Translate

Share it

วันพฤหัสบดีที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

Steak of the day .. แม่ริมพลาซ่า .. เชียงใหม่

 Steak of the day  ..  แม่ริมพลาซ่า  ..   เชียงใหม่










" Steak of the day "      เป็นร้านอาหารฝรั่ง ที่ต้องถือว่า  ช่วงนี้เป็นช่วงที่ ฮ้อต และ มีคนกล่าวถึงมากที่สุด ร้านนึง ในเชียงใหม่ เลยก็ว่าได้ครับ
ร้านนี้  เปิดมาประมาณร่วมปีนึงแล้ว น่าจะได้ครับ  ...  ผมเห็นภาพของอาหาร ร้านนี้ ใน  Facebook  ของเพื่อนคนโน้น คนนี้ บ่อยมากเลยครับ  .. นอกจากเห็นรูปอาหาร แล้ว    บางครั้งก็ยังมี คำอธิบาย และ  คำชม  ทีต้องถือว่า ค่อนข้างเยอะ เลยครับ  ...  มีเพื่อนบอกว่า  เจ้าของร้านนี้ชื่อ  " เชฟเรวัติ "  ...  เคยเป็น เชฟ  ที่เคยทำงานอยู่ใน โรงแรม  Four Seasons   แถวๆ แม่ริม นั่นแหละครับ
แรกๆ  ผมก็ไม่ได้ตื่นเต้นอะไรมากมาย กับ ที่มาที่ไป ของร้านนี้
เพราะผมว่า เป็นธรรมดา ของ ร้านอาหารฝรั่ง หลายๆร้าน ในเมืองไทย  ที่ เชฟ ส่วนใหญ่  ก็จะออกมาจาก โรงแรมใหญ่ๆ ระดับ 5 ดาว  ...   เมื่อพวกเค้าเหล่านั้น ถึงจุดอิ่มตัวของการทำงาน ก็มักจะออกมาเปิดกิจการเป็นของตัวเอง
แต่  มีไม่มากนะครับ  ...  ที่ เชฟ  ออกมาเปิด ร้านอาหารเอง แล้ว ประสพความสำเร็จ
ที่กล่าวอย่างงั้น  ต้องเรียนว่า  ผมไม่ได้ไป ดูถูก ดูแคลน  เหล่า  เชฟ สุดยอดฝีมือทั้งหลายนะครับ
แต่โดยธรรมชาติ  ของเชฟ ในโรงแรมใหญ่ๆ  แล้ว   พวกเค้าจะทำงานแยกหน้าที่ กัน เป็นส่วนๆ  ...  เช่น  เชฟก็จะ ทำหน้าที่ ดูแล  เรื่องคุณภาพ และ รสชาติ ของอาหารเป็นหลัก  รวมไปถึง ต้นทุนของอาหาร
แต่ เชฟ ในโรงแรม  จะไม่ค่อยได้  มีส่วนร่วม  ในการบริหาร เรื่องการตลาด และ การบริการเท่าไหร่นัก
นั่นแหละครับ   สาเหตุ ที่ผมบอกว่า  
" เชฟหลายๆคน เมื่อออกมาเปิดร้านเอง แล้วไม่ประสพความสำเร็จ เท่าที่ควร "












ผมว่า  ข้อได้เปรียบ  ของ เชฟ  ที่ผ่านงานโรงแรมใหญ่ๆ  โดยเฉพาะ โรงแรม 5 ดาว  อย่างที่เจ้าของร้านนี้ เคยมี ประสพการณ์มา  ...  จะมีมากกว่า  เชฟ  ที่เล่าเรียนมาเป็น Course  ทำอาหารระยะสั้น หลายอย่างด้วยกันครับ  
:  การเรียนรู้  Basic  ของอาหารฝรั่ง และ ได้ลงมือทำ ตั้งแต่ เตรียมวัตถุดิบ  ให้กับ เชฟใหญ่
:  การเห็น และ จดจำ  ทุกขั้นตอน การทำอาหาร ของ เชฟระดับโลก ที่ โรงแรม ระดับ 5 ดาว  มักจะเชิญ เชฟ ระดับโลก  หรือ ระดับ รางวัล มิชชลินสตาร์  มาประกอบอาหารให้ลูกค้าของ โรงแรม ได้ลิ้มลอง อยู่เป็นประจำ
แต่นั่นแหละครับ  การมาทำอาหาร ของ เชฟระดับนี้  ...  เชฟไทย ที่อยู่ในครัว ต่างอาสา เป็นลูกมือ นับ สิบๆ คนกันเลยทีเดียวครับ  ...  และไม่ใช่ทุกคน จะเก็บเกี่ยว และ เข้าใจ เทคนิค การทำอาหารของ เชฟระดับนี้ ได้ทั้งหมด
ผมต้อง  ขอชม  เชฟ เจ้าของร้าน   " Steak of  the day "    ไว้ ณ.ที่นี้เลยครับ
ผมไปลองอาหาร ร้านนี้ 2 วันติดต่อกัน  สั่งอาหาร ซ้ำกัน บางอย่าง และ สั่งอาหารอีกหลายอย่าง เพื่อทดลอง ก่อนมาเขียนแนะนำในวันนี้  ....  ต้องถือว่า  เชฟเรวัติ  เข้าใจ ในความเข้ากัน และ กัน  ทั้ง รสชาติเครื่องปรุง  รสชาติเครื่องเคียง  รสชาติของซ้อส    กับ  วัตถุดิบ  ในแต่ละจานได้เป็นอย่างดีครับ
ซึ่งประสพการณ์ จากการเห็น และ การถ่ายทอดจาก เชฟระดับโลก ที่แต่ละคนเคยเห็นมา ไม่ได้ลอกเลียนแบบ และ ถ่ายทอดกันง่ายๆ นะครับ












เอาหละครับ   มาถึงอาหารที่ไปทานมาแล้ว ต้องแนะนำ เลยครับ

Caezar salad   ...........    เริ่มกันด้วยสลัดก่อนแล้วกัน นะครับ  ... ซีซ่าร์สลัด เป็น สลัดที่มีอยูู่ในเมนู ร้านอาหารฝรั่ง แทบทุกร้าน ครับ  ....  ผมชอบสั่ง สลัดจานนี้ มาทานก่อน ที่จะลองอย่างอื่นต่อไปครับ  ...  เพราะผมถือเอาความคิดส่วนตัวที่ว่า  จานนี้ต้องถือเป็น  Basic  ของร้านอาหารฝรั่งในบ้านเราไปซะแล้ว  ....  จานแรกก็โดนเลยครับ  สลัดซีซาร์ รสชาติ ลงตัว กลมกล่อม ครบรส  อร่อยไม่แพ้ร้านใด  ในเชียงใหม่เลยครับ

Tomato , Mozzarella cheese , Mango   ...........   จานนี้ ต้องถือว่า เป็นอาหารเรียกน้ำย่อย ชั้นดีครับ  แค่เห็นจานที่ยกมา ก็ต้อง ร้องกันลั่นโต๊ะ กันเลยทีเดียวครับ ว่า   " อย่า  ...  อย่า ... อย่า แตะต้องโดยเด็ดขาด "    ...  หยุด .. หยุด  ....  ว่าแล้วก็หยิบ โทรศัพท์ ขึ้นมาถ่ายรูป  กันแทบไม่ทันเลยครับ
ตกแต่งจาน ได้สีสัน จากวัตถุดิบ  แบบ ถูกใจผม จริงๆ ครับ  .... ไม่ได้ สวยแต่รูป นะครับ
จานนี้ นี่แหละที่ผมบอกว่า เชฟเรวัติ แกเข้าใจ รสชาติ และ ความเข้ากัน ของวัตถุดิบได้ดี  และ รู้ว่า ควรทานรสอะไร  ก่อนที่จะทานอาหารคาว  
มะเขือเทศลอกเปลือกออก เนื้อสดจนเด้ง รสเปรี้ยวนำหวาน  ตัดกับ รสของ มอสซาเลร่าชีส ที่ออก เฝื่อนๆ  และ แทรกมาด้วย รสหวานอมเปรี้ยวเล็กน้อย ของ มะม่วง
โอวววววววว  ....  จานนี้  ต้องบอกว่า    " it's must "      เลยครับ

Spaghetti Becon , Garlic , Chilli    ..........    ชื่ออาหารจานนี้  ตรงตัว โดยไม่ต้องอธิบายเลยว่า ใส่อะไรบ้างครับ  ...  ทีสำคัญ  การลวกเส้น สปาเก็ตตี้ ของเชฟ ลวกได้สุกพอดี เป๊ะ  หรือ แบบที่ฝรั่งเรียกว่า al dente   ....    ส่วนรสชาติของหน้าซ้อส  ต้องบอกว่า  จัดจ้านเร้าใจ ถูกใจ คนไทยแน่นอน ครับ













Becon , Galic , Butter , Cheese  in Trotialia Bread   ...........   เมนูอาหารทานเล่น  ที่ชื่อยาวและเข้าใจง่ายดีครับ  โดยเฉพาะชื่อ ภาษาไทย ของเมนูนี้   " โรตี , กระเทียม , เนย , ชีส "
ชื่อมันส์ ดีนะครับ  ...  จานนี้เป็นแป้งแบบ เม็กซิกัน หรือ ทางตอนใต้ของยุโรป ก็นิยมทำกันครับ  ...  แป้งอร่อย เข้ากับชีสและกระเทียมดีครับ  ทานเล่น แกล้มไวน์ แกล้มเบียร์ ระหว่างรอออาหาร ก็เข้าท่าดีครับ

Australian Black Angus Rib Eye   ............   เนื้อริบอาย  สายพันธ์ออสเตรเลี่ยนแองกัส  เนื้อนุ่ม  ชิ้นกำลังดี  น้ำหนักน่าจะประมาณ 200 กว่ากรัม  ...  ย่างมาได้ตามที่สั่งพอดีเลยครับ  ผมสั่ง  medium  ก็ได้ตามสั่งครับ  ....  แต่ที่ชอบก็คือ  สไตลส์การย่างที่ด้านนอกเกรียมแต่ด้านใน  medium  ... ประทับใจจานนี้ ตามแบบที่ผมบอกไว้ด้านบน ว่า เชฟเรวัติ แกเป็นเชฟที่ ทำซ้อส  ทำเกรวี่  ได้อร่อยถูกใจ ผมจริงๆ ครับ

New Zealand  Lanp chops  ...........   เนื้อแกะ ออสเตรเลี่ยน นุ่ม หมักมา รสกลมกล่อมดีครัย   ...  จานนี้ก็อีกเช่นกันครับ  ที่  เกรวี่ และ ซ้อส อร่อยและเข้ากันกับ อาหารหลักมากเลยครับ  ... แต่ที่เด็ดกว่านั้น น่าจะเป็น  side dish  ที่วางบนจาน  ผมจำไม่ได้ว่ามีส่วนผสมอะไรมาก เท่าที่จำได้มีมะเขือม่วง  ที่จำไมได้เพราะ ผมทานside dish  หมดภายในพริบตา ครับ

ยังมีอาหารอีกหลายอย่างที่ผมยังไม่ได้ลอง  แต่เท่าที่ทานก็พอจะเข้าใจได้ว่า ต้องอร่อยไม่แพ้ จานที่ลองมาแล้ว แน่ๆ  เลยครับ  ....  อาหารร้านนี้ ต้องถือว่า  เป็นอาหารฝรั่งที่ถูกมากเมื่อเทียบกับคุณภาพและรสชาติ
ร้านนี้เป็น ร้านธรรมดาๆ อยู่ข้างตลาด ใน แม่ริมพลาซ่า ...  เป็นร้าน  open air  (ไม่จำเป็นต้องติดแอร์ครับ  เพราะอากาศแถวนั้น สบายอยู่แล้วครับ)   ... ร้านี้ อยู่ซอยเดียวกับ ทางเข้าโรงแรม Four Seasons  ครับ ... ถ้าเข้ามาจากแยกด้านถนนแม่ริม  (ก่อนแยกใหญ่ที่เลี้ยวขึ้นน้ำตก แม่สา)  เข้ามา จนก่อนถึง คลองชลประทานซัก 200 เมตร จะอยู่ขวามือ  สังเกตุป้ายทางเข้า   " แม่ริม พลาซ่า "  ครับ

ร้านนี้เปิด   จันทร์ ถึง เสาร์   ตั้งแต่เวลา   11.00 น.   -   20.00 น.
ปิด   ทุกวันอาทิตย์   
โทร    081-256-7292

แผนที่ร้านอาหาร ทั้งหมดที่ผมเขียนแนะนำ ไว้ใน   " แนะนำ ร้านอาหารอร่อย โดยป๋าปึกส์ "
https://mapsengine.google.com/map/edit?authuser=0&hl=en&mid=zi7qOsZPeff0.kmjHpvkh5cmM



ป๋าปึกส์
17/07/2557
ขอแนะนำ ร้านโปรดของผู้เขียน
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2010/11/tengoku-1.html
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2010/11/tengoku-2.html
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2011/05/tengoku-de-cuisine.html

ติดตาม คอลัมน์ แนะนำร้านอาหารอร่อย โดย ป๋าปึกส์ ได้ทุกวันใน  Facebook


ได้ที่  : http://www.facebook.com/SuebsaengSun


วันอังคารที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

ข้าวต้ม ตันโพธิ์ ... ถนน ทุ่งโฮเต็ล ... เชียงใหม่

 ข้าวต้ม ตันโพธิ์  ... ถนน ทุ่งโฮเต็ล  ...  เชียงใหม่











ร้านข้าวต้ม เก่าแก่ ย่านถนนทุ่งโฮเต็ล  ....  ร้านข้าวต้ม อร่อย และ ราคาสุดคุ้ม ขวัญใจ คนทำงาน
ผมไปทาน ข้าวต้มร้านนี้ ครั้งแรกเมื่อประมาณ 12-13 ปีที่แล้วครับ
ช่วงนั้นผมทำงานในหน้าที่  ดูแลควมคุมงานก่อสร้าง โรงแรมยักษ์ใหญ่ ของเมืองเชียงใหม่  แถวๆ ซอยวัดบวกครกหลวง บนถนน เชียงใหม่-สันกำแพง
จำได้ว่า ตอนผมไปทาน ข้าวต้มร้านนี้ ครั้งแรกก็มี  สล่า  หรือ นายช่าง (ในภาษาเมือง)   เป็นคนชวนผมไปทาน  ..  ตั้งแต่สมัย ร้านนี้ยังเป็นเพิง เล็ก อยู่ริมลำเหมือง  ข้างลานต้นโพธิ์  ...  ตีนสพาน ตรงปากทางเข้าถนน ทุ่งโฮเต็ล ทางด้าน สถานีรถไฟ   (ตอนนี้ ที่แปลงเดิม กำลังสร้างอะไรไม่ทราบ เป็นตึกใหญ่โต  ...  ร้านนี้เลย ย้าย ร่น เข้าไปใน ซอยเดิม  ที่มีต้นโพธิ์อยู่ปากซอย และ ตีนสพานอันเดิม ครับ)
ข้าวต้ม ร้านนี้ เป็นร้านประจำ และ ขวัญใจ  ของเหล่า สล่า และ คนทำงาน ที่เข้ามาทำงานในเมือง  ที่เติมพลังกัน  ก่อนที่จะเริ่มทำงาน
ที่ผมบอกว่า  เป็นขวัญใจ ก็มี 2 สาเหตุด้วยกันครับ
อันดับแรก  ...  แน่นอนเลยครับ  ต้อง  อร่อย ครับ  .. ถ้าไม่อร่อย คนคงไม่กลับมาทานกันบ่อยๆ
อันดับที่สอง ...  ราคา ครับ  ....  ราคาอาหารร้านนี้ น่าประทับใจจริงๆครับ
ราคาอาหารทุกวันนี้ ยังคงเริ่มต้นที่  จานละ 10 บาท ขึ้นไป  (กรุณาดูราคาอาหาร ตามในรูปด้านล่าง ครับ)












ร้านนี้เปิดตั้งแต่ เช้า ประมาณ 7 โมง เลยไปจนถึงมื้อเที่ยง
มี อาหาร และ  กับข้าว   ที่ทานได้ทั้ง กับ ข้าวต้ม และ ข้าวสวย
รายการอาหารมีมากมายหลายอย่างจริงๆ ครับ  ...  ราคา  ก็ขึ้นอยู่กับ วัตถุดิบ
เท่าที่ผมสังเกตุ พอจะเดาได้ว่า ราคาขึ้นอยู่กับ วัตถุดิบ ดังนี้ ครับ
วัตถุดิบ  ที่หาได้ในท้องถิ่น  ราคาจะอยู่ที่  จานละ 10 บาทเท่านั้นครับ
ถ้าเป็น พวกเนื้อสัตว์  ก็จะมี ราคาอยู่ที่ประมาณ  25 บาท
ส่วน วัตถุดิบ จำพวกที่ต้อง  อิมพอร์ท จากท้องถิ่นอื่นๆ ...  ก็ ราคาจะเป็นไปตามราคาต้นทุน  แต่สูงสุดก็ไม่เกิน 40 บาทครับ
อาหารอร่อย ใช้ได้แทบทุกอย่างครับ
ร้านนี้เป็นพี่น้อง กับ ร้านข้าวต้ม ย่านอาเขต หรือ แถวๆ สถานีขนส่ง ข้างแยกศาลเด็ก ครับ
ทีเด็ดของร้านนี้ ผมว่าอยู่ที่    " น้ำจิ้ม  รสเด็ด "   ที่ทานได้กับ กับข้าวทุกจานครับ













จับฉ่าย   ..........  ผักกาด ผักคะน้า และ อีกหลายๆชนิด ต้มกับ น้ำซุป รสพะโล้ หอมอร่อยดีครับ  ..  ผักก็สุกกำลังดี  จานนี้ผมชอบสั่งให้ใส่ ขาหมูพะโล้ มาพร้อมกันเลยในจานเดียวกันครับ

ต้มมะระ ซี่โครงหมู  ...........  มะระต้ม รวมกับ ผักกาดดอง  รสชาติกลมกล่อมดีครับ  .. ซี่โครงหมูก็เปื่อยดีครับ

เลือด และ ไข่ พะโล้   ..........  พะโล้ ร้านนี้ มีให้เลือกหลากหลายนะครับ  ทั้ง ขาหมู , ลิ้น , ไส้ , กระเพาะ  , เลือด , ไข่  ฯลฯ  ...  แต่ที่ผมเลือก  เลือดและไข่  ก็เป็นไปตามวัยครับ  ขี้เกียจเคี้ยว และ กลัวจะย่อยยาก ครับ  ...  น้ำจิ้ม สามรส ของ ร้านนี้ ช่วยขับให้ อาหารพะโล้ทุกจานของที่นี่ เป็นพระเอกเลยครับ

ยำไข่เค็ม   ...........   ไข่เค็มสีสวย รสชาติเค็มกำลังดี  ยำมาพร้อมเครื่องยำ ที่ชอบก็ตรงเค้าใส่ หอมแดงมาด้วยครับ  แถมมีมะนาวแถมมาให้อีกซีกนึง เผื่อคนชอบเปรี้ยว












ยังมี รายการอาหารอีกหลายๆ อย่างที่อร่อยครับ
ทั้ง   ปลาเค็ม  ,  ปลาสลิด  ,  กุนเชียง  ,  ไก่ต้ม  ,  หมูกรอบ  ,  ยำไข่เยี่ยวม้า  ฯลฯ
กับข้าวมีให้เลือกกว่า 20 อย่างเลยทีเดียวครับ
ส่วนข้าว  ก็มีให้เลือก ทั้ง ข้าวต้ม และ ข้าวสวย ครับ
เที่ยวนี้ผม ไปทานกับ ภรรยา กัน 2 คน  กับข้าว 5 อย่าง พร้อมข้าวต้ม
ตอนคิดตังค์  ภรรยาผมตกใจเลยครับ  ทั้งหมด จ่ายแบ้งค์ 100 ไป ยังได้ตังค์ทอนเลยครับ












ร้านนี้ หาไม่ยากครับ  ....  ถ้าขับรถมาจากในเมือง ข้ามสพาน นวรัฐ  มุ่งหน้ามาทางสถานีรถไฟเชียงใหม่  ..  พอถึงทางแยกเข้าสถานี ไม่ต้องเข้าไปนะครับ  ตรงไปอีกนิดเดียว แล้ว ชิดซ้าย แล้วเลี้ยวซ้าย ตรงไฟแดง  เข้ามายังถนน ทุ่งโฮเต็ล  เลยครับ  ...   เข้ามา 100 กว่าเมตร จะมีสพานเล็กๆอยู่อันนึง จะเห็น ต้นโพธิ์  ต้นใหญ่ อยู่ตีนสพาน  ....   นั่นแหละครับ  ... เลี้ยวขวา ตรงตีนสพาน เข้าไปเลยครับ  ...  ด้านใน มีที่จอดรถ ครับ
อาหารอร่อย  ราคาถูก ครับ  .....  อ้อ  ....  อย่าไปทานทุกวันนะครับ  เดี๋ยวจะรวยไม่รู้เรื่อง ครับ  5555




แผนที่ร้านอาหาร ทั้งหมดที่ผมเขียนแนะนำ ไว้ใน   " แนะนำ ร้านอาหารอร่อย โดยป๋าปึกส์ "
https://mapsengine.google.com/map/edit?authuser=0&hl=en&mid=zi7qOsZPeff0.kmjHpvkh5cmM



ป๋าปึกส์
15/07/2557
ขอแนะนำ ร้านโปรดของผู้เขียน
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2010/11/tengoku-1.html
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2010/11/tengoku-2.html
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2011/05/tengoku-de-cuisine.html

ติดตาม คอลัมน์ แนะนำร้านอาหารอร่อย โดย ป๋าปึกส์ ได้ทุกวันใน  Facebook


ได้ที่  : http://www.facebook.com/SuebsaengSun





วันจันทร์ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2557

แหลมหิน ซีฟู้ด .... ภูเก็ต

แหลมหิน ซีฟู้ด  ....   ภูเก็ต



" ฉันคิดไปเป็นชาวเกาะ  ....  มีชีวิตกลางแดดและคลื่นลม  ....  จะจูบอำลาสังคมแสงสีในเมืองนภา
**   หากเบื่อชีวิตในเมืองกรุง  ....  และคิดใจมุ่งแสวงหา  ....  มีธรรมชาติในวิญญาตามฉันมาเป็นชาวเกาะเอย
***   ชั่วชีวิตในเมืองกรุง  ....  ทำกันวุ่นคิดกันแทบบ้า  ....  แรงเอาแลกพอที่ได้มาดูมันไร้ค่าเวลาเสียเอย "

อย่าเพิ่ง งง  นะครับ    ผมไม่ได้มาเขียนเรื่อง เพลง  หรือ มาแต่งกลอน อะไรทั้งสิ้น นะครับ
แต่ผมว่า  คนที่อยู่ในวัยใกล้เคียงกันกับผม   ก็น่าจะพอคุ้นเคยกับเพลงนี้ นะครับ
เวลา  ผมไปเที่ยวทะเล  โดยเฉพาะ ไปเที่ยว เมืองที่เป็นเกาะ ทีไร   ก็มักจะนั่ง  ฮัมเพลงๆนี้  ...  เวลาที่นั่งรถผ่าน ชายทะเล หรือ ชายหาดแทบทุกครั้ง เลยครับ
ขนาดกำลังนั่งเขียนแนะนำ ร้านอาหาร ร้านนี้ ... ยังนั่ง ฮัมเพลงนี้ ไปด้วยเลยครับ  ...  55555
เผอิญ ร้านอาหารทะเล ที่จะแนะนำร้านนี้อยู่ ริมทะเลครับ  อยู่ในทะเลใน ของ เกาะภูเก็ต ครับ













ผมชอบไปเที่ยว ภูเก็ต เพราะว่ารู้จักเพื่อนๆ ชาวภูเก็ต เยอะทีเดียวครับ
ไปทีไร เพื่อนๆ ก็หาร้านอร่อยๆ  ใหม่ๆ มาแนะนำ หรือไม่ ก็มารับ ไปทานอยู่เป็นประจำครับ
ผมมาเที่ยว ภูเก็ต นับสิบเที่ยวเห็นจะได้  แต่ไม่เคยมาทาน ร้านเก่าแก่ร้านนี้เลยซักทีครับ   ส่วนมากเวลามาทีไร ก็ไม่ค่อยได้เลือกร้านที่จะไปทานเท่าไหร่นักครับ  ...  ส่วนใหญ่ พรรคพวกเป็นคนเลือก ร้านมาให้ผมไปทานหมดทุกครั้งเลยครับ
" แหลมหิน ซีฟู้ด "    ร้านอาหารทะเลเก่าแก่ ร้านนึงของเมืองภูเก็ตเลยทีเดียวครับ  
 ตั้งอยู่ริมหาด แหลมหิน  บนชายฝั่งตะวันออก ของเกาะภูเก็ต ที่เป็นท่าเรือสู่ เกาะมะพร้าว
ร้านนี้มีระเบียงยื่นไปในทะเล  บรรยากาศยามเย็น เหมาะกับการสังสรรค์ ดีซะเหลือเกินครับ
อาหารทะเลสดๆ  ...  เครื่องดื่มเย็นๆ  ...  ทานไปมองดูเรือไป   ตกเย็นจะเห็นเต็มไปด้วย นักท่องเที่ยวที่กลับจาก การไปเที่เกาะแก่ง ต่างๆ
แน่นอน ครับ  .....  มาร้านนี้ ต้องอาหารทะเล ล้วนๆครับ
ที่สำคัญ ทางร้าน เค้ามีกระชังปลา กลางทะเล ที่เรียงราย ระหว่าง ท่าเรือแหลมหิน กับ เกาะมะพร้าว
เพื่อเก็บ กุ้ง หอย ปู ปลา  สดๆ   มาไว้บริการลูกค้าที่ร้านเองอีกต่างหากครับ

สำหรับรายการอาหารร้านนี้ ที่  ไม่ควรพลาดมีดังนี้ ครับ 

ปูม้านึ่ง   ...........   แน่นอนครับ  มาร้านริมทะเลแบบนี้  ไม่ทานปูม้านึ่ง ดูจะขาดอะไรไปซักอย่าแน่นอนครับ ...  ปูม้า จากท้องทะเลอันดามัน  ผมว่าให้รสชาติที่แปลกและแตกต่าง กันกับ ปูม้าในอ่าวไทย พอสมควรเลยครับ  ....  ปูนานาชนิด ในฝั่งอันดามัน ดูเหมือนจะ  เนื้อหวานกว่า ปูในฝั่งอ่าวไทยบ้างเล็กน้อย ...  น่าจะเป็นเพราะอุณหภูมิของน้ำ ทีแตกต่างกันมั้งครับ  ...  ปูแต่ละตัว  เป้งๆทั้งนั้นเลยครับ  นึ่งมาสดๆ เนื้อแน่น  จิ้มกับน้ำจิ้มสามรส  ของร้านนี้เข้าไปหน่อย  ... เล่นเอา  ฝรั่งเพื่อนผม ทานเข้าไปแล้ว  ร้องอุทานเป็นภาษาใต้เลยครับว่า    " หร๋อย จั่ง หู๋ส์สสสส "













หอยแมงภู่อบ   ..........  อีกชนิดนึง  ที่สดจนเนื้อหวานครับ  ขนาดหอยไม่ใหญ่มากนัก  แต่ก็ดีตรง ภู่ ของหอย  ก็อันเล็กลงด้วยครับ   ...  อบหม้อดินโรยหน้ามาด้วย โหระพา  อร่อยชื่นใจดีครับ

น้ำพริกกุ้งเสียบ   ..........  อีกหนึ่งเมนูที่ขาดไม่ได้เวลามาเที่ยวเกาะภูเก็ต เลยครับ  ... ไม่ว่าร้านอาหารทะเล  ร้านอาหารปักษ์ใต้ จะเป็นในเมือง หรือ ชายทะเล ก็มีเมนูนี้  แทบทุกร้านเลยครับ  จะเรียกว่า อาหารประจำเมืองภูเก็ต ก็น่าจะได้  ...  แต่  ผมว่า น้ำพริกกุ้งเสียบ  จะต่างกันก็ตรง  รสชาติของ น้ำพริก นี่แหละครับ  ...  น้ำพริกของร้านนี้  เค้าเลือกใช้ กะปิอย่างดี  กลิ่นหอมฉุย  รสชาติน้ำพริก จะมีรสเปรี้ยวนำหน้า แทรกมากับ รสเค็ม เล็กน้อย ...  ช่วยทำให้ รสชาติของ กุ้งเสียบที่กรอบๆ  เด่นขึ้นมาอีกเยอะทีเดียวครับ  ...  น้ำพริกกุ้งเสียบเสิร์ฟมาพร้อมกันกับผักนานาชนิด  ...  แต่ที่เด็ดที่สุดก็   ถั่วงอกดอง  นีแหละครับ  ...  เป็นถั่วงอกที่ปลูกจากถั่วลิสงชนิดนึง เอามาดองออกรสเปรี้ยวนำเค็ม   ทานกับน้ำพริกกุ้งเสียบ ช่างเข้ากันดี  เหลือเกินครับ













หอยหวานผัดน้ำพริกเผา  ..........  หอยหวาน สดๆ มาผัดกับน้ำพริกเผาที่ปรุงรสมาอย่างลงตัว  ..  รสชาติดี  หอยหวาน  สุกกำลังดีเลยครับ  ...  น้ำผัด อร่อยกลมกล่อมสุดยอดครับ
จานนี้นี่แหละครับ  ที่เล่นเอาซะผมต้องปลดตะขอกางเกงเลยครับ   ก็แค่เอาน้ำผัด ที่ผัดกับน้ำพริกเผาราดบนข้าวสวยร้อนๆ  ผมก็จัดการ ข้าว ไปเกลี้ยง ซะหนึ่งจานแล้วครับ  ....  อย่าลืมสั่งมาลองนะครับ

ปลากระพงทอดน้ำปลา   ..........   จานนี้ผมเสียดายมากครับ  ทั้งโต๊ะไปกัน 12 คน ผมดันสั่งมาแค่ 2 ที่  ... พออาหารเริ่มยกมาวางบนโต๊ะ  2-3 อย่าง   ผมก็มัวแต่ถ่ายรูปอาหาร  ...  พอหันกลับมาดูอีกที  มีเหลือให้ผมพอดีคำเลยครับ  ...  แค่พอตักชิม ไม่ต้อง ราดน้ำยำ ไม่ต้องจิ้มน้ำจิ้ม ก็อร่อย จนหันไปบอกเด็กเสิร์ฟทันที ว่า    " น้อง จัดมาอีกหนึ่ง "  เลยทีเดียวครับ

แกงส้มเนื้อปลา ใส่ยอดมะพร้าว   ...........  บางแห่งก็เรียกแกงแบบนี้ว่า แกงส้ม ... บางแห่งก็เรียกว่า แกงเหลือง  ...   แต่ไม่ว่าใครจะเรียกว่าอะไร  ผมไม่ค่อยสนใจเท่าไหร่ครับ  ผมสนใจอย่างเดียวเท่านั้นครับ  จานนี้ลืมสั่งไม่ได้โดยเด็ดขาดครับ  .... รสชาติ เร้าใจ สะใจ จัดจ้านเข้มข้น ดีจริงๆ ครับ  ... แนะนำว่า ต้องสั่ง เบือทอด หรือ ไข่เจียว มาเป็นตัวช่วยเลยครับ

เบือทอด   ..........  อาหารพื้นเมืองของเมืองชายทะเลอันดามันแถบนี้เลยครับ  ..  เบือ เป็น ส่วนผสมหลักระหว่า  กุ้งและหญ้าช้อง  แล้วเอาไปผสมแป้งทอด จิ้มกับ น้ำจิ้ม บ๊วยเจี่ย เข้ากันดีครับ  เหมาะสำหรับ ทานแก้กันดี กับ แกงเผ็ดๆ ของอาหารใต้อย่างยิ่งครับ    

ยังมีรายการอาหารอีกหลายอย่างที่ไม่ได้ทานเที่ยวนี้ครับ  แต่เท่าที่ลิ้มรสมือพ่อครัวร้านนี้แล้ว มั่นใจว่า น่าจะอร่อยทุกจานครับ   ....   สนนราคา กำลังดีครับ  คุ้สและไม่แพง เมื่อเทียบกับ รสชาติและ ความสดครับ

ร้านนี้เปิด บริการทุกวันครับ  ตั้งแต่  10.00 น.   -   22.00 น.
ไปไม่ถูกจะถามทาง หรือ สำรองที่นั่ง ก็โทรไปที่     076-239-357  


แผนที่ร้านอาหาร ทั้งหมดที่ผมเขียนแนะนำ ไว้ใน   " แนะนำ ร้านอาหารอร่อย โดยป๋าปึกส์ "
https://mapsengine.google.com/map/edit?authuser=0&hl=en&mid=zi7qOsZPeff0.kmjHpvkh5cmM



ป๋าปึกส์
23/06/2557
ขอแนะนำ ร้านโปรดของผู้เขียน
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2010/11/tengoku-1.html
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2010/11/tengoku-2.html
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2011/05/tengoku-de-cuisine.html

ติดตาม คอลัมน์ แนะนำร้านอาหารอร่อย โดย ป๋าปึกส์ ได้ทุกวันใน  Facebook
ได้ที่  : http://www.facebook.com/SuebsaengSun



วันศุกร์ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2557

ตำแซบ พันนัว ... หลัง ม.พายัพ ... เชียงใหม่

ตำแซบ พันนัว ... หลัง ม.พายัพ ... เชียงใหม่


" ตำแซบ ตำนัว "   ......   ชื่อร้าน ก็ค่อนข้าง จะบอกชัดเจน อยู่แล้วนะครับ ว่า ต้องมี ส้มตำ เป็นอาหารหลัก ของร้าน
ส้มตำ เป็นอาหารคาว ที่มีถิ่นกำเนิด มาจาก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของ ไทย และ ประเทศลาว
ส้มตำ  หรือ ในภาษาลาว เรียกว่า ตำหมากหุ่ง (หมากหุ่ง หมายถึง มะละกอ)  
ส้มตำ ... ที่เรารู้จักกันในบ้านเรา ส่วนใหญ่  จะนำ มะละกอดิบ มาขูด หรือ มาสับเป็นเส้น แล้วนำมาตำในครก กับ มะเขือเทศลูกเล็ก , ถั่วลิสงคั่ว , กุ้งแห้ง , พริก , กระเทียม
ปรุงรสด้วย น้ำตาลปิ๊บ น้ำปลา ปูดอง ปลาร้า ให้มีรส เปรี้ยว เผ็ด เค็ม
นิยมทานกับ ข้าวเหนียว , ขนมเส้น (ขนมจีน) และ ผักสด
ส่วน  ส้มตำ ... ในประเทศลาว จะเลือกใช้วิธีการทำ มะละกอ ที่แตกต่างกับของไทย ก็ตรง การหั่นมะละกอ โดย ฝานเป็นแผ่น แทน การขูดหรือ สับ เป็นเส้น
ส่วนเครื่องปรุง และ วิธีการทำ ค่อนข้างเหมือนและคล้ายกัน
แตกต่างกันเล็กน้อยที่รสชาติ ที่ ส้มตำไทย โดยเฉพาะ ส้มตำอิสาน  ซึ่ง จะจัดจ้าน และ เข้มข้น และ เผ็ดแบบดุดันมากกว่า












ระยะหลังๆ  ในช่วงประมาณ 10 ปีที่ผ่านมา  ในบ้านเราเกิดความนิยม ทานส้มตำกันอย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะในกลุ่มผู้หญิง  โดยเฉพาะ หนุ่มๆ สาวๆ  ที่หันมานิยมรับประทาน เพราะมองว่า ส่วนผสมและเครื่องปรุง ที่ใช้ในการทำส้มตำ ไม่ค่อยมี วัตถุดิบ ที่ทำให้เป็นต้นตอการเกิดของ โรคอ้วน เท่าไหร่นัก
ร้านส้มตำ เริ่มเปิดกันทุกหัวระแหง ทุกมุมเมือง
แต่ ส้มตำ ที่ค่อนข้าง ได้รับความนิยมที่สุด  ก็ น่าจะเป็น   " ส้มตำอิสาน "    รสจัดจ้าน  ที่มี ปูนาดอง และ ปลาร้า
จนมาเมื่อซักประมาณ 5-6 ปีที่ผ่านมา   ...  เริ่มมี  ส้มตำลาว และ ส้มตำหลวงพระบาง เข้ามาได้รับความนิยมมากขึ้น มาเรื่อยๆ  ...  จนในปัจจุบัน มีร้านส้มตำ หลวงพระบาง  ส้มตำลาว เริ่มเปิดกิจการในเมืองหลวง และ ในเมืองใหญ่ๆ  โดยเฉพาะเมืองที่เป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัย  คงเนื่องจาก คนวัยกำลังศึกษา เป็น กลุ่มเป้าหมายหลัก ของ ตลาดส้มตำ มั้งครับ
ผมเอง เคยทานส้มตำลาวครั้งแรก ที่ หลวงพระบาง เมื่อเกือบ 10 ปีที่แล้ว  ...  ครั้งแรกที่เห็น ก็รู้สึกแปลกๆ  กับ เส้นมะละกอ ที่ฝานบางๆ เป็นแผ่นๆ  และ สีของน้ำส้มตำ ที่ค่อนข้างออกสีเทาดำ  แต่สิ่งที่เย้ายวนที่สุดเห็นจะเป็นเรื่องของ กลิ่นส้มตำ  ที่ใส่ปลาร้า













เมื่อซัก อาทิตย์ที่แล้ว มีลูกน้องเก่า คนนึงที่เคยไป หลวงพระบางกับผม มาบอกผมว่า
" ป๋า .... มีร้านส้มตำลาว ร้านนึง เปิดมาไม่นาน อยู่หลัง ม.พายัพ  .. อร่อยเหมือนร้านที่พวกเราไปทาน ที่หลวงพระบาง เลย ครับป๋า "
เท่านั้นเอง ครับ  .....  ผมตรงไปลองเลยครับ
และ เป็นเรื่อง บังเอิญเหลือเกินครับ  ... ก่อนที่ผมจะไปทาน ร้านนี้ สองสามวัน ผมไปเดินหาซื้อสุขภัณฑ์ เพื่อใส่บ้านผม ระหว่างเดินซื้อของ มีผู้ชายคนนึง เดินผ่านแล้ว ยิ้มให้ผม (ตอนแรก นึกว่า เอาละบ๊ะเฮ้ย ..  มีผู้ชายมายิ้มให้ด้วย เฟร้ย 5555)   แกยิ้มให้ผม แล้วเดินเข้ามาทักเลยครับ   " ป๋าปึกส์ รึเปล่าครับ "  ...  โอวววว   โล่งอกไปครับ  555
แกบอกว่าแกเป็น  Fanclub ของผม อ่าน Facebook ผมเรื่องแนะนำ ร้านอาหารทุกวัน  ...  แกจัดแจงแนะนำ ตัวเองเลยครับ  ...  " ผมชื่อ ช้าง ครับ  .. ผมเป็นคนลาวครับ ติดตามป๋ามาตลอด ตอนนี้มาเปิด ร้านส้มตำอยู่หลัง ม.พายัพ นี่เองครับ  อยากให้ ป๋า ลองไปชิม ซักครั้งนึงครับ อร่อยถูกใจ หรือไม่ ไม่เป็นไร ครับ  แค่อยากให้อยากชิมครับ "
นี่แหละ ครับ  คนลาว ครับ  เว้ากันซื่อๆ  ไม่มีอ้อมค้อม ครับ ... ผมเลยขอเบอร์แก และ บอกแกเลยว่า  " ห้ามเลี้ยงผมนะ เพราะผมมีตังค์ "   ...  แกหัวเราะ ลั่น โฮมสุขภัณฑ์ เลยครับ  
ผมไปทานครั้งแรก วันรุ่งขึ้นเลยครับ   แล้วเอารูปมา Post  ลงใน Facebook  แต่ยังไม่ได้เขียน

เมื่อวานตอนเย็น  ผมไปอีกรอบนึงครับ
พอไปถึง ร้าน  เห็นเจ้าของร้าน นั่งอยู่ในร้าน  ผมเลยบอกเด็ก ให้ไปเชิญ  คุณช้าง มานั่งคุย และ นั่งทานด้วยกันเลยครับ
ผมไปพร้อมกับ  เจ้าโอ๋ (สถาปนิก นักชิม ที่ไปชิมกันมากว่า 50% ของร้านในเชียงใหม่ ที่เขียนมาทั้งหมดครับ)   ก็เลย สั่งกันแบบไม่ยั้งเลยครับ  แล้วก้อ  อร่อย แบบไม่ผิดหวังเลยครับ
ตอนสั่ง กำชับบอก เสี่ยช้าง (เจ้าของร้าน) ไว้ว่า  ถ้าคุณไม่คิดเงินผม  ต่อให้อร่อยแค่ไหน ผมก็ไม่เขียนครับ  ....  เสี่ยช้าง  แกชอบใจใหญ่ครับ  แกบอกว่า  คนไทยก็  คือ คือ กับ คนลาวนะครับ เว้ากัน ซื่อ ซื่อ ดีครับ












ส้มตำหลวงพระบาง   ..........   ส้มตำที่ใช้มะละกอฝาน เป็นแผ่นบางๆ  คลุกเคล้าและตำ จนน้ำตำสีออกเทาดำ  หอมกลิ่นปลาร้าฟุ้ง มาเลยครับ
หอมจน ผมต้องหันไปถาม   คุณช้าง(เจ้าของ)  ว่า    " ใช้ปลาร้า จากที่ไหน "
แกบอกว่า   " Import ครับป๋า  ส่งตรงจากเวียงจันทร์  เพราะที่นั่นเข้าใช้ปลาจากธรรมชาติ มาทำปลาร้า ไม่ใช้ปลาเลี้ยงครับ รสชาติและกลิ่น จะดีกว่า ปลาเลี้ยงครับ "
ผมเห็นด้วยครับ  หอมและ อร่อยกว่าปลาร้าบ้านเาจริงๆ ครับ
รสชาติ กลมกล่อม แต่ไม่จัดจ้านเข้มข้น เหมือนส้มตำอิสาน บ้านเฮานะครับ  ...  แต่ทางร้านเค้ามี ส้มตำอีกหลายชนิด รวมไปถึง แบบ แซบ สุดๆ  ก็มีครับ

ตำถาด   ...........   ส้มตำ (สามารถเลือกชนิดของ ส้มตำได้ ตามสบายครับ)  ที่วางอยู่กลางถาด รายล้อมด้วยเครื่องเคียง  คล้ายๆ ออร์เดิฟเมือง ของบ้านเรา   ...  แต่จานนี้หลังจากทาน ส้มตำหลวงพระบาง จานแรกแล้วติดใจ เราก็เลยเลือกส้มตำแบบเดิม ซ้ำอีกครับ  ...  ส่วนเครื่องเคียงก็มี  จิ๊นส้ม(แหนม)  ,  หมูยอ , หมูทอด , แคบหมู , ขนมเส้น , หมี่คั่ว , ไข่ต้ม  และ คั่วหมี่
จานนี้ จริงๆแล้ว ถ้าไป สองคน  ก็น่าจะอิ่มเลยครับ  ...  แต่ผมสองคน ไม่อิ่มครับ  สั่งต่ออีกหลายอย่างครับ

พันปลาจุ่ม   ..........   จานนี้ คล้ายๆ จิ้มจุ่ม ผสมกั แหนมเนือง  ...  มีหม้อใส่น้ำซุป รสอร่อยสีน้ำตาลใส หอมกลิ่น สมุนไพร  ... เสิร์ฟมาพร้อม ปลาคัง แล่เป็นชิ้นบางๆ โรยหน้ามาด้วยไข่ไก่  และ เครื่องเคียง ที่มีทั้ง มะม่วงเปรี้ยว กระเทียม ขิง พริก แตงกวา ขนมเส้น ฯลฯ  ...  พร้อม แป้งห่อแบบแหนมเนือง และ ผักสด (เพี๊ยบ และ สดมากครับ)  ... และ น้ำจิ้ม 2 แบบ  .. แบบ original เป็น น้ำจิ้ม สัปปะรดตำ ใส่ ปลาร้า ปรุงรสด้วยพริก กระเทียม  อร่อยแบบ ถ้าไม่ลองต้องถือว่าพลาดเลยครับ  .. ส่วนน้ำจิ้มอีกชนิด เป็น น้ำจิ้มสามรส
วิธีทาน ก็ต้องเอา ปลาคังลงไปลวกในน้ำซุป  แล้วเอาลงมาวาง ในแผ่นแป้ง ใส่เครื่องเคียง ทั้งมะม่วง ขิง พริก กระเทียม  ราดด้วยน้ำจิ้ม สัปปะรด  ทานแกล้มกับผักสด  .....  โอวววววววว  หร๋อยจั่งหู๋ ครับ
ผมชอบน้ำซุป ตอนเราลวกปลาไปหมดแล้ว เอา  ขนมเส้นใส่ลงไป  ราดด้วยน้ำจิ้มสะปะรด  ... แซบอีหลี  จริงๆ ครับ  .. พวกผมสองคน ซดจนไม่มี น้ำซุปเหลือดติดหม้อ เลยครับ

ใส่อั่วตะไคร้  ...........   ไส้อั่วแบบลาว ใส่ใน ต้นตะไคร้ที่ผ่าออก แล้ว ยัดไส้อั่ว ลงไปด้านใน แล้วเอาไปทอด  ....  ความกลมกล่อมของรสชาติของไส้อั่ว กับ กลิ่นหอมๆ ของตะไคร้  ....  ไร้เทียมทานจริงๆ ครับ






ยังมีอาหารน่าทานอีกหลายอย่าง ที่ยังไม่ได้ลอง เที่ยวนี้ทานจนไม่มีพื้นที่ ในกระเพาะเหลืออีกแม้แต่น้อยครับ
ที่ เล็งๆว่า จะต้องมาลอง มีอีกหลายอย่างครับ  ทั้ง บี่บุ๊นหมู , ป่อเปี๊ยทอด , ป่อเปี๊ยสด , เฝอ ฯลฯ
มีอีกหลายรายการ ที่น่าลองครับ
ผมเล่าให้คุณช้าง  ฟังว่าตอนที่ผมมาครั้งแรก แล้วเอารูปมา Post  ลงใน Facebook
มีคนคอมเม้นท์ มาว่า  อาหารที่นี่ช้ามาก   และ   แพง
แต่ครั้งแรกที่ผมไปก็ไม่เห็นช้าอย่างที่เค้าว่ากัน
คุณช้าง   เล่าว่า ช่วงเปิดใหม่ๆ เค้าใช้นักศึกษา ที่มาทำงาน Part time  พอ มหาวิทยาลัย ปิดเทอม  คนก็ขาด อาจช้าไปบ้าง  ตอนนี้เค้าใช้พนักงานประจำ มาทำงานแล้ว  ฝากขออภัยมาด้วย
ส่วนเรื่อง ราคา ที่มีคนบ่นว่าแพง  ... ผมไม่ได้ถามครับ  ...  เพราะเท่าที่ทานแล้ว วัตถุดิบ ที่เค้าเลือกใช้ ผมมองว่า สมกับ ราคาครับ

ร้านนี้อยู่ที่  V-community   บนถนนวงแหวน  หลัง  ม.พายัพ เลยครับ
ร้านนี้เปิดตั้งแต่    10 โมงเช้า  ไปจนถึง  20.30 น.  เลยครับ
ช่วงเที่ยง คนค่อนขางเยอะมากนะครับ  ไปก่อนเที่ยง หรือ หลังเที่ยง น่าจะพอมีที่ว่างนะครับ
หรือ จะโทรไปจองที่นั่ง หน่อยก็ดีครับ     053-126-075   และ   089-758-4408

ลองเปิดดู รายละเอียด ของร้านนี้ ได้ที่
https://www.facebook.com/pages/ตำแซบ-พันนัว

ลองแวะไปชิมกันดู นะครับ


แผนที่ร้านอาหาร ทั้งหมดที่ผมเขียนแนะนำ ไว้ใน   " แนะนำ ร้านอาหารอร่อย โดยป๋าปึกส์ "
https://mapsengine.google.com/map/edit?authuser=0&hl=en&mid=zi7qOsZPeff0.kmjHpvkh5cmM




ป๋าปึกส์
20/06/2557


ขอแนะนำ ร้านโปรดของผู้เขียน
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2010/11/tengoku-1.html
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2010/11/tengoku-2.html
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2011/05/tengoku-de-cuisine.html

ติดตาม คอลัมน์ แนะนำร้านอาหารอร่อย โดย ป๋าปึกส์ ได้ทุกวันใน  Facebook
ได้ที่  : http://www.facebook.com/SuebsaengSun






วันจันทร์ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2557

ร้านอาหารปักษ์ใต้ พัทลุง .. ถนนเลียบคลองชลประทาน .. เชียงใหม่

ร้านอาหารปักษ์ใต้ พัทลุง  ..  ถนนเลียบคลองชลประทาน .. เชียงใหม่  












                             แกงไตปลา  ...  แกงเหลือง  ...  ปลาทอดขมิ้น  ...  คั่วกลิ้ง  ...  ผัดสะตอ  ...  ห่อหมก  ...  แกงส้ม  ฯลฯ  ..   รายการอาหารปักษ์ใต้  ยอดนิยมที่มีขาย  เหมือนกันเกือบทุกร้าน ใน ร้านอาหารปักษ์ใต้
แต่  แต่  แต่ .....   รสชาติจะต่างกันยังไง ?   ....  สัมผัสได้มั้ย ?
ต่างกันครับ  ........  สัมผัสได้ครับ
โดยเฉพาะ  คนที่ใช้ชีวิตอยู่ใน ภาคใต้ ของประเทศไทย
สำหรับ คนปักษ์ใต้แล้ว  ถ้าหากเข้าไปทานอาหารปักษ์ใต้แล้ว  ไม่เห็นป้ายร้าน ที่ระบุ ที่มาที่ไป ของร้านนั้นๆ  ...  ผมเชื่อว่า  เค้าพอจะคาดเดาได้ครับว่า   อาหารร้านนั้น  มีที่มา  มาจาก  จังหวัดไหน  ครับ
ด้วยรสชาติ  ...  ด้วยเครื่องแกง  ...  ด้วยเครื่องปรุง   ก็พอจะบอกเอกลักษณ์  ของ อาหารในแต่ละ จังหวัด ได้ครับ
ถ้าสังเกตุ ดีๆ  อาหารปักษ์ใต้  รสชาติ และ ความเข้มข้น  จะต่างกัน  จะคล้ายกัน ก็มาจากที่มา นีแหละครับ
ภูมิประเทศ ที่จังหวัดนั้นๆ ตั้งอยู่นะครับ  ... และ  คนส่วนใหญ่  ที่อาศัยอยู่ในจังหวัดนั้นๆ  ... จะเป็น ตัวแปร ของรสชาติอาหาร ในท้องถิ่น นั้นๆ ครับ














ที่ผมพอจะรู้เรื่อง  อาหารปักษ์ใต้  ก็เพราะ บรรพบุรุษของผม เป็นชาวปักษ์ใต้ ทั้งสองฝั่งเลยครับ
ทางด้าน คุณพ่อ ... เริ่มตั้งแต่รุ่น คุณทวด (ก๋ง)  เป็น ชาวปัตตานี  ครับ
ส่วนทางด้าน คุณแม่  เป็น คน สงขลา มาตั้งแต่รุ่นทวด (ก๋ง)  เช่นกันครับ
ทั้งพ่อและแม่ เป็น ข้าราชการ(แพทย์)  ที่ต้องย้ายที่ทำงานตามวาระ  ไปหลายๆจังหวัดในภาคใต้
แต่ท่านก็ส่งพวกผมเข้ามาเรียนใน โรงเรียนประจำ ที่กรุงเทพฯ  พอปิดเทอมพวกผม ก็กลับไปอยู่กับท่าน ทุกๆปิดเทอม  เลยมีโอกาสได้ สัมผัส การใช้ชีวิต และ การทานอาหารปักษ์ใต้ มาหลายจังหวัดเลยครับ
ผมพอจะแบ่ง ความคล้ายคลึง ของอาหารปักษ์ใต้ได้เป็น  โซนๆ ครับ
ระนอง .. พังงา .. ภูเก็ต .. กระบี่ (อันดามันตอนบน)
ตรัง .. สตูล  (อันดามันตอนล่าง)
สุราษฯ .. นครศรีฯ   (อ่าวไทยตอนกลาง)  ก็ คล้ายกันครับ
พัทลุง  ....  ไม่เหมือนใครเลยครับ
สงขลา   .. ปัตตานี .. ยะลา .. นราธิวาส  ก็ ต่างกันไปอีกครับ

ส่วน อาหารปักษ์ใต้ จาก พัทลุง ...  ผมว่าเป็นหนึ่งใน  อาหารปักษ์ใต้  ที่ ค่อนข้าง  จะใช้เครื่องเทศ เครื่องแกง ที่จัดจ้าน จนทำให้ รสชาติค่อนข้าง เข้มข้นดุดัน  ไม่แพ้อาหารปักษ์ใต้ ในจังหวัดอื่นๆ  เลยทีเดียวครับ
วันนี้ ผมเลย เอา  ร้านอาหารปักษ์ใต้ พัทลุง   มาแนะนำ ครับ













ร้านที่แนะนำวันนี้ เป็นร้านที่เป็น พี่น้อง กับ ร้านอาหารปักษ์ใต้พัทลุง ที่หลังตลาดต้นพยอม ด้านริม คันคลอง ชลประทาน  หรือ ที่ลูกค้าประจำ จะรู้จักกันอีกชื่อนึกว่า   " ร้านป้าตุ๊ก "
เมื่อ ซัก 2-3 ปีกว่าเห็นจะได้  ผมเจอ ป้าตุ๊ก ที่ร้านเดิม ...  ป้าตุ๊ก บอกผมว่า จะย้ายร้าน และ จะกลับไป พัทลุง  ... หลังจากนั้นผมก็ไม่ได้ลิ้มรสมือ ของป้าตุ๊กอีกเลย มานานกว่า 3 ปีแล้วครับ

จนมา ซัก 2 ปีที่แล้ว ขับรถผ่าน เส้นคันคลองชลประทาน จาก สนามกีฬา 700 ปี มุ่งหน้าเข้าเมือง  ... พอถึง แยกที่มีไฟแดงมาติดใหม่ เพื่อข้ามคันคลองไปทาง ช่างเคี่ยน  ก่อนถึงโค้ง หักศอก ที่แยก ทางขึ้นดอยสุเทพ  ....  ก็มองเห็นป้ายร้านนี้    " อาหารปักษ์ใต้ พัทลุง "   แล้วก็ไม่ได้แวะ ซักทีเลยครับ  เพราะผ่านทีไรก็ ทานข้าวมาแล้วทุกที ครับ

มาเมื่อ 3-4 วันที่ผ่านมา   .... ผมตั้งใจ ไปทานเลยครับ  ไปถึงตั้งแต่ก่อน 11 โมง
ไปถึงก็ได้มี โอกาสคุย กับ เจ้าของร้าน ที่ เป็นน้องชาย ของป้าตุ๊ก  ซึ่งบอกว่า ป้าตุ๊กกลับไปอยู่พัทลุงแล้ว  .....  แต่ไม่ได้เป็นอุปสรรคของ  ความอร่อยเลยครับ
น้องชายป้าตุ๊ก   ทำอาหารได้จัดจ้าน อร่อยไม่แพ้กันเลยครับ
ร้านนี้กว้างขวาง นั่งสบาย มีที่นั่งหลายสิบโต๊ะ  ... แต่แนะนำว่า ไปก่อนเที่ยงซักนิดนะครับ
ช่วงเที่ยง คนเยอะมากครับ
ส่วนอาหารของร้านนี้  ที่   ถ้าวันไหน ผมกลับไปอีกครั้ง   รับรองว่า จะไม่พลาดเลย    มีดังนี ครับ


แกงไตปลา  .........  จัดจ้าน เร้าใจ ครับ  แนะนำว่า ควรสั่งอะไรอย่าง พวกไข่พะโล้ หรือ หมูหวาน มาแก้เกี้ยวกับ ความจัดจ้านด้วยนะครับ

ปลาทอดขมิ้น   ..........  จานเด็ดของร้านนี้เลยครับ  ปลาสด ขนาดกำลังดี ถึงเครื่อง  แค่เอาขมิ้นกับกระเทียมทอด มาทานกับข้าว ยังอร่อยเลยครับ

หม่อหมก  .........  เครื่องแกง และ หัวกระทิ สัดส่วนกำลังดีเลยครับ หอมเครื่องแกง และ ได้รสมัน ของหัวกระทิ อร่อยแบบ สมดุลดีครับ

แกงขี้เหล็ก  .........  จานโปรดห้าดาว ของผมเลยครับ  จัดจ้าน ใบขี้เหล็กเยอะจุใจ  ดีครับ

น้ำพริกกะปิ  ...........   ทานคู่กับ ผักสดนานาชนิด ที่เสิร์ฟไว้บนโต๊ะ  รสเปรี้ยวนำหน้าเล็กน้อน จิ้มกับผักสดทานเปล่าๆ ยังอร่อยเลยครับ

แกงเหลือง  ...........  บอกคำเดียวครับ  อย่าพลาด ครับ

ต้มกระดูกหมู ผักกาดดอง   ...........  อาหาร คู่แก้ว คู่ขวัญ ของร้านอาหารปักษ์ใต้ ครับ
จานนี้เหมาะสำหรับ แก้ความร้อนแรง ของ อาหารร้านนี้ ที่สุดเลยครับ















ยังมีรายการอาหารอร่อย อีกหลายจานที่ผมยังไม่ได้ลอง  นับแล้วเกือบ  30 อย่าง เลยครับ
แต่เท่าที่ เคยทาน ฝีมือ ป้าตุ๊ก  กับ ฝีมื้อน้องชาย เจ้าของร้านนี้แล้ว  มั่นใจได้เลยครับ  ว่า  อร่อยจน ต้องร้อง   " หร๋อย จั่ง หู๋ "    แทบทุกอย่าง แน่ๆ ครับ

ร้านนี้เปิด    08.00 - 18.00 น.
โทร 087-1849556


แผนที่ร้านอาหาร ทั้งหมดที่ผมเขียนแนะนำ ไว้ใน   " แนะนำ ร้านอาหารอร่อย โดยป๋าปึกส์ "
https://mapsengine.google.com/map/edit?authuser=0&hl=en&mid=zi7qOsZPeff0.kmjHpvkh5cmM




ป๋าปึกส์
16/05/2557


ขอแนะนำ ร้านโปรดของผู้เขียน
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2010/11/tengoku-1.html
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2010/11/tengoku-2.html
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2011/05/tengoku-de-cuisine.html

ติดตาม คอลัมน์ แนะนำร้านอาหารอร่อย โดย ป๋าปึกส์ ได้ทุกวันใน  Facebook


ได้ที่  : http://www.facebook.com/SuebsaengSun





วันศุกร์ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

ข้าวมันไก่เบตง .... ที่ ... เชียงใหม่

ข้าวมันไก่เบตง  ....  ใกล้ ร.พ. เทพปัญญา  ...  เชียงใหม่


                                   ก่อนที่จะแนะนำ ร้านข้าวมันไก่  ร้านนี้  คงต้องมาทำความรู้จักกับ ที่มาที่ไปของชื่อร้านนี้ ซะก่อนนะครับ      " ข้าวมันไก่ เบตง "
แน่นอนครับ   ข้าวมันไก่ ร้านนี้  คงจะต้องเป็นสูตรของการทำ ข้าวมัน หรือ ไก่ตอน หรือ น้ำราด  หรือ น้ำจิ้ม  แบบ เบตง แน่ๆครับ

แต่    " เบตง "    คืออะไร  .....  เรามาทำความรู้จักกันซักนิดนึง นะครับ
" เบตง "   เป็นอำเภอนึงในจังหวัดยะลา ครับ  ..  เป็นอำเภอที่ตั้งอยู่ใต้สุดของประเทศไทย มีรูปร่างลักษณะ คล้าย หัวหอก ที่ยื่นเข้าไปใน ประเทศมาเลเซีย  ตั้งอยู่ในแนวเททีอกเขา สันการาคีรี
เบตง เป็นอำเภอที่มีขนาดใหญ่ มาห อยู่ห่างจาก ตัวเมืองยะลา ถึง 140 ก.ม.
ภูมิประเทศของ เบตง เป็นภูเขาสูง จึงทำให้มีอากาศดี และ มีหมอกตลอดปี
จนมีคำขวัญประจำอำเภอ ว่า     " เมืองในหมอก  ดอกไม้งาม  ใต้สุดสยาม  เมืองงามชายแดน "  

เดิมที   " อำเภอ เบตง "     มีชื่อว่า   " ยะรม "  
ซึ่ง   " ยะรม "    เป็นภาษา มาลายู  ที่มีความหมายว่า   " เข็บเย็บผ้า "
ต่อมาใน ปี พ.ศ. 2473    จึงมีการเปลี่ยนชื่อ   จาก     " ยะรม "    เป็น   " เบตง "  
" เบตง "  เป็นคำมาจาก ภาษา มาลายู    " Buluh Betong "    หมายถึง     ไม้ไผ่ขนาดใหญ่  (ไผ่ตง)  ซึ่งเป็นพันธ์ไม่ไผ่ ที่มีอยู่มากในในท้องถิ่นนี้   และ  ต้นไผ่ตง  จึงถูกเลือกให้เป็น สัญญลักษณ์อย่างนึง ของ อำเภอ เบตง          

ในอดีต  การเดินทางเข้าออกระหว่าง จังหวัด กับ อำเภอเบตง
  ค่อนข้างลำบาก .. จึงทำให้การติดต่อ ระหว่างประชาชน กับหน่วยงาน ราชการของจังหวัด ค่อนข้างติดขัด และ ไม่สดวก เพราะการต้องเดินทางข้ามเขา และ มีระยะทางไกล  ....  จึงทำให้ อำเภอเบตง มีหน่วยงานต่างๆ ของราชการ ที่ มีอำนาจไม่แตกต่างกับ หน่วยงานราชการของ จังหวัด  และ เป็นอำเภอเดียวในประเทศไทย ที่ ใช้ทะเบียนรถ (ป้ายทะเบียน)  เป็น ชื่อ อำเภอ แทนชื่อ จังหวัด  












อ่านมาซักพักแล้ว  ยังไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับ  ข้าวมันไก่เบตง  เลยใช่มั้ยครับ   
ข้าวมันไก่ ที่เบตง แตกต่างกับ ข้าวมันไก่ที่อื่นอย่างไร ? 
แล้วทำไม ต้อง ข้าวมันไก่ เบตง ?  

ประชากร ที่อาศัย อยู่ในอำเภอเบตง เมื่อ พ.ศ. 2555  มีเพียง  61,080  คนเท่านั้นครับ
โดยมีประชากรส่วนใหญ่เป็น ชาวไทยเชื้อสายจีน ซึ่งมี บรรพบุรุษ ที่เป็น ชาวจีน ที่ส่วนใหญ่ มีเชื้อสาย ไหหลำ และ ฮ้กเกี้ยน
นี่แหละครับ  ... เริ่มเกี่ยวข้องกับ ข้าวมันไก่แล้วครับ
การหุงข้าวมัน แบบ ชาวไหหลำ และ ฮ้กเกี้ยน มีรูปแบบ ที่คล้ายคลีงกันมาก และ เป็นที่นิยมในการ นำเอามาทานคู่กันกับ ไก่ตอน
ซึ่ง ไก่ตอน ก็เป็นอีกหนึ่งประเภทอาหาร ที่ชาวไหหลำ  ได้รับการยอมรับและยกย่อง จากนักชิม นักทาน ทั่วโลกว่า เป็น ไก่ตอนที่อร่อยแบบหาตัวจับยาก
แต่  ไก่ตอน เบตง  แตกต่างกับ ไก่ตอน ในภูมิภาคอื่นๆ ครับ
อันเนื่องด้วยสภาพภูมิประเทศ ที่เป็นภูเขา  ทำให้การเดินทางติดต่อในอดีต ไม่สดวก
ทำให้ การเลือกไก่ เพื่อทำไก่ตอน ของชาวเบตง   จึงนิยมใช้  ไก่พันธ์ท้องถิ่น  ที่  เลี้ยงด้วยวิธีแบบ ธรรมชาติ และ มีการให้อาหาร จากพืชพันธ์ธรรมชาติ  ซึ่งมีผลทำให้ไก่แข็งแรง และไม่มี ไขมัน ใต้หนังมาก  เหมือนไก่ที่เลี้ยงด้วยอาหารเสิรม ในโรงเลี้ยง
อีกหนึ่ง สัญญลักษณ์  ที่แตกต่าง ของ ข้าวมันไก่แบบเบตง   ก็คือ    " น้ำราดข้าวมันไก่ "
นอกเหนือจากการทานข้าวมันไก่ ที่ใช้น้ำจิ้มที่ทำจากเต้าเจี้ยว แบบ ชาวไหหลำแล้ว  ..  ข้าวมันไก่เบตง ยังมีน้ำราดข้าวบนข้าวมันไก่ อีกต่างหากครับ
น้ำราดที่ทำจากกระเทียมเจียว  พริกแห้งคั่วกับงา และ ซีอิ๊วปรุงรส  ... รสชาติกลมกล่อมออกหวานนำเค็ม แถมรสเผ็ดแอบแทรกมาเล็กน้อย  ...  อร่อยแปลกกว่าใครดีครับ












เอาหละครับ  มาเข้าเรื่อง ร้านข้าวมันไก่เบตง ที่ผมจะแนะนำ ในวันนี้เลยดีกว่า ครับ
ผมได้รับการแนะนำ จากเพื่อนว่า มีร้านข้าวมันไก่แบบ เบตง อยู่บนต้น ถนนแม่โจ้ ห่างจากแยก โรงพยาบาล เทพปัญญา มานิดเดียวครับ (ฝั่งเดียวกันครับ)
เมื่อ 2-3 วันก่อนนี่เองครับ  ตื่นเช้ามา ผมก็ขับรถ ไปรอตั้งแต่ร้านเปิดเลยครับ  ร้านเข้าเปิดประมาณก่อน 7 โมงเช้าเล็กน้อยครับ
พอไปถึงร้าน  คนยังว่าง  ก็เลยได้ทักทายถามไถ่ เจ้าของร้าน ที่หน้าตาดูก็พอจะรู้ว่า แกเป็นคนไทยเชื้อสายจีนชาว เบตง แน่ๆเลยครับ  ...  เจ้าของร้านมาอยู่ที่เชียงใหม่ ตั้งแต่มาเริ่มเรียน มหาวิทยาลัยที่แม่โจ้ เลยครับ  .. แล้วหลังจากนั้นก็ตั้งรกราก  โดยอาศัยประสพการณ์ ที่ได้รับการถ่ายทอดมาจาก ญาติผู้ใหญ่ในครอบครัว  โดยการเปิดกิจการ   ทำ ข้าวมันไก่เบตง นี่แหละครับ
ผมไม่พูดพร่ำทำเพลง ครับ  ... จัดแจงสั่ง ข้าวมันไก่ มาทานทันที ครับ
พอข้าวมันไก่ยกมา  ไม่มี ซ้อสราดแบบ เบตง มาให้  ...  ก็เลยต้องสอบถามหน่อยครับ  ...  เจ้าของบอกว่า แต่ก่อนทำน้ำราดแบเบตงทุกวัน แต่คนทางเหนือคงไม่ชอบรสชาติ  เลยไม่ให้ราดลงบนข้าว .. ตอนหลังก็แยก ซ้อสราด .. ก็ไม่ค่อยมีคนชอบอีก  กลับชอบเฉพาะน้ำจิ้มเต้าเจี้ยวแบบไหหลำ มากกว่า
แต่เมื่อทานแล้ว  ....  แค่น้ำจิ้ม  ..  ไก่ตอน และ ข้าวมัน ผมก็ว่า อร่อยเพียงพอเลยครับ














ไก่ตอน   .........   ไก่คัดพันธ์ุ ที่ไม่ค่อยมีมันใต้หนังมากนัก  หนังสวยเด้งอร่อย  เนื้อนุ่ม สีขาวสวย

ข้าวมัน   .........  ข้าวหุงสวยเป็นเม็ด แต่ในนุ่ม  .. ไม่มันมาก หอมกลิ่นกระเทียมและขิง ลอยมาเลยครับ

น้ำจิ้ม เต้าเจี้ยว  .........   น้ำจิ้มเต้าเจี้ยวแบบไหหลำ  รสเค็มนำหน้า มีเปรี้ยวแทรกมาเล็กน้อย  .. วางพริกขี้หนูซอย และ ขิงสับ ไว้ให้เลือกปรุงได้ตามชอบใจ

น้ำซุป   ..........   น้ำซุปใสแจ๋ว แต่รสชื่นใจเลยครับ  ผมสั่งน้ำซุปเพิ่มมาืทานต่างน้ำเลยครับ

ร้านนี้นอกจากมี  ข้าวมันไก่แล้ว  ยังมี อาหารให้เลือกทานอีกหลายอย่างเลยครับ  ทั้ง  ข้าวหมกไก่  ,  เกาเหลา  ฯลฯ
ลองแวะไปชิมกันดูนะครับ



แผนที่ร้านอาหาร ทั้งหมดที่ผมเขียนแนะนำ ไว้ใน   " แนะนำ ร้านอาหารอร่อย โดยป๋าปึกส์ "
https://mapsengine.google.com/map/edit?authuser=0&hl=en&mid=zi7qOsZPeff0.kmjHpvkh5cmM




ป๋าปึกส์
30/05/2557


ขอแนะนำ ร้านโปรดของผู้เขียน
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2010/11/tengoku-1.html
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2010/11/tengoku-2.html
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2011/05/tengoku-de-cuisine.html

ติดตาม คอลัมน์ แนะนำร้านอาหารอร่อย โดย ป๋าปึกส์ ได้ทุกวันใน  Facebook
ได้ที่  : http://www.facebook.com/SuebsaengSun




วันพุธที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

คุณแม่จู้ .. สุดยอดของฝาก จาก เมือง ภูเก็ต


คุณแม่จู้ .. สุดยอดของฝาก จาก เมือง ภูเก็ต  

ของฝาก  ....  ไมตรีจิต ที่หาได้ยากใน ชนชาติอื่นๆ
คนไทยเรา ได้รับการยอมรับ จาก นานาชาติ ในเรื่อง  การมีน้ำใจ .. ความโอบอ้อมอารีย์ ที่มีต่อคนอื่น
ไม่ว่า เราจะไปเที่ยวไหน ไม่ว่าจะเป็น  ในประเทศ หรือ ต่างประเทศ  สิ่งนึงที่คนไทย ไม่เคยลืมนึกถึง ก็คือ  " ของฝาก "  นี่แหละครับ
ไม่ว่าจะเป็นของใช้ หรือ  ของรับประทาน  คนไทยเรานี่แหละครับ  เป็นนักซื้อ ที่ ติดอันดับโลก เลยหละครับ
สมัยเมื่อ 20 กว่าปีที่แล้ว  ตอนที่ผมยังทำงานเป็นหัวหน้าทัวร์ พาคนไทยไปเที่ยวต่งประเทศ  (ส่วนใหญ่ผมมักจะพาไปแถวๆ ยุโรป)  ... จำได้ว่า ไม่ว่า แวะจอดตรงไหน  ไม่ว่าจะเป็น ปั๊มน้ำมัน เพื่อเข้าห้องน้ำ  โบสถ์วิหาร  สถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ... ไม่มีครั้งไหน ไม่มีเที่ยวไหน หรือ การจอดรถครั้งใด  ที่นักท่องเที่ยวไทย   ไม่หิ้วถุงขึ้นรถ ครับ  ...  สมัยผมเป็นหัวหน้าทัวร์ ผมไม่ค่อยได้ซื้อของจุกจิก มาฝากใครเลยครับ  (ตอนนั้น ไม่มีตังค์ ครับ)   แต่พอเลิกทำทัวร์  ก็คง จะได้เชื้อมาจาก  ลูกทัวร์ เก่าๆ นั่นแหละ มั้งครับ  .... เดี๋ยวนี้ไปเที่ยวไหน ไม่ว่าจะในประเทศ หรือ ต่างประเทศ  .. สิ่งที่ผมเองก็ไม่เคยขาดก็คือ ซื้อของฝาก  เช่นกันครับ














เมื่อ อาทิตย์ที่แล้ว  (19-22  พ.ค.57)   ผมพาครอบครัว และ นัดเพื่อนๆ อีก 3 ครอบครัว ไปเที่ยว ภูเก็ต กันมาครับ  ....  ไปภูเก็ตหน้านี้ โรงแรมถูกกว่าฤดูอื่นครับ  ถ้าไปช่วง  Peak Season   ก็คงสู้ราคาไม่ไหว แน่ๆเลยครับ   ราคาห้องพัก ช่วง Peak Seadon   แพงหูฉี่เลยครับ
เที่ยวนี้  โชคดีครับ  ได้ที่พัก ราคาพิเศษ  และ สดวกสบาย สุดๆ  ... สระว่ายน้ำอยู่หน้าห้องนอนเลยครับ  ..  เลยไม่ค่อยได้ออกไปไหนเท่าไหร่ครับ  ... ส่วนมากก็ หาอะไรทานกันในที่พัก นั่นและครับ
ออกไปทานอาหาร ข้างนอกแค่ 3 มื้อ   ก็อร่อยทุกร้านเลยครับ (กำลังเขียน ตามมา แนะนำครับ)  ... อร่อยจนทานกันแบบไม่ยั้ง  จนน้ำหนักขึ้น กันแทบทุกคนครับ
เดี๋ยวนี้ เวลาจะ เดินทางไปไหนมาไหน ในเมือง ภูเก็ต   ค่อนข้าง ใช้เวลานานมากเลยครับครับ   พอเข้าเมืองไปครั้งนึง   เจอรถติดนานๆ  พวกเราก็เลยไม่ค่อยอยากออกไปไหนกันเลยครับ  เพราะรถติดไม่แพ้ กรุงเทพฯ เลยทีเดียวครับ  ...  น่าจะเป็นสาเหตุ มาจากทางเข้าเมือง  กำลังทำถนน  ขุดอุโมงค์   บนเส้นทาง  ทีตั้งของ ห้างใหญ่ๆ กันอยู่มั้งครับ
พอใกล้จะหมดเวลาแห่งการพักผ่อน   พวกเราก็เริ่ม นึกกันแล้วครับ ว่า  ขากลับ จะซื้ออะไร ไปฝากเพื่อนๆ ญาติๆ  น้องๆ  ของพวกเราที่เชียงใหม่
แน่นอนที่สุดครับ    " ของกิน "    ที่ไม่เหมือนกับ บ้านเรา  น่าจะดีที่สุดครับ
โดยเฉพาะ  ของกิน ขึ้นชื่อของปักษ์ใต้ ครับ

ผมนึกถึง ร้านของฝากร้านนี้ ขึ้นมาทันที เลยครับ   ...   " ร้านคุณแม่จู้ "   ครับ
สดวกที่สุด  และ มีคุณภาพที่สุด ร้านนึง ของ ภูเก็ต เลยทีเดียวครับ
" คุณแม่จู้ "  ทำของฝากลือชื่อ ของเมืองภูเก็ต มายาวนาน กว่า 70 ปีแล้วครับ
ได้รับรางวัลมากมาย จนได้เป็น  ศูนย์จำหน่ายสินค้าภูมิปัญญาไทย เจ้าแรกของภาคใต้ จากกรมส่งเสริมอุสาหกรรม  และ ได้รับรอง มาตรฐานสินค้า อีกมากมาย ทั้ง  GMP , ฮาลาล , OTOP 5 ดาว  .. ฯลฯ
ที่สำคัญ  ที่ร้านแม่จู้  ยังได้รับ การ รับรองความอร่อย จาก  เชลส์ชวนชิม   อีกต่างหากครับ
ร้านนี้ มีอาหารของฝาก จานเด็ด ของภูเก็ต  ที่ผมไม่เคยพลาด หลายอย่าง  เลยครับ













แกงไตปลา   .........   แกงไตปลา แบบ ภูเก็ตแท้ๆ  มี 2 แบบ นะครับ  ...ไตปลาสด  และ ไตปลาแห้ง

แกงไตปลาสด  ... ทำมาแบบสดๆ พร้อมทาน  .. น้ำข้น เข้มข้น จัดจ้าน แต่ไม่เผ็ดมาก  สีไตปลา น้ำตาลเข้ม  หอมกลิ่นไตปลา  ตั้งแต่เปิดฝาเลยครับ มีเนื้อปลา เป็นชิ้นใหญ่ๆ เลยครับ  และ ยังมี  เม็ดมะม่วงหิมพานต์   ลอยหน้ามาตามสไตลส์ แกงไตปลาแบบภูเก็ต   น่าทานมากเลยครับ  ..  เวลาซื้อกลับมาบ้าน ต้องแช่ไว้ในตู้เย็นนะครับ
เวลาผมทาน  ผมก็ทานตามสูตรของผมเองครับ  ..  ผมเท แกงไตปลาลงหม้อ  แล้วเดิม น้ำเปล่า ไปเท่ากับ  กล่องพลาสติคที่บรรจุ แกงไตปลา มานั่นแหละครับ  ...  แล้วผมเอาผัก  อย่าง หน่อไม้ลวก มะเขือ  ลงในหม้อ   ตั้งไฟจนเดือดก็พอแล้วครับ   ...  กลิ่นหอมฉุย มาเลยครับ
แกงไตปลา  ทานกับ ไข่เจียว พร้อมกับ ข้าวสวยร้อนๆ   แกล้มกับผักสด (แตงกวา  บรรจุมาในกล่องเรียบร้อยครับ)     .. โอววววว   หร๋อยจั่งหู๋ เลยครับ
ขอย้ำ  นะครับ  ....   แกงไตปลา   แบบนี้   เวลาเก็บ ต้องแช่ตู้เย็น เท่านั้นนะครับ

แกงไตปลาแห้ง  ...  แกงไตปลา  แบบเดียวกันกับ  แกงไตปลาสด  แต่ทำให้แห้ง ด้วยกรรมวิธีที่ได้รับการรับรอง จาก กรมส่งเสริมอุสหกรรม   ...  ไตปลา แบบนี้ เอาไว้พกติดตัวเวลาไปเที่ยวต่างประเทศ หรือ ที่ไหน ไหนก็ตาม  ช่วยให้เจริญอาหาร และ หายคิดถึงบ้านได้เลยครับ   ...  แกงไตปลาแบบแห้ง  ไม่ต้องแช่ตู้เย็นครับ  ...  เปิดฝา เอามาคลุกกับ  ข้าวสวยร้อนๆ   ...  ทานได้ทุกเมือง ทุกประเทศครับ



น้ำพริกกุ้งเสียบ  ..........  เช่นเดียวกันครับ  ที่ร้านนี้เค้ามี ทั้ง  น้ำพริกกุ้งเสียบแบบสด และ แบบแห้งครับ

น้ำพริกกุ้งเสียบ แบบสด  ... น้ำพริกกะปิ  ตำกันสดๆ ที่ร้าน คุณแม่จู้เลยครับ  ... รสชาติน้ำพริกถูกใจผมจริงๆครับ  ครบรส เปรี้ยวอมหวาน มีเค็มแซกมาแบบแอบๆ นืดนึง ..  กะปิอย่างดีหอมยั่วยวน ซะเหลือเกินครับ  ...  ตอนผมยืนดูเค้าตำน้ำพริก ถึงขั้น ยืนกลืนน้ำลาย  .. เสียงดัง เอื๊อก เอื๊อก  จนแม่ครัวคนตำ ต้องเงยหน้ามาดูเลยครับ  5555
พอตำเสร็จเค้าจะแยกถุง  ให้เรียบร้อยเลยครับ  น้ำพริกถุงนึง กุ้งเสียบถุงนึง แพ็ค ลงในกล่อง แถมยังมี แตงกวา แพ็คมาให้อีกด้วยครับ  แล้วใส่ในกล่องกระดาษสีเขียวลวดลายสวยงาม (Packaging  สุดยอดครับ)    ...  น้ำพริกกุ้งเสียบสด  แบบนี้ เวลาซื้อกลับมาบ้าน หรือ ฝากใคร ต้องบอกเค้าว่า  " ต้องเก็บในตู้เย็นนะครับ "  
หลังจากผมซื้อ และ ผมกลับมาจากภูเก็ต 5 วันแล้ว  ผมเพิ่งเอาออกมาทานวันนี้เองครับ .. น้ำพริก ยังสดและอร่อยเหมือนทานอยู่ที่ร้านอาหารในภูเก็ตเลยครับ  .. ที่สำคัญ กุ้งเสียบที่ใส่มาในกล่อง และ อยู่ในตู้เย็น 5 วันเต็มๆ  พอเอาออกมาจากกล่อง  ทานแล้ว ต้องชม กรรมวิธีการผลิตเลยครับ  ก็  กุ้งเสียบยังกรอบเหมือนตอนยืนทานที่ร้านอยู่เลยครับ  ...  แนะนำเลยครับ อย่างน้อย ต้องคนละ 2 กล่องครับ

น้ำพริกกุ้งเสียบแบบแห้ง  ...  ผมเรียกว่า แบบแห้ง ทั้งๆ ที่น้ำพริกแบบนี้ ไม่ได้แห้งเลยครับ  แต่เค้าทำให้เก็บได้นานขึ้นครับ  บรรจุใน ขวดพลาสติคปากกว้าง  น้ำพริกแบบนี้ไม่ต้องอุ่นเลยครับ
น้ำพริกแบบนี้ ถ้าทานตามสูตรผม  ... ผมก็แค่ เอามือไปลงน้ำ แล้วมาดีดมือ เอาน้ำพรมๆ ไปหน่อยนึง ..  แล้วเอาไปเข้าไมโครเวฟ   แค่พอร้อน  ขอย้ำว่า   แค่พอร้อนนะครับ  ... แล้วผมก็ เอามะนาวบีบ ลงไปนิด (ครึ่งลูกก็พอครับ)   แล้วคลุกให้ทั่ว  จะข้าวทาน หรือ จะทานคู่กันกับ ไข่เจียว ก็อร่อยล้ำแล้วครับ












ยังมี ของฝากอีกมากมาย หลายสิบชนิด  ทั้ง เม็ดมะม่วงหิมพานต์  หลายแบบ หลายชนิด ทั้งอบเกลือ เคลือบน้ำตาง เคลือบงา ฯลฯ  ...  ปลาแห้ง  อาหารทะเลแห้ง  และ ขนมทานเล่น นานาชนิด ให้ได้เลือกกันหลายสิบชนิดเลยครับ  ... เอาเป็นว่า จัซื้อฝากทั้งหมู่บ้านไม่ให้ซ้ำกันทุกบ้าน ยังได้เลยครับ

และ  สิ่งที่ผมชื่นชม สินค้าของ ร้านแม่จู้    อีกอย่างนึง ของ ร้านนี้ก็คือ  
Packaging  ที่ สวยงาม และ ได้ Function  ที่ไม่แพ้ ร้านค้า ร้านของฝากชั้นนำ ใน ประเทศญี่ปุ่น ที่มีชื่อเสียง ในเรื่องแบบนี้เลยครับ

ร้านคุณแม่จู้    ร้านนี้ อยู่บน ถนนเส้นหลัก  ที่ใช้  เดินทางไปสนามบินนานาชาติ ของ ภูเก็ต  ..  อยู่ก่อนถึง  ทางเลี้ยวเข้าสนามบิน    ไม่กี่   ก.ม.  เลยครับ  ... สดวกไม่ต้องไปผจญกัการจราจร ที่ คับคั่งขึ้นทุกวัน  ที่สำคัญ มาขึ้นเครื่องทันเวลา แน่นอน ครับ
ใครไปเที่ยว ภูเก็ต   ...   นึกถึงของฝาก   ก็ต้อง  ร้าน    " คุณแม่จู้ "   เลยครับ
ลองแวะไปซื้อทานดู นะครับ  .... รับรองว่า     " หร๋อย จั่ง หู๋ "     ครับ



แผนที่ร้านอาหาร ทั้งหมดที่ผมเขียนแนะนำ ไว้ใน   " แนะนำ ร้านอาหารอร่อย โดยป๋าปึกส์ "
https://mapsengine.google.com/map/edit?authuser=0&hl=en&mid=zi7qOsZPeff0.kmjHpvkh5cmM



ป๋าปึกส์
28/05/2557

ขอแนะนำ ร้านโปรดของผู้เขียน
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2010/11/tengoku-1.html
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2010/11/tengoku-2.html
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2011/05/tengoku-de-cuisine.html

ติดตาม คอลัมน์ แนะนำร้านอาหารอร่อย โดย ป๋าปึกส์ ได้ทุกวันใน  Facebook
ได้ที่  : http://www.facebook.com/SuebsaengSun