Translate

Share it

วันจันทร์ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2557

สุดยอดเกาเหลาเลือดหมู .. กาดศรีอรุณ .. เชียงใหม่

 สุดยอดเกาเหลาเลือดหมู  .....  ที่   กาดศรีอรุณ  ...  บนถนน สันกำแพงตัดใหม่   ..  เชียงใหม่  



                                ร้านเกาเหลาเลือดหมูเจ้านี้  มีชื่อว่า   " สุดยอดเกาเหลาเลือดหมู "  ครับ  ...  เค้าตั้งชื่อได้น่าสนใจดีนะครับ  ...  ด้วยชื่อที่น่าสนใจแบบนี้  ทำเอาผม ที่ขับรถผ่านเส้นนี้บ่อยๆ  พอเห็นชื่อร้านหลายๆครั้งเข้า  ก็นึกในใจทันทีว่า  ต้องมาลองซะแล้วครับ  และ มาลองในวันรุ่งขึ้นเลยครับ
ผมมาครั้งแรก ตอนเค้าเพิ่งเปิดร้านได้เพียงไม่กี่วันเองครับ  ...  จำได้ว่า ตอนที่มาทานร้านนี้ ครั้งแรก ผม Post  รูป เกาเหลาเลือดหมู  ของร้านนี้ลงไปใน   Facebook   หน้า  " แนะนำร้านอาหารอร่อย "   ของผมแล้วเขียนไว้ว่า    " ร้านนี้อร่อยดี "   ....   แต่ตอนนั้น ยังไม่ได้คิดว่า จะเขียนรีวิว  ถึงร้านนี้เลยครับ  ...  จนมา ครั้งที่สอง  ครั้งที่สาม  เริ่มมั่นใจว่า เค้าอร่อยคงที่จริงครับ   เลยมาเขียนในวันนี้ครับ
                              ร้านเกาเหลาเลือดหมู ร้านนี้ตั้งอยู่ใน  ตึกแถวห้องเดียว  ด้านหน้า ติดถนนใหญ่  ....  ที่  " กาดศรีอรุณ "  ....  ตลาดใหม่ล่าสุด  ที่เพิ่งเปิด บนถนน สันกำแพงตัดใหม่ ที่  หลักก.ม. ที่   6 (เลยไป 500 เมตร)   ...  ช่วงที่เลย ทางแยกไป บ่อสร้าง ไป  ... อยู่ตรงกันข้ามกันกับ หมู่บ้าน ศิวาลัย
















                                    ผมไปทานหลายครั้ง  เลยได้มีโอกาสคุย ถามไถ่ ความเป็นมาของร้านเกาเหลาเลือดหมู ร้านนี้  ...  เจ้าของร้าน สองคน เป็นหนุ่มสาว วัยกำลังสร้างตัว ทั้งคู่  ...  คุณโอ๊ด (ผู้ชาย)  หนุ่มชาวกรุง ผู้ที่รักการทาน และการทำอาหารเป็นชีวิตจิตใจ  ลงมือเสาะหา ความรู้ในการทำอาหาร จาก ญาติผู้ใหญ่ มาเลยครับ   ... ระหว่างคุยกัน ผมถามโอ๊ดว่า ที่ร้านนี้ ล้างเครื่องในแบบ ไหลน้ำ รึเปล่า ?   (ไหลน้ำเป็นการล้างเครื่องในแบบ ชาวจีนโบราณ)
ก็ได้รับครับตอบว่า  คล้ายๆกัน  แต่ได้สูตรการล้างเครื่องใน มาจาก   " อากง "  ที่เปิดร้าน ขายก๋วยเตี๋ยวเนื้อ มานมนานแถวๆ โรงหนัง โคลีเซี่ยม  ...  โดยใช้วิธี ล้างเครื่องใน  ด้วย การล้างกับ เหล้าจีน และ เกลือ  แล้วเอาไปล้างในน้ำอีกที  ...   ซึ่งทำให้กลิ่นฉุนๆ ของยูริค ในเครื่องใน หายไปเป็นปลิดทิ้งเลยครับ
ส่วนประกอบอื่นๆ ของเกาเลา  ทั้งน้ำซุป  ทั้งเครื่องปรุง   ... คุณโอ๊ด แกอาศัย ความชอบส่วนตัว  มาฝึกฝน  ทำเอง ทั้งหมดเลยครับ
" แล้วทำไม ไม่ขายก๋วยเตี๋ยวเนื้อ ล่ะ "   ผมถามแบบ คนที่ชอบทาน ก๋วยเตี๋ยวเนื้อ
แกก็ตอบว่า  เดี๋ยวนี้ คนทานเนื้อน้อยลง ครับ  ผมกลัวเสี่ยงครับ กำลัง สร้างครอบครัว ครับ
ซึ่ง ก็ถูกของแก นะครับ ...  เดี๋ยวนี้ คนไทยทานเนื้อกันน้อยลงจริงๆครับ  คงจะเป็นมาจากความเชื่อ และ ราคาเนื้อ ที่แพงกว่า หมู มั้งครับ
เอาหละครับ เล่าเรื่องโน้นเรื่องนี้ มาเยอะแล้ว  แนะนำ อาหารร้านนี้ดีกว่า ครับ















เกาเหลาเลือดหมู   ..........   ผมสั่ง เกาเหลา เอาเฉพาะ หมูสับ ตับ เซี่ยงจี๊ และ เลือด  ก็เพราะเพิ่งทำฟันมาครับ เลยเลือกอะไรที่เคี้ยวง่ายหน่อยครับ  ...  เครื่องในอย่างอื่นมีครบเลยครับ  ทั้ง กระเพาะ  ทั้งไส้  ฯลฯ  ...   แต่ต้องชมเลยครับ  ต้องชมเรื่องกลิ่นของเครื่องในเลยครับ  ไม่มีกลิ่นฉุน ของยูริค เลยแม้แต่น้อย  .. แต่ยังได้อารมณ์ และ รสชาติ ของการทานเครื่องในอยู่ครับ
หมูสับ ปรุงรสมาอร่อยดี  ..  ผักสมุนไพร จิงจูไฉ่  ก็ให้มาพอสมควร  ...  น้ำซุป ต้มมาได้ดีเชียวครับ ใสแจ๋ว แต่ หวานน้ำต้มกระดูกเลยครับ    ....  พริกน้ำส้ม  ตำจาก พริกเหลืองสีสวย ตามแบบฉบับ  ร้านเกาเหลาเครื่องใน แท้ๆ  ... ขอเน้นว่า  น้ำซุปรสดีจริงๆ ครับ  ...  ผมเหยาะพริกน้ำส้ม นิดนึง  พริกไทหน่อยนึง  ....  โอวววววว  เหมือนเดิม อีก 1 ชาม ครับ

ข้าวไก่อบ   .........    จานนี้เจ้าของร้านติดป้านเป็นอาหารแนะนำไว้ที่ผนัง  ... ก็ต้งสั่งมาลองซะหน่อย ครับ  ....  ไก่อบเนื้อสะโพกติดน่อง สีสันสวยงาม  ผิวไม่แตก  ...  รสชาติกลมกล่อม อร่อยใช้ได้เลยครับ  เสิร์ฟมาพร้อมน้ำซุปถ้วยเล็กๆ และ ซ้อสอีกถ้วยนึง  เข้ากันได้ดีครับ   ...  ถ้าได้น้ำปลาพริกอีกซักหน่อย เด็ดเลยครับ (ฝากบอกเจ้าของร้านด้วยครับ)


ร้านนี้   เปิดเวลา    0700  -  1400    
ปิด ทุกวัน   พฤหัสฯ
ลองแวะไปชิมกันดู นะครับ



แผนที่ ร้านอาหารทั้งหมดที่ผมเขียนแนะนำไว้ใน     " แนะนำร้านอาหารอร่อย โดย ป๋าปึกส์ "
https://mapsengine.google.com/map/edit?authuser=0&hl=en&mid=zi7qOsZPeff0.kmjHpvkh5cmM




ป๋าปึกส์
07/04/2557

ขอแนะนำ ร้านโปรดของผู้เขียน
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2010/11/tengoku-1.html
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2010/11/tengoku-2.html
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2011/05/tengoku-de-cuisine.html

ติดตาม คอลัมน์ แนะนำร้านอาหารอร่อย โดย ป๋าปึกส์ ได้ทุกวันใน  Facebook
ได้ที่  : http://www.facebook.com/SuebsaengSun

วันพุธที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2557

ร้านอาหาร - กาแฟ ที่ Canary Natural Resort .... เชียงราย


ร้านอาหาร  ..  ร้านกาแฟ   ที่   Canary  Natural  Resort   ....  เชียงราย  



                                  เมื่อวันศุกร์ ที่แล้ว (14/3/2557)   ผมไปธุระ ที่เชียงราย  แบบ  ไปบ่ายกลับเช้า  ...  ไปตามคำชวนของเพื่อนรุ่นน้อง ที่รู้จักกันมาเกือบ  40 ปีเลยทีเดียวครับ  ...  คุณเก๋  ชวนผมไปลองชิม กาแฟ  ที่เค้า ทำขึ้นมากับมือเองเลยครับ
ที่บอกว่าทำกับมือเอง  ก็เพราะว่า  ...  เค้าเริ่มตั้งแต่ เสาะหาเมล็ดพันธฺ์  อาราบิก้าพันธ์แทั  มาส่งเสริมให้ ชาวอาข่า  ที่อยู่อาศัย อยู่บนยอดดอย ที่เชียงราย  ปลูกกันตั้งแต่เริ่มต้นเลยครับ  ...   เมื่อปลูกเสร็จ เค้ายังลงทุน ซื้อเครื่องคั่วกาแฟ  (เครื่องละ หลายแสนเลยครับ)  เพื่อเอา กาแฟที่ปลูกได้  มาผึ่งแดด แล้วคั่วด้วยตัวเองอีกต่างหากครับ  ....  ยังไม่พอครับ   แก ยังช่วยเรื่องการตั้งชื่อ  ยี่ห้อ กาแฟด้วยครับ
ยังครับ  ยังไม่หยุดเท่านั้น ครับ  ...  ยังส่ง ลูกน้อง ชาวอาข่า  ไปร่ำเรียนวิชา ทำกาแฟ  ชงกาแฟ  จากผู้เชี่ยวชาญ ระดับโลก อีกต่างหาก ครับ
หลายคนอาจจะเคยเห็น กาแฟ ยี่ห้อนี้  ทางรายการโทรทัศน์ ที่ไปถ่ายทำ และ หนังสือหลายๆ ฉบับ ที่เขียนถึง กาแฟยี่ห้อนี้นะครับ     " Aso  Coffee  "    ครับ
นี่แหละครับ  สาเหตุหลัก ที่มาเชียงรายครับ


















                              ผมมาถึงเชียงรายก็ประมาณ บ่าย 3 โมงกว่า  ระหว่างทางเลยโทรหาคุณเก๋  ว่า ผมอาจจะเข้าไปที่ รีสอร์ทของเค้าไม่ถูก เพราะตอนผมมาหาเค้าครั้งแรก  รีสอร์ทแห่งนี้ ยังไม่เริ่มสร้างเลยครับ   ...  อ้อ ..  ลืมบอกไปครับ  คุณเก๋ แกเป็น เจ้าของ  Canary Natural Resort  ด้วยครับ
ก็เลย  นัดเจอกัน  ที่   ไร่บุญรอด  ที่อยู่ใกล้ๆกัน ครับ
เส้นทางที่จะมา  รีสอร์ท ของคุณเก๋  มาได้สองทางครับ
ทางแรก     .....    เลี้ยวเข้ามา  ทางเข้า น้ำตกขุนกรณ์  ที่แถวๆ  แม่สรวย
ทางที่สอง  .....   เลี้ยวเข้ามาทาง  วัดร่องขุ่น  แล้ว เลยมาทาง น้ำตกขุนกรณ์

ผมเลือกมาทาง วัดร่องขุ่น ครับ  ...  เคยมา วัดร่องขุ่น  ครั้งสุดท้ายก็เมื่อเกือบ 3 ปีที่แล้วครับ  ...  มาวันนี้ วัดร่องขุ่น  เปลี่ยนไปแบบ จำไม่ได้เลยครับ
อลังการ  เป็นอย่างยิ่งครับ  ...  มีอาคาร สวยๆ สร้างขึ้นมาอีกหลายแห่ง จนแทบเป็น เมืองแห่ง จินตนาการ ของอาจารย์ เฉลิมชัย เลยหละครับ
นอกจากนั้น รอบๆ วัดร่องขุ่น ก็ขยายตัวกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยว และ แหล่งซื้อขาย ของฝาก ที่กว้างขวางใหญ่โต จริงๆ ครับ   .....   วันนี้ ต้องถือว่า เป็นแม่เหล็ก กำลังแรง  ที่ ดึงดูดนักเที่ยว ให้ หลั่งไหล เข้ามาเที่ยว  เมืองเชียงรายเลยครับ
แถมยังมี   ไร่บุญรอด (ไร่สิงห์)     อีกแห่งนึง  ที่เป็นแม่เหล็ก กำลังแรงอีกขั้วนึง   ที่ทำให้ ย่านนี้  แถวๆ น้ำตกขุนกรณ์  กลายเป็นแหล่งท่องที่ยว แหล่งใหญ่ และ ใหม่ล่าสุดของเมืองเชียงราย เลยทีเดียวครับ
ใครมาเที่ยว  เชียงราย  แนะนำว่า  มาเที่ยวแถวๆนี้ ไม่ผิดหวังครับ














                            มาว่า เรื่อง กาแฟ กันเลยดีกว่า ครับ  ..  ก่อนอื่นผมไม่ได้เป็นผู้ที่ชำนาญเรื่องกาแฟ อะไรเลยนะครับ  ผมทานกาแฟ  วันละ 2 ถ้วย  ...  ตื่นเช้าก็ทานกาแฟ แบบ ใส่หลอดอลูมิเนี่ยม เล็กๆ บางๆ   แค่เข้าเครื่องแล้วก็กดปุ่ม ของ Nespresso  ธรรมดาๆ นั่นแหละครับ  ...  ตอนสายๆ ไปที่ทำงานก็  3 in 1  ของยี่ห้ออะไรก็ได้ครับ  ...  ผมไม่ค่อยพิถีพิถัน ในการเลือกทานกาแฟเท่าไหร่ ครับ
แต่พอมาถึง   Canary Natural Resort  ของคุณเก๋  ..  แกพาผมเดินชม  ลานตากเมล็ดกาแฟ  ..  หลังจากตากได้ที่ แล้วถึงเอาไปคั่ว
ผมก็ได้ดู  ขั้นตอนการคั่วด้วยเครื่องราคาหลักล้านด้วยครับ  ...   หลังคั่วเสร็จ  พ่อ บาริสต้าหนุ่มคนดัง ชาวอาข่า  เอาถาดใส่  เมล็ดกาแฟอุ่น  ที่เพิ่งคั่วเสร็จ  ยกมาให้ผมดู
โอววววว   หอมจริงๆ ครับ
ผมเลยเอาเมล็ดกาแฟ  ที่เพิ่งคั่วเสร็จเคี้ยวชิมไปหนึ่งเม็ด  ...  หอม  อร่อยจริงๆครับ
หลังจากนั้น น้อง บาริสต้า คนเดิม ชงกาแฟมาให้ผมลอง ถ้วยนึง  ...  อย่างที่บอกหละครับ  ผมไม่ได้เป็นนักดื่มกาแฟ มืออาชีพครับ  แต่ใช้เครื่องกาแฟกด ของ Nespresso มาก็ 5-6 ปีแล้วครับ
บอกได้คำเดียวครับ ว่า   " เป็นกาแฟ ที่ หอม และ รสชาติดีที่สุด ในรอบ 6 ปีให้หลังของผมเลยครับ "
                          หลังจากนั้น พอตกเย็นๆ ค่ำๆ ก็มานั่งดื่ม  Umeshu  หรือ เหล้าบ๊วย แบบญี่ปุ่น  ที่ผลิตจากยอดดอยเมืองเชียงรายนี่เอง ครับ  ....  อร่อย ได้รสบ๊วย ดีกว่า เหล้าบ๊วยของญี่ปุ่น บางยี่ห้อ ซะอีกครับ  .. อร่อยจน เร็วๆนี มีคนกำลังจะผลิต ส่งไปขายถึง ประเทศญี่ปุ่น กันเลยทีเดียวครับ
เรา ดื่มกัน 2-3 คน จนหมดขวด  (750 cc)  เรียบร้อยครับ  ...  ผมคงยังไม่เล่า เรื่องเหล้าบ๊วย นะครับ เพราะกำลังเขียนเรื่อง เหล้าบ๊วย แยกต่างห่างอีกเรื่องนึง ครับ  เร็วๆนี้เอามาให้อ่าน นะครับ
















                           คืนนั้น  คุณเก๋ จัดให้ผมนอนใน ห้องเบ้อเริ่มเทิ่มเลยครับ  เป็น วิลล่า 2 ห้องนอน   มีสระว่ายน้ำ ส่วนตัวซะด้วยครับ  ...   เสียดายที่มีเวลาน้อย และ มาคนเดียว ถ้าพาลูกๆ มาด้วย คงเพลินเลยหละครับ  ห้องพักที่นี่  ไม่ต่างกับ โรงแรม 5 ดาวเลยครับ
ลองเปิดดู Facebook  หรือ website  อื่นๆ ของ รีสอร์ท แห่งนี้ดูนะครับ

https://www.facebook.com/Canarynaturalresort

                          ตอนเช้าผมเป็นคนตื่นเช้า ก็เลยเดินชมรอบๆ รีสอร์ท  ...  สวยจริงๆ ครับ  รีสอร์ททั้งหมดตั้งอยู่บนไหล่เขา   เป็นเวิ้งกว้างเห็นวิวภูเขาล้อมรอบ   รีสอร์ทมีที่ดิน 200 กว่าไร่  ... ถูกตกแต่ง จัดสวนไว้เต็มพื้นที่เลยครับ   ที่ผมไปนี่ก็ เดือนมีนาคม แล้ว ...  ตอนเช้ายัง  16 องศาอยู่เลยครับ
นึกภาพออกเลยครับ  ว่า หน้าหนาว เวลาดอกไม้ใน รีสอร์ทบานหมด แล้ว อากาศเย็นๆ  จะงามขนาดไหน   ...  ลองแวะมาพักดูนะครับ
                         ผมเดินเล่นจนรอบ  แล้วก็ตรงไปที่ ห้องอาหาร  ที่อยู่บนเนินสูงสุด มองเห็นทั้งรีสอร์ท  .. เจอ คุณเก๋ พร้อม ภรรยา  ก็เลยนั่ง ลงมือทานอาหารเช้าเลยครับ
                          อาหารเช้าวันนี้ของผม ไม่ปรกติเลยครับ  เพราะเกิดจากการนั่งคุยกัน ในคืนที่ผ่านมา ครับ  ...  เมื่อคืน  คุณเก๋ แกถามผมว่า   " ป๋าเคยทาน ข้าวซอย ของ ไทยใหญ่ แล้วรึยัง "    แล้ว   " ป๋า เคยทานข้าวซอยน้อย ของ ไทยใหญ่ รึเปล่า "
" ทั้งสอง รายการผมไม่เคยชิมมาก่อนเลยครับ "   ผมยืดอกตอบแบบ ลูกผู้ชายตัวจริง  (เหมือนโฆษณา สินค้่ อะไรซักอย่างนะครับ  5555)
มื้อนี้ คุณเก๋ กับ  คุณมิ้นท์ (ภรรยา คุณเก๋)  เลย จัดชุดใหญ่ มาเต็มชุด ครับ
















ข้าวซอยไก่  แบบ ไทยใหญ่   ...........   ผมเคยทาน ข้าวซอยแบบจีนฮ่อ  ซึ่งเป็น ชนเชื้อชาติแรก ที่นำเอา ข้าวซอย เข้ามาเผยแพร่  ในดินแดนทางภาคเหนือของไทย
ซึ่ง ข้าวซอยแบบจีนฮ่อแท้ๆ เค้าจะไม่ใส่กะทิ แบบ ข้าวซอยที่เราเห็นใน ปัจจุบัน
และ แต่ก่อน เค้าก็เรียก ข้าวซอย กันว่า   " ก๋วยเตี๋ยวฮ่อ "   ครับ
แต่ เท่าที่ผมหาข้อมูลมา  ข้าวซอย ที่ชาวจีนฮ่อ นำมาเผยแพร่ ไม่ได้นำเข้ามาเฉพาะประเทศไทย  แต่ ทั้งตอนเหนือของลาว  ตอนเหนือของพม่า ก็เริ่มทาน ข้าวซอย กันมาพร้อมๆกันกับ ทางเหนือ ของไทย นั่นแหละครับ
ที่สำคัญที่สุด  ชนกลุ่มแรก  ที่เอาข้าวซอยแบบจีนฮ่อ มาใส่กะทิ  ก็เป็น ชาวไทยใหญ่  นี่แหละครับ
วันนี้แหละครับ ... คงเป็นครั้งแรก ของผม  ที่จะได้ทาน  ข้าวซอยที่ใส่กะทิ ตำรับต้นกำเนิดแท้ๆ ของ ไทยใหญ่ ครับ
สีน้ำแกง เหลือง อมส้ม สวยเชียวครับ  ..  ใส่ผักกาดดอง  ..  หอมแดงซอย  มาใน ข้าวซอย เรียบร้อย  วางมะนาว ไว้บนบะหมี่ทอดกรอบที่โรยหน้ามา
ผมตักชิมน้ำแกง ก่อนเลยครับ  ... โอวววว  แม่เจ้าโว๊ย  แทบไม่ต้องปรุงอะไรเลยแม้แต่น้อยครับ
เส้นข้าวซอยแบบไทยใหญ่  สีขาวนวล  ...  ผมเอาซ่อมแทงแล้วม้วนๆ แบบ ทานสปาเก็ตตี้  ..  โอวววว  โอววว อีกแล้วครับ อะไร มันจะนุ่มขนาดนั้น  แค่เส้นเปล่าๆ กับน้ำแกง ยังไม่ทานเนื้อไก่เลย ยังอร่อยขนาดนี้  ....  ก่อนที่ผมจะตักไก่ชิม  ผมหันไปบอกแม่ครัว ชาวไทยใหญ่  (คุณแดง)  ที่ยืนรอ ลุ้นอยู่ว่าผมจะ  comment ว่าอย่างไร  ...  ว่า    " ขออีกที่นึง เอาเส้น กับ น้ำแกงเยอะๆ นะครับ "    .....  จานนี้ อร่อยไม่แพ้ ข้าวซอยเจ้าไหน ในภูมิภาคนี้เลยครับ


ข้าวซอยน้อย   ..........  ดูรูปร่างหน้าตา ตอนยกมา คล้าย อาหารเวียตนาม  คล้ายๆข้าวเกรียบปากหม้อ ..  ทำมาด้วยแป้งสีขาวใส  ห่อมาด้วยใส้ผักล้วนๆ  (เหมาะกับคนชอบทานผักอย่างยิ่งครับ เพราะแถวนี้ ปลูกผักเอง  อวบและสด มากครับ)  ...  ตัวแป้งที่ห่อผักแล้วนึ่งมา รสชาติค่อนข้างจืด  เพราะเค้าทำมาเพื่อทานกับ น้ำจิ้ม ครับ   ....   น้ำจิ้มที่เสิร์ฟมาซิครับ  จัดจ้านเข้มข้น แบบ เรียกเหงื่อ ในขณะที่ อุณหภูมิ  16 องศาได้เลยครับ


                         ใครมาเที่ยวเชียงราย  แล้ว มาเที่ยว วัดร่องขุ่น  ต่อมาที่ สวนบุญรอด (สวนสิงห์)  แล้วลองมาชิม กาแฟ Aso  และ  ข้าวซอย ไทยใหญ่  ดูซิครับ  รับรองไม่ผิดหวัง ครับ
หรือ จะมานอนที่ รีสอร์ท ที่ห้องพัก ระดับ 5 ดาว  ราคากันเอ๊ง กันเอง ครับ

ขอบขอบคุณ    Canary  Natural  Resort  Changrai  
374  หมู่ 10  ,  ตำบลแม่กรณ์  ,   อำเภอเมือง  ,  เชียงราย

โทร    081-926-4747 




แผนที่ ร้านอาหารทั้งหมดที่ผมเขียนแนะนำไว้ใน     " แนะนำร้านอาหารอร่อย โดย ป๋าปึกส์ "
https://mapsengine.google.com/map/edit?authuser=0&hl=en&mid=zi7qOsZPeff0.kmjHpvkh5cmM




ป๋าปึกส์
19/03/2557

ขอแนะนำ ร้านโปรดของผู้เขียน
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2010/11/tengoku-1.html
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2010/11/tengoku-2.html
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2011/05/tengoku-de-cuisine.html

ติดตาม คอลัมน์ แนะนำร้านอาหารอร่อย โดย ป๋าปึกส์ ได้ทุกวันใน  Facebook
ได้ที่  : http://www.facebook.com/SuebsaengSun











วันอังคารที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2557

Fresh & Wrap อาหารสุขภาพ ริมคูเมือง ... เชียงใหม่

Fresh & Wrap  ...  ร้านอาหารสุขภาพ   ริมคูเมือง  ...   เชียงใหม่
















Fresh    แปลว่า    สด
Wrap    แปลว่า    ห่อ , มัด , ม้วน
Fresh & Wrap   เป็นชื่อ ร้านอาหาร ที่ต้องบอกว่า  ให้คำกัดความ ตรงตามอาหาร ที่ ขายเลยครับ

เมื่อวันเช้าวันอาทิตย์ ที่ผ่านมานี่เองครับ  ผมมีนัดไปทานอาหารเช้า กับ สองสาว คนสำคัญที่สุดของผมเลยครับ  ...  ทั้งลูกสาว และ ภรรยา ชวนไปทานอาหารเช้านอกบ้าน  ตอนสายๆ ประมาณเกือบ 10 โมงเช้า  ...   ร้านนี้เป็นร้านที่ ทั้งลูกชาย และ ลูกสาวผมไปทานกันมา แล้วกลับมา บอกว่า  ต้องพาพ่อมาชิมให้ได้ เลยทีเดียวครับ
Fresh & Wrap   เป็นทั้ง  ร้านกาแฟ .. ร้านอาหาร .. ร้านขนม  ในร้านเดียวกัน
ร้านนี้มีการตกแต่ง ที่เป็นแนวที่  กำลังนิยม กันเลยครับ ....   หน้าหนาวที่เชียงใหม่ ตอนสายๆ เวลาไปนั่งที่ระเบียงร้านนี้ ได้อารมณ์ เหมือนนั่ง อยู่ในร้านกาแฟ ร้านแซนวิส เท่ห์ๆ  ในถนนเก่าๆ แถวๆ ซานฟราน หรือ  ร้านอาหารเช้า  แถวๆ ย่านชานเมือง ลอนดอน เลยครับ
ร้านนี้  บรรยกาศดี  น่าไปนั่งทานอะไรอร่อยๆ ยามสายๆ   ....   ทอดสายตาไปตามถนน ที่เลียบคูเมืองเชียงใหม่   ...  ชื่นชมความเป็นไป  และ วิถีชีวิต แบบเดิมๆ ของคนเชียงใหม่  ที่ยังคงมีเหลือให้ได้เห็นอยู่บ้าง ในย่านนี้

ร้านนี้หาไม่ยากครับ  อยู่ริมถนน คูเมืองด้านในเลยครับ
ถ้าขับรถมาตามคูเมือง ผ่านประตูท่าแพ มาหน่อยเดียว ก็จะเห็นร้านนี้อยู่ซ้ายมือ อยู่ปากซอย  มูลเมือง 5
ร้านเปิดตั้งแต่   08.00  -  20.00  ครับ  ...  โทร    084-931-6053
















พอเรามาถึงร้าน  ตึกสร้างใหม่ ที่ ออกแบบทันสมัยแต่กลมกลืน กับ ความเป็นเมืองเก่าของเชียงใหม่ ได้ทีเลยครับ  ...  ด้านบนเป็น Boutique  Hotel  เล็กๆ  ชื่อ  AN - TEAK  
ส่วนชั้นล่างเป็น  ร้าน  Fresh & Wrap  ครับ  ...  พอมาถึง  ลูกกับภรรยา ของผมคงหิว มั้งครับ  เดินตรงเข้าไปร้านอาหารเลยครับ  ...  เผอิญ เมื่อเช้า ผมไปเดินตลาด  มาตั้งแต่เช้า  ก็เลยเดิน ถ่ายรูปรอบๆ ร้านซะก่อนครับ   และต้องชม ผู้ที่ออกแบบตกแต่งจริงๆ ครับ  ว่า  มันเป็นแนวทันสมัยที่ลงตัวกับ สิ่งแวดล้อมรอบด้าน จริงๆ ครับ
ถ่ายรูปซักพัก ก็เข้าไปดูว่า สาวๆ สั่งอะไรกันบ้าง   ลูกสาวผม สั่ง  Eggs  Benadict
ส่วนภรรยา ผมสั่ง      Mushroom Omelette  Wrap
ส่วนผม ก็ต้องมองหาอะไร เบาท้องซักหน่อยครับ  ก็ตอนหกโมงเช้า  ผมไปตลาด  แอบฟาด โจ๊ก มาเรียบร้อยแล้ว ถ้วยนึงครับ   ผมก็เลยเลือก  California Veg Wrap   ครับ (ไม่แน่ใจ ว่าเค้าชื่อนี้รึเปล่านะครับ .. ลืมจดชื่อ มาครับ)
ส่วนเครื่องดื่ม  เราก็สั่งกาแฟมาทานกัน ครับ  มีให้เลือกมากมายหลายชนิด ครบถ้วน ทั้ง ลาเต้  .. คาปูชิโน่  ฯลฯ  ครับ
ส่วนเครื่องดื่มตอนแรกผมไม่ได้สั่ง  แต่ไปชิม ของ ภรรยา แล้วติดใจครับ เลยสั่งมาอีกสองแก้วเลยครับ รู้สึกว่าจะชื่ออะไร เกี่ยวๆกับ  Vitamin C  นี่แหละครับ  ....  รสชาติเปรี้ยวนำ อมหวานเล็กๆ  แต่ที่ร้านนี้เค้าเอาผลไม้และพืชผักมาคั้น มาปั่น โดยไม่ใส่น้ำตาลเลยนะครับ
















อาหารร้านนี้มีให้เลือกหลายอย่างครับ  ตอนแรกอยากทาน   เมนู  Avocado  ของร้านนี้ ปรากฏว่า วันนี้หมด ครับ  ...  แต่ที่เราทานกันก็อร่อยแบบต้องเอามาแนะนำ เลยครับ

Eggs  Benadict    ..........  ไข่ดาวน้ำ รูปสวย  (ที่บอกว่ารูปสวย ก็เพราะเค้าต้องทำกันแบบ พิถีพิถัน นะครับ ไม่ได้แค่เอาน้ำต้ม  แล้วตอกไข่ใส่ลงไปเท่านั้น   ...  แต่ละร้านก็มีสูตรของเค้าเองครับ ไม่ว่าจะใส่เกลือ , น้ำส้มสายชู  หรือ อะไรเพิ่มลงไป ก็แล้วแต่เทคนิคของเชฟ  และ ต้องพิถีพิถัน อย่างมาก ถีงจะออกมา สวยได้ครับ)  ...   ไข่ดาวน้ำ ที่ทำมาแบบ สุกกำลังดี  ...  ราดหน้ามาด้วย  ซ้อส  สีเหลืองสวย  หอมกลิ่นมาสตาด   ซ้อสรสชาติกลมกล่อม  ได้รส ของ ไข่แดง  ที่มีรสเปรี้ยวของมะนาวแทรกมานิดๆ   ...   รองมาด้วยขนมปังแบบอิตาเลี่ยน  อร่อยเลยครับ   จานนี้เสิร์ฟมาด้วย  มันฝรั่งอบ ที่หั่นมาเป็นสี่เหลี่ยม  และ สลัดอีกถ้วยเล็ก

Mushroom Omelette  Wrap  .........  จานนี้ตอนยกมา ผมบอกภรรยาให้หยุด ห้ามทาน !!!  ...  งง .. กันทั้งโต๊ะเลยครับ  ไม่ใช่อะไรหรอกครับ   มันสวยถูกใจจนผมต้องขอยกไปถ่ายรูป อีกโต๊ะนึงเลยครับ  555  ...   Omelette   ทำมาเป็นแผ่นบางๆ  พร้อมเห็ดย่าง  ที่หั่นบาง  ห่อมาด้วยแป้ง คล้ายๆ แป้ง  Tortilla  แบบ แม๊กซิกัน   แต่แป้งของที่ร้านนี้  ขอบอกว่า เค้าทำ ได้นุ่ม และส ด กว่าของที่สั่งมาจาก เมืองต้นตำรับ ซะอีกด้วยครับ   ...  จานนี้  เสิร์ฟมาพร้อมสลัด   ...   อร่อยเลยหละครับ

California Veg Wrap   ..........   จานนี้ผมไม่แน่ใจนะครับ ว่าจำชื่อมาถูกต้องรึเปล่า  (ไม่ได้จดมาครับ)  แต่ที่แน่ๆ  อร่อยจนผมไม่คุยกับใครเลยครับ  ก็จานนี้เป็น ผักล้วนๆครับ ทั้งผักสลัด แครอท แตง หอมใหญ่  มะเขือเทศ  คลุกเคล้ามาด้วยซ้อส อะไรผมไม่แน่ใจครับ แต่อารมณ์คล้ายกับ ตอนทาน แคลิฟอร์เนียมากิ  เลยครับ   ...  แล้วก็  ห่อมาด้วยแป้ง    .....  โอววววว  ลงตัวครับ  กลมกล่อม แบบ ไม่มีอะไรเหลือติดจานเลยครับ  เช่นเดียวกันครับ  จานนี้เสร์ฟมาด้วย  สลัดถ้วยเล็กๆ เช่นกัน ครับ

ร้านนี้่มีอีกหลายรายการที่น่าทานครับ  ผมบอก ภรรยาและลูก ว่าวันอาทิตย์หน้า เรามาลองเมนู ที่เรายังไม่ได้ทานกันดีกว่า  ....  ไปแล้ว ชอบบรรยากาศ  ที่ระเบียงร้านนี้ครับ
ลองไปชิมกันดูนะครับ
ร้านเปิดตั้งแต่   08.00  -  20.00  ครับ  ...  โทร    084-931-6053





แผนที่ ร้านอาหารทั้งหมดที่ผมเขียนแนะนำไว้ใน     " แนะนำร้านอาหารอร่อย โดย ป๋าปึกส์ "
https://mapsengine.google.com/map/edit?authuser=0&hl=en&mid=zi7qOsZPeff0.kmjHpvkh5cmM




ป๋าปึกส์
04/03/2557

ขอแนะนำ ร้านโปรดของผู้เขียน
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2010/11/tengoku-1.html
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2010/11/tengoku-2.html
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2011/05/tengoku-de-cuisine.html

ติดตาม คอลัมน์ แนะนำร้านอาหารอร่อย โดย ป๋าปึกส์ ได้ทุกวันใน  Facebook
ได้ที่  : http://www.facebook.com/SuebsaengSun


วันพุธที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2557

ก๋วยเตี๋ยวไส้ โกวร ... ต้นถนน สันกำแพงตัดใหม่ ... เชียงใหม่

ก๋วยเตี๋ยวไส้  โกวร  ...  ต้นถนน สันกำแพงตัดใหม่  ...  เชียงใหม่


                               ผมตามหาร้านนี้ มาเกือบปีเลยครับ  ....  ผมจำได้ว่า เคยเขียนถึง ร้านนี้ไว้ตั้งแต่  เดือนเมษายน ปี 2554  ..  สมัยที่ ร้านโกวร ยังอยู่ใกล้  วัดเสาหิน  ย่านเกาะกลาง  แถวๆ เวียงกุมกาม  ...  " โกวร "   ขายก๋วยเตี๋ยวมาหลายสิบปี  และ มีชื่อเสียงในการ ทำ ก๋วยเตี๋ยวไส้  (แบบตุ๋น)  จนมี แฟนคลับ ตามไปทานมากมาย   ถึงแม้ร้านเดิม  จะเป็นร้านที่ค่อนข้าง จะหายาก ยังไงก็ตาม ครับ  ...  และ ผม ก็เป็นหนึ่งใน ลูกค้าประจำ ร้านนี้ ก็เพราะว่า   " ไส้ "    นี่แหละครับ   ...  เวลาไปทาน ที่ร้านนี้ทีไร ไม่เคยสั่งอย่างอื่นเลยครับ    " ก๋วยเตี๋ยวไส้ ล้วนๆ "   เลยครับ   ...   อร่อยจน ตั้งแต่ผมไปทาน ไส้ร้านโกวร  ไม่สามารถกลับไปทาน   " ไส้ "   ในร้านก๋วยเตี๋ยว อื่น   ได้อีกเลยครับ
                               เมื่อปีที่แล้ว  มีเพื่อนๆ ใน Facebook   หลายๆคน  ถามถึง  ร้าน ก๋วยเตี๋ยวไส้ โกวร  ว่า ย้ายไปอยู่ที่ไหน  เค้าไปที่เดิมแล้ว หาร้านไม่เจอ  ...  ผมเองก็ไม่มีเวลา ไปหา คำตอบให้ว่า ร้านนี้ย้ายไปไหน  แล้วในที่สุด ก็เลยลืมเรื่องนี้ ไปเลยครับ   ...   จนมาเมื่อเช้าวานนี้เองครับ  (28/01/2557)  ผมเห็น เพื่อนรุ่นน้องคนนึง  (Parinya Singthongwan)   ไป   Checked in  ที่ ร้านนี้ ใน Facebook    ...   ผมเลย รีบเข้าถามไปทันที เลยครับ   ว่า    " ร้านนี้ ตอนนี้อยู่ที่ไหน "   ....   ได้รับคำตอบมาเรียบร้อย    และ พอดีกับ เมื่อวานนี้ ผมต้องผ่านเส้นทางนั้นพอดี  เลยถือโอกาส  แวะชิม ตั้งแต่ 11 โมงเลยครับ















                                ร้านก๋วยเตี๋ยวไส้ โกวร  ร้านใหม่  ตั้งอยู่ริมถนนสันกำแพงตัดใหม่ ครับ  ...  ถ้าเรามาตามถนนมหิดล มุ่งหน้ามาทาง ซุปเปอร์ไฮเวย์   ข้ามสะพานลอย ตรงแยกดอนจั่น มา  ...  ก็จะผ่าน ห้าง  Promenada  ทางด้านซ้ายมือ  ...  ขับตรงไป  ผ่านไฟแดง (ผ่านนะครับ ไม่ใช่ ฝ่า .. 5555)   มาซักประมาณเกือบ  1 ก.ม.   ...  จุดสังเกตุ จุดใหญ่ๆ คงต้องมองไปฝั่งตรงกันข้าม ด้านขวามือ จะง่ายกว่าครับ  พอเห็น หมู่บ้านกุลพันธฺ 9  ก็ชลอรถ ชิดซ้ายไว้ครับ   ร้านนี้อยู่ซ้ายมือ ครับ  (อยู่ ระหว่าง หมู่บ้าน กุลพันธ์ 9  กับ  หมู่บ้าน  The Oriental )
                                พอไปถึงร้าน ก็เจอทั้งลูกสาวโกวร และ ภรรยาโกวร  เข้ามาทักทายกัน  ในฐานะลูกค้าเก่าแก่  ...  ผมก็ บ่น ให้ฟังว่า  หาร้านนี้มาเป็นปี  กว่าจะได้เจอ  แล้ว ทำไมถึงย้ายมาอยู่ที่นี่ ละครับ ...   คุณป้าเล่าว่า  เมื่อซัก 2 ปีที่แล้ว  โกวร เป็น เส้นเลือดในสมองตีบ  จนเป็นเหตุให้เป็น อัมพฤกษ์  ขยับตัวไม่ได้ข้างนึง  ก็เลยปิดร้าน เพื่อทำการรักษา  ทุกวันนี้อาการดีขึ้น ทำกายภาพบำบัดทุกวัน  ประกอบกับข้างๆบ้านเค้าสร้างหอพักใหญ่โต เลยทำให้ที่ร้านไม่มีที่จอดรถ  ก็เลยมองหาที่มาทำร้านใหม่  ...  มาเมื่อประมาณ 7-8 เดือนที่แล้วนี่เอง  เพิ่งมาได้ที่เปิดร้าน  ที่ริมถนนสันกำแพงตัดใหม่  ...  โชคดีที่ คุณแม่ ช่วย โกวร ทำมาตั้งแต่ต้น  สูตรการทำอาหารต่างๆ เลยยังคงทำให้เหมือนเดิมได้ไม่ยาก
                                ร้านนี้มีชื่อเสียงในเรื่องการทำ ก๋วยเตี๋ยวไส้  จนต้องตั้งชื่อ  ร้านก๋วยเตี๋ยว  แบบไม่เหมือนใครเลยครับ   ...   มีป้ายติดหน้าร้าน ริมถนนใหญ่ เลยครับว่า   " ก๋วยเตี๋ยวไส้ตุ๋น "  มีอะไรอร่อยบ้าง   ตามมาดูกันครับ                  
















 ก๋วยเตี๋ยว เนื้อตุ๋น + ไส้ (เนื้อ)    ..........   ปรกติผมมาร้านนี้ทีไร  จะทานแต่ ก๋วยเตี๋ยวใส่ ไส้ตุ๋น เพียงอย่างเดียว  ...  แต่เที่ยวนี้ ที่ต้องสั่งเนื้อเปื่อยมาด้วย  ก็เพราะ อยากลองชิมดูว่า รสชาติของเนื้อตุ๋น  จะอร่อยเหมือนเดิม มั้ย   ....   สูตรการทำเนื้อตุ๋น และ ไส้ ของร้านนี้ ใช้สูตรน้ำต้มเดียวกันครับ  ...  เนื้อเปื่อยนุ่มแต่เป็นทรง .. หอมกลิ่นสมุนไพรเครื่องเทศ  รสชาติเนื้อกำลังดี  ...  น้ำซุปร้านนี้ จัดจ้าน  ก็เพราะหัวเชื้อน้ำตุ๋นนี่เองครับ  ...  พริกตำสีแดง น่าทาน   แต่ผมเป็นคนชอบทาน เนื้อตุ๋น กับพริกน้ำส้มที่เปรี้ยวมากกว่าที่ร้าน ก็เลยเอาน้ำส้มพริกดอง ที่อยู่ข้างๆ ตักลงไปอีกช้อนนึง   .....   โอวววววววววว   ฝุด  ฝุด ครับ

ไส้ตุ๋น  (เนื้อ)    ..........   ที่ต้องวงเล็บ ต่อท้ายไว้ว่าเนื้อ ก็เพราะ ร้านนี้เค้ามีให้เลือกทั้ง  ไส้หมู และ ไส้เนื้อ ครับ  ...  นี่ ขนาดทานไส้ที่ใส่ มาในชามแรก ไปแล้ว  ..  ยังไม่ สะใจ พอครับ  ...  ผมสั่ง ไส้ตุ๋น เปล่าๆ  มาอีกชามนึง  .....  โอวววววววว  ...  บอกได้คำเดียวครับว่า   " ไร้เทียมทาน "   ครับ

ไส้ตุ๋น  (หมู)   ..........   จานนี้ ผมไม่ได้สั่ง  ...  คุณป้า ตักมาให้ และ อยากให้ผม ลองชิมไส้หมู ดูบ้าง   ...  อร่อยเลยครับ  รสชาติไม่แพ้ ไส้เนื้อ  แต่มีรสที่ต่างกันเล็กน้อย  ผมว่า ไส้หมูมีรสออก ฝาดๆ  กว่า ไส้เนื้อเล็กน้อย เท่านั้นครับ


















ระหว่างนั่งทาน  คุณป้า และ  ลูกสาว ก็มานั่งคุยด้วย  แล้วถามผมว่า
" เป็นไงบ้างจ้ะ  ป๋า  ...  อร่อยเหมือนเดิมมั้ย ?  ... มีอะไรจะแนะนำ มั้ย ? ."
ผมก็ตอบ คุณป้า ไปว่า   " เรื่องอร่อยไม่ต้องห่วงเรื่องอร่อย เลยครับ .. อร่อยเหมือนเดิมทุกอย่างครับ "
แล้วก็ อร่อยจน  มิบังอาจ แนะนำอะไร เพิ่มเติมได้อีกแล้วครับ
นอกจาก ขอ คุณป้า ให้ทำ น้ำจิ้มเพิ่มเติม   ให้ผมและลูกค้า  (ซึ่งผมเชื่อว่า น่าจะมีคนชอบคล้ายๆผม)  ซักอย่างนึง  .
ผมบอกคุณป้า ว่า  ....  ไส้ตุ๋น จานนี้ ถ้าได้จิ้มกับ น้ำจิ้มสามรส  คล้ายๆกับน้ำจิ้มอาหารทะเล  ผมคงไม่ทานอย่างอื่นอีกเลย นอกจาก ไส้ตุ๋น จิ้มน้ำจิ้ม นี่แหละครับ   ....  พูดจบ  คุณป้าบอกว่า  จัดให้เร็วๆนี้ เลยจ้ะ  ..  ผมมาเที่ยวหน้าได้ทานแน่ๆ จ้ะ  .....   ใครไปทานก่อน ก็ลองถามหาดู นะครับ

สำหรับใครที่ไม่ทานเนื้อ  ไม่ต้องห่วงนะครับ  ...  ร้านนี้ มีทั้ง เนื้อตุ๋น , ไส้เนื้อตุ๋น  และ  หมูตุ๋น , ไส้หมูตุ๋น  ครับ  .....  ลองแวะไปอุดหนุนร้านเก่าแก่  ร้านนี้กันนะครับ  
และ ขอให้ โกวร  มีสุขภาพดีขึ้น และ กลับมาเป็น ปรกติเร็วๆ นะครับ  



แผนที่ร้านอาหาร ทั้งหมด  ที่ผมเขียนแนะนำไว้ใน    " แนะนำร้านอาหารอร่อย โดย ป๋าปึกส์ "
https://mapsengine.google.com/map/edit?authuser=0&hl=en&mid=zi7qOsZPeff0.kmjHpvkh5cmM






ป๋าปึกส์
28/01/2557

ขอแนะนำ ร้านโปรดของผู้เขียน
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2010/11/tengoku-1.html
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2010/11/tengoku-2.html
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2011/05/tengoku-de-cuisine.html

ติดตาม คอลัมน์ แนะนำร้านอาหารอร่อย โดย ป๋าปึกส์ ได้ทุกวันใน  Facebook
ได้ที่  : http://www.facebook.com/SuebsaengSun





วันศุกร์ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2557

ร้านอาหารโครงการหลวง ดอยอินทนนท์ ... เชียงใหม่

ร้านอาหารโครงการหลวง  ดอยอินทนนท์    ที่     เชียงใหม่ 
















" ดอยอ่างกา"    ถ้าเอ่ยถึงชื่อนี้  ผมคิดว่าคงมีคนไม่มากที่จะรู้จักว่า  ดอยอ่างกา อยู่ที่ไหน  ?
" ดอยอ่างกา "   เป็น ชื่อเดิมของ    " ดอยอินทนนท์ "    ในปัจจุบันนี้ ครับ
อุทยานแห่งชาติ ดอยอินทนนท์  มีพื้นที่ ครอบคลุม 3 อำเภอใหญ่ ของ จังหวัดเชียงใหม่
อำเภอดอยหล่อ  ...  อำเภอแม่แจ่ม  และ  อำเภอจอมทอง
มีพื้นที่  482.4   ตารางกิโลเมตร  หรือ   301,500  ไร่
เป็นยอดเขา  ที่สูงที่สุดของประเทศไทย  ...  จุดสูงสุด มีความสูงจาก ระดับน้ำทะเล   2,565  เมตร
ดอยอินทนนท์  เป็นส่วนนึง ของ เทือกเขาหิมาลัย  ที่  พาดผ่าน ประเทศ เนปาล  ..  ภูฐาน  ..  พม่า  และ ตอนเหนือของประเทศไทย
ความสมบูรณ์ ของ ป่าบนอินทนนท์   เป็น แหล่งกำเนิด  ของต้นน้ำหลายๆสาย  เช่น  แม่กลาง  ,  แม่ป่ากอ  ,  แม่ปอน  ,  แม่หอย  ,  แม่ยะ  ,  แม่แจ่ม  ,  แม่ขาน  และ ยังเป็นส่วนหนึ่งของ ต้นน้ำ แม่ปิง  ที่ไหลลงยังเขื่อนภูมิพล จังหวัด ตาก  ...  จนทำให้เป็นแหล่ง กำเนิดพลังงานไฟฟ้า ที่ สามารถผลิตกระแสไฟฟ้า เพื่อใช้งานใน ภาคเหนือ และ ภาคกลางตอนบน  
ดอยอินทนนท์  เป็นเขตป่า ที่มี ธรรมชาติที่สวยงาม  เช่น น้ำตกหลายๆสาย  โดยเฉพาะ น้ำตกแม่ยะ  ที่ได้ชื่อว่า สวยที่สุดแห่งนึงของประเทศไทย
ในสมัยก่อน  ดอยอินทนนท์   มีชื่อเรียกว่า    " ดอยอ่างกา "   
ต่อมาได้มีการเปลี่ยนชื่อ   ตามพระนาม ของ  " พระเจ้าอินทวิชยนนต์ "   เจ้าผู้ครองนครนครเชียงใหม่ องค์ที่ 7     (พ.ศ. 2416 - พ.ศ. 2440)  และ ใช้ชื่อว่า   " ดอยอินทนนท์ "    มาจนถึงทุกวันนี้


















สำหรับ ดอยอินทนนท์    มีความเกี่ยวข้องกับการแนะนำ ร้านอาหาร ของผม  ก็คงเป็น  เรื่องราวของ  ร้านอาหาร ที่   " สถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ "     นี่แหละครับ
" สถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ "    ตั้งอยู่ในพื้นที่ อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์  ตำบลบ้านหลวง อำเภอจอมทอง  จังหวัดเชียงใหม่
ราษฎรที่อาศัยบนพื้นที่  ส่วนใหญ่เป็น  ชาวไทยภูเขา  ...  ในอดีต ชาวไทยภูเขา มักบุกรุก พื้นที่ป่าไม้  เพื่อทำไร่เลื่อนลอย   ส่งผลให้ป่า บริเวณนั้น  กลายเป็นสภาพป่าเสื่อมโทรม  .
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว   ทรงมี  พระราชประสงค์ ที่จะช่วยเหลือ  ชาวเขาเหล่านั้นให้มีพื้นที่ ทำกินเป็นหลักแหล่ง  โดย ส่งเสริมการปลูกพืช ทดแทน การปลูกฝิ่น  ...  ถ่ายทอดวิชา ความรู้ ทางด้านการเกษตรแผนใหม่  เพื่อเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรให้สูงขึ้น และ ในที่สุด การบุกรุกทำลายป่า ต้นน้ำลำธาร เพื่อทำไร่เลื่อนลอย ของชาวไทยภูเขา  ก็เลิกไป  ...  ชาวไทยภูเขา หันมาทำการเกษตรแบบถาวร   ...   อันเป็นที่มาของการจัดตั้ง     " สถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ "     ในปี พ.ศ. 2522
ปัจจุบัน  สถานีเกษตรหลวง แห่งนี้ สามารถ ปลูก และ ผลิต พืชผัก ผลไม้ รวมไปถึง สัตว์นานาชนิด ที่ใช้ในการทำอาหาร  จากประเทศเมืองหนาว   ...  ที่ช่วยให้ ผู้บริโภค สามารถ ลดการสั่งนำเข้าจาก ต่างประเทศ ได้อย่างมาก เลยครับ
และที่  สถานีเกษตรหลวงดอยอินทนนท์  แห่งนี้  ยังมี ร้านอาหาร ที่นำเอา ผลิตผล ทั้งหมดมาปรุงอาหาร เพื่อให้บริการกับนักท่องเที่ยว ที่เดินทางขึ้นมาเที่ยว  ในเขตอุทยานแห่งชาติ ดอยอินทนนท์ ด้วยครับ

















                                 เที่ยวนี้ผมขึ้นมา ดอยอินทนนท์ ก็เพราะ  ผมพา น้องๆที่ทำงานผม มาเที่ยวชม  ดอก นางพญาเสือโคร่ง   ที่กำลัง  ออกดอกงดงาม   ตามสองข้างทาง  ของ ทางขึ้นดอยอินทนนท์
" นางพญาเสือโคร่ง "   ...   เป็น พรรณไม้  ที่มีการกระจายพันธ์ตามธรรมชาติ  อยู่ในตอนเหนือของประเทศไทย  ,  ทางตอนใต้ของประเทศจีน  ,  ญี่ปุ่น  ,  ไต้หวัน  และ นิยมเรียกว่า  " ซากุระเมืองไทย "  เพราะมี ลักษณะคล้ายๆ ดอกซากุระ  ถึงแม้จะเป็น คนละชนิดกันก็ตาม
ผลของ นางพญาเสือโคร่ง สามารถนำมารับประทานได้ มีรสเปรี้ยว  ส่วนเนื้อไม้ และ การใช้ประโยชน์ ด้านอื่นๆ ยังไม่มีการบันทึกข้อมูลไว้  นอกจากนำมาปลูกเป็นไม้ประดับ เนื่องจากมี ดอกสวยงาม
นางพญาเสือโคร่ง  แตกต่างจาก ซากุระญี่ปุ่น คือ มีช่วงเวลาการออกดอกที่แตกต่างกัน คือ นางพญาเสือโคร่ง ออกดอกในช่วง เดือน ธันวาคม - กุมภาพันธ์  ซึ่งเป็นช่วงฤดูหนาว
ส่วน  ซากุระญี่ปุ่น  ออกดอก ในช่วง เดือน มีนาคม - เมษายน  ซึ่งเป็น ช่วง ฤดูใบไม้ผลิ
มีการสันนิฐาน ว่า  นางพญาเสือโคร่ง และ ซากุระ มีบบรพบุรุษ ร่วมกัน มีถิ่นกำเนิด ทางตอนใต้ของจีน และ วิวัฒนาการออกไป จนมีสายพันธ์มากมาย มีสี ที่หลากหลาย
ที่เขียนเล่าเรื่อง ดอกนางพญาเสือโคร่ง   ก็เพราะว่า  เผื่อใครอยากมาเที่ยวเชียงใหม่ ช่วงนี้  ...  ยังพอจะมี  ให้ได้ชื่นชม ความงาม ของ   " ซากุระเมืองไทย "    อยู่ครับ
ผมและคณะ  มาถึง ดอยอินทนนท์   ก็เกือบเที่ยงแล้วครับ  ...  มาถึงก็ตรงขึ้นไปยอดดอยก่อนเลยครับ  เพราะคาดว่า  ตอนเที่ยง  ที่ร้านอาหารโครงการหลวง  คนน่าจะแน่น แน่ๆ ครับ ก็เลย  ไปแวะ ถ่ายรูป ตามสองข้างทาง   ก่อนที่จะขึ้นไปสัมผัส ความหนาวเย็นของยอดดอย  ...  ที่แม้กระทั่ง  เวลาเที่ยงตรง ยังมี อุณหภูมิ ไมถึง 10 องศา เลยครับ  .... พอ ถ่ายรูปบน ยอดดอย เสร็จเรียบร้อย  ก็ขับรถลงมาประมาณ 10 กว่ากิโล  ...  มาง่ายๆครับ  ขาลง สังเกตุป้ายบอกทาง   " สถานีเกษตรหลวง อินทนนท์ "   ครับ
เรามา   ถึงร้านอาหารเกือบ บาย 2 โมงแล้วครับ  ... ค่อยยังชั่วครับ มีแขกในร้าน ยังเหลือซัก ครึ่งนึง ครับ
ผมมากัน 6 คน  ก็เลยให้เลือกสั่งกันคนละอย่างครับ
ก่อนมาเที่ยวนี้   มีแต่เพื่อนๆ ที่เพิ่งมาทานที่นี่   บ่นให้ฟังว่า  อาหารบนนี้   ช้ามาก  บริการไม่ทัน เลย   ....  แต่ช่วงเวลาที่ผมมา  แจ๋ว เลยครับ  ...   สั่งปั้บ ยังไม่ทัน ไปล้างมือ อาหารก็มาแล้วครับ  ...  ผมหันไปผมก็เลย ถือโอกาสบอกน้องๆ ว่า    " นี่แหละ เวลาไปไหนใน ฤดูกาลท่องเที่ยว .. หากเราเลือกเวลาทานอาหาร  ไม่ให้ตรงกับ คนอื่น  เราก็ไม่ต้องแย่งกับ คนอื่น "  ครับ














รายการอาหารที่สั่งทานใน วันนี้  ....   บอกได้ว่า  อร่อยแทบทุกจาน ครับ

กุ้งก้ามแดง ซ้อสมะขาม   ..........   กุ้งน้ำจืด ที่เพาะเลี้ยง บนดอยอินทนนท์  ...  ตัวโตพอๆกุ้งแม่น้ำ เลยครับ  ...  สีสวย เนื้อเด้ง  ราดมาด้วยซ้อสมะขาม รสอมเปรี้ยว อมหวาน ตัดด้วยเค็มเล็กน้อย  อร่อยแบบไม่ต้องจิ้มอะไรเลยครับ   ...  ผมเอาน้ำซ้อสมะขาม คลุกข้าว เหยาะน้ำปลาพริกลงไปหน่อย  อร่อยได้ใจ จริงๆ ครับ

แกงเลียง   ..........    แกงเลียง เสิร์ฟมาใน หม้อไฟ ใหญ่ถูกใจดีครับ  ...  ผักสด นานาชนิด สด จนสัมผัสได้  ถึงความหวานของเนื้อผัก  ทั้ง บวบ ฟักทอง ...  โรยหน้า มาด้วย ใบแมงลัก อวบๆ  สดๆ  ...  รสชาติกลมกล่อมดีครับ    แต่ผมว่า  ถ้าใส่กะปิ  และ พริกไท  มากกว่านี้ซักนิด ผมคงซดแบบ แห้งเหมือด แน่ๆ เลยทีเดียว ครับ

ปลาเทร้า ทอดกระเทียมพริกไท   ..........   ปรกติ ผมเคยทานแต่ ปลาเทร้าต์ ที่เอาไปย่าง แบบอาหารฝรั่ง  ...  เที่ยวนี้เป็นครั้งแรก ที่ทานแบบ ทอดกระเทียม แบบไทยๆ  ...  ปลาเทร้าต์  สดๆ จากฟาร์มเลี้ยง ของ โครงการหลวง  ขนาดเกือบฟุตนึง  ...  ปลา ทอดมาสุกกำลังดี  สีสวย  ... โรยหน้า มาด้วย กระเทียมที่ทอด จนเหลืองทอง  น่าทานดีครับ  ...   ทานแล้ว  ผมว่า  เนื้อปลา จะออก คล้ายๆ กันกับ ปลาสำลี  ครับ   ...  เสิร์ฟมาพร้อมน้ำจิ้ม สามรส  ทานกับ ข้าวสวยร้อนๆ  อร่อยเลยครับ

เป็ดอบกาแฟ   ..........   เป็ดอบครึ่งตัว  รองมาด้วย บล๊อคคารี่  ...   เนื้อเป็ดอบ สีสวย หนังออกสีน้ำตาลทอง  น่าทานเลยครับ  ...  น้ำเกรวี่ สีน้ำตาลสวย  รสดี  มีกลิ่นกาแฟ เบาๆ    อร่อยและแปลกดีครับ

กะหล่ำปลี ผัดน้ำปลา   ..........   จานนี้  แค่เห็น  กลีบ กะหล่ำปลี  ก็น่าทานแล้ว  ครับ ...  กลีบกะหล่ำปลี  อวบ  แผ่นใหญ่  กลีบหนา  ...  ผัดมาแบบ ไม่สุกจนเกินไป   กรอบอร่อย   รสชาติ น้ำผัด กลมกล่อม  ไม่เค็มเกินไป   อร่อยเลยครับ

ยำ เห็ดออรินจิ ย่าง   ...........   เห็ดออรินจิน สดๆ  ชิ้นใหญ่ๆ  เอาไปย่าง จนสุกกำลังดี  แล้วหั่นเป็นแผ่นไม่บางมาก ตามความยาวของเห็ด  ราดมาด้วย น้ำยำและเครื่องยำ  มีทั้ง   หมูสับ  ..  หอมแดงซอย  ..  แครอท  และ มะเขือเทศสีดา  ......  น้ำยำเปรี้ยว หวาน เค็ม กำลังกลมกล่อม  ออกหวานนำเล็กน้อย  อร่อยดี ครับ


















เราใช้เวลาทานกัน แป้บดียว ครับ   ....   อาหารไม่ได้ ช้า อย่างที่เพื่อนผม ที่เพิ่งมา บอกเล่าให้ฟังเลยครับ  ...  ก็ เพื่อนผม เล่นมาทานที่นี่ ใน วันเสาร์ ของ Long Weekend  ของเดือน ธันวาคม นี่ครับ  ...  ไม่ว่า   ใครไปเที่ยว  ดอยไหน  ในวันหยุด ของเดือน ธันวาคม  ....  รับรองว่า  ผู้คนเยอะแยะ ไปหมดครับ  ...  ถ้าหา  ร้านอาหาร  ที่มีอาหาร  พอเหลือให้ทานได้   ก็ต้องถือว่า โชคดีแล้วครับ

















สำหรับการเดินทาง ไป ดอยอินทนนท์  
:  ระยะทาง จากตัวเมือง เชียงใหม่ ถึง ยอดดอย  ประมาณ  106  ก.ม.
เดินทางตาม ทางหลวงหมายเลข  108  เชียงใหม่ - จอมทอง  ...  พอถึง หลัก ก.ม. ที่ 57 ... ก่อนถึง ย่านชุมชน ของอำเภอจอมทอง ประมาณ 1 ก.ม.  มีทางแยกขวามือ  เลี้ยวขวา เข้าทางหลวงหมายเลข 1009  (จอมทอง - อินทนนท์)  ขับไปตามทางอีก  48  ก.ม.  ก็จะถึง ยอดดอยอินทนนท์
สภาพถนน เป็น ถนนลาดยางอย่างดี แต่ค่อนข้าง สูงชัน  ...  ผู้ที่ใช้ รถยนต์ส่วนตัว ควรตรวจสอบให้รถอยู่ในสภาพดีก่อนเดินทาง  ส่วนผู้ที่ไม่ได้นำ รถยนต์ส่วนตัวมา หรือ ไม่มั่นใจในสภาพรถ หรือ ไม่อยากขับขึ้นดอยสูง  ก็สามารถเช่ารถสองแถว ที่ น้ำตกแม่กลาง ได้
ผู้ที่นำรถยนต์ ส่วนตัว ต้องเสียค่าผ่านทาง ที่ด่านตรวจ และ จำหน่ายบัตรค่าธรรมเนียม ที่ หลัก ก.ม. ที่ 8
สำหรับท่าน ที่ต้องการ พักค้างแรม ทางอุทานฯ มีที่พักไว้ บริการนักท่องเที่ยว  สนใจติดต่อได้ ล่วงหน้า ที่ กองอุทยานแห่งชาติ  กรมป่าไม้  
โทร   02-579-5734   และ   02-579-7223  

ขอให้ทุกท่าน เดินทางโดย ปลอดภัย และ อร่อยกับ อาหารสดๆ อร่อยๆ  ที่ ร้านอาหารโครงการหลวง ดอย อินทนนท์  นะครับ




แผนที่ร้านอาหาร ทั้งหมด  ที่ผมเขียนแนะนำไว้ใน    " แนะนำร้านอาหารอร่อย โดย ป๋าปึกส์ "
https://mapsengine.google.com/map/edit?authuser=0&hl=en&mid=zi7qOsZPeff0.kmjHpvkh5cmM






ป๋าปึกส์
24/01/2557

ขอแนะนำ ร้านโปรดของผู้เขียน
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2010/11/tengoku-1.html
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2010/11/tengoku-2.html
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2011/05/tengoku-de-cuisine.html

ติดตาม คอลัมน์ แนะนำร้านอาหารอร่อย โดย ป๋าปึกส์ ได้ทุกวันใน  Facebook
ได้ที่  : http://www.facebook.com/SuebsaengSun







วันศุกร์ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2557

Cream of Tar Tar ... สันกำแพง ... เชียงใหม่

Cream of Tar Tar  ...  สันกำแพง  ...  เชียงใหม่  


                                  คงไม่ช้าเกินไป  สำหรับร้านอาหารอร่อยๆ ร้านนี้ นะครับ  ....  " Cream of Tartar "   ผมจำได้ว่า  ร้านอาหารร้านนี้   มีคนมาแนะนำให้ผมลองไปทาน  มาร่วม 2 ปี  แล้วครับ  ....   ผมมีเพื่อนคนนึง ที่มีบ้าน อยู่ที่ อำเภอสันกำแพง  ซึ่งพอเจอกันที่ไร ก็จะถามผมทุกครั้งว่า
" พี่ไปลองมารึยัง  อาหารฝรั่งเค้า ทำไม่แพ้ ในเมืองเลย "  
ด้วยความที่ไม่ค่อยได้ไป หรือ มีธุระแถวๆนั้น  ก็เลยไม่มีโอกาสไปลองซักครั้ง  จนลืมไปเลย ครับ
                                   มาเมื่อ หลังวันปีใหม่ ไม่กี่วันนี่เองครับ  ...  ผม Post  ลงในหน้า   " แนะนำร้านอาหารอร่อย "   ใน  Facebook   ว่า  :  " ใครมีร้านอาหารอร่อยๆ  ที่ผมยังไม่เคยเขียนแนะนำ  รบกวนช่วยแนะนำให้ผมด้วย "   .....   เท่านั้นเองครับ  ก็มีคน  แนะนำ ร้านอาหารมาเพี๊ยบ เลยครับ  ...  หนึ่งในร้านที่แนะนำกันมา  ก็มีร้านนี้ด้วยครับ  Cream of Tartar  ที่ สันกำแพง  ครับ
ต้องขอขอบคุณ คุณ Yoo Wipada   ที่แนะนำร้านนี้ให้ผมใน  Facebook  .ด้วยครับ


     













                                   Cream  Of  Tartar   หาไม่ยากครับ  ...  ขับรถมาตามถนน เชียงใหม่-สันกำแพง (สายเก่า .. ที่เคยมีต้นก้ามปู ขนาบสองข้างทาง  ตอนนี้ยังพอเหลือให้ดู ซักครึ่งนึงมั้งครับ)   ...  มุ่งหน้าไปยัง ตัวอำเภอสันกำแพงเลยครับ  พอผ่าน ศูนย์ OTOP  ที่สันกำแพง  ก็ ชลอรถเล็กน้อย  ...   พอเห็น สำนักงานไปรษณีย์ สาขาสันกำแพง  ก็เตรียมตัวเลี้ยวเข้าซอย ขวามือครับ   ...  ซอยแรก ที่ถัดจาก สำนักงานไปรษณีย์ เลยครับ  ชื่อ ซอย เทพบุตรซอย 1  ครับ  ....   เข้าซอยไปนิดเดียวประมาณ 50 เมตร  ก็จะเห็นป้ายชื่อร้านเลยครับ  เลี้ยวซ้ายไปตามป้าย  มีที่จอดรถ หน้าร้าน กว้างขวาง เลยครับ
                                    เมื่อวานผมไปธุระ แถวแม่ออนใต้ สันกำแพง  ก็เลยชวน ภรรยา มาชิมด้วยกันเลยครับ  ...  เรามาถึงตั้งแต่ ยังไม่เที่ยง แต่พอเลี้ยวรถเข้ามาหน้าร้าน ก็ น่าทานแล้วครับ  รถจอดเต็มหน้าร้านไปหมดเลยครับ   ....  ร้านนี้เป็นร้านที่เปิดอยู่ในบ้าน เนื้อที่กว้างขวางเลยครับ  จัดร้านได้น่ารักดีครับ  มองดูเผินๆ คล้ายๆกับ ร้านเค้ก หรือ ร้านขนม  ...  ตัวร้านอยู่มุมด้านหน้าของบ้าน และ ยังมีโต๊ะที่นั่งในสวนและศาลา ด้วยครับ








                                    ก่อนที่จะมาร้านนี้ .. ตอนสายๆ  เราเพิ่งแวะไปทาน  เนื้อสะเต๊ะใต้ต้นข่อย  กันมาคนละหลายสิบไม้ เลยครับ  ...  ก่อนจะแวะร้านนี้ ยังบ่นกันว่า อิ่ม กันอยู่เลยครับ  ...  พอได้ที่นั่ง  ก็มีน้องมาคอยบริการอย่างดีครับ  หลังจากเปิดดู เมนู แล้ว ผมยังหันไปบอกภรรยาเลยว่า  ร้านนี้เค้าขายอาหารถูกมากเลยครับ แถมยังมี รายการอาหารเยอะมากเลยครับ  ทั้ง อาหารไทย อาหารฝรั่ง และ ขนม  ...   ผมหันไปถามน้องที่มาบริการว่า   " อะไรคือ จานที่ผม ไม่ควรพลาด บ้างครับ "    .....   " สเต็กซี่โครงหมู  ค่ะ "   น้องตอบแบบ มั่นใจ มากครับ   ...   ผมเลยสั่งเพิ่มไปอีกสองอย่าง  ตามที่อยากทานครับ    " โรตีผักขมอบชีส "  และ   " ข้าวผัดปลาสลิด "  

สเต็กซี่โครงหมู   ..........   ซี่โครงหมูแผงใหญ่ เนื้อนุ่ม ราดมาด้วยซ้อส บาร์บีคิว  ...  พอตักชิมคำแรก ผมหันไปบอกภรรยา  ด้วยสีหน้าตื่นเต้น ว่า    " ไม่แพ้   Ribs  ของ โทนี่ โรม่า เลย "   ....   ภรรยาผมถึงกับต้องรีบ ตักขึ้นมาชิมโดยด่วนเลยครับ  แล้วเธอก็บอกว่า   " อืมมม  ใช่ "  ..........   แค่นี้  ก็ไม่ต้องอธิบายมากแล้วครับว่า  สเต็กซี่โครง ของร้านนี้อร่อยแค่ไหน  (สำหรับ คนที่ชอบทาน Rib หรือ ซี่โครง แบบนี้แล้ว  โทนี่ โรม่า ถูกยกย่องว่าอร่อยที่สุดร้านนึง เลยครับ)  ...  ที่สำคัญ  ราคาที่ร้านนี้ ถูกมากกกกก  เลยครับ  (ราคาขาย  คิดตามน้ำหนัก ของ ซี่โครงครับ) ครับ   ....   เสิร์ฟมาพร้อมกับ เฟร้ยฟราย สลัด และ ขนมปังครับ
จานนี้ ขอแนะนำ แบบ น้องที่มาบริการว่า   " ไม่ควรพลาด ครับ"
                                 
โรตี ผักขมอบชีส   ..........   ตอนเห็นชื่อเมนูนี้ ยังนึกไม่ออก ว่า อาหารจานนี้จะออกมายังไง  ...  ผมเคยทาน ผักขมอบชีส   มาเยอะแยะมากมาย   แต่ไม่เคยลองทานกับ โรตี เลยซักครั้งเลยครับ  ...  พอยกมาวางบนโต๊ะ  ถึงกับแอบชมแม่ครัว ในใจเลยครับ  ...  เค้าเอาโรตี ทอดแบบใช้น้ำมันน้อย  แป้งกรอบ ห่อผักขมอบชีสมา คล้ายๆกับ พาย ของฝรั่ง  ....   รสชาติผักขมอบชีส  อร่อยมากครับ  ทานกับโรตีกรอบๆ  อร่อยกว่า พายเยอะเลยครับ  
















ข้าวผัดปลาสลิด  ..........  จานนี้ผมเลือกเองครับ  เพราะอยากลองอาหารจานเดียว ว่า อร่อยมั้ย  ...  ตอนยกจานมาวาง  ผมหันไปบอกภรรยาว่า   " หน้าตาไม่ธรรมดา เลย "  (ไม่ได้ชม ภรรยา ผมนะครับ ผมชมอาหาร ครับ  5555 )  ...  ข้าวผัดสีสวย น่าทาน โรยมาด้วยหอมแดงซอย คลุกมาด้วยปลาสลิด  เสิร์ฟมาพร้อมมะนาว  ....  ตักชิมคำแรกถึงกับ ร้อง โอววววว   เลยครับ  อร่อยแบบโดนใจ เลยครับ ...  บีบมะนาว ซักหน่อย  แล้ว  คลุกหอมแดงให้เข้ากับข้าว  ...  ตักข้าวผัด พร้อมปลาสลิด และ หอมแดง ให้อยู่ในคำเดียวกัน  แล้วค่อยเคี้ยว  ... โอววววว   อร่อยถูกใจ จริงๆครับ  .


                               น่าเสียดาย ที่เราทานกันแค่  3 อย่าง   เพราะเพิ่งทานอาหารเช้ากันมา   ...  ระหว่างที่รออาหาร ได้มีโอกาส คุยกับ เจ้าของร้าน  ...  ท่านบอกว่า ภรรยาท่าน ลงมือเป็น เชฟใหญ่  ...  และมีลูกสาว เป็น เชฟ ที่ไปเรียนทำอาหารฝรั่งมา ...  ผมพอจะบอกได้เลยว่า เมนูอาหารฝรั่ง ของร้านนี้ อีกหลายๆอย่าง เช่น สปาเก็ตตี้  หรือ สเต็ก  น่าจะอร่อยเลยครับ  ......   ยังมีอีกหลายเมนู ทีน่าทานมากเลยครับ  ไว้กลับไปทานคราวหน้าจะมารีวิว เพิ่มเติม อีกทีนะครับ


     









ผัดไทยกุ้งสด  ..........   เมนูนี้ผมเพิ่ง  post  ลงไปใน   Facebook  หน้า  " แนะนำร้านอาหารอร่อย "  ของผมเมื่อวันพุธ ที่ผ่านมา ว่า  :   ใครมีร้าน ผัดไทยอร่อยๆ เด็ดๆ  ในเมืองเชียงใหม่  ...  ช่วยกรุณาแนะนำให้ผมหน่อย  ...  ปรากฏว่า มีร้านนี้ อยู่ในรายการ ที่เพื่อนๆ แนะนำมาด้วย ครับ
เมื่อวาน (เสาร์ 8/3/2557)    ผมมีเพื่อนคนนึง  ที่ผม เพิ่งโทรไปถามว่าเค้า ทานอะไรที่ไหน (ผมยังไม่ทานจะฝากซื้อ)
เผอิญว่า เค้าทานอยู่ที่ร้าน Cream of Tartar  พอดีเลยครับ  เลยฝากซื้อใส่กล่องกลับมาทานที่บ้าน
อร่อยจริงๆ ครับ เส้นสุกกำลังดี เหนียวกำลังดี   ไม่ยุ่ยเปื่อย  ... รสชาติครบรสครับ  เค็ม แทรกหวาน อมเปรี้ยว ของน้ำมะขามเปียก  ...   นี่ขนาดใส่กล่องกลับมาทานที่บ้าน  ยังอร่อยได้ขนาดนี้  ผมไม่ได้ปรุงอะไรเลยครับ  ....  ไปทานที่ร้าน คงไร้คำบรรยาย ครับ  ....  ขอแนะนำ ว่าต้องลองเลยครับ




แนะนำว่า  หากไปช่วงเที่ยง ควรจองที่นั่งซักหน่อยนะครับ
ร้านนี้เปิด ตั้งแต่     09.00 น.    ถึง    18.00 น.   เท่านั้นนะครับ
โทร      053-332-122       หรือ      081-884-1541

ตามรายละเอียด ของร้านนี้ ได้ทาง  Facebook  ครับ
https://www.facebook.com/creamtartar 




แผนที่ร้านอาหาร ทั้งหมด  ที่ผมเขียนแนะนำไว้ใน    " แนะนำร้านอาหารอร่อย โดย ป๋าปึกส์ "
https://mapsengine.google.com/map/edit?authuser=0&hl=en&mid=zi7qOsZPeff0.kmjHpvkh5cmM






ป๋าปึกส์
17/01/2557

ขอแนะนำ ร้านโปรดของผู้เขียน
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2010/11/tengoku-1.html
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2010/11/tengoku-2.html
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2011/05/tengoku-de-cuisine.html

ติดตาม คอลัมน์ แนะนำร้านอาหารอร่อย โดย ป๋าปึกส์ ได้ทุกวันใน  Facebook
ได้ที่  : http://www.facebook.com/SuebsaengSun






วันพฤหัสบดีที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2557

ก๋วยเตี๋ยวเรือยนต์ 7 ยอด ... เชียงใหม่

ก๋วยเตี๋ยวเรือยนต์  7 ยอด  ...  ปากซอย โรงเรียนพานิชย์ลานนา  ...  ก่อนถึง วัดเจ็ดยอด  ...  เชียงใหม่



                                      " ก๋วยเตี๋ยวเรือ "   มีความเป็นมาอย่างไร  ...  ผมพยายาม ค้นหาข้อมูลมาพอสมควร และ พอจะสรุป  สั้นๆ   ถึงความเป็นมา ของ ก๋วยเตี๋ยวเรือใน ประเทศไทย ได้ดังนี้ ครับ
ก๋วยเตี๋ยวเรือ  หรือ ก๋วยเตี๋ยวน้ำตก    คือ  ก๋วยเตี๋ยวที่มีรูปแบบ แบบไทยแท้  ...  มีรสชาติจัดจ้าน ... น้ำก๋วยเตี๋ยวสีข้น คล้ายกันกับ ก๋วยเตี๋ยวเนื้อ และ ก๋วยเตี๋ยวเนื้อตุ๋น
โดยใช้เครื่องปรุงที่แตกต่างกับ ก๋วยเตี๋ยว ชนิดอื่นๆ  คือ  ซีอิ้วดำ  ..  เต้าหู้ยี๊  และ เครื่องเทศ  และ ที่แตกต่างมากที่สุด ก็คงเป็น ก๋วยเตี๋ยวเรือน้ำตก  ที่ ใส่ เลือดวัว หรือ เลือดหมู  เพื่อเพิ่มรสชาติ  สีสัน  และ ความเข้มข้น จัดจ้าน
ก๋วยเตี๋ยวเรือ  เริ่มขายกันใน  ประเทศไทย  ในลำน้ำเจ้าพระยา  แถวๆ จังหวัดอยุธยา  .....   ต่อมา ก๋วยเตี๋ยวเรือ ขยายความนิยม มาทางจังหวัดอื่นๆ ในลุ่มน้ำ เจ้าพระยา ตอนล่าง  ...  ในจังหวัด ปทุมธานี    และเริ่มขยายมาทาง  ..  รังสิต  และเข้ามาสู่  ก.ท.ม.
















ในปี   พ.ศ. 2485  เกิดน้ำท่วมครั้งใหญ่ ในลุ่มน้ำเจ้าพระยา  ท่วมทุกจังหวัด ในภาคกลาง รวมทั้ง ก.ท.ม.  และ  น้ำท่วมเป็นเวลานานนับเดือน  ทำให้ เศรษฐกิจของประเทศตกต่ำ ข้าวยากหมากแพง   ...  ผู้คนในภาคกลาง ต้องสัญจรไปมา หรือ ค้าขายกันบนเรือ  ...  แม้กระทั่ง ข้าราชการ และ คณะรัฐมนตรี ก็ต้องไปไหนมาไหน  ด้วยการ ใช้เรือพาย  กันอย่างทัดเทียม
ช่วงนั้น    จอมพล ป. พิบูลสงคราม  เป็น นายกรัฐมนตรี  ...  วันนึง ขณะ ที่ท่านกำลัง นั่งเรือพาย เพื่อไปประชุม ค.ร.ม.   ...   ก็มีเจ้าหน้าที่ ที่ทำเนียบ  เรียกเอา ก๋วยเตี๋ยวเรือ  มาทำทีทำเนียบ  เพื่อมาเลี้ยงอาหารกลางวันให้  ค.ร.ม. ในห้องประชุม  ....    จอมพล ป.   จึง มองเห็นแนวทาง ในการบรรเทาทุกข์ ของ ราษฎร ที่ไม่มี  ที่หุงหาอาหาร และ ขาดแคลนอาหาร ในช่วงนั้น
จึงให้ ข้าราชการ   รณรงค์ให้คนหันมาทาน ก๋วยเตี๋ยว  เพราะสามารถเข้าไปถึง ผู้ที่ ประสพภัย  ...  มีการ รณรงค์ กันหลายรูปแบบ   รวมไปถึง การ แต่งเพลง เชียร์ให้คนหันมาทานก๋วยเตี๋ยว 
กรมประชาสงเคราะห์  เปิดสอนวิชาทำ ก๋วยเตี๋ยว  ...  มีการ แจกรถเข็น  เรือ และ อุปกรณ์การทำ ก๋วยเตี๋ยว ให้กับ ประชาชน ที่อยากประกอบอาชีพ ทำก๋วยเตี๋ยว  เพื่อมีส่วนในการแก้ปัญหา  การขาดแคลนอาหาร

นอกจากนั้น ในช่วงเวลาการเป็นผู้นำ ของ จอมพล ป.   ท่านได้ทำอะไรให้เกิด การเปลี่ยนแปลง  หลายๆอย่าง  เช่น
เปลี่ยน   ชื่อประเทศ    จาก   " สยาม "     มาเป็น    " ประเทศไทย "  
เปลี่ยน  เพลงประจำชาติ  มาเป็น  เพลงชาติไทย แบบใน ปัจจุบัน
เปลี่ยน วันขึ้นปีใหม่  จากวัน สงกรานต์ มาเป็น  1  มกราคม
และ ที่เกี่ยวกับ เรื่องที่ผมเขียนนี้  ก็คงเป็นเรื่องที่   ท่านเป็น  ผู้ทำให้คนไทย  รู้จัก  ก๋วยเตี๋ยวเรือ  นีแหละครับ
ขอบคุณ ข้อมูลดีๆ จาก   กิเลน ประลองเชิง  (หนังสือพิมพ์ ไทยรัฐ)   และ  วิกีพีเดีย (สารานุกรม เสรี)
















                                    เอาหละครับ  มาถึงร้าน ก๋วยเตี๋ยวเรือ ที่ผมจะแนะนำ ในวันนี้ซักที นะครับ  ....   ร้านก๋วยเตี๋ยวเรือ เปิดใหม่  ...  เปิดมาก่อนสิ้นปี ที่ผ่านมานี่เองครับ

" ก๋วยเตี๋ยวเรือยนต์ 7 ยอด "    ไม่ได้วางที่ ลวกก๋วยเตี๋ยว  บนเรือยนต์  นะครับ   ....   เพียงแต่ เจ้าของร้านเค้าชื่อ      " คุณยนต์ "     ครับ

ร้านนี้ตั้งอยู่ที่ ต้นถนน ซุปเปอร์ไฮเวย์  เชียงใหม่ - กรุงเทพฯ  นี่เองครับ  ....  หากขับรถมาจาก ต้นถนนซุปเปอร์ ที่แยกรินคำ   มาจนถึง  สามแยกไฟแดง ที่หน้า วัดเจ็ดยอด  ...  ขับเลยมา ซอยเดียวครับ  สังเกตุง่ายๆ ปากซอยมีป้าย โรงเรียน พานิชย์การล้านนา  และ มี  ร้านขนมจีนบ้านเจ็ดยอด   อยู่ปากซอย  ...  ถัดจากร้านขนมจีน  ก็เป็น สนามฟุตบอลในร่ม  ...  นั่นแหละครับ  ร้านนี้อยู่หน้าสนามฟุตบอลเลยครับ  ...
                                    ก๋วยเตี๋ยวอร่อยๆ  ของผม  ต้อง  น้ำซุปแทบไม่ต้องปรุง  ...  พริกน้ำส้มต้องมีสูตรเด็ด  ...  เส้นต้องสด  ...  เนื้อวัว เนื้อหมู .. ลูกชิ้น  ต้องสด และ คุณภาพดี  ......   ร้านนี้ ก็ผ่านสเปคของผม  ได้หมดเหมือนกันครับ
                                    ก๋วยเตี๋ยวเรือเจ้านี้ มีทั้งเนื้อทั้งหมู ครับ  ...  ใส่ใน ถ้วยเล็กๆ  แบบก๋วยเตี๋ยวเรือโบราณ  ได้อารมณ์ ดีครับ  ...  แถมยังมี  ป้ายติดข้างฝา ของร้าน  ที่มีชื่อป้ายว่า   " Hall  of  Frame "   ซะด้วยครับ   ทำยังกับ ห้องประกาศเกียรติคุณ ของ นักกีฬา เลยนะครับ (ก็เจ้าของร้าน เป็นอดีต นักรักบี้ ทีมชาติ เลยทีเดียว ครับ) ...  แต่ ป้าย  Hall of Frame   ก็ไม่ได้ มาประกาศอะไรเกี่ยวกับกีฬา  ในร้านก๋วยเตี๋ยวร้านนี้ หรอกนะครับ  ...  ทางร้านมี ป้ายไว้ติดรูป  นักทานที่สามารถ ทานก๋วยเตี๋ยวเรือ ได้มากที่สุดใน 1 มื้อ ครับ   .....   เท่าที่ผมดู จากป้าย  ตอนนี้   มีผู้ทำสถิติไว้  18 ชามครับ















มาถึงก๋วยเตี๋ยวเรือ ของรานนี้ดีกว่า ครับ  ....   เอาตามที่ผมไปทานมานะครับ

เส้นเล็ก น้ำตกเนื้อ  .........   ใส่ทุกอย่าง  ...  มาในชามเล็กๆ แบบก๋วยเตี๋ยวเรืออยุธยา และ รังสิต  ...  กลิ่นหอมสมุนไพร เครื่องเทศ  ของน้ำซุป  ลอยมาตั้งแต่ยกมาเลยครับ  ...  ตักชิมน้ำซุป ปุ๊บ   ร้อง  อืมมมม  ปั๊บเลยครับ  .....  น้ำซุปกลมกล่อม ลงตัว แทบไม่ต้องปรุงเลยครับ  ...  แต่ผมเป็นคนชอบลอง พริกน้ำส้ม ในร้านก๋วยเตี๋ยวครับ  มันบอกได้ถึง ความใส่ใจ ของคนทำเลยครับ  ...  พริกน้ำส้ม ก็ โอเคเลยครับ  หอมอร่อยครับ  ... ลูกชิ้นที่ใส่มา ก็คุณภาพดีครับ   ....   ชามเล็กตามแบบ ก๋วยเตี๋ยวเรือโบราณ ครับ  ก็เลยบอกน้องๆที่มาเสิร์ฟว่า    " น้องครับ  ขอเหมือนเดิม  มาอีก  5 ชาม ครับ ...  5555  "

ลูกชิ้น  ...........   มีทั้งลูกชิ้นหมู และ ลูกชิ้นเนื้อ  ที่สั่งตรมาจากที่ไหน ผมไม่ได้ถามนะครับ ...  แต่ เนื้อเป็นเนื้อ  หมูเป็นหมู  เลยครับ  รสชาติดีเลยครับ  นอกจากใส่ไว้ใน ก๋วยเตี๋ยวแล้ว  สามารถ สั่งมาทานเล่นได้ทั้ง  ลูกชิ้นปิ้ง และ ลูกชิ้นลวก  มีน้ำจิ้มรสกลมกล่อมเสิร์ฟ มาด้วยครับ

ผักบุ้งลวก   ..........   ผักบุ้งคัดไซด์  ลวก แล้ว หั่นมาเป็นชิ้นเล็กกำลังดี   ทานใส่ ก๋วยเตี๋ยวเรือเหมาะกันดีครับ


มันหมู ทอด  ...........   มันหมูไม่มีหนัง  ทอดน้ำมันมาไว้แกล้มกับ ก๋วยเตี๋ยว  ...  เค้าใช้มันล้วนๆ  เพราะหลายๆคนไม่ชอบ  มันหมูที่ติดหนัง    ....   ผมก็เลยแนะนำไปว่า ถ้าทอดให้กรอบกว่านี้ อีกซักนิดนึง  จะเด็ดเลยครับ

เกี๊ยวปลา ท่าฉลอม   ...........   เกี๊ยวปลา ทอดเป็นแผ่นใหญ๋  สั่งตรง จาก  เกี๊ยวปลาเจ้าดัง  จาก ท่าฉลอม  ....   กรอบอร่อย  มาพร้อมน้ำจิ้มน้ำพริกเผา  ...  แค่บิดเป็นแผ่นเล็กๆ  ทานกับก๋วยเตี๋ยวก็ เข้ากันดี ครับ















นอกจากนั้น  ทานเสร็จยังมี  ของหวานจากเจ้าเด็ดๆ  ที่สั่งตรง  มาพิเศษ  สำหรับร้านนี้เลยครับ
ลอดช่อง วัดเจษฯ   .....   ไอติม มหาชัย  .....   ล้างคอ ล้างปาก  ได้ดีเหลือเกินครับ
ก๋วยเตี๋ยว  ทุกชนิด  ทุกรายการ    ในร้านนี้   ชามละ  15  บาทเท่านั้นครับ
ลองไปชิมกันดู นะครับ
เปิด  ตั้งแต่   10.00 น.     ปิด ประมาณ   15.00 น.  (ถ้าไม่หมดก่อน นะครับ)





แผนที่ ร้านอาหารทั้งหมด ที่ผมเขียนแนะนำไว้ใน   " แนะนำ ร้านอาหารอร่อย โดย ปาปึกส์ "
https://mapsengine.google.com/map/edit?authuser=0&hl=en&mid=zi7qOsZPeff0.kmjHpvkh5cmM






ป๋าปึกส์
9/01/2557


ขอแนะนำ ร้านโปรดของผู้เขียน
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2010/11/tengoku-1.html
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2010/11/tengoku-2.html
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2011/05/tengoku-de-cuisine.html

ติดตาม คอลัมน์ แนะนำร้านอาหารอร่อย โดย ป๋าปึกส์ ได้ทุกวันใน  Facebook
ได้ที่  : http://www.facebook.com/SuebsaengSun