้งแต่สมัย ร้านนี้ยังเป็นเพิง เล็ก อยู่ริมลำเหมือง  ข้างลานต้นโพธิ์  ...  ตีนสพาน ตรงปากทางเข้าถนน ทุ่งโฮเต็ล ทางด้าน สถานีรถไฟ   (ตอนนี้ ที่แปลงเดิม กำลังสร้างอะไรไม่ทราบ เป็นตึกใหญ่โต  ...  ร้านนี้เลย ย้าย ร่น เข้าไปใน ซอยเดิม  ที่มีต้นโพธิ์อยู่ปากซอย และ ตีนสพานอันเดิม ครับ)
ข้าวต้ม ร้านนี้ เป็นร้านประจำ และ ขวัญใจ  ของเหล่า สล่า และ คนทำงาน ที่เข้ามาทำงานในเมือง  ที่เติมพลังกัน  ก่อนที่จะเริ่มทำงาน
ที่ผมบอกว่า  เป็นขวัญใจ ก็มี 2 สาเหตุด้วยกันครับ
อันดับแรก  ...  แน่นอนเลยครับ  ต้อง  อร่อย ครับ  .. ถ้าไม่อร่อย คนคงไม่กลับมาทานกันบ่อยๆ
อันดับที่สอง ...  ราคา ครับ  ....  ราคาอาหารร้านนี้ น่าประทับใจจริงๆครับ
ราคาอาหารทุกวันนี้ ยังคงเริ่มต้นที่  จานละ 10 บาท ขึ้นไป  (กรุณาดูราคาอาหาร ตามในรูปด้านล่าง ครับ)












ร้านนี้เปิดตั้งแต่ เช้า ประมาณ 7 โมง เลยไปจนถึงมื้อเที่ยง
มี อาหาร และ  กับข้าว   ที่ทานได้ทั้ง กับ ข้าวต้ม และ ข้าวสวย
รายการอาหารมีมากมายหลายอย่างจริงๆ ครับ  ...  ราคา  ก็ขึ้นอยู่กับ วัตถุดิบ
เท่าที่ผมสังเกตุ พอจะเดาได้ว่า ราคาขึ้นอยู่กับ วัตถุดิบ ดังนี้ ครับ
วัตถุดิบ  ที่หาได้ในท้องถิ่น  ราคาจะอยู่ที่  จานละ 10 บาทเท่านั้นครับ
ถ้าเป็น พวกเนื้อสัตว์  ก็จะมี ราคาอยู่ที่ประมาณ  25 บาท
ส่วน วัตถุดิบ จำพวกที่ต้อง  อิมพอร์ท จากท้องถิ่นอื่นๆ ...  ก็ ราคาจะเป็นไปตามราคาต้นทุน  แต่สูงสุดก็ไม่เกิน 40 บาทครับ
อาหารอร่อย ใช้ได้แทบทุกอย่างครับ
ร้านนี้เป็นพี่น้อง กับ ร้านข้าวต้ม ย่านอาเขต หรือ แถวๆ สถานีขนส่ง ข้างแยกศาลเด็ก ครับ
ทีเด็ดของร้านนี้ ผมว่าอยู่ที่    " น้ำจิ้ม  รสเด็ด "   ที่ทานได้กับ กับข้าวทุกจานครับ













จับฉ่าย   ..........  ผักกาด ผักคะน้า และ อีกหลายๆชนิด ต้มกับ น้ำซุป รสพะโล้ หอมอร่อยดีครับ  ..  ผักก็สุกกำลังดี  จานนี้ผมชอบสั่งให้ใส่ ขาหมูพะโล้ มาพร้อมกันเลยในจานเดียวกันครับ

ต้มมะระ ซี่โครงหมู  ...........  มะระต้ม รวมกับ ผักกาดดอง  รสชาติกลมกล่อมดีครับ  .. ซี่โครงหมูก็เปื่อยดีครับ

เลือด และ ไข่ พะโล้   ..........  พะโล้ ร้านนี้ มีให้เลือกหลากหลายนะครับ  ทั้ง ขาหมู , ลิ้น , ไส้ , กระเพาะ  , เลือด , ไข่  ฯลฯ  ...  แต่ที่ผมเลือก  เลือดและไข่  ก็เป็นไปตามวัยครับ  ขี้เกียจเคี้ยว และ กลัวจะย่อยยาก ครับ  ...  น้ำจิ้ม สามรส ของ ร้านนี้ ช่วยขับให้ อาหารพะโล้ทุกจานของที่นี่ เป็นพระเอกเลยครับ

ยำไข่เค็ม   ...........   ไข่เค็มสีสวย รสชาติเค็มกำลังดี  ยำมาพร้อมเครื่องยำ ที่ชอบก็ตรงเค้าใส่ หอมแดงมาด้วยครับ  แถมมีมะนาวแถมมาให้อีกซีกนึง เผื่อคนชอบเปรี้ยว












ยังมี รายการอาหารอีกหลายๆ อย่างที่อร่อยครับ
ทั้ง   ปลาเค็ม  ,  ปลาสลิด  ,  กุนเชียง  ,  ไก่ต้ม  ,  หมูกรอบ  ,  ยำไข่เยี่ยวม้า  ฯลฯ
กับข้าวมีให้เลือกกว่า 20 อย่างเลยทีเดียวครับ
ส่วนข้าว  ก็มีให้เลือก ทั้ง ข้าวต้ม และ ข้าวสวย ครับ
เที่ยวนี้ผม ไปทานกับ ภรรยา กัน 2 คน  กับข้าว 5 อย่าง พร้อมข้าวต้ม
ตอนคิดตังค์  ภรรยาผมตกใจเลยครับ  ทั้งหมด จ่ายแบ้งค์ 100 ไป ยังได้ตังค์ทอนเลยครับ












ร้านนี้ หาไม่ยากครับ  ....  ถ้าขับรถมาจากในเมือง ข้ามสพาน นวรัฐ  มุ่งหน้ามาทางสถานีรถไฟเชียงใหม่  ..  พอถึงทางแยกเข้าสถานี ไม่ต้องเข้าไปนะครับ  ตรงไปอีกนิดเดียว แล้ว ชิดซ้าย แล้วเลี้ยวซ้าย ตรงไฟแดง  เข้ามายังถนน ทุ่งโฮเต็ล  เลยครับ  ...   เข้ามา 100 กว่าเมตร จะมีสพานเล็กๆอยู่อันนึง จะเห็น ต้นโพธิ์  ต้นใหญ่ อยู่ตีนสพาน  ....   นั่นแหละครับ  ... เลี้ยวขวา ตรงตีนสพาน เข้าไปเลยครับ  ...  ด้านใน มีที่จอดรถ ครับ
อาหารอร่อย  ราคาถูก ครับ  .....  อ้อ  ....  อย่าไปทานทุกวันนะครับ  เดี๋ยวจะรวยไม่รู้เรื่อง ครับ  5555




แผนที่ร้านอาหาร ทั้งหมดที่ผมเขียนแนะนำ ไว้ใน   " แนะนำ ร้านอาหารอร่อย โดยป๋าปึกส์ "
https://mapsengine.google.com/map/edit?authuser=0&hl=en&mid=zi7qOsZPeff0.kmjHpvkh5cmM



ป๋าปึกส์
15/07/2557
ขอแนะนำ ร้านโปรดของผู้เขียน
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2010/11/tengoku-1.html
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2010/11/tengoku-2.html
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2011/05/tengoku-de-cuisine.html

ติดตาม คอลัมน์ แนะนำร้านอาหารอร่อย โดย ป๋าปึกส์ ได้ทุกวันใน  Facebook


ได้ที่  : http://www.facebook.com/SuebsaengSun





วันจันทร์ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2557

แหลมหิน ซีฟู้ด .... ภูเก็ต

แหลมหิน ซีฟู้ด  ....   ภูเก็ต



" ฉันคิดไปเป็นชาวเกาะ  ....  มีชีวิตกลางแดดและคลื่นลม  ....  จะจูบอำลาสังคมแสงสีในเมืองนภา
**   หากเบื่อชีวิตในเมืองกรุง  ....  และคิดใจมุ่งแสวงหา  ....  มีธรรมชาติในวิญญาตามฉันมาเป็นชาวเกาะเอย
***   ชั่วชีวิตในเมืองกรุง  ....  ทำกันวุ่นคิดกันแทบบ้า  ....  แรงเอาแลกพอที่ได้มาดูมันไร้ค่าเวลาเสียเอย "

อย่าเพิ่ง งง  นะครับ    ผมไม่ได้มาเขียนเรื่อง เพลง  หรือ มาแต่งกลอน อะไรทั้งสิ้น นะครับ
แต่ผมว่า  คนที่อยู่ในวัยใกล้เคียงกันกับผม   ก็น่าจะพอคุ้นเคยกับเพลงนี้ นะครับ
เวลา  ผมไปเที่ยวทะเล  โดยเฉพาะ ไปเที่ยว เมืองที่เป็นเกาะ ทีไร   ก็มักจะนั่ง  ฮัมเพลงๆนี้  ...  เวลาที่นั่งรถผ่าน ชายทะเล หรือ ชายหาดแทบทุกครั้ง เลยครับ
ขนาดกำลังนั่งเขียนแนะนำ ร้านอาหาร ร้านนี้ ... ยังนั่ง ฮัมเพลงนี้ ไปด้วยเลยครับ  ...  55555
เผอิญ ร้านอาหารทะเล ที่จะแนะนำร้านนี้อยู่ ริมทะเลครับ  อยู่ในทะเลใน ของ เกาะภูเก็ต ครับ













ผมชอบไปเที่ยว ภูเก็ต เพราะว่ารู้จักเพื่อนๆ ชาวภูเก็ต เยอะทีเดียวครับ
ไปทีไร เพื่อนๆ ก็หาร้านอร่อยๆ  ใหม่ๆ มาแนะนำ หรือไม่ ก็มารับ ไปทานอยู่เป็นประจำครับ
ผมมาเที่ยว ภูเก็ต นับสิบเที่ยวเห็นจะได้  แต่ไม่เคยมาทาน ร้านเก่าแก่ร้านนี้เลยซักทีครับ   ส่วนมากเวลามาทีไร ก็ไม่ค่อยได้เลือกร้านที่จะไปทานเท่าไหร่นักครับ  ...  ส่วนใหญ่ พรรคพวกเป็นคนเลือก ร้านมาให้ผมไปทานหมดทุกครั้งเลยครับ
" แหลมหิน ซีฟู้ด "    ร้านอาหารทะเลเก่าแก่ ร้านนึงของเมืองภูเก็ตเลยทีเดียวครับ  
 ตั้งอยู่ริมหาด แหลมหิน  บนชายฝั่งตะวันออก ของเกาะภูเก็ต ที่เป็นท่าเรือสู่ เกาะมะพร้าว
ร้านนี้มีระเบียงยื่นไปในทะเล  บรรยากาศยามเย็น เหมาะกับการสังสรรค์ ดีซะเหลือเกินครับ
อาหารทะเลสดๆ  ...  เครื่องดื่มเย็นๆ  ...  ทานไปมองดูเรือไป   ตกเย็นจะเห็นเต็มไปด้วย นักท่องเที่ยวที่กลับจาก การไปเที่เกาะแก่ง ต่างๆ
แน่นอน ครับ  .....  มาร้านนี้ ต้องอาหารทะเล ล้วนๆครับ
ที่สำคัญ ทางร้าน เค้ามีกระชังปลา กลางทะเล ที่เรียงราย ระหว่าง ท่าเรือแหลมหิน กับ เกาะมะพร้าว
เพื่อเก็บ กุ้ง หอย ปู ปลา  สดๆ   มาไว้บริการลูกค้าที่ร้านเองอีกต่างหากครับ

สำหรับรายการอาหารร้านนี้ ที่  ไม่ควรพลาดมีดังนี้ ครับ 

ปูม้านึ่ง   ...........   แน่นอนครับ  มาร้านริมทะเลแบบนี้  ไม่ทานปูม้านึ่ง ดูจะขาดอะไรไปซักอย่าแน่นอนครับ ...  ปูม้า จากท้องทะเลอันดามัน  ผมว่าให้รสชาติที่แปลกและแตกต่าง กันกับ ปูม้าในอ่าวไทย พอสมควรเลยครับ  ....  ปูนานาชนิด ในฝั่งอันดามัน ดูเหมือนจะ  เนื้อหวานกว่า ปูในฝั่งอ่าวไทยบ้างเล็กน้อย ...  น่าจะเป็นเพราะอุณหภูมิของน้ำ ทีแตกต่างกันมั้งครับ  ...  ปูแต่ละตัว  เป้งๆทั้งนั้นเลยครับ  นึ่งมาสดๆ เนื้อแน่น  จิ้มกับน้ำจิ้มสามรส  ของร้านนี้เข้าไปหน่อย  ... เล่นเอา  ฝรั่งเพื่อนผม ทานเข้าไปแล้ว  ร้องอุทานเป็นภาษาใต้เลยครับว่า    " หร๋อย จั่ง หู๋ส์สสสส "













หอยแมงภู่อบ   ..........  อีกชนิดนึง  ที่สดจนเนื้อหวานครับ  ขนาดหอยไม่ใหญ่มากนัก  แต่ก็ดีตรง ภู่ ของหอย  ก็อันเล็กลงด้วยครับ   ...  อบหม้อดินโรยหน้ามาด้วย โหระพา  อร่อยชื่นใจดีครับ

น้ำพริกกุ้งเสียบ   ..........  อีกหนึ่งเมนูที่ขาดไม่ได้เวลามาเที่ยวเกาะภูเก็ต เลยครับ  ... ไม่ว่าร้านอาหารทะเล  ร้านอาหารปักษ์ใต้ จะเป็นในเมือง หรือ ชายทะเล ก็มีเมนูนี้  แทบทุกร้านเลยครับ  จะเรียกว่า อาหารประจำเมืองภูเก็ต ก็น่าจะได้  ...  แต่  ผมว่า น้ำพริกกุ้งเสียบ  จะต่างกันก็ตรง  รสชาติของ น้ำพริก นี่แหละครับ  ...  น้ำพริกของร้านนี้  เค้าเลือกใช้ กะปิอย่างดี  กลิ่นหอมฉุย  รสชาติน้ำพริก จะมีรสเปรี้ยวนำหน้า แทรกมากับ รสเค็ม เล็กน้อย ...  ช่วยทำให้ รสชาติของ กุ้งเสียบที่กรอบๆ  เด่นขึ้นมาอีกเยอะทีเดียวครับ  ...  น้ำพริกกุ้งเสียบเสิร์ฟมาพร้อมกันกับผักนานาชนิด  ...  แต่ที่เด็ดที่สุดก็   ถั่วงอกดอง  นีแหละครับ  ...  เป็นถั่วงอกที่ปลูกจากถั่วลิสงชนิดนึง เอามาดองออกรสเปรี้ยวนำเค็ม   ทานกับน้ำพริกกุ้งเสียบ ช่างเข้ากันดี  เหลือเกินครับ













หอยหวานผัดน้ำพริกเผา  ..........  หอยหวาน สดๆ มาผัดกับน้ำพริกเผาที่ปรุงรสมาอย่างลงตัว  ..  รสชาติดี  หอยหวาน  สุกกำลังดีเลยครับ  ...  น้ำผัด อร่อยกลมกล่อมสุดยอดครับ
จานนี้นี่แหละครับ  ที่เล่นเอาซะผมต้องปลดตะขอกางเกงเลยครับ   ก็แค่เอาน้ำผัด ที่ผัดกับน้ำพริกเผาราดบนข้าวสวยร้อนๆ  ผมก็จัดการ ข้าว ไปเกลี้ยง ซะหนึ่งจานแล้วครับ  ....  อย่าลืมสั่งมาลองนะครับ

ปลากระพงทอดน้ำปลา   ..........   จานนี้ผมเสียดายมากครับ  ทั้งโต๊ะไปกัน 12 คน ผมดันสั่งมาแค่ 2 ที่  ... พออาหารเริ่มยกมาวางบนโต๊ะ  2-3 อย่าง   ผมก็มัวแต่ถ่ายรูปอาหาร  ...  พอหันกลับมาดูอีกที  มีเหลือให้ผมพอดีคำเลยครับ  ...  แค่พอตักชิม ไม่ต้อง ราดน้ำยำ ไม่ต้องจิ้มน้ำจิ้ม ก็อร่อย จนหันไปบอกเด็กเสิร์ฟทันที ว่า    " น้อง จัดมาอีกหนึ่ง "  เลยทีเดียวครับ

แกงส้มเนื้อปลา ใส่ยอดมะพร้าว   ...........  บางแห่งก็เรียกแกงแบบนี้ว่า แกงส้ม ... บางแห่งก็เรียกว่า แกงเหลือง  ...   แต่ไม่ว่าใครจะเรียกว่าอะไร  ผมไม่ค่อยสนใจเท่าไหร่ครับ  ผมสนใจอย่างเดียวเท่านั้นครับ  จานนี้ลืมสั่งไม่ได้โดยเด็ดขาดครับ  .... รสชาติ เร้าใจ สะใจ จัดจ้านเข้มข้น ดีจริงๆ ครับ  ... แนะนำว่า ต้องสั่ง เบือทอด หรือ ไข่เจียว มาเป็นตัวช่วยเลยครับ

เบือทอด   ..........  อาหารพื้นเมืองของเมืองชายทะเลอันดามันแถบนี้เลยครับ  ..  เบือ เป็น ส่วนผสมหลักระหว่า  กุ้งและหญ้าช้อง  แล้วเอาไปผสมแป้งทอด จิ้มกับ น้ำจิ้ม บ๊วยเจี่ย เข้ากันดีครับ  เหมาะสำหรับ ทานแก้กันดี กับ แกงเผ็ดๆ ของอาหารใต้อย่างยิ่งครับ    

ยังมีรายการอาหารอีกหลายอย่างที่ไม่ได้ทานเที่ยวนี้ครับ  แต่เท่าที่ลิ้มรสมือพ่อครัวร้านนี้แล้ว มั่นใจว่า น่าจะอร่อยทุกจานครับ   ....   สนนราคา กำลังดีครับ  คุ้สและไม่แพง เมื่อเทียบกับ รสชาติและ ความสดครับ

ร้านนี้เปิด บริการทุกวันครับ  ตั้งแต่  10.00 น.   -   22.00 น.
ไปไม่ถูกจะถามทาง หรือ สำรองที่นั่ง ก็โทรไปที่     076-239-357  


แผนที่ร้านอาหาร ทั้งหมดที่ผมเขียนแนะนำ ไว้ใน   " แนะนำ ร้านอาหารอร่อย โดยป๋าปึกส์ "
https://mapsengine.google.com/map/edit?authuser=0&hl=en&mid=zi7qOsZPeff0.kmjHpvkh5cmM



ป๋าปึกส์
23/06/2557
ขอแนะนำ ร้านโปรดของผู้เขียน
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2010/11/tengoku-1.html
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2010/11/tengoku-2.html
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2011/05/tengoku-de-cuisine.html

ติดตาม คอลัมน์ แนะนำร้านอาหารอร่อย โดย ป๋าปึกส์ ได้ทุกวันใน  Facebook
ได้ที่  : http://www.facebook.com/SuebsaengSun



วันศุกร์ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2557

ตำแซบ พันนัว ... หลัง ม.พายัพ ... เชียงใหม่

ตำแซบ พันนัว ... หลัง ม.พายัพ ... เชียงใหม่


" ตำแซบ ตำนัว "   ......   ชื่อร้าน ก็ค่อนข้าง จะบอกชัดเจน อยู่แล้วนะครับ ว่า ต้องมี ส้มตำ เป็นอาหารหลัก ของร้าน
ส้มตำ เป็นอาหารคาว ที่มีถิ่นกำเนิด มาจาก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของ ไทย และ ประเทศลาว
ส้มตำ  หรือ ในภาษาลาว เรียกว่า ตำหมากหุ่ง (หมากหุ่ง หมายถึง มะละกอ)  
ส้มตำ ... ที่เรารู้จักกันในบ้านเรา ส่วนใหญ่  จะนำ มะละกอดิบ มาขูด หรือ มาสับเป็นเส้น แล้วนำมาตำในครก กับ มะเขือเทศลูกเล็ก , ถั่วลิสงคั่ว , กุ้งแห้ง , พริก , กระเทียม
ปรุงรสด้วย น้ำตาลปิ๊บ น้ำปลา ปูดอง ปลาร้า ให้มีรส เปรี้ยว เผ็ด เค็ม
นิยมทานกับ ข้าวเหนียว , ขนมเส้น (ขนมจีน) และ ผักสด
ส่วน  ส้มตำ ... ในประเทศลาว จะเลือกใช้วิธีการทำ มะละกอ ที่แตกต่างกับของไทย ก็ตรง การหั่นมะละกอ โดย ฝานเป็นแผ่น แทน การขูดหรือ สับ เป็นเส้น
ส่วนเครื่องปรุง และ วิธีการทำ ค่อนข้างเหมือนและคล้ายกัน
แตกต่างกันเล็กน้อยที่รสชาติ ที่ ส้มตำไทย โดยเฉพาะ ส้มตำอิสาน  ซึ่ง จะจัดจ้าน และ เข้มข้น และ เผ็ดแบบดุดันมากกว่า












ระยะหลังๆ  ในช่วงประมาณ 10 ปีที่ผ่านมา  ในบ้านเราเกิดความนิยม ทานส้มตำกันอย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะในกลุ่มผู้หญิง  โดยเฉพาะ หนุ่มๆ สาวๆ  ที่หันมานิยมรับประทาน เพราะมองว่า ส่วนผสมและเครื่องปรุง ที่ใช้ในการทำส้มตำ ไม่ค่อยมี วัตถุดิบ ที่ทำให้เป็นต้นตอการเกิดของ โรคอ้วน เท่าไหร่นัก
ร้านส้มตำ เริ่มเปิดกันทุกหัวระแหง ทุกมุมเมือง
แต่ ส้มตำ ที่ค่อนข้าง ได้รับความนิยมที่สุด  ก็ น่าจะเป็น   " ส้มตำอิสาน "    รสจัดจ้าน  ที่มี ปูนาดอง และ ปลาร้า
จนมาเมื่อซักประมาณ 5-6 ปีที่ผ่านมา   ...  เริ่มมี  ส้มตำลาว และ ส้มตำหลวงพระบาง เข้ามาได้รับความนิยมมากขึ้น มาเรื่อยๆ  ...  จนในปัจจุบัน มีร้านส้มตำ หลวงพระบาง  ส้มตำลาว เริ่มเปิดกิจการในเมืองหลวง และ ในเมืองใหญ่ๆ  โดยเฉพาะเมืองที่เป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัย  คงเนื่องจาก คนวัยกำลังศึกษา เป็น กลุ่มเป้าหมายหลัก ของ ตลาดส้มตำ มั้งครับ
ผมเอง เคยทานส้มตำลาวครั้งแรก ที่ หลวงพระบาง เมื่อเกือบ 10 ปีที่แล้ว  ...  ครั้งแรกที่เห็น ก็รู้สึกแปลกๆ  กับ เส้นมะละกอ ที่ฝานบางๆ เป็นแผ่นๆ  และ สีของน้ำส้มตำ ที่ค่อนข้างออกสีเทาดำ  แต่สิ่งที่เย้ายวนที่สุดเห็นจะเป็นเรื่องของ กลิ่นส้มตำ  ที่ใส่ปลาร้า













เมื่อซัก อาทิตย์ที่แล้ว มีลูกน้องเก่า คนนึงที่เคยไป หลวงพระบางกับผม มาบอกผมว่า
" ป๋า .... มีร้านส้มตำลาว ร้านนึง เปิดมาไม่นาน อยู่หลัง ม.พายัพ  .. อร่อยเหมือนร้านที่พวกเราไปทาน ที่หลวงพระบาง เลย ครับป๋า "
เท่านั้นเอง ครับ  .....  ผมตรงไปลองเลยครับ
และ เป็นเรื่อง บังเอิญเหลือเกินครับ  ... ก่อนที่ผมจะไปทาน ร้านนี้ สองสามวัน ผมไปเดินหาซื้อสุขภัณฑ์ เพื่อใส่บ้านผม ระหว่างเดินซื้อของ มีผู้ชายคนนึง เดินผ่านแล้ว ยิ้มให้ผม (ตอนแรก นึกว่า เอาละบ๊ะเฮ้ย ..  มีผู้ชายมายิ้มให้ด้วย เฟร้ย 5555)   แกยิ้มให้ผม แล้วเดินเข้ามาทักเลยครับ   " ป๋าปึกส์ รึเปล่าครับ "  ...  โอวววว   โล่งอกไปครับ  555
แกบอกว่าแกเป็น  Fanclub ของผม อ่าน Facebook ผมเรื่องแนะนำ ร้านอาหารทุกวัน  ...  แกจัดแจงแนะนำ ตัวเองเลยครับ  ...  " ผมชื่อ ช้าง ครับ  .. ผมเป็นคนลาวครับ ติดตามป๋ามาตลอด ตอนนี้มาเปิด ร้านส้มตำอยู่หลัง ม.พายัพ นี่เองครับ  อยากให้ ป๋า ลองไปชิม ซักครั้งนึงครับ อร่อยถูกใจ หรือไม่ ไม่เป็นไร ครับ  แค่อยากให้อยากชิมครับ "
นี่แหละ ครับ  คนลาว ครับ  เว้ากันซื่อๆ  ไม่มีอ้อมค้อม ครับ ... ผมเลยขอเบอร์แก และ บอกแกเลยว่า  " ห้ามเลี้ยงผมนะ เพราะผมมีตังค์ "   ...  แกหัวเราะ ลั่น โฮมสุขภัณฑ์ เลยครับ  
ผมไปทานครั้งแรก วันรุ่งขึ้นเลยครับ   แล้วเอารูปมา Post  ลงใน Facebook  แต่ยังไม่ได้เขียน

เมื่อวานตอนเย็น  ผมไปอีกรอบนึงครับ
พอไปถึง ร้าน  เห็นเจ้าของร้าน นั่งอยู่ในร้าน  ผมเลยบอกเด็ก ให้ไปเชิญ  คุณช้าง มานั่งคุย และ นั่งทานด้วยกันเลยครับ
ผมไปพร้อมกับ  เจ้าโอ๋ (สถาปนิก นักชิม ที่ไปชิมกันมากว่า 50% ของร้านในเชียงใหม่ ที่เขียนมาทั้งหมดครับ)   ก็เลย สั่งกันแบบไม่ยั้งเลยครับ  แล้วก้อ  อร่อย แบบไม่ผิดหวังเลยครับ
ตอนสั่ง กำชับบอก เสี่ยช้าง (เจ้าของร้าน) ไว้ว่า  ถ้าคุณไม่คิดเงินผม  ต่อให้อร่อยแค่ไหน ผมก็ไม่เขียนครับ  ....  เสี่ยช้าง  แกชอบใจใหญ่ครับ  แกบอกว่า  คนไทยก็  คือ คือ กับ คนลาวนะครับ เว้ากัน ซื่อ ซื่อ ดีครับ












ส้มตำหลวงพระบาง   ..........   ส้มตำที่ใช้มะละกอฝาน เป็นแผ่นบางๆ  คลุกเคล้าและตำ จนน้ำตำสีออกเทาดำ  หอมกลิ่นปลาร้าฟุ้ง มาเลยครับ
หอมจน ผมต้องหันไปถาม   คุณช้าง(เจ้าของ)  ว่า    " ใช้ปลาร้า จากที่ไหน "
แกบอกว่า   " Import ครับป๋า  ส่งตรงจากเวียงจันทร์  เพราะที่นั่นเข้าใช้ปลาจากธรรมชาติ มาทำปลาร้า ไม่ใช้ปลาเลี้ยงครับ รสชาติและกลิ่น จะดีกว่า ปลาเลี้ยงครับ "
ผมเห็นด้วยครับ  หอมและ อร่อยกว่าปลาร้าบ้านเาจริงๆ ครับ
รสชาติ กลมกล่อม แต่ไม่จัดจ้านเข้มข้น เหมือนส้มตำอิสาน บ้านเฮานะครับ  ...  แต่ทางร้านเค้ามี ส้มตำอีกหลายชนิด รวมไปถึง แบบ แซบ สุดๆ  ก็มีครับ

ตำถาด   ...........   ส้มตำ (สามารถเลือกชนิดของ ส้มตำได้ ตามสบายครับ)  ที่วางอยู่กลางถาด รายล้อมด้วยเครื่องเคียง  คล้ายๆ ออร์เดิฟเมือง ของบ้านเรา   ...  แต่จานนี้หลังจากทาน ส้มตำหลวงพระบาง จานแรกแล้วติดใจ เราก็เลยเลือกส้มตำแบบเดิม ซ้ำอีกครับ  ...  ส่วนเครื่องเคียงก็มี  จิ๊นส้ม(แหนม)  ,  หมูยอ , หมูทอด , แคบหมู , ขนมเส้น , หมี่คั่ว , ไข่ต้ม  และ คั่วหมี่
จานนี้ จริงๆแล้ว ถ้าไป สองคน  ก็น่าจะอิ่มเลยครับ  ...  แต่ผมสองคน ไม่อิ่มครับ  สั่งต่ออีกหลายอย่างครับ

พันปลาจุ่ม   ..........   จานนี้ คล้ายๆ จิ้มจุ่ม ผสมกั แหนมเนือง  ...  มีหม้อใส่น้ำซุป รสอร่อยสีน้ำตาลใส หอมกลิ่น สมุนไพร  ... เสิร์ฟมาพร้อม ปลาคัง แล่เป็นชิ้นบางๆ โรยหน้ามาด้วยไข่ไก่  และ เครื่องเคียง ที่มีทั้ง มะม่วงเปรี้ยว กระเทียม ขิง พริก แตงกวา ขนมเส้น ฯลฯ  ...  พร้อม แป้งห่อแบบแหนมเนือง และ ผักสด (เพี๊ยบ และ สดมากครับ)  ... และ น้ำจิ้ม 2 แบบ  .. แบบ original เป็น น้ำจิ้ม สัปปะรดตำ ใส่ ปลาร้า ปรุงรสด้วยพริก กระเทียม  อร่อยแบบ ถ้าไม่ลองต้องถือว่าพลาดเลยครับ  .. ส่วนน้ำจิ้มอีกชนิด เป็น น้ำจิ้มสามรส
วิธีทาน ก็ต้องเอา ปลาคังลงไปลวกในน้ำซุป  แล้วเอาลงมาวาง ในแผ่นแป้ง ใส่เครื่องเคียง ทั้งมะม่วง ขิง พริก กระเทียม  ราดด้วยน้ำจิ้ม สัปปะรด  ทานแกล้มกับผักสด  .....  โอวววววววว  หร๋อยจั่งหู๋ ครับ
ผมชอบน้ำซุป ตอนเราลวกปลาไปหมดแล้ว เอา  ขนมเส้นใส่ลงไป  ราดด้วยน้ำจิ้มสะปะรด  ... แซบอีหลี  จริงๆ ครับ  .. พวกผมสองคน ซดจนไม่มี น้ำซุปเหลือดติดหม้อ เลยครับ

ใส่อั่วตะไคร้  ...........   ไส้อั่วแบบลาว ใส่ใน ต้นตะไคร้ที่ผ่าออก แล้ว ยัดไส้อั่ว ลงไปด้านใน แล้วเอาไปทอด  ....  ความกลมกล่อมของรสชาติของไส้อั่ว กับ กลิ่นหอมๆ ของตะไคร้  ....  ไร้เทียมทานจริงๆ ครับ






ยังมีอาหารน่าทานอีกหลายอย่าง ที่ยังไม่ได้ลอง เที่ยวนี้ทานจนไม่มีพื้นที่ ในกระเพาะเหลืออีกแม้แต่น้อยครับ
ที่ เล็งๆว่า จะต้องมาลอง มีอีกหลายอย่างครับ  ทั้ง บี่บุ๊นหมู , ป่อเปี๊ยทอด , ป่อเปี๊ยสด , เฝอ ฯลฯ
มีอีกหลายรายการ ที่น่าลองครับ
ผมเล่าให้คุณช้าง  ฟังว่าตอนที่ผมมาครั้งแรก แล้วเอารูปมา Post  ลงใน Facebook
มีคนคอมเม้นท์ มาว่า  อาหารที่นี่ช้ามาก   และ   แพง
แต่ครั้งแรกที่ผมไปก็ไม่เห็นช้าอย่างที่เค้าว่ากัน
คุณช้าง   เล่าว่า ช่วงเปิดใหม่ๆ เค้าใช้นักศึกษา ที่มาทำงาน Part time  พอ มหาวิทยาลัย ปิดเทอม  คนก็ขาด อาจช้าไปบ้าง  ตอนนี้เค้าใช้พนักงานประจำ มาทำงานแล้ว  ฝากขออภัยมาด้วย
ส่วนเรื่อง ราคา ที่มีคนบ่นว่าแพง  ... ผมไม่ได้ถามครับ  ...  เพราะเท่าที่ทานแล้ว วัตถุดิบ ที่เค้าเลือกใช้ ผมมองว่า สมกับ ราคาครับ

ร้านนี้อยู่ที่  V-community   บนถนนวงแหวน  หลัง  ม.พายัพ เลยครับ
ร้านนี้เปิดตั้งแต่    10 โมงเช้า  ไปจนถึง  20.30 น.  เลยครับ
ช่วงเที่ยง คนค่อนขางเยอะมากนะครับ  ไปก่อนเที่ยง หรือ หลังเที่ยง น่าจะพอมีที่ว่างนะครับ
หรือ จะโทรไปจองที่นั่ง หน่อยก็ดีครับ     053-126-075   และ   089-758-4408

ลองเปิดดู รายละเอียด ของร้านนี้ ได้ที่
https://www.facebook.com/pages/ตำแซบ-พันนัว

ลองแวะไปชิมกันดู นะครับ


แผนที่ร้านอาหาร ทั้งหมดที่ผมเขียนแนะนำ ไว้ใน   " แนะนำ ร้านอาหารอร่อย โดยป๋าปึกส์ "
https://mapsengine.google.com/map/edit?authuser=0&hl=en&mid=zi7qOsZPeff0.kmjHpvkh5cmM




ป๋าปึกส์
20/06/2557


ขอแนะนำ ร้านโปรดของผู้เขียน
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2010/11/tengoku-1.html
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2010/11/tengoku-2.html
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2011/05/tengoku-de-cuisine.html

ติดตาม คอลัมน์ แนะนำร้านอาหารอร่อย โดย ป๋าปึกส์ ได้ทุกวันใน  Facebook
ได้ที่  : http://www.facebook.com/SuebsaengSun






วันจันทร์ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2557

ร้านอาหารปักษ์ใต้ พัทลุง .. ถนนเลียบคลองชลประทาน .. เชียงใหม่

ร้านอาหารปักษ์ใต้ พัทลุง  ..  ถนนเลียบคลองชลประทาน .. เชียงใหม่  












                             แกงไตปลา  ...  แกงเหลือง  ...  ปลาทอดขมิ้น  ...  คั่วกลิ้ง  ...  ผัดสะตอ  ...  ห่อหมก  ...  แกงส้ม  ฯลฯ  ..   รายการอาหารปักษ์ใต้  ยอดนิยมที่มีขาย  เหมือนกันเกือบทุกร้าน ใน ร้านอาหารปักษ์ใต้
แต่  แต่  แต่ .....   รสชาติจะต่างกันยังไง ?   ....  สัมผัสได้มั้ย ?
ต่างกันครับ  ........  สัมผัสได้ครับ
โดยเฉพาะ  คนที่ใช้ชีวิตอยู่ใน ภาคใต้ ของประเทศไทย
สำหรับ คนปักษ์ใต้แล้ว  ถ้าหากเข้าไปทานอาหารปักษ์ใต้แล้ว  ไม่เห็นป้ายร้าน ที่ระบุ ที่มาที่ไป ของร้านนั้นๆ  ...  ผมเชื่อว่า  เค้าพอจะคาดเดาได้ครับว่า   อาหารร้านนั้น  มีที่มา  มาจาก  จังหวัดไหน  ครับ
ด้วยรสชาติ  ...  ด้วยเครื่องแกง  ...  ด้วยเครื่องปรุง   ก็พอจะบอกเอกลักษณ์  ของ อาหารในแต่ละ จังหวัด ได้ครับ
ถ้าสังเกตุ ดีๆ  อาหารปักษ์ใต้  รสชาติ และ ความเข้มข้น  จะต่างกัน  จะคล้ายกัน ก็มาจากที่มา นีแหละครับ
ภูมิประเทศ ที่จังหวัดนั้นๆ ตั้งอยู่นะครับ  ... และ  คนส่วนใหญ่  ที่อาศัยอยู่ในจังหวัดนั้นๆ  ... จะเป็น ตัวแปร ของรสชาติอาหาร ในท้องถิ่น นั้นๆ ครับ














ที่ผมพอจะรู้เรื่อง  อาหารปักษ์ใต้  ก็เพราะ บรรพบุรุษของผม เป็นชาวปักษ์ใต้ ทั้งสองฝั่งเลยครับ
ทางด้าน คุณพ่อ ... เริ่มตั้งแต่รุ่น คุณทวด (ก๋ง)  เป็น ชาวปัตตานี  ครับ
ส่วนทางด้าน คุณแม่  เป็น คน สงขลา มาตั้งแต่รุ่นทวด (ก๋ง)  เช่นกันครับ
ทั้งพ่อและแม่ เป็น ข้าราชการ(แพทย์)  ที่ต้องย้ายที่ทำงานตามวาระ  ไปหลายๆจังหวัดในภาคใต้
แต่ท่านก็ส่งพวกผมเข้ามาเรียนใน โรงเรียนประจำ ที่กรุงเทพฯ  พอปิดเทอมพวกผม ก็กลับไปอยู่กับท่าน ทุกๆปิดเทอม  เลยมีโอกาสได้ สัมผัส การใช้ชีวิต และ การทานอาหารปักษ์ใต้ มาหลายจังหวัดเลยครับ
ผมพอจะแบ่ง ความคล้ายคลึง ของอาหารปักษ์ใต้ได้เป็น  โซนๆ ครับ
ระนอง .. พังงา .. ภูเก็ต .. กระบี่ (อันดามันตอนบน)
ตรัง .. สตูล  (อันดามันตอนล่าง)
สุราษฯ .. นครศรีฯ   (อ่าวไทยตอนกลาง)  ก็ คล้ายกันครับ
พัทลุง  ....  ไม่เหมือนใครเลยครับ
สงขลา   .. ปัตตานี .. ยะลา .. นราธิวาส  ก็ ต่างกันไปอีกครับ

ส่วน อาหารปักษ์ใต้ จาก พัทลุง ...  ผมว่าเป็นหนึ่งใน  อาหารปักษ์ใต้  ที่ ค่อนข้าง  จะใช้เครื่องเทศ เครื่องแกง ที่จัดจ้าน จนทำให้ รสชาติค่อนข้าง เข้มข้นดุดัน  ไม่แพ้อาหารปักษ์ใต้ ในจังหวัดอื่นๆ  เลยทีเดียวครับ
วันนี้ ผมเลย เอา  ร้านอาหารปักษ์ใต้ พัทลุง   มาแนะนำ ครับ













ร้านที่แนะนำวันนี้ เป็นร้านที่เป็น พี่น้อง กับ ร้านอาหารปักษ์ใต้พัทลุง ที่หลังตลาดต้นพยอม ด้านริม คันคลอง ชลประทาน  หรือ ที่ลูกค้าประจำ จะรู้จักกันอีกชื่อนึกว่า   " ร้านป้าตุ๊ก "
เมื่อ ซัก 2-3 ปีกว่าเห็นจะได้  ผมเจอ ป้าตุ๊ก ที่ร้านเดิม ...  ป้าตุ๊ก บอกผมว่า จะย้ายร้าน และ จะกลับไป พัทลุง  ... หลังจากนั้นผมก็ไม่ได้ลิ้มรสมือ ของป้าตุ๊กอีกเลย มานานกว่า 3 ปีแล้วครับ

จนมา ซัก 2 ปีที่แล้ว ขับรถผ่าน เส้นคันคลองชลประทาน จาก สนามกีฬา 700 ปี มุ่งหน้าเข้าเมือง  ... พอถึง แยกที่มีไฟแดงมาติดใหม่ เพื่อข้ามคันคลองไปทาง ช่างเคี่ยน  ก่อนถึงโค้ง หักศอก ที่แยก ทางขึ้นดอยสุเทพ  ....  ก็มองเห็นป้ายร้านนี้    " อาหารปักษ์ใต้ พัทลุง "   แล้วก็ไม่ได้แวะ ซักทีเลยครับ  เพราะผ่านทีไรก็ ทานข้าวมาแล้วทุกที ครับ

มาเมื่อ 3-4 วันที่ผ่านมา   .... ผมตั้งใจ ไปทานเลยครับ  ไปถึงตั้งแต่ก่อน 11 โมง
ไปถึงก็ได้มี โอกาสคุย กับ เจ้าของร้าน ที่ เป็นน้องชาย ของป้าตุ๊ก  ซึ่งบอกว่า ป้าตุ๊กกลับไปอยู่พัทลุงแล้ว  .....  แต่ไม่ได้เป็นอุปสรรคของ  ความอร่อยเลยครับ
น้องชายป้าตุ๊ก   ทำอาหารได้จัดจ้าน อร่อยไม่แพ้กันเลยครับ
ร้านนี้กว้างขวาง นั่งสบาย มีที่นั่งหลายสิบโต๊ะ  ... แต่แนะนำว่า ไปก่อนเที่ยงซักนิดนะครับ
ช่วงเที่ยง คนเยอะมากครับ
ส่วนอาหารของร้านนี้  ที่   ถ้าวันไหน ผมกลับไปอีกครั้ง   รับรองว่า จะไม่พลาดเลย    มีดังนี ครับ


แกงไตปลา  .........  จัดจ้าน เร้าใจ ครับ  แนะนำว่า ควรสั่งอะไรอย่าง พวกไข่พะโล้ หรือ หมูหวาน มาแก้เกี้ยวกับ ความจัดจ้านด้วยนะครับ

ปลาทอดขมิ้น   ..........  จานเด็ดของร้านนี้เลยครับ  ปลาสด ขนาดกำลังดี ถึงเครื่อง  แค่เอาขมิ้นกับกระเทียมทอด มาทานกับข้าว ยังอร่อยเลยครับ

หม่อหมก  .........  เครื่องแกง และ หัวกระทิ สัดส่วนกำลังดีเลยครับ หอมเครื่องแกง และ ได้รสมัน ของหัวกระทิ อร่อยแบบ สมดุลดีครับ

แกงขี้เหล็ก  .........  จานโปรดห้าดาว ของผมเลยครับ  จัดจ้าน ใบขี้เหล็กเยอะจุใจ  ดีครับ

น้ำพริกกะปิ  ...........   ทานคู่กับ ผักสดนานาชนิด ที่เสิร์ฟไว้บนโต๊ะ  รสเปรี้ยวนำหน้าเล็กน้อน จิ้มกับผักสดทานเปล่าๆ ยังอร่อยเลยครับ

แกงเหลือง  ...........  บอกคำเดียวครับ  อย่าพลาด ครับ

ต้มกระดูกหมู ผักกาดดอง   ...........  อาหาร คู่แก้ว คู่ขวัญ ของร้านอาหารปักษ์ใต้ ครับ
จานนี้เหมาะสำหรับ แก้ความร้อนแรง ของ อาหารร้านนี้ ที่สุดเลยครับ















ยังมีรายการอาหารอร่อย อีกหลายจานที่ผมยังไม่ได้ลอง  นับแล้วเกือบ  30 อย่าง เลยครับ
แต่เท่าที่ เคยทาน ฝีมือ ป้าตุ๊ก  กับ ฝีมื้อน้องชาย เจ้าของร้านนี้แล้ว  มั่นใจได้เลยครับ  ว่า  อร่อยจน ต้องร้อง   " หร๋อย จั่ง หู๋ "    แทบทุกอย่าง แน่ๆ ครับ

ร้านนี้เปิด    08.00 - 18.00 น.
โทร 087-1849556


แผนที่ร้านอาหาร ทั้งหมดที่ผมเขียนแนะนำ ไว้ใน   " แนะนำ ร้านอาหารอร่อย โดยป๋าปึกส์ "
https://mapsengine.google.com/map/edit?authuser=0&hl=en&mid=zi7qOsZPeff0.kmjHpvkh5cmM




ป๋าปึกส์
16/05/2557


ขอแนะนำ ร้านโปรดของผู้เขียน
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2010/11/tengoku-1.html
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2010/11/tengoku-2.html
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2011/05/tengoku-de-cuisine.html

ติดตาม คอลัมน์ แนะนำร้านอาหารอร่อย โดย ป๋าปึกส์ ได้ทุกวันใน  Facebook


ได้ที่  : http://www.facebook.com/SuebsaengSun