Translate

Share it

วันพฤหัสบดีที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2557

Indy's Cafe ... ที่หางดง ... เชียงใหม่

Indy's  Cafe   ...  ร้านอาหารฝรั่งเล็ก  รสชาติใหญ่ๆ  ที่หางดง  ...   เชียงใหม่


คำว่า   " อินดี้ "  หรือ  Indy  หรือ  Indies   เป็นคำย่อที่นิยมใช้แทน คำว่า  Independence
ซึ่ง แปลว่า     " อิสระ "
นิยม และ เริ่มเอาคำนี้มาใช้กัน ใน วงการเพลง ในต่างประเทศ  เช่น
Independent music    หมายถึง เพลง และ ดนตรี ที่ไม่ขึ้นกับ ค่ายเพลงหลัก  หรือ อีกนัยหนึ่ง หมายถึง  ค่ายเพลงอิสระ

แต่     " อินดี้ "     ที่ผมจะแนะนำ ในวันนี้  ไม่เกี่ยวกับ ดนตรีครับ   ....   แต่เป็น
ร้านอาหารเล็กๆ  ที่มี  เชฟ   ออกมาจากสังกัดเดิม  ...  มาเปิด ร้านอาหารฝรั่งเล็กๆ  เป็นของตัวเอง ครับ

ร้านนี้ผมได้รับการ แนะนำ และ ชักชวน  จากเพื่อน  (คุณเอก เจ้าของร้านแอนติค ชื่อดัง De Siam)   นักชิมตัวยง ที่ตระเวน ออกหาอะไรอร่อยๆ ทานแบบ ทุกวันเลยทีเดียวครับ  (แก ขี้เกียจทำอาหาร ครับ  555)
เท่าที่ทราบ  เจ้าของร้านนี้ เคยเป็นเชฟในโรงแรม ระดับ 5 ดาว  ที่ ลาออกมาหา ความอิสระ  และ ตามล่า ความฝันของตัวเอง  ...   มาเปิด ร้านอาหารเล็กๆ  ในห้องแถวชั้นเดียว ห้องเดียว  ในย่าน หางดง เมืองเชียงใหม่ นี่เองครับ















ร้านนี้ หาไม่ยากครับ  ถ้าเราเดินทางจากตัวเมืองเชียงใหม่  ไปทาง หางดง  ...  ขับผ่าน แยกวงแหวน  ผ่านทางแยกไป  พืชสวนโลก และ ไนท์ซาฟารี  ...  ขับตรงไป จนเห็น ป้าย ปั๊มน้ำมัน บางจาก (ปั๊มบางจาก มี ปั๊มเดียว บนถนนเส้นนี้ ครับ)  และ ปั๊ม ป.ต.ท.  (สองปั๊มนี้อยู่เกือบติดกันเลยครับ)    ก็ชลอความเร็ว แล้ว ชิดซ้ายเลยครับ  ...  พอสุด ปั๊มบางจาก จะมีซอย อยู่ ระหว่าง ปั๊มน้ำมัน ทั้ง 2 ครับ
เลี้ยวซ้ายเข้าไปเลยครับ  ตรงกลางของซอยนี้ เป็น ลำคลองระบายน้ำเล็กๆ   เข้าไปประมาณ  100 เมตร  จะเห็น ร้านนี้อยู่ทางด้านขวามือ ครับ

ก่อนมา ร้านนี้ผมได้รับการบอกเล่า จากคุณเอกว่า   ...   ร้านอาหารฝรั่งร้านนี้   บาทต่อบาท แล้ว  คุณภาพ รสชาติไม่แพ้ใคร แน่นอน  ....  แค่ฟังคำบอกเล่า เท่านั้นครับ  ผมรีบบึ่งรถ ไปแบบ กลืนน้ำลายไป ขับรถไป กันเลยทีเดียว ครับ

ไปถึง ร้าน  ....  เล็กจริงๆ ตามที่ได้รับการบอกเล่ามาครับ
แต่  ไม่ได้เล็กธรรมดา ๆ   นะครับ  ....  ต้องบอกว่า   " เล็กพริกขี้หนู "   เลยหละครับ
จากห้องแถว ชั้นเดียวเล็กๆ  ธรรมดาๆ  ...  ตกแต่ง ใหม่ จนทำให้ได้ความรู้สึกที่แตกต่าง ไปจาก ร้านในห้องแถว ละแวกเดียวกันอย่างสิ้นเชิงครับ
เหล็ก .. กระจก ..  ไม้  ผสมผสานอย่างลงตัว  ..  เฟอร์นิเจอร์ ง่ายๆ ดิบๆ  แต่มี สไตลส์ ครับ
สรุปว่า  ร้านน่านั่ง กว่าทุกร้านในซอยนี้ กันเลยทีเดียวครับ

ร้านนี้ ได้รับการบอกเล่าจาก คุณเอก  ที่แวะเวียนมาทานเป็นประจำ ว่า  อาหารอาจจะช้าบ้างเล็กน้อย  เพราะเชฟคนเดียว มีแฟนเป็นผู้ช่วยในครัว   มีน้องมาชายมาช่วยบริการในร้าน
ช้าไม่ช้า ผมไม่สนครับ  เพราะเรามาถึงเป็นเจ้าแรก  เลย ร่ายยาว  แบบ  สั่งมาเพี๊ยบ เต็มโต๊ะ  เลยหละครับ















เราสั่งอาหารมาหลาย อย่างด้วยกันครับ   แต่ที่อร่อยจนต้องแนะนำ เลย มีดังนี้ ครับ

Indy  Pizza   .........   โชคดีครับ ที่ยังถ่ายรูปทัน  ..  ตอนยกมา ได้กลิ่นแป้ง ที่ผ่านการ อบ มาจนเกรียม ตามขอบเล็กน้อย  ได้อารมณ์ พิซซ่า แบบ อิตาเลี่ยน ดีครับ
แป้ง  ที่ทำเองนวดเอง  แผ่นบางๆ แต่ กรอบกำลังดี   ....   โรยมาด้วย ชีส ที่ละลายบนความร้อนของแป้ง จนเยิ้ม น่าทานเลยครับ  โรยหน้ามาด้วย  แฮมที่สุกจนเกือบกรอบ  มะเขือเทศ และ ชีสขูดเป็นแผ่น  และ แอบซอยพริกชิ้นเล็กๆ ลงบน พิซซ่า   ....   ได้รสชาติ ได้อารมณ์ดีครับ

Pork  Chop   ..........   โดยปรกติ  ทางร้านจะใช้เนื้อหมู คุโรบุตะ  แต่วันที่ผมไป ปรากฏว่า  คุโรบุตะ หมดครับ  .. เลยเอาหมูอนามัยมาแทน  ....   ไม่ได้แตกต่างกันเลยครับ  ผมว่า กลับได้ความรู้สึกที่ดีกว่าด้วยซ้ำครับ  เพราะเนื้อหมูแน่นกว่า เจ้า คุโรบุตะ ซะอีกครับ  ..  เพราะหมูตรงส่วนนี้ เนื้อมันอร่อยอยู่แล้วครับ  ...  สเต็กหมู ย่างมาแบบสุกกำลังดี  เนื้อด้านใน ยังชุ่มฉ่ำ ไม่แห้ง ครับ
น้ำเกรวี่  หรือ น้ำซ้อส ที่ราดมา ก็อร่อยกลมกล่อมครับ  มี มันฝรั่ง เห็ด วางมาเป็น side dish  อร่อยเข้ากันดีครับ

Spaghetti  Garlic Chilli  Becon ..........   สปาเก็ตตี้  ที่ลวกเส้นมาสุกกำลังดี  ..  ผัดมากับ กระเทียม  พริกแห้ง  และ เบคอน  ....  จัดจานมาสวยน่าทานเลยครับ   โรยหน้า มาด้วย พามาซานชีส ที่ขูดมาเป็นขลุยๆ  น่าทานดีครับ  แถมวางหน้ามาด้วย เบดอน ทอดกรอบ สีสวยแบบรู้ได้้ทันทีว่ากรอบเลยครับ  ....   รสชาติจัดจ้านแต่ไม่เผ็ดมาก เอาเป็นว่า ฝรั่งทานได้สบายๆ เลยครับ
















สเต็กปลา    ..........    ปลากระพงขาว  สดๆ ชิ้นกำลังดี กริลมาแบบหนังสุกเกรียม หอมฉุย  ..  วางมาบนเครื่องเคียงหลากหลาย  ทั้ง อโวคาโด  มันฝรั่ง  ฟักทอง  เห็ด  ....   เข้ากัน และ อร่อยดี ครับ

ยังมี รายการอาหารที่ผมยังไม่ได้ชิม อีกหลายอย่าง  แต่เท่าที่ลองมาทั้งหมด พอจะมั่นใจได้ว่า  อร่อย ไม่แพ้จานต่างๆ ที่ผมลิ้มลอง แน่นอน ครับ
อาหารที่นี่ เวลามีแขกเยอะๆ  อาจจะช้าบ้างนะครับ  อาหารทุกจาน ทำสดๆ จากเชฟ  และ ผู้ช่วยอีกคนเท่านั้นครับ
การตกแต่งจาน   .....   สวยไม่แพ้ ร้านอาหารฝรั่งหรูๆ เลยทีเดียวครับ
ราคา   ........   ราคา นี่ซิครับ   ถูกแบบ แทบไปทานได้ทุกวันเลยหละครับ   ...  ผมเห็นด้วยกับ คุณเอก  (แกพาผมไปเลี้ยง ครับ  .. อิอิ)   ว่า   .......   บาท ต่อ บาท  .. ร้านนี้ ไม่แพ้ใคร ครับ
สนนราคา ถูกมาก ครับ


ติดตาม รายละเอียดของร้านนี้ ได้ทาง  Facebook  ของร้าน ด้านล่าง ครับ
https://www.facebook.com/pages/Indys-Cafe/165164243648519

ร้าน   Indy's Cafe  ...   โทร  089-746-7078
เปิด   11.00 น.  - 15.00 น.   และ   17.00 น.  -  20.00 น.
ปิดทุกวัน พุธ  ครับ


แผนที่ร้านอาหาร ทั้งหมดที่ผมเขียนแนะนำ ไว้ใน   " แนะนำ ร้านอาหารอร่อย โดยป๋าปึกส์ "
https://mapsengine.google.com/map/edit?authuser=0&hl=en&mid=zi7qOsZPeff0.kmjHpvkh5cmM



ป๋าปึกส์
16/10/2557
ขอแนะนำ ร้านโปรดของผู้เขียน
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2010/11/tengoku-1.html
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2010/11/tengoku-2.html
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2011/05/tengoku-de-cuisine.html

ติดตาม คอลัมน์ แนะนำร้านอาหารอร่อย โดย ป๋าปึกส์ ได้ทุกวันใน  Facebook
ได้ที่  : http://www.facebook.com/SuebsaengSun




วันศุกร์ที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2557

The Larder Cafe and Bar ... นิมมานฯ ... เชียงใหม่

The Larder  Cafe and Bar  ... นิมมานฯ  ...  เชียงใหม่  













ร้านอาหารร้านนี้  ดูไม่แตกต่างจาก ร้านอาหารเล็กๆ ร้านนึงที่ทำร้านอาหาร  ในตึกแถวห้องเดียวธรรมดาๆ   ในซอย  ย่านนิมมานฯ    ที่ดูเหมือนร้านอาหารทั่วๆไปที่นิยมทำกันในย่านนี้
แต่  ......   แต่  .......  ต้องเข้าไปในร้าน เท่านั้นครับ
แล้ว  .....   คุณจะเริ่มสัมผัสได้ถึง ความไม่ธรรมดา  ของร้านนี้ทันทีครับ
ตรง  .....  ตามสเป๊ค การทำร้านอาหารของผม ทั้ง 5 ข้อเลยครับ
ที่ตั้ง  ...  การตกแต่ง  ...  หน้าตา และ รสชาติ  ...  บริการ    และ   ราคา   ครับ

ที่ตั้ง  ..........   ร่้านนี้ อยู่ในพื้นที่ ตรงกับ กลุ่มลูกค้า ครับ
ร้านนี้ตั้งอยู่ใน ซอย สุขเกษม  ต้นถนนนิมมานฯ  ...  ซึ่งย่านนี้  เป็นศูนย์กลางของ คอนโดที่กำลังสร้าง และ คอนโด ที่เปิดแล้ว  ขึ้นเรียงราย กันนับไม่ถ้วนเลยครับ
เท่าที่ประมาณได้แบบ คร่าวๆ  ... หาก คอนโด เหล่านั้นขายหมดโครงการ  ย่านนี้ น่าจะมี ผู้คน เข้ามาอยู่อาศัยเพิ่มขึ้นอีกเป็น  พันๆ คน แน่นอนครับ

การตกแต่ง  ..........  ด้านหน้าร้าน แทบไม่มีอะไรหรูหราเลยครับ  เรียบง่ายดีครับ  ผมว่า ยิ่งเรียบง่ายเท่าไหร่ ก็ยิ่งทำให้รู้สึกว่า น่าค้นหา  ยิ่งนักครับ  .....    แต่พอเข้าไปด้านใน  เป็นการ twist  อารมณ์ได้ดีทีเดียวครับ   สัมผัสได้ถึง  ความตั้งใจ และ  ความรู้สึก อัน  เก๋ไก๋  และ  ความเป็นกันเอง  ได้ดีเลยครับ

หน้าตา และ รสชาติ  ...........   หน้าตา และ รสชาติของอาหาร  ... สีสันของอาหาร  การจัดวางอาหารบนจาน  การเลือกใช้ภาชนะ    ให้คำจำกัดความสั้นๆ ได้ว่า   " โดน "  ครับ
ส่วนรสชาติอาหาร  ..  ผมว่า ไม่แพ้ ร้านอาหารฝรั่ง ในโรงแรม 5 ดาว เลยหละครับ

บริการ   ..........   พนักงานในร้าน ดูคล่องแคล่ว  และ Educated  ดีมากครับ  ..  แต่ละมีความเข้าใจ และ รู้เรื่องอาหารที่ตัวเองกำลัง ทำกันอยู่ได้ดีทีเดียวครับ  ..   ส่วนการบริการ ก็สัมผัสได้ถึง อัธยาศรัยดี ของพนักงาน ทุกคนเลยครับ

ราคา  .........   บอกได้เลย ว่า   " ไม่ได้ถูก  แล้วก็ ไม่ได้แพงครับ "  
คุณภาพวัตถุดิบ และ รสชาติอาหารสั่งมา    คุ้มค่ากับราคา  ครับ













ร้านนี้หาไม่ยากครับ  ถ้าเราเข้ามาจากต้นถนน นิมมานฯ   จะอยู่ในซอยที่ 2  ทางด้านขวามือ  ชื่อ ซอย สุขเกษม  ...  ปากซอย จะมีร้านอาหาร   Jeffer  อยู่หัวมุม  
เข้าซอยมาซัก 100 กว่าเมตร  จะมีตึกแถวอยู่ทางซ้ายมือ   ร้านนี้อยู่ ห้องสุดท้าย ของตึกแถว ครับ  ..  สังเกตุง่ายๆ  ร้านนี้อยู่ตรงกันข้ามกับ ร้านไก่ย่างเชิงดอย ครับ

ด้านหน้าของร้านนี้ ไม่ได้ตกแต่งอะไรมากมาย ดูไม่ต่างจากตึกแถวห้องข้างๆ  ....   พอเข้าไปในร้าน ก็ไม่ได้มีอะไรหรูหรา  แต่ดูจากการตกแต่งภายในแล้ว  ทันสมัย และ ได้อารมณ์แบบ ร้านอาหารในต่างประเทศหลายๆแห่งเลยครับ  
จากการเลือก  รายการอาหาร และ คอนเซป ของร้านนี้ พอจะเดาได้ว่า  เจ้าของร้าน คงผ่านการใช้ชีวิตในต่างแดน มาพอสมควรเลยครับ

ร้านนี้เปิด  บริการตั้งแต่  08.30 น.    ถึง    15.00 น.
หยุดทุก  วันอังคาร และ วันพุธ
มีรายการอาหาร หลากหลายครับ   ทั้ง  อาหารเช้า  ..  อาหารว่าง .. ขนม .. ไอศครีม   และ อาหารกลางวัน
อาหารร้านนี้  เป็น อาหารฝรั่ง  มีให้เลือกหลากหลาย ทั้งสลัด  แซนวิส  สปาเก็ตตี้  ปลา  เนื้อ  ฯลฯ
แต่ที่ผมไปเป็นประจำ ก็จะเป็นเวลาสายๆ ครับ  ไปหาอาหารเช้า ในช่วงสายๆ ของวันหยุด โดยเฉพาะ ในวันที่  ขี้เกียจทำอาหารครับ
วันนี้ก็เลย แนะนำ เฉพาะ รายการอาหารเช้า นะครับ













Breakfast  Sandwich    ..........    แซนวิสจานใหญ่ แบบ เต็มจาน  ..  ที่พอเห็นแล้ว กลัวจะทานไม่หมด เลยครับ  ..  ขนมปังชิ้นหนา  อบมาแบบกรอบเกรียมกำลังสวย รองพื้นมาด้วยชีส หอมน่าทานเลยครับ  วางด้านบนด้วย ไข่ดาวใโต  หน่อไม้ฝรั่งที่ปรุงสุกแล้ว  ไส้กรอกชิ้นใหญ่ แบ่งมา 2 ครึ่ง  (ไส้กรอกอร่อยมากครับ  ผมไม่ได้ถามว่าเป็นไส้กรอกอะไร  แต่รสชาติ และ กลิ่น คล้ายๆไส้กรอกที่เสิร์ฟใน  English Breakfast  ครับ)
วางด้านข้างมาด้วย  แฮม ที่กริวมาแบบกำลังดี
ตัดขนมปังและไข่ขนาดพอดีคำ  ได้รสชีสกลมกล่อม แกล้มกับ หน่อไม้ฝรั่ง และ ไส้กรอก   ตามด้วยแฮม  ....   โอวววววววววว    ลงตัวครับ   .....   หมดเกลี้ยงจาน ไม่อะไรมีเหลือ เลยครับ


Mushroom  Open Sandwich   ..........    จานนี้  สมัยก่อนหาทานยากเลยครับ  เพราะเจ้าเห็ด พ๊อททาเบลโล่   เป็นเห็ด ที่ค่อนข้าง  หายากเลยครับ  เป็นเห็ดที่ขึ้นตามฤดูกาล และ ต้องนำเข้ามาจากต่างประเทศ  เท่านั้น
แต่ โชคดีของ คนเชียงใหม่ ครับ  ...  ปัจจุบันค่อยยังชั่วแล้วครับ  เดี๋ยวนี้ ตามเขาตามดอย รอบๆเมืองเชียงใหม่ เริ่มมีความนิยมในการปลูกเห็ดชนิดนี้มากขึ้นแล้วครับ
เห็ด พ๊อททาเบลโล่  ชิ้นใหญ่  กริล มาแบบสุกกำลังดี  วางลงบน ขนมปังชิ้นหนาเป็นพิเศษ  ที่อบมาสุกกรอบ เกรียม กำลังดี  ... โรยหน้ามาด้วย ร๊อตเก็ต ที่คลุกเคล้ามาด้วย เดรสซิ่ง รสอร่อย
ทานปุ๊บ  รู้สึกว่า สุขภาพดีปั๊บ  ..  อะไรทำนองนั้นเลยครับ

ยังมี อาหารเช้า อีกหลายๆอย่าง ที่น่าทาน  เช่น   Breakfast  Hotdog  และ  อีกหลานเมนู  ..  แต่ผมไปไม่ถึงซักที ครับ  แต่ละจานที่เสิร์ฟมา  ใหญ่พอที่จะทำให้คนตัวใหญ่อย่างผม  นั่งหาว เลยทีเดียวครับ
อ้อ ......  ลาเต้ ร้อนๆ  ซักถ้วย  กับ อาหารเช้า  ลื่นคอ ดีครับ















นอกจากอาหารเช้า  ยังมีรายการอาหารกลางวัน  และ  ของว่าง  ของหวาน  ที่น่าทานอีกหลายรายการเลยครับ
เท่าที่เห็นในรูปแล้ว  ผมคงต้องกลับไปทานอีกหลายรอบ  แล้วเอามาเขียนเพิ่มเติมทีหลัง แล้วกันนะครับ
ร้านนี้  หยุด ทุก วันอังคาร  และ วันพุธ ครับ
เปิด    08.30 น.     ถึง   15.00 น.

โทร   :  088-021-2382



แผนที่ร้านอาหาร ทั้งหมดที่ผมเขียนแนะนำ ไว้ใน   " แนะนำ ร้านอาหารอร่อย โดยป๋าปึกส์ "
https://mapsengine.google.com/map/edit?authuser=0&hl=en&mid=zi7qOsZPeff0.kmjHpvkh5cmM



ป๋าปึกส์
03/10/2557
ขอแนะนำ ร้านโปรดของผู้เขียน
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2010/11/tengoku-1.html
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2010/11/tengoku-2.html
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2011/05/tengoku-de-cuisine.html

ติดตาม คอลัมน์ แนะนำร้านอาหารอร่อย โดย ป๋าปึกส์ ได้ทุกวันใน  Facebook
ได้ที่  : http://www.facebook.com/SuebsaengSun





























วันศุกร์ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2557

Shazube ... บุฟเฟ่ท์ ชาบู , สุกี้ , นาเบะ .. ระดับพรีเมี่ยม ที่ เชียงใหม่

 " Sha zu be "    ...  บุฟเฟ่ท์  ชาบู , สุกี้ , นาเบะ  ..  ระดับพรีเมี่ยม ที่  เชียงใหม่    
ร้านอาหารญี่ปุ่น  แนวใหม่ และ ร้านใหม่ล่าสุดของเมืองเชียงใหม่  ครับ
ตอนที่ผมได้ยินชื่อ ร้านนี้ ครั้งแรก  ก็พยายาม หาคำแปล ว่าร้านนี้ หมายถึงอะไร  ...  หาอยู่ นานเลยทีเดียวครับ  แต่ก็หาไม่เจอครับ   ....   จนเมื่อคืน มาลองทานอาหารร้านนี้  ได้เจอกับเจ้าของร้าน   ก็เลยได้ถามถึง ความเป็นมาของชื่อร้านก่อนเลยครับ   ....   ได้ความว่า
" Sha Zu be "    ชื่อร้าน ฟังดูเหมือนเป็นคำภาษา ญี่ปุ่น  แต่เป็นการ รวมเอา คำ ต้น และ ท้าย  ของรายการอาหารหลัก    ที่ขายอยู่ในร้าน ครับ
" Sha "   ......   มาจาก  คำว่า     " ชาบู "
" Zu "     ......   มาจาก  คำว่า     " สุกี้ "
" Be "    ......   มาจาก  คำว่า      " นาเบะ "   (มิโซะ นาเบะ)












ร้านนี้  เปิดขายอาหาร เป็น 2 แบบ ครับ    ....   มีทั้ง  Buffet   และ   A La Carte  (ตามสั่ง)   ครับ 
สำหรับ บุฟเฟ่ท์  เป็น รายการบุฟเฟ่ท์   ที่เป็น  อาหารประเภทหม้อร้อน  สไตลส์ ญี่ปุ่น  แบบที่มีขายในประเทศ ญี่ปุ่น เลยครับ
ที่ผมเขียน  พาดหัว ไว้ด้านบน  ว่า    "  ระดับพรีเมี่ยม "  
ก็มาจาก การเลือกใช้วัตถุดิบ  ของทาง ร้านนี้ นี่เองครับ

โดยเฉพาะ  ...  คนที่ ชอบทานเนื้อวัว  ...  ร้านนี้ นี่แหละครับ  คุ้มจริงๆ ครับ
เค้าเลือกเสิร์ฟ   เนื้อวัว ที่นำเข้าจาก  ออสเตรเลีย และ นิวซีแลนด์    อยู่ในรายการอาหาร บุฟเฟ่ท์  กันเลยทีเดียวครับ
แถมยังมีเนื้อ  ส่วนต่างๆ  ให้เลือก  อีกหลายส่วนอีกต่างหาก ครับ
ที่ สำคัญ  จะทานเท่าไหร่   ก็ได้ในเวลา  ชั่วโมงครึ่ง  ด้วยซิครับ

นอกจากเนื้อวัว แล้ว  .... หมู  ก็มีนะครับ
หมู  ที่ร้านนี้ ก็เลือกเอา    " หมู คุโรบุตะ "    ที่เราได้ยินคุ้นหู  ใน ทีวี อยู่เป็นประจำ มาเสิร์ฟใน  บุฟเฟ่ท์ เช่นกันครับ

ส่วนคนที่ ชอบทานผัก ไม่ต้องห่วงเลยครับ  ...  มาครบจัดเต็มครับ  ทั้งผัก ทั้งเห็ด  มีให้เลือก เยอะแยะไปหมดครับ

นอกจากนั้น ในรายการ  Buffet  ยัง รวม ไปถึง   ซูชิ    อีกมากมายหลายหน้า ให้เลือกทานอย่างจุใจ อีกด้วยครับ  
ซูชิ  ที่ร้านนี้ทำ  ไม่มีการทำ  ซูชิ   ทิ้งไว้ในตู้เย็น แล้ว ยกมาเสิร์ฟ  ให้เสียอารมณ์ ครับ
ที่ร้านนี้  เค้าทำ  ซูชิ  สดๆ  ....   ทำทันที่ ที่สั่งครับ
ทำให้ เราสัมผัส    ได้ถึงความแตกต่าง ของ รสชาติของข้าวปั้น  และ คุณภาพของวัตถุดิบ  ได้ดีกว่ากันเยอะเลยครับ












น้ำซุป ในรายการ  Buffet  มีให้เลือกทานได้ 3  ชนิดด้วยกันครับ

ชาบู  ชาบู    ...........   น้ำซุปที่ต้ม มาอย่างพิถีพิถัน  ด้วย สาหร่าย คอมบุ   ...   ที่ต้องนำ สาหร่ายแผ่นหนา ลงไปแช่ในน้ำเย็น  ก่อนที่จะเริ่มต้ม เพื่อดึงเอารสชาติของสาหร่าย ที่ถูกทำให้แห้งออกมา
แล้ว เริ่มต้มด้วยไฟอ่อนๆ  เพื่อให้ ได้รสชาติ ของสาหร่ายคอมบุ  ....  แล้ว ใส่ น้ำสต๊อคที่ต้มกับ ปลา ทั้งส่วน  แกนกระดูก , เนื้อปลา  ลงไปต้มด้วยไฟอ่อนๆ   ......  น้ำซุปหวานหอม ชื่นใจดีครับ
เวลาทาน  ก็เอา ตะเกียบ คีบ เอาเนื้อสไลด์  ลวกให้พอเป็นสีชมพู  หรือ ถ้าทานหมูก็ลวกจนขาว
แล้วเอา  เนื้อ หรือ หมู ที่ลวกแล้วลงไปจุ่มใน น้ำจิ้ม ปงสึ  ที่มีรสเปรี้ยวนำ
อืมมมมมม  ...  อร่อยไม่รู้ลืมเลยครับ
และ ยังมี น้ำจิ้มงาขาว  เสิร์ฟมาด้วยครับ  ....  สำหรับผม ชอบ  ลวกเนื้อ ลวกหมู ในหม้อชาบู  ไปซักผักก่อน แล้ว ค่อยตักน้ำซุปใส่ถ้วย พร้อมผักที่ลงไปต้ม ไว้ตั้งแต่ต้น  แล้วตัก น้ำจิ้มงาขาว   ลงไปใน ถ้วยซักช้อนนึง  ..... โอววววววววว   หมดเกลี้ยงถ้วยใน พริบตา ครับ

สุกี้    ...........    สุกี้ที่ร้านนี้  เป็นแบบ สุกี้ญี่ปุ่น แท้ๆ ครับ  ...  น้ำสุกี้ ที่ใช้น้ำซุปใส ต้มกับ โชหยุ  ,  มิริน  ,  สาเก  และ น้ำตาล   ....  สีน้ำซุป  ออกสีน้ำตาลดำ  ...  กลิ่นหอมของมิริน และ โชหยุ ช่างยั่วยวนดีเหลือเกินครับ  ... รสชาติน้ำสุกี้ จะแตกต่างจาก สุกี้ที่เราทานกันใน ศูนย์การค้าทั่วไปครับ   ...  รสชาติน้ำซุป สุกี้  มีรสหวานที่แอบนำ รสเค็มมาเล็กน้อย  ....  เสิร์ฟมาพร้อมกับ ไข่ดิบสดๆ ในถ้วย
เวลาทาน สุกี้ ให้ได้ อรรถรสแบบ ญี่ปุ่น  แนะนำ ให้เอาไข่ดิบที่เค้าเสิร์ฟมา ตีให้เข้ากันซะก่อน  ... แล้วเอาเนื้อ หรือ หมู ที่ลวกมาร้อนๆ   ลงไปจิ้มใน ไข่สด  ....  โอวววววว  ช่างนุ่ม ละมุนลิ้นจริงๆ ครับ  ...  รับรองว่า ไม่มีคาวของไข่ อย่างที่คิดเลยครับ

มิโซะ นาเบะ    ...........   น้ำซุป ที่ต้มมาจาก เต้าเจี้ยว ญี่ปุ่น  ....   น้ำซุปของโปรดผมเลยครับ  รสชาติน้ำซุป คล้ายๆ มิโซะซุป ที่เราไปตามร้านอาหารญี่ปุ่น แล้ว เค้าเสิร์ฟใน ถ้วยที่มีฝาปิด นั่นแหละครับ
ที่บอกว่า ของโปรดเพราะว่า  น้ำซุปแบบนี้ เวลาลวกเนื้อ ลวกหมูแล้ว  แทบไม่ต้องไปจิ้มอะไรเลยครับ














นอกเหนือจาก  รายการ บุฟเฟ่ท์ ที่มี น้ำซุปให้เลือกถึง 3 อย่างแล้ว  ... ยังมี ซูชิ ให้ทานได้แบบหนำใจ แบบ ไม่อั้นอีกด้วยครับ

ซูชิ    ..........   ซูชิ ที่อร่อยไม่ได้อยู่ที่ วัตถุดิบ ที่วางอยู่บนข้าวปั้นเท่านั้นครับ  ...  แต่ละร้าน แต่ละเชฟ  ก็มีเทคนิค การคลุกข้าว ซูชิ ที่แตกต่างกันไปครับมีให้เลือกหลายหน้าเลยครับ  ...  ข้าวญี่ปุ่น ที่ต้องหุงแบบพิเศษ ไม่ได้หุงแบบที่ใช้ทานกับอาหารญี่ปุ่นธรรมดาๆ นะครับ  แล้วต้องเอามาคลุก เพื่อให้มีรสชาติ ซึ่ง ส่วนใหญ่ ก็จะใช้  น้ำส้มสายชู  ,  มิริน  ,  เกลือ  ,  น้ำตาลเป็นหลักครับ
และ ที่สำคัญ การปั้นข้าว  ต้องปั้นขนาดต้องพอดีคำด้วยครับ  ...  ที่ร้านนี้ ทำได้เข้า สเปค ครับ
ส่วน หน้าซูชิ  มีให้เลือกหลากหลายครับ  ...  ทั้ง  หน้าเนื้อ ,  หน้าแซลม่อน , หน้าไข่กุ้ง  ฯลฯ

ราคาอาหารที่ เป็น  บุฟเฟ่ท์  อยู่ที่   590 บาท ครับ
ราคานี้ รวม ที่ผมเล่ามาด้านบนทั้งหมด แบบ ทานเท่าไหร่ก็ได้  ในเวลา 1 ชั่วโมงครึ่ง ครับ
และ รวมเครื่องดื่ม  ชาเขียว ด้วยครับ

ราคาดูแล้ว  สูงกว่าตามห้าง  .....  แต่ ผมว่า  ต้องมาดู ที่คุณภาพ ของ วัตถุดิบ ที่เค้าใช้ครับ
สำหรับผมแล้ว    ราคานี้ ผมว่า    " สุดคุ้ม "     ครับ

นอกจาก นี้แล้ว   ยังมีรายการ อาหารญี่ปุ่น  ให้เลือกสั่งมาชิมได้ อีกหลายสิบ เมนู เลยครับ
ร้านนี้เปิดทุกวัน ครับ
เปิดขาย เป็น  2  ช่วงเวลาครับ      11.00 - 14.00  และ   17.30 - 22.30
โทร      085-868-2141  











ร้านนี้หาไม่ยาก ครับ
ถ้าอธิบายว่าอยู่ตรงไหน  ต้องอธิบาย 2 ครั้ง  ... ตามวัย ครับ

ถ้าเป็น  วัยรุ่น ก็ต้อง อธิบายว่า   .....  ร้านนี้อยู่ในซอย ตรงกันข้ามกับ   " แฟบบริค "   ผับชื่อดังกลางเมืองเชียงใหม่   ที่มี  มาดามเอียน อยู่ปากซอย ครับ
ถ้าเป็น คนที่มีอายุหน่อย  ก็ ต้องอธิบายว่า   .....  ร้านนี้อยู่ ที่ ซินหยู คาราโอเกะ  อันเก่า ครับ

หรือ จะลองเข้าไปดูรายละเอียดใน  Facebook    ของร้านนี้ดู ก็ได้นะครับ
facebook.com/shazube  


แผนที่ร้านอาหาร ทั้งหมดที่ผมเขียนแนะนำ ไว้ใน   " แนะนำ ร้านอาหารอร่อย โดยป๋าปึกส์ "
https://mapsengine.google.com/map/edit?authuser=0&hl=en&mid=zi7qOsZPeff0.kmjHpvkh5cmM



ป๋าปึกส์
29/08/2557
ขอแนะนำ ร้านโปรดของผู้เขียน
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2010/11/tengoku-1.html
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2010/11/tengoku-2.html
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2011/05/tengoku-de-cuisine.html

ติดตาม คอลัมน์ แนะนำร้านอาหารอร่อย โดย ป๋าปึกส์ ได้ทุกวันใน  Facebook
ได้ที่  : http://www.facebook.com/SuebsaengSun


















วันเสาร์ที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2557

Little Cook Cafe' .. สหศรีภูมิเพลส ถนนรอบคูเมือง ... เชียงใหม่

 Little Cook Cafe'  ..  ที่ สหศรีภูมิเพลส  บน ถนนรอบคูเมือง  ... เชียงใหม่ 


Little Cook  Cafe'   .....  " ร้านอาหาร เล็กๆ  ที่ไม่ธรรมดา "
ร้านนีัเปิดมานาน หลายปีแล้วครับ  ..  ผมรู้จักน้องทั้งสองที่เป็นเจ้าของร้าน  มาก็หลายปีแล้วครับ
รู้จักมาตั้งแต่   ก่อนที่เค้าจะเปิดร้านอาหาร Little Cook   ครั้งแรก  บนถนน ศิริมังคลาจารย์  เมื่อซัก 3-4 ปีก่อน
ด้วยความที่เป็นเพื่อนกันใน   Facebook    ก็เลยได้เห็น  ได้ติดตามเรื่องราว  ความเป็นไปของร้านอาหารของเค้าอย่างต่อเนื่องครับ
แรกๆ ก็เดาเอาว่า   น้อง 2 คน  ที่ทั้งคู่ ค่อนข้างจะออกอารมณ์ ติส ติส  เอาการอยู่  ..  คงจะทำร้านอาหารเล่นๆ  แก้เหงาอะไรทำนองนั้น
แต่ซักพักนึง  ก็เห็น คุณกบ กับ คุณเอ้อ  เริ่มไปหาความรู้  เรื่องทำอาหารมากขึ้น  เริ่มไปตระเวนหาวัตถุดิบ ตามแหล่งต่างๆ  ... เริ่มตกแต่งร้านใหม่ และ  เริ่มฉายแวว การทำ ร้านอาหารอย่างจริงจังมากขึ้น
ตอนที่อยู่ร้านเดิม  ผมก็ไม่เคยได้ไปลองทานเลยซักครั้งเลยครับ   ส่วนนึง  น่าจะมาจาก ตอนที่จะไป ลองครั้งแรก  ขับรถวนหา ร้านเดิมอยู่หลายซอย  แต่ก็หาไม่เจอ  ก็เลยพลาด และเลิกล้มความคิด ที่จะไปชิม ไปเลยครับ












จนมาเมื่อซัก เกือบปีที่ผ่านมา  ก็เห็น  น้องทั้งสองคน เปิดร้านใหม่  จากหน้า  Facebook  ...  ผมก็ติดตามมาตั้งแต่เริ่มแต่งร้าน  เริ่มจัดรายการอาหาร  แม้กระทั่งการไปตระเวนหา วัตถุดิบ ของทั้งคู่   ....  ดูแล้ว น่าสนใจเลยครับ  ...  แถมยังมี คนโน้น คนนี้ คนนั้น  Post  รูปอาหาร ของร้านนี้  ลงใน  Facebook  อยู่เป็นประจำ  และ อ่านดู  comment  ของลูกค้าที่ไป ก็น่าสนใจ และ เป็นไปในแนวทางที่ดี ซะเป็นส่วนใหญ่ครับ
ทั้งเพื่อนๆผม  และ ลูกผม  ที่ไปทานกันมา ต่างบอกว่า  อร่อย
วันนี้ ผม  ไม่ไปไม่ได้แล้วครับ
ร้านนี้ หาไม่ยากครับ  ถ้าขับรถมาทาง ซุปเปอร์มุ่งหน้าเข้าเมือง  พอถึงแยกรินคำ เลี้ยวซ้ายมาทาง กาดสวนแก้ว (เซนทรัลเก่า)  ....   ตรงมาจนผ่านไฟแดง ที่แจ่งหัวริน  (สี่แยกไฟแดง ตรงหัวมุมกำแพงเมือง ที่ เลยเซนทรัลไปนิดนึง ครับ)   ...  ขับตรงไปตาม ถนนรอบคูเมืองด้านนอก  เลย วัดโลกโมฬี  ไปนิดนึง ..  พอเห็นป้าย ของ อาคารของศูนย์  SAMSUNG   (ที่อยู่ ตรงกันข้าม กับ วัดควรค่าม้า)  ก็ชิดซ้ายเลยครับ  ...  จะเห็นแผงป้ายซ้ายมือ  เขียนไว้ปากซอยว่า     " สหศรีภูมิเพลส "    ...   เลี้ยวเข้าไปเลยครับ  ร้านนี้ อยู่กลางๆซอย ด้านซ้ายมือ  ..  ไม่ต้องกลัวหลงครับ  ...  เป็น  ซอยตัน  ครับ












พอไปถึงร้านก็เกือบ 2 ทุ่มแล้วครับ  ...  คนยังเยอะอยู่เลยครับ  ..  มาทราบทีหลังว่า ร้านนี้เค้าเปิดขายแค่วันละไม่กี่ชั่วโมงเลยครับ  เปิดร้าน  17.30 น.  กว่าจะขายอาหาร ก็  18.00 น.  ครับ
พอ  3 ทุ่ม  21.00 น.  ก็ปิดแล้วครับ  ...  หยุดทุกวันอาทิตย์  ครับ
พอได้ที่นั่ง ก็สอดสายสายตาดูรอบๆร้าน ...  เห็นป้าย ติดหน้าเคาน์เตอร์ และ ที่ผนังหลายป้ายด้วยกันครับ  ....   แต่ละป้าย  อ่านแล้ว มันส์  ดีครับ  555
:  ร้านนี้ไม่รับจองโต๊ะ
:  ขายอาหารตามเมนู (ห้ามสั่งนอกเหนือจากที่มี)
:  กรุณาสั่งอาหารในครั้งเดียว  (เพราะทำให้ แม่ครัวปวดหัว งานเยอะทำไม่ทัน)    ฯลฯ
อ่านแล้ว ก็เป็นอย่างที่ผมบอกมั้ยหละ ครับ ...  แบบนี้ ถ้าไม่ ติส จริง ทำไม่เป็นหรอกครับ   5555

พอเดินผ่านไปที่เค้าน์เตอร์  เจอ คุณกบ  คุณเอ้อ  พอดี ก็เลยทักทายกัน  แล้วคุณกบก็ออกมาแนะนำอาหาร ให้อย่างเป็นกันเองเลยครับ   ...  วันนี้มากัน 2 คน  เลยสั่งไป 4 อย่างเพราะ ดูจากอาหารที่ขาย และ ราคาอาหารแล้ว  คิดว่า  อาหารคงจะมีขนาด  เหมือนร้านอาหารทั่วไป  
แต่พอยกมา  อ้าปากค้างกันเลยทีเดียวครับ ... มองหน้ากัน 2 คน ทำหน้าเจื่อนๆ  แล้วพูดพร้อมกันว่า  จะหมดมั้ยเนี่ยะ
ที่ทำหน้าเจื่อนๆ  ก็เพราะตอนเดินเล่นรอบๆ ร้าน  ผมเหลือบไปเห็น ป้ายๆ อีกป้ายนึง  เขียนไว้ว่า
" ถ้าสั่งแล้วกินไม่หมด มี เคือง "  ..  5555












อาหารจานเด็ด ของ ร้านนี้ ที่ไปทานมา ...  ที่ผมแนะนำ ให้ลองเลยครับ

สปาเก็ตตี้ เห็ด กระเทียม เบคอน พริกแห้ง   ..........   ดูชื่อแล้ว เหมือนเมนูไทยๆ  แต่ไม่ใช่ครับ  ..  ในอิตาลี ก็มีเมนูแบบนี้เลยครับ  ... เส้นสปาเก็ตตี้ลวกมาแบบให้ทานง่าย  ผัดมาด้วย  กระเทียมกลีบใหญ่  และ พริกแห้ง  และ เบคอน และ น้ำมันมะกอกอย่างดี  แล้วคลุกมาด้วย พามาซานชีส  
รสชาติ เข้มข้นจัดจ้าน กลมกล่อมอร่อยเลยครับ  ...  ต้องชมว่า ถึงแม้ร้านจะไม่ได้เป็นภัตตาคาร หรือ ร้านอาหารใหญ่โต  แต่การเลือกใช้ วัตถุดิบ ของร้านนี้ก็ไม่ได้แตกต่างอะไรกันกับ ร้านหรูๆ เลยทีเดียวครับ  ...  สปาเก็ตตี้ จานนี้ให้มาเยอะมากครับ  ... แต่ผมก็กวาดจนไม่มีอะไรเหลือ แม้กระทั่งพริกแห้ง ครับ

วากิว เบอร์เกอร์    ...........   จานนี้เห็นมาตั้งแต่ใน  Facebook  ของคนอื่นแล้วครับ  ..  รูปร่างหน้าตา ดูแล้วน่าค้นหา น่าลิ้มลองครับ  เบอร์เกอร์ ทรงสูง วางปิดบนด้วย ขนมปังสีดำ
ก็เลยถือโอกาส ถามคุณกบ เจ้าของร้านถึงที่มาที่ไป ของ ขนมปังสีดำ ซะเลยครับ  .. ได้ความว่า อยากให้ลูกค้า เปลี่ยนจากการทานขนมปังธรรมดาๆ ที่ค่อนข้างจำเจ บ้าง  ... ที่ร้านนี้เลยสั่งทำขนมปัง จากร้านขนมปังที่รู้จักกันดี  ให้ทำรสชาติแปลกๆ มาหลากหลายชนิดเลยครับ  
ขนมปังสีดำ ใช้ส่วนผสมกับน้ำหมึกดำ ที่เอาไปทำ สปาเก็ตตี้หมึกดำ นั่นแหละครับ  ... ได้รสชาติที่อร่อยเลยทีเดียวครับ
เนื้อเบอร์เกอร์ ใช้เนื้อ วากิวสับแล้วปั้นเป็นก้อนเบอร์เกอร์   ..  สัมผัสได้ถึงความนุ่มที่แตกต่างครับ
รสชาติของ  ชีส .. เครื่องหมัก และ เครื่องเคียง   ที่ใส่มาใน  เบอร์เกอร์ ก็อร่อยเข้ากันได้ดีเลยครับ
ผมชอบการใส่ ผลไม้มาในจาน ที่เค้าเลือกสีสัน และ รสชาติของผลไม้ ที่ทานได้เข้ากันดี กับ อาหารในจานด้วยครับ

ส่วนอีก 2 อย่างที่ทาน   สลัด และ ขนมปังกระเทียม  ก็อร่อยทั้งคู่นะครับ
อาหารร้านนี้ ทุกจาน จานใหญ่และเยอะมากครับ   ที่สำคัญ ราคาไม่แพงเลยครับเมื่อเทียลบกับคุณภาพ
เราทานอาหารไป 4 อย่าง ผมดื่มน้ำเชอร์รี่โซดา  (ใส่ลูกเชอร์รี่สดๆไปด้วย อร่อยจังครับ)   และน้ำเปล่า  ...  จ่ายไป  700 บาท  ....  คุณภาพนี้ ราคานี้  ต้องไปลองครับ

ไปไม่ถูก  โทรไปสอบถามเส้นทางได้ครับ   (ถามเฉยๆ  แต่ไม่รับจองที่นั่งนะครับ  5555)
โทร      085-714-1189   


แผนที่ร้านอาหาร ทั้งหมดที่ผมเขียนแนะนำ ไว้ใน   " แนะนำ ร้านอาหารอร่อย โดยป๋าปึกส์ "
https://mapsengine.google.com/map/edit?authuser=0&hl=en&mid=zi7qOsZPeff0.kmjHpvkh5cmM



ป๋าปึกส์
09/08/2557
ขอแนะนำ ร้านโปรดของผู้เขียน
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2010/11/tengoku-1.html
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2010/11/tengoku-2.html
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2011/05/tengoku-de-cuisine.html

ติดตาม คอลัมน์ แนะนำร้านอาหารอร่อย โดย ป๋าปึกส์ ได้ทุกวันใน  Facebook
ได้ที่  : http://www.facebook.com/SuebsaengSun






วันจันทร์ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2557

WHY NOT ? ... Italian Restaurant & Wine Bar ... เชียงใหม่

 WHY  NOT ?    ...   Italian Restaurant  &  Wine Bar  ...  นิมมานฯ 11  ...  เชียงใหม่

" Why Not ? "    
เป็น ชื่อร้านอาหาร  อิตาเลี่ยน  ร้านนึง บนถนน นิมมานฯ ที่อยู่ทะลุ ซอย 9  และ ซอย 11  ครับ
เท่าที่ทราบ จากการบอกเล่าของพรรคพวกที่รู้จัก มาเล่าให้ฟังว่า  ...  ที่มาของการตั้งชื่อ ร้านนี้ มาจาก การเห็น ร้านอาหารในเมืองเชียงใหม่ ไม่ว่าจะเป็น  ญี่ปุ่น  ,  จีน  ,  เยอรมัน  ,  เกาหลี  ฯลฯ  มักจะ นิยมเปิดร้านอาหาร  เป็นแบบ บุฟเฟ่ท์   และ ที่สำคัญ  หลายๆร้าน ค่อนข้างไปได้ด้วยดี
และ ทางเจ้าของ ร้านนี้ ก็ยังไม่เคยเห็น  ร้าน อิตาเลี่ยน ร้านไหน ใน เชียงใหม่  มาเปิดให้ บริการ แบบ บุฟเฟ่ท์  ...   จึงคิดเปิดขึ้นมาเป็น  บุฟเฟ่ท์อาหารอิตาเลี่ยน เป็น เจ้าแรกๆ  ของเชียงใหม่ เลยก็ว่าได้ครับ

ร้านนี้เปิดมานาน พอสมควรครับ น่าจะประมาณ  3-4 ปีแล้ว  ...  ผมเองทราบจากเจ้าของร้าน เพราะเค้าเคยบอกผม ตั้งแต่ ตอนที่กำลังจะเปิด  ...  ผมเป็น ลูกค้าประจำ ของร้านเดิม ของเค้ามาเกือบ  10 ปีแล้วครับ  ...  สำหรับร้านดิมแล้ว  คนที่ชอบทานอาหารฝรั่ง ในเมืองเชียงใหม่   เมื่อซัก  5-6 ปีที่แล้ว  หากได้ยินชื่อร้าน   Buonissimo    ...  คงพอจะนึกออก นะครับ   ...   ร้านนี้ เปิดอยู่บนตึกแถว 3 ห้อง ด้านซ้ายมือ ของต้นถนนแม่โจ้  ก่อนถึงแยกวงแหวน (ที่มีอุโมงค์ ลอดผ่าน)
สมัยก่อน เชียงใหม่  เป็น เมืองต่างจังหวัดที่มี ร้านอาหารอิตาเลี่ยน  ให้เลือกมากที่สุดเมืองนึง ของประเทศไทย เลยก็ว่าได้นะครับ  ...  เดี๋ยวนี้ ลดหายไปเยอะเลยทีเดียวครับ  อาหารนานาชนิด หลั่งไหล เข้ามา ทั้งอยู่ในห้าง และ นอกห้าง เข้ามาเปิดทั่วทุกหัวระแหง  ของ เชียงใหม่ เลยครับ
เหลือ ร้านที่เป็น  Chiangmai Borned    หรือ    ร้านที่มี ต้นกำเนิด ที่เชียงใหม่ ไม่กี่ร้านแล้วครับ












มาทำความรู้จัก อาหารอิตาเลี่ยน กันเล็กน้อยนะครับ
อาหารอิตาเลี่ยน  เป็น อาหารประจำชาติของ ประเทศ อิตาลี   ...   แบ่งตาม ประเภท ดังนี้

:  อาหารว่าง และ ของทานเล่นระหว่างมื้อ  ....  จานนี้ ในบ้านเรารู้จักกันดี  เช่น   " พิซซ่า"
พิซซ่า ในอิตาลี จะใช้แป้งอบทาด้วยซ้อสมะเขือเทศสด แต่งหน้าด้วย เนื้อสัตว์ มะเขือเทศ , เห็ด  โดยเน้น  ชีส โรยด้านบนของ พิซซ่า

:  อาหารเรียกน้ำย่อย  หรือ  อันตีปัสโต  (Antipasto)
ในแต่ละภูมิภาค ก็จะมีอาหารเรียกน้ำย่อยที่แตกต่างกันไปครับ
ถ้าเป็นเมืองตามชายฝั่งทะเล จะเน้นอาหารทะเลสด
ส่วนตอนใน หรือ ตอนกลางของประเทศ  จะเป็น  ไส้กรอก , แฮม , ผักสด , ผักชุบแป้งทอด , ขนมปังกระเทียม  หรือ ซุปต่างๆ
พาสต้า  ...  ทั้ง สปาเก็ตตี้  มักกะโรนี  ฯลฯ  ก็ถูกจัดเป็น อาหารเรียกน้ำย่อยเช่นกัน  รวมไปถึง  ข้าวแบบอิตาเลี่ยน  ที่ เรียกว่า    " รีซอทโต้ "

:  อาหารจานหลัก
ส่วนใหญ่ จะเป็น  เนื้อสัตว์  ปรุงด้วยวิธีการต่างๆ ตามความนิยม ของแต่ละท้องถิ่น  ทานคู่กับ ผัก และ มันฝรั่ง
ทางภาคเหนือ ของ อิตาลี  จะเน้น  เนื้อวัว และ เนื้อแกะ  เป็นหลัก
แต่ถ้าเป็น เมือง ชายทะเล  ก็จะเน้น เนื้อปลา และ อาหารทะเล มากกว่า เนื้อสัตว์ชนิดอื่นๆ

:  ของหวาน
ของหวานขึ้นชื่อ และ เป็นที่นิยม ของชาวอิตาเลี่ยน มักจะเป็น ไอศกรีม
หรือ  ไอศกรีมที่ทานร่วมกับผลไม้สด












ที่ร้านนี้ ผมไม่เคยไปทาน บุฟเฟ่ท์ ของเค้าครับ  เลยขออนุญาตไม่พูดถึงอาหาร บุฟเฟ่ท์ ครับ
ผมไปทานมื้อเย็นกันสองคนกับภรรยา  เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา นี่เองครับ  (27/07/2557)    
ตอนก่อนออกจากบ้าน  ฝนตกลงมาอย่างหนักเลยครับ  ก็เลยรอให้ฝนซาลงซักนิดนึง  ... กว่าจะไปถึงร้านก็ 2 ทุ่มเข้าไปแล้วครับ    เลยไม่ได้ทานอะไรหนักๆ เท่าไหร่ครับ

มะเขือเทศ กับ มอสซาเรร่า ชีส  ..........   อาหารเรียกน้ำย่อย จานนี้  ที่มีอยู่ในเมนู ร้านอิตาเลี่ยน แทบทุกร้าน  ...  แต่การคัดเอา มะเขือเทศสดๆ กับ ชีสที่ทำสดๆ  และ บาซามิควินิก้า เข้มข้น  รสอร่อยของร้านนี้   มาอยู่บนจานเดียวกัน  และ ทานด้วยกัน  มันช่างเป็นการเริ่มต้น มื้อเย็นที่ดีเลยครับ

ซุปเห็ด   ...........   ซุป จานโปรดของสุภาพสตรี เลยครับ  ...  ซุปเห็ดแชมปริยอง ปั่นละเอียด รสชาติอร่อย กลมกล่อม แบบไม่ต้องปรุงอะไรเลยครับ  สัมผัสได้ถึงรสชาติของเห็ด แบบ ลงตัวทานง่าย  ...  ไม่อ้วนครับ

หอยตลับ ซ้อสไวน์ขาว   ..........  จานนี้พอผมเห็น  อยู่ในรายการอาหารของร้านนี้  ก็อยากทานขึ้นมาทันทีเลยครับ  เพราะผมเพิ่งกลับ มาจาก  เที่ยวทะเล ที่ปราณบุรี  ก่อนที่จะมาร้านนี้ แค่วันเดียวเองครับ
แล้วก็ หน้านี้ ฤดูนี้ เป็น ฤดูกาลของ หอยตลับเลยครับ
ตอนไปเที่ยวอยู่ที่ ปราณบุรี เลยสั่งมาทาน  เกือบทุกร้าน  แทบทุกมื้อเลยครับ
แต่ เมนูนี้   หอยตลับ ซ้อสไวน์ขาว  ของที่นี่  แนะนำว่า ต้องสั่งทานเลยครับ
หอยตลับ  สด  ต้มมาในน้ำซุป  ที่มีส่วนผสมของไวน์ขาว   มีรสอมเปรี้ยว ของมะนาวนำหน้าเล็กน้อย  พร้อมมีรสเผ็ด เล็กน้อย จากพริกสีแดงสด  ที่ลอยหน้ามาด้วย   ...  หอมกลิ่นสมุนไพรอิตาเลี่ยน และ ใบโหระพา
จานนี้ อร่อยดีจังเลยครับ  ได้อารมณ์เหมือน นั่งทานอยู่ใน ร้านอาหารอิตาเลี่ยน  ริมทะเล ทางตอนใต้ ของ อิตาลีซะเหลือเกินครับ













สปาเก็ตตี้  Bolognese    ...........    สปาเก็ตตี้เนื้อสับ แบบ อิตาเลี่ยนแท้ๆ  ....  หนึ่งในเมนูโปรด ของผมเลยครับ  ไม่ว่าเวลาผมไปประเทศไหน เมืองไหน  ...  ถ้าเข้าร้านอิตาเลี่ยนเมื่อไหร่  ผมมักจะสั่งเมนูนี้  มาลองเป็นประจำเลยครับ
สมัยหนุ่มๆ  ตอนเรียนหนังสือ  เมื่อ 30 กว่าปีที่แล้ว  ผมมีโอกาสไปฝึกงานที่ โรงแรมเก่าแก่ โรงแรมนึง ริม ทะเลสาป   COMO  ทางตอนเหนือของอิตาลี ติดกับ สวิส
ผมไปฝึกงานเป็น ลูกมือเชฟ อาหารอิตาเลี่ยน อยู่ที่นั่นอยู่ 6 เดือนครับ  ...  เป็น หัวดำ คนเดียวของเมืองรอบทะเลสาป ในยุคนั้น (สมัยก่อนยังไม่ค่อยมี คนเอเชีย เข้าไปทำงาน และ ฝึกงานแถบนั้น  ..  ผมเป็น รุ่นแรกๆ เลยครับ  ซึ่งฝรั่งแถวนั้น ยุคนั้น มักจะเรียกคนเอเชีย ว่า  หัวดำ  ครับ)
ระหว่างฝึกงาน ก็ถูก ลูกพี่เชฟใหญ่  ใช้ให้ ลวกเส้นพาสต้า อย่างเดียวทั้งวันเลยครับ  ทั้งมื้อกลางวัน และ มื้อเย็น เลยครับ  ...  เอาเป็นว่า  พอลวกไปซักเดือนสองเดือน  ...  ผมสามารถลวกเส้น แบบ ไม่ต้องจับเวลา  ไม่ต้องเอาขึ้นมาลองบีบเส้น หรือ ขว้างใส่ข้างฝา แบบที่เค้าทำกันเลยครับ  ลวกจนแค่ เห็นสีเส้น และ การเคลื่อนไหวของเส้นในน้ำต้ม ก็พอจะรู้ว่า  สุกจนแบบพอใจ เชฟใหญ่ แล้วเลยครับ
จานนี้ พอเค้ายกมาเสิร์ฟ  ผมเอาซ่อมตักพันเส้นสปาเก็ตตี้  มาลอง ก่อนเลยครับ
ต้องชมเลยครับ  ว่า ลวกเส้นมาได้  สุกแบบกำลังดี เลยครับ  หรือ ที่เรียกกันว่า    " al dente "  กันเลยทีเดียวครับ
ที่สำคัญไปกว่านั้น  ซ้อสเนื้อ  Bolognese  ของที่นี่  ก็ต้องชมเลยครับ  เนื้อบดแบบไม่ละเอียดจนเกินไป  ผัดมากับ  ซ้อสมะเขือเทศ ที่ทำสด  สัมผัสได้ทั้ง รสชาติของ เนื้อวัว และ กลิ่นสมุนไพรอิตาเลี่ยน และ รสเปรี้ยวแบบกำลังดี ของ มะเขือเทศที่คัดมาอย่างดี  นำหน้ามาเลยครับ
รสชาติ ซ้อส  ได้อารมณ์แบบ นั่งทานอยู่ทางตอนเหนือของอิตาลีเลยครับ  ..  เหยาะ พามาซานชีส  ลงไปอีกซักนิด   ...   รับรองว่า ต้องร้อง   "  มา .. ม่า .. มี๊  ..  ย่า "     ลั่นร้าน  กันเลยครับ

สปาเก็ตตี้  พริก กระเทียม แอนโชวี่   ...........   อย่างที่บอกมาด้านบน ว่า เส้นพาสต้า ของร้านนี้เค้าลวกมาสุกกำลังดีจริงๆ ครับ  สุกแบบนี้ เอาไปทำ  เอาไปปรุง กับ ซ้อสอะไรก็อร่อยครับ
จานนี้ ซ้อสเร้าใจ ถูกใจ คนไทยแน่ๆ ครับ   จัดจ้าน  ทั้งพริก ทั้งกระเทียม และ แอนโชวี่ (ปลาเค็มดอง ตัวเล็ก)












ยังมีอีกหลายเมนู  ที่ผมยังไม่ได้ลองทาน ที่ร้านนี้  แต่เท่าที่จำได้  สมัยร้านนี้อยู่ที่เดิม  มี รายการอาหารอร่อยๆ อีกหลายอย่างครับ   ทั้ง  ออสซาบูโก้  ..  สเต็ก  ...  ซี่โครงแกะ   ฯลฯ
วันนี้ เรามากันก็ค่ำแล้ว เลยทานได้ไม่กี่อย่าง  (เพื่อนที่เป็นหมอ  คอยเตือนอยู่เรื่อยว่า  อายุมากขึ้น  ไม่ควรทานอาหารตอนดึก ครับ)

ร้านนี้หาไม่ยาก ครับ  ...   ขับรถมาตาม ถนน นิมมานฯ  จนมาถึง  ซอย 11  หรือ ซอย 13  ก็ได้ครับ  เลี้ยวเข้าซอยมาเลยครับ  เข้ามาจากปากซอย ซักประมาณ  200  เมตร  ก็จะเห็นร้านนี้เลยครับ
ร้านนี้ ทะลุ  2 ซอยเลยครับ    สามารถเข้ามาได้ทั้งซอย 11  และ  ซอย 13  ครับ
เปิดบริการ ทุกวัน  ตั้งแต่   17.00 น.   -   23.00 น.  

จองที่นั่ง และ สอบถามได้ที่    053-289-262


แผนที่ร้านอาหาร ทั้งหมดที่ผมเขียนแนะนำ ไว้ใน   " แนะนำ ร้านอาหารอร่อย โดยป๋าปึกส์ "
https://mapsengine.google.com/map/edit?authuser=0&hl=en&mid=zi7qOsZPeff0.kmjHpvkh5cmM



ป๋าปึกส์
04/08/2557
ขอแนะนำ ร้านโปรดของผู้เขียน
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2010/11/tengoku-1.html
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2010/11/tengoku-2.html
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2011/05/tengoku-de-cuisine.html

ติดตาม คอลัมน์ แนะนำร้านอาหารอร่อย โดย ป๋าปึกส์ ได้ทุกวันใน  Facebook
ได้ที่  : http://www.facebook.com/SuebsaengSun

วันพฤหัสบดีที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

Steak of the day .. แม่ริมพลาซ่า .. เชียงใหม่

 Steak of the day  ..  แม่ริมพลาซ่า  ..   เชียงใหม่











" Steak of the day "      เป็นร้านอาหารฝรั่ง ที่ต้องถือว่า  ช่วงนี้เป็นช่วงที่ ฮ้อต และ มีคนกล่าวถึงมากที่สุด ร้านนึง ในเชียงใหม่ เลยก็ว่าได้ครับ
ร้านนี้  เปิดมาประมาณร่วมปีนึงแล้ว น่าจะได้ครับ  ...  ผมเห็นภาพของอาหาร ร้านนี้ ใน  Facebook  ของเพื่อนคนโน้น คนนี้ บ่อยมากเลยครับ  .. นอกจากเห็นรูปอาหาร แล้ว    บางครั้งก็ยังมี คำอธิบาย และ  คำชม  ทีต้องถือว่า ค่อนข้างเยอะ เลยครับ  ...  มีเพื่อนบอกว่า  เจ้าของร้านนี้ชื่อ  " เชฟเรวัติ "  ...  เคยเป็น เชฟ  ที่เคยทำงานอยู่ใน โรงแรม  Four Seasons   แถวๆ แม่ริม นั่นแหละครับ

แรกๆ  ผมก็ไม่ได้ตื่นเต้นอะไรมากมาย กับ ที่มาที่ไป ของร้านนี้
เพราะผมว่า เป็นธรรมดา ของ ร้านอาหารฝรั่ง หลายๆร้าน ในเมืองไทย  ที่ เชฟ ส่วนใหญ่  ก็จะออกมาจาก โรงแรมใหญ่ๆ ระดับ 5 ดาว  ...   เมื่อพวกเค้าเหล่านั้น ถึงจุดอิ่มตัวของการทำงาน ก็มักจะออกมาเปิดกิจการเป็นของตัวเอง
แต่  มีไม่มากนะครับ  ...  ที่ เชฟ  ออกมาเปิด ร้านอาหารเอง แล้ว ประสพความสำเร็จ
ที่กล่าวอย่างงั้น  ต้องเรียนว่า  ผมไม่ได้ไป ดูถูก ดูแคลน  เหล่า  เชฟ สุดยอดฝีมือทั้งหลายนะครับ
แต่โดยธรรมชาติ  ของเชฟ ในโรงแรมใหญ่ๆ  แล้ว   พวกเค้าจะทำงานแยกหน้าที่ กัน เป็นส่วนๆ  ...  เช่น  เชฟก็จะ ทำหน้าที่ ดูแล  เรื่องคุณภาพ และ รสชาติ ของอาหารเป็นหลัก  รวมไปถึง ต้นทุนของอาหาร
แต่ เชฟ ในโรงแรม  จะไม่ค่อยได้  มีส่วนร่วม  ในการบริหาร เรื่องการตลาด และ การบริการเท่าไหร่นัก
นั่นแหละครับ   สาเหตุ ที่ผมบอกว่า  
" เชฟหลายๆคน เมื่อออกมาเปิดร้านเอง แล้วไม่ประสพความสำเร็จ เท่าที่ควร "












ผมว่า  ข้อได้เปรียบ  ของ เชฟ  ที่ผ่านงานโรงแรมใหญ่ๆ  โดยเฉพาะ โรงแรม 5 ดาว  อย่างที่เจ้าของร้านนี้ เคยมี ประสพการณ์มา  ...  จะมีมากกว่า  เชฟ  ที่เล่าเรียนมาเป็น Course  ทำอาหารระยะสั้น หลายอย่างด้วยกันครับ  
:  การเรียนรู้  Basic  ของอาหารฝรั่ง และ ได้ลงมือทำ ตั้งแต่ เตรียมวัตถุดิบ  ให้กับ เชฟใหญ่
:  การเห็น และ จดจำ  ทุกขั้นตอน การทำอาหาร ของ เชฟระดับโลก ที่ โรงแรม ระดับ 5 ดาว  มักจะเชิญ เชฟ ระดับโลก  หรือ ระดับ รางวัล มิชชลินสตาร์  มาประกอบอาหารให้ลูกค้าของ โรงแรม ได้ลิ้มลอง อยู่เป็นประจำ
แต่นั่นแหละครับ  การมาทำอาหาร ของ เชฟระดับนี้  ...  เชฟไทย ที่อยู่ในครัว ต่างอาสา เป็นลูกมือ นับ สิบๆ คนกันเลยทีเดียวครับ  ...  และไม่ใช่ทุกคน จะเก็บเกี่ยว และ เข้าใจ เทคนิค การทำอาหารของ เชฟระดับนี้ ได้ทั้งหมด
ผมต้อง  ขอชม  เชฟ เจ้าของร้าน   " Steak of  the day "    ไว้ ณ.ที่นี้เลยครับ
ผมไปลองอาหาร ร้านนี้ 2 วันติดต่อกัน  สั่งอาหาร ซ้ำกัน บางอย่าง และ สั่งอาหารอีกหลายอย่าง เพื่อทดลอง ก่อนมาเขียนแนะนำในวันนี้  ....  ต้องถือว่า  เชฟเรวัติ  เข้าใจ ในความเข้ากัน และ กัน  ทั้ง รสชาติเครื่องปรุง  รสชาติเครื่องเคียง  รสชาติของซ้อส    กับ  วัตถุดิบ  ในแต่ละจานได้เป็นอย่างดีครับ
ซึ่งประสพการณ์ จากการเห็น และ การถ่ายทอดจาก เชฟระดับโลก ที่แต่ละคนเคยเห็นมา ไม่ได้ลอกเลียนแบบ และ ถ่ายทอดกันง่ายๆ นะครับ












เอาหละครับ   มาถึงอาหารที่ไปทานมาแล้ว ต้องแนะนำ เลยครับ

Caezar salad   ...........    เริ่มกันด้วยสลัดก่อนแล้วกัน นะครับ  ... ซีซ่าร์สลัด เป็น สลัดที่มีอยูู่ในเมนู ร้านอาหารฝรั่ง แทบทุกร้าน ครับ  ....  ผมชอบสั่ง สลัดจานนี้ มาทานก่อน ที่จะลองอย่างอื่นต่อไปครับ  ...  เพราะผมถือเอาความคิดส่วนตัวที่ว่า  จานนี้ต้องถือเป็น  Basic  ของร้านอาหารฝรั่งในบ้านเราไปซะแล้ว  ....  จานแรกก็โดนเลยครับ  สลัดซีซาร์ รสชาติ ลงตัว กลมกล่อม ครบรส  อร่อยไม่แพ้ร้านใด  ในเชียงใหม่เลยครับ

Tomato , Mozzarella cheese , Mango   ...........   จานนี้ ต้องถือว่า เป็นอาหารเรียกน้ำย่อย ชั้นดีครับ  แค่เห็นจานที่ยกมา ก็ต้อง ร้องกันลั่นโต๊ะ กันเลยทีเดียวครับ ว่า   " อย่า  ...  อย่า ... อย่า แตะต้องโดยเด็ดขาด "    ...  หยุด .. หยุด  ....  ว่าแล้วก็หยิบ โทรศัพท์ ขึ้นมาถ่ายรูป  กันแทบไม่ทันเลยครับ
ตกแต่งจาน ได้สีสัน จากวัตถุดิบ  แบบ ถูกใจผม จริงๆ ครับ  .... ไม่ได้ สวยแต่รูป นะครับ
จานนี้ นี่แหละที่ผมบอกว่า เชฟเรวัติ แกเข้าใจ รสชาติ และ ความเข้ากัน ของวัตถุดิบได้ดี  และ รู้ว่า ควรทานรสอะไร  ก่อนที่จะทานอาหารคาว  
มะเขือเทศลอกเปลือกออก เนื้อสดจนเด้ง รสเปรี้ยวนำหวาน  ตัดกับ รสของ มอสซาเลร่าชีส ที่ออก เฝื่อนๆ  และ แทรกมาด้วย รสหวานอมเปรี้ยวเล็กน้อย ของ มะม่วง
โอวววววววว  ....  จานนี้  ต้องบอกว่า    " it's must "      เลยครับ

Spaghetti Becon , Garlic , Chilli    ..........    ชื่ออาหารจานนี้  ตรงตัว โดยไม่ต้องอธิบายเลยว่า ใส่อะไรบ้างครับ  ...  ทีสำคัญ  การลวกเส้น สปาเก็ตตี้ ของเชฟ ลวกได้สุกพอดี เป๊ะ  หรือ แบบที่ฝรั่งเรียกว่า al dente   ....    ส่วนรสชาติของหน้าซ้อส  ต้องบอกว่า  จัดจ้านเร้าใจ ถูกใจ คนไทยแน่นอน ครับ













Becon , Galic , Butter , Cheese  in Trotialia Bread   ...........   เมนูอาหารทานเล่น  ที่ชื่อยาวและเข้าใจง่ายดีครับ  โดยเฉพาะชื่อ ภาษาไทย ของเมนูนี้   " โรตี , กระเทียม , เนย , ชีส "
ชื่อมันส์ ดีนะครับ  ...  จานนี้เป็นแป้งแบบ เม็กซิกัน หรือ ทางตอนใต้ของยุโรป ก็นิยมทำกันครับ  ...  แป้งอร่อย เข้ากับชีสและกระเทียมดีครับ  ทานเล่น แกล้มไวน์ แกล้มเบียร์ ระหว่างรอออาหาร ก็เข้าท่าดีครับ

Australian Black Angus Rib Eye   ............   เนื้อริบอาย  สายพันธ์ออสเตรเลี่ยนแองกัส  เนื้อนุ่ม  ชิ้นกำลังดี  น้ำหนักน่าจะประมาณ 200 กว่ากรัม  ...  ย่างมาได้ตามที่สั่งพอดีเลยครับ  ผมสั่ง  medium  ก็ได้ตามสั่งครับ  ....  แต่ที่ชอบก็คือ  สไตลส์การย่างที่ด้านนอกเกรียมแต่ด้านใน  medium  ... ประทับใจจานนี้ ตามแบบที่ผมบอกไว้ด้านบน ว่า เชฟเรวัติ แกเป็นเชฟที่ ทำซ้อส  ทำเกรวี่  ได้อร่อยถูกใจ ผมจริงๆ ครับ

New Zealand  Lanp chops  ...........   เนื้อแกะ ออสเตรเลี่ยน นุ่ม หมักมา รสกลมกล่อมดีครัย   ...  จานนี้ก็อีกเช่นกันครับ  ที่  เกรวี่ และ ซ้อส อร่อยและเข้ากันกับ อาหารหลักมากเลยครับ  ... แต่ที่เด็ดกว่านั้น น่าจะเป็น  side dish  ที่วางบนจาน  ผมจำไม่ได้ว่ามีส่วนผสมอะไรมาก เท่าที่จำได้มีมะเขือม่วง  ที่จำไม่ได้เพราะ ผมทานside dish  หมดภายในพริบตา ครับ

ยังมีอาหารอีกหลายอย่างที่ผมยังไม่ได้ลอง  แต่เท่าที่ทานก็พอจะเข้าใจได้ว่า ต้องอร่อยไม่แพ้ จานที่ลองมาแล้ว แน่ๆ  เลยครับ  ....  อาหารร้านนี้ ต้องถือว่า  เป็นอาหารฝรั่งที่ถูกมากเมื่อเทียบกับคุณภาพและรสชาติ
ร้านนี้เป็น ร้านธรรมดาๆ อยู่ข้างตลาด ใน แม่ริมพลาซ่า ...  เป็นร้าน  open air  (ไม่จำเป็นต้องติดแอร์ครับ  เพราะอากาศแถวนั้น สบายอยู่แล้วครับ)  
ร้านนี้ อยู่ซอยเดียวกับ ทางเข้าโรงแรม Four Seasons  ครับ ... ถ้าเข้ามาจากแยกด้านถนนแม่ริม  (ก่อนแยกใหญ่ที่เลี้ยวขึ้นน้ำตก แม่สา)  เข้ามา จนก่อนถึง คลองชลประทานซัก 200 เมตร จะอยู่ขวามือ  สังเกตุป้ายทางเข้า   " แม่ริม พลาซ่า "  ครับ

ร้านนี้เปิด   จันทร์ ถึง เสาร์   ตั้งแต่เวลา   11.00 น.   -   20.00 น.
ปิด   ทุกวันอาทิตย์   
โทร    081-256-7292


แผนที่ร้านอาหาร ทั้งหมดที่ผมเขียนแนะนำ ไว้ใน   " แนะนำ ร้านอาหารอร่อย โดยป๋าปึกส์ "
https://mapsengine.google.com/map/edit?authuser=0&hl=en&mid=zi7qOsZPeff0.kmjHpvkh5cmM



ป๋าปึกส์
17/07/2557
ขอแนะนำ ร้านโปรดของผู้เขียน
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2010/11/tengoku-1.html
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2010/11/tengoku-2.html
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2011/05/tengoku-de-cuisine.html

ติดตาม คอลัมน์ แนะนำร้านอาหารอร่อย โดย ป๋าปึกส์ ได้ทุกวันใน  Facebook


ได้ที่  : http://www.facebook.com/SuebsaengSun


วันอังคารที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

ข้าวต้ม ตันโพธิ์ ... ถนน ทุ่งโฮเต็ล ... เชียงใหม่

 ข้าวต้ม ตันโพธิ์  ... ถนน ทุ่งโฮเต็ล  ...  เชียงใหม่










ร้านข้าวต้ม เก่าแก่ ย่านถนนทุ่งโฮเต็ล  ....  ร้านข้าวต้ม อร่อย และ ราคาสุดคุ้ม ขวัญใจ คนทำงาน
ผมไปทาน ข้าวต้มร้านนี้ ครั้งแรกเมื่อประมาณ 12-13 ปีที่แล้วครับ
ช่วงนั้นผมทำงานในหน้าที่  ดูแลควมคุมงานก่อสร้าง โรงแรมยักษ์ใหญ่ ของเมืองเชียงใหม่  แถวๆ ซอยวัดบวกครกหลวง บนถนน เชียงใหม่-สันกำแพง
จำได้ว่า ตอนผมไปทาน ข้าวต้มร้านนี้ ครั้งแรกก็มี  สล่า  หรือ นายช่าง (ในภาษาเมือง)   เป็นคนชวนผมไปทาน  ..  ตั้งแต่สมัย ร้านนี้ยังเป็นเพิง เล็ก อยู่ริมลำเหมือง  ข้างลานต้นโพธิ์  ...  ตีนสพาน ตรงปากทางเข้าถนน ทุ่งโฮเต็ล ทางด้าน สถานีรถไฟ   (ตอนนี้ ที่แปลงเดิม กำลังสร้างอะไรไม่ทราบ เป็นตึกใหญ่โต  ...  ร้านนี้เลย ย้าย ร่น เข้าไปใน ซอยเดิม  ที่มีต้นโพธิ์อยู่ปากซอย และ ตีนสพานอันเดิม ครับ)
ข้าวต้ม ร้านนี้ เป็นร้านประจำ และ ขวัญใจ  ของเหล่า สล่า และ คนทำงาน ที่เข้ามาทำงานในเมือง  ที่เติมพลังกัน  ก่อนที่จะเริ่มทำงาน
ที่ผมบอกว่า  เป็นขวัญใจ ก็มี 2 สาเหตุด้วยกันครับ
อันดับแรก  ...  แน่นอนเลยครับ  ต้อง  อร่อย ครับ  .. ถ้าไม่อร่อย คนคงไม่กลับมาทานกันบ่อยๆ
อันดับที่สอง ...  ราคา ครับ  ....  ราคาอาหารร้านนี้ น่าประทับใจจริงๆครับ
ราคาอาหารทุกวันนี้ ยังคงเริ่มต้นที่  จานละ 10 บาท ขึ้นไป  (กรุณาดูราคาอาหาร ตามในรูปด้านล่าง ครับ)












ร้านนี้เปิดตั้งแต่ เช้า ประมาณ 7 โมง เลยไปจนถึงมื้อเที่ยง
มี อาหาร และ  กับข้าว   ที่ทานได้ทั้ง กับ ข้าวต้ม และ ข้าวสวย
รายการอาหารมีมากมายหลายอย่างจริงๆ ครับ  ...  ราคา  ก็ขึ้นอยู่กับ วัตถุดิบ
เท่าที่ผมสังเกตุ พอจะเดาได้ว่า ราคาขึ้นอยู่กับ วัตถุดิบ ดังนี้ ครับ
วัตถุดิบ  ที่หาได้ในท้องถิ่น  ราคาจะอยู่ที่  จานละ 10 บาทเท่านั้นครับ
ถ้าเป็น พวกเนื้อสัตว์  ก็จะมี ราคาอยู่ที่ประมาณ  25 บาท
ส่วน วัตถุดิบ จำพวกที่ต้อง  อิมพอร์ท จากท้องถิ่นอื่นๆ ...  ก็ ราคาจะเป็นไปตามราคาต้นทุน  แต่สูงสุดก็ไม่เกิน 40 บาทครับ
อาหารอร่อย ใช้ได้แทบทุกอย่างครับ
ร้านนี้เป็นพี่น้อง กับ ร้านข้าวต้ม ย่านอาเขต หรือ แถวๆ สถานีขนส่ง ข้างแยกศาลเด็ก ครับ
ทีเด็ดของร้านนี้ ผมว่าอยู่ที่    " น้ำจิ้ม  รสเด็ด "   ที่ทานได้กับ กับข้าวทุกจานครับ













จับฉ่าย   ..........  ผักกาด ผักคะน้า และ อีกหลายๆชนิด ต้มกับ น้ำซุป รสพะโล้ หอมอร่อยดีครับ  ..  ผักก็สุกกำลังดี  จานนี้ผมชอบสั่งให้ใส่ ขาหมูพะโล้ มาพร้อมกันเลยในจานเดียวกันครับ

ต้มมะระ ซี่โครงหมู  ...........  มะระต้ม รวมกับ ผักกาดดอง  รสชาติกลมกล่อมดีครับ  .. ซี่โครงหมูก็เปื่อยดีครับ

เลือด และ ไข่ พะโล้   ..........  พะโล้ ร้านนี้ มีให้เลือกหลากหลายนะครับ  ทั้ง ขาหมู , ลิ้น , ไส้ , กระเพาะ  , เลือด , ไข่  ฯลฯ  ...  แต่ที่ผมเลือก  เลือดและไข่  ก็เป็นไปตามวัยครับ  ขี้เกียจเคี้ยว และ กลัวจะย่อยยาก ครับ  ...  น้ำจิ้ม สามรส ของ ร้านนี้ ช่วยขับให้ อาหารพะโล้ทุกจานของที่นี่ เป็นพระเอกเลยครับ

ยำไข่เค็ม   ...........   ไข่เค็มสีสวย รสชาติเค็มกำลังดี  ยำมาพร้อมเครื่องยำ ที่ชอบก็ตรงเค้าใส่ หอมแดงมาด้วยครับ  แถมมีมะนาวแถมมาให้อีกซีกนึง เผื่อคนชอบเปรี้ยว












ยังมี รายการอาหารอีกหลายๆ อย่างที่อร่อยครับ
ทั้ง   ปลาเค็ม  ,  ปลาสลิด  ,  กุนเชียง  ,  ไก่ต้ม  ,  หมูกรอบ  ,  ยำไข่เยี่ยวม้า  ฯลฯ
กับข้าวมีให้เลือกกว่า 20 อย่างเลยทีเดียวครับ
ส่วนข้าว  ก็มีให้เลือก ทั้ง ข้าวต้ม และ ข้าวสวย ครับ
เที่ยวนี้ผม ไปทานกับ ภรรยา กัน 2 คน  กับข้าว 5 อย่าง พร้อมข้าวต้ม
ตอนคิดตังค์  ภรรยาผมตกใจเลยครับ  ทั้งหมด จ่ายแบ้งค์ 100 ไป ยังได้ตังค์ทอนเลยครับ












ร้านนี้ หาไม่ยากครับ  ....  ถ้าขับรถมาจากในเมือง ข้ามสพาน นวรัฐ  มุ่งหน้ามาทางสถานีรถไฟเชียงใหม่  ..  พอถึงทางแยกเข้าสถานี ไม่ต้องเข้าไปนะครับ  ตรงไปอีกนิดเดียว แล้ว ชิดซ้าย แล้วเลี้ยวซ้าย ตรงไฟแดง  เข้ามายังถนน ทุ่งโฮเต็ล  เลยครับ  ...   เข้ามา 100 กว่าเมตร จะมีสพานเล็กๆอยู่อันนึง จะเห็น ต้นโพธิ์  ต้นใหญ่ อยู่ตีนสพาน  ....   นั่นแหละครับ  ... เลี้ยวขวา ตรงตีนสพาน เข้าไปเลยครับ  ...  ด้านใน มีที่จอดรถ ครับ
อาหารอร่อย  ราคาถูก ครับ  .....  อ้อ  ....  อย่าไปทานทุกวันนะครับ  เดี๋ยวจะรวยไม่รู้เรื่อง ครับ  5555




แผนที่ร้านอาหาร ทั้งหมดที่ผมเขียนแนะนำ ไว้ใน   " แนะนำ ร้านอาหารอร่อย โดยป๋าปึกส์ "
https://mapsengine.google.com/map/edit?authuser=0&hl=en&mid=zi7qOsZPeff0.kmjHpvkh5cmM



ป๋าปึกส์
15/07/2557
ขอแนะนำ ร้านโปรดของผู้เขียน
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2010/11/tengoku-1.html
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2010/11/tengoku-2.html
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2011/05/tengoku-de-cuisine.html

ติดตาม คอลัมน์ แนะนำร้านอาหารอร่อย โดย ป๋าปึกส์ ได้ทุกวันใน  Facebook


ได้ที่  : http://www.facebook.com/SuebsaengSun