Translate

เกิดข้อผิดพลาดใน Gadget นี้

วันจันทร์ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2557

WHY NOT ? ... Italian Restaurant & Wine Bar ... เชียงใหม่

 WHY  NOT ?    ...   Italian Restaurant  &  Wine Bar  ...  นิมมานฯ 11  ...  เชียงใหม่

" Why Not ? "    
เป็น ชื่อร้านอาหาร  อิตาเลี่ยน  ร้านนึง บนถนน นิมมานฯ ที่อยู่ทะลุ ซอย 9  และ ซอย 11  ครับ
เท่าที่ทราบ จากการบอกเล่าของพรรคพวกที่รู้จัก มาเล่าให้ฟังว่า  ...  ที่มาของการตั้งชื่อ ร้านนี้ มาจาก การเห็น ร้านอาหารในเมืองเชียงใหม่ ไม่ว่าจะเป็น  ญี่ปุ่น  ,  จีน  ,  เยอรมัน  ,  เกาหลี  ฯลฯ  มักจะ นิยมเปิดร้านอาหาร  เป็นแบบ บุฟเฟ่ท์   และ ที่สำคัญ  หลายๆร้าน ค่อนข้างไปได้ด้วยดี
และ ทางเจ้าของ ร้านนี้ ก็ยังไม่เคยเห็น  ร้าน อิตาเลี่ยน ร้านไหน ใน เชียงใหม่  มาเปิดให้ บริการ แบบ บุฟเฟ่ท์  ...   จึงคิดเปิดขึ้นมาเป็น  บุฟเฟ่ท์อาหารอิตาเลี่ยน เป็น เจ้าแรกๆ  ของเชียงใหม่ เลยก็ว่าได้ครับ

ร้านนี้เปิดมานาน พอสมควรครับ น่าจะประมาณ  3-4 ปีแล้ว  ...  ผมเองทราบจากเจ้าของร้าน เพราะเค้าเคยบอกผม ตั้งแต่ ตอนที่กำลังจะเปิด  ...  ผมเป็น ลูกค้าประจำ ของร้านเดิม ของเค้ามาเกือบ  10 ปีแล้วครับ  ...  สำหรับร้านดิมแล้ว  คนที่ชอบทานอาหารฝรั่ง ในเมืองเชียงใหม่   เมื่อซัก  5-6 ปีที่แล้ว  หากได้ยินชื่อร้าน   Buonissimo    ...  คงพอจะนึกออก นะครับ   ...   ร้านนี้ เปิดอยู่บนตึกแถว 3 ห้อง ด้านซ้ายมือ ของต้นถนนแม่โจ้  ก่อนถึงแยกวงแหวน (ที่มีอุโมงค์ ลอดผ่าน)
สมัยก่อน เชียงใหม่  เป็น เมืองต่างจังหวัดที่มี ร้านอาหารอิตาเลี่ยน  ให้เลือกมากที่สุดเมืองนึง ของประเทศไทย เลยก็ว่าได้นะครับ  ...  เดี๋ยวนี้ ลดหายไปเยอะเลยทีเดียวครับ  อาหารนานาชนิด หลั่งไหล เข้ามา ทั้งอยู่ในห้าง และ นอกห้าง เข้ามาเปิดทั่วทุกหัวระแหง  ของ เชียงใหม่ เลยครับ
เหลือ ร้านที่เป็น  Chiangmai Borned    หรือ    ร้านที่มี ต้นกำเนิด ที่เชียงใหม่ ไม่กี่ร้านแล้วครับ












มาทำความรู้จัก อาหารอิตาเลี่ยน กันเล็กน้อยนะครับ
อาหารอิตาเลี่ยน  เป็น อาหารประจำชาติของ ประเทศ อิตาลี   ...   แบ่งตาม ประเภท ดังนี้

:  อาหารว่าง และ ของทานเล่นระหว่างมื้อ  ....  จานนี้ ในบ้านเรารู้จักกันดี  เช่น   " พิซซ่า"
พิซซ่า ในอิตาลี จะใช้แป้งอบทาด้วยซ้อสมะเขือเทศสด แต่งหน้าด้วย เนื้อสัตว์ มะเขือเทศ , เห็ด  โดยเน้น  ชีส โรยด้านบนของ พิซซ่า

:  อาหารเรียกน้ำย่อย  หรือ  อันตีปัสโต  (Antipasto)
ในแต่ละภูมิภาค ก็จะมีอาหารเรียกน้ำย่อยที่แตกต่างกันไปครับ
ถ้าเป็นเมืองตามชายฝั่งทะเล จะเน้นอาหารทะเลสด
ส่วนตอนใน หรือ ตอนกลางของประเทศ  จะเป็น  ไส้กรอก , แฮม , ผักสด , ผักชุบแป้งทอด , ขนมปังกระเทียม  หรือ ซุปต่างๆ
พาสต้า  ...  ทั้ง สปาเก็ตตี้  มักกะโรนี  ฯลฯ  ก็ถูกจัดเป็น อาหารเรียกน้ำย่อยเช่นกัน  รวมไปถึง  ข้าวแบบอิตาเลี่ยน  ที่ เรียกว่า    " รีซอทโต้ "

:  อาหารจานหลัก
ส่วนใหญ่ จะเป็น  เนื้อสัตว์  ปรุงด้วยวิธีการต่างๆ ตามความนิยม ของแต่ละท้องถิ่น  ทานคู่กับ ผัก และ มันฝรั่ง
ทางภาคเหนือ ของ อิตาลี  จะเน้น  เนื้อวัว และ เนื้อแกะ  เป็นหลัก
แต่ถ้าเป็น เมือง ชายทะเล  ก็จะเน้น เนื้อปลา และ อาหารทะเล มากกว่า เนื้อสัตว์ชนิดอื่นๆ

:  ของหวาน
ของหวานขึ้นชื่อ และ เป็นที่นิยม ของชาวอิตาเลี่ยน มักจะเป็น ไอศกรีม
หรือ  ไอศกรีมที่ทานร่วมกับผลไม้สด












ที่ร้านนี้ ผมไม่เคยไปทาน บุฟเฟ่ท์ ของเค้าครับ  เลยขออนุญาตไม่พูดถึงอาหาร บุฟเฟ่ท์ ครับ
ผมไปทานมื้อเย็นกันสองคนกับภรรยา  เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา นี่เองครับ  (27/07/2557)    
ตอนก่อนออกจากบ้าน  ฝนตกลงมาอย่างหนักเลยครับ  ก็เลยรอให้ฝนซาลงซักนิดนึง  ... กว่าจะไปถึงร้านก็ 2 ทุ่มเข้าไปแล้วครับ    เลยไม่ได้ทานอะไรหนักๆ เท่าไหร่ครับ

มะเขือเทศ กับ มอสซาเรร่า ชีส  ..........   อาหารเรียกน้ำย่อย จานนี้  ที่มีอยู่ในเมนู ร้านอิตาเลี่ยน แทบทุกร้าน  ...  แต่การคัดเอา มะเขือเทศสดๆ กับ ชีสที่ทำสดๆ  และ บาซามิควินิก้า เข้มข้น  รสอร่อยของร้านนี้   มาอยู่บนจานเดียวกัน  และ ทานด้วยกัน  มันช่างเป็นการเริ่มต้น มื้อเย็นที่ดีเลยครับ

ซุปเห็ด   ...........   ซุป จานโปรดของสุภาพสตรี เลยครับ  ...  ซุปเห็ดแชมปริยอง ปั่นละเอียด รสชาติอร่อย กลมกล่อม แบบไม่ต้องปรุงอะไรเลยครับ  สัมผัสได้ถึงรสชาติของเห็ด แบบ ลงตัวทานง่าย  ...  ไม่อ้วนครับ

หอยตลับ ซ้อสไวน์ขาว   ..........  จานนี้พอผมเห็น  อยู่ในรายการอาหารของร้านนี้  ก็อยากทานขึ้นมาทันทีเลยครับ  เพราะผมเพิ่งกลับ มาจาก  เที่ยวทะเล ที่ปราณบุรี  ก่อนที่จะมาร้านนี้ แค่วันเดียวเองครับ
แล้วก็ หน้านี้ ฤดูนี้ เป็น ฤดูกาลของ หอยตลับเลยครับ
ตอนไปเที่ยวอยู่ที่ ปราณบุรี เลยสั่งมาทาน  เกือบทุกร้าน  แทบทุกมื้อเลยครับ
แต่ เมนูนี้   หอยตลับ ซ้อสไวน์ขาว  ของที่นี่  แนะนำว่า ต้องสั่งทานเลยครับ
หอยตลับ  สด  ต้มมาในน้ำซุป  ที่มีส่วนผสมของไวน์ขาว   มีรสอมเปรี้ยว ของมะนาวนำหน้าเล็กน้อย  พร้อมมีรสเผ็ด เล็กน้อย จากพริกสีแดงสด  ที่ลอยหน้ามาด้วย   ...  หอมกลิ่นสมุนไพรอิตาเลี่ยน และ ใบโหระพา
จานนี้ อร่อยดีจังเลยครับ  ได้อารมณ์เหมือน นั่งทานอยู่ใน ร้านอาหารอิตาเลี่ยน  ริมทะเล ทางตอนใต้ ของ อิตาลีซะเหลือเกินครับ













สปาเก็ตตี้  Bolognese    ...........    สปาเก็ตตี้เนื้อสับ แบบ อิตาเลี่ยนแท้ๆ  ....  หนึ่งในเมนูโปรด ของผมเลยครับ  ไม่ว่าเวลาผมไปประเทศไหน เมืองไหน  ...  ถ้าเข้าร้านอิตาเลี่ยนเมื่อไหร่  ผมมักจะสั่งเมนูนี้  มาลองเป็นประจำเลยครับ
สมัยหนุ่มๆ  ตอนเรียนหนังสือ  เมื่อ 30 กว่าปีที่แล้ว  ผมมีโอกาสไปฝึกงานที่ โรงแรมเก่าแก่ โรงแรมนึง ริม ทะเลสาป   COMO  ทางตอนเหนือของอิตาลี ติดกับ สวิส
ผมไปฝึกงานเป็น ลูกมือเชฟ อาหารอิตาเลี่ยน อยู่ที่นั่นอยู่ 6 เดือนครับ  ...  เป็น หัวดำ คนเดียวของเมืองรอบทะเลสาป ในยุคนั้น (สมัยก่อนยังไม่ค่อยมี คนเอเชีย เข้าไปทำงาน และ ฝึกงานแถบนั้น  ..  ผมเป็น รุ่นแรกๆ เลยครับ  ซึ่งฝรั่งแถวนั้น ยุคนั้น มักจะเรียกคนเอเชีย ว่า  หัวดำ  ครับ)
ระหว่างฝึกงาน ก็ถูก ลูกพี่เชฟใหญ่  ใช้ให้ ลวกเส้นพาสต้า อย่างเดียวทั้งวันเลยครับ  ทั้งมื้อกลางวัน และ มื้อเย็น เลยครับ  ...  เอาเป็นว่า  พอลวกไปซักเดือนสองเดือน  ...  ผมสามารถลวกเส้น แบบ ไม่ต้องจับเวลา  ไม่ต้องเอาขึ้นมาลองบีบเส้น หรือ ขว้างใส่ข้างฝา แบบที่เค้าทำกันเลยครับ  ลวกจนแค่ เห็นสีเส้น และ การเคลื่อนไหวของเส้นในน้ำต้ม ก็พอจะรู้ว่า  สุกจนแบบพอใจ เชฟใหญ่ แล้วเลยครับ
จานนี้ พอเค้ายกมาเสิร์ฟ  ผมเอาซ่อมตักพันเส้นสปาเก็ตตี้  มาลอง ก่อนเลยครับ
ต้องชมเลยครับ  ว่า ลวกเส้นมาได้  สุกแบบกำลังดี เลยครับ  หรือ ที่เรียกกันว่า    " al dente "  กันเลยทีเดียวครับ
ที่สำคัญไปกว่านั้น  ซ้อสเนื้อ  Bolognese  ของที่นี่  ก็ต้องชมเลยครับ  เนื้อบดแบบไม่ละเอียดจนเกินไป  ผัดมากับ  ซ้อสมะเขือเทศ ที่ทำสด  สัมผัสได้ทั้ง รสชาติของ เนื้อวัว และ กลิ่นสมุนไพรอิตาเลี่ยน และ รสเปรี้ยวแบบกำลังดี ของ มะเขือเทศที่คัดมาอย่างดี  นำหน้ามาเลยครับ
รสชาติ ซ้อส  ได้อารมณ์แบบ นั่งทานอยู่ทางตอนเหนือของอิตาลีเลยครับ  ..  เหยาะ พามาซานชีส  ลงไปอีกซักนิด   ...   รับรองว่า ต้องร้อง   "  มา .. ม่า .. มี๊  ..  ย่า "     ลั่นร้าน  กันเลยครับ

สปาเก็ตตี้  พริก กระเทียม แอนโชวี่   ...........   อย่างที่บอกมาด้านบน ว่า เส้นพาสต้า ของร้านนี้เค้าลวกมาสุกกำลังดีจริงๆ ครับ  สุกแบบนี้ เอาไปทำ  เอาไปปรุง กับ ซ้อสอะไรก็อร่อยครับ
จานนี้ ซ้อสเร้าใจ ถูกใจ คนไทยแน่ๆ ครับ   จัดจ้าน  ทั้งพริก ทั้งกระเทียม และ แอนโชวี่ (ปลาเค็มดอง ตัวเล็ก)












ยังมีอีกหลายเมนู  ที่ผมยังไม่ได้ลองทาน ที่ร้านนี้  แต่เท่าที่จำได้  สมัยร้านนี้อยู่ที่เดิม  มี รายการอาหารอร่อยๆ อีกหลายอย่างครับ   ทั้ง  ออสซาบูโก้  ..  สเต็ก  ...  ซี่โครงแกะ   ฯลฯ
วันนี้ เรามากันก็ค่ำแล้ว เลยทานได้ไม่กี่อย่าง  (เพื่อนที่เป็นหมอ  คอยเตือนอยู่เรื่อยว่า  อายุมากขึ้น  ไม่ควรทานอาหารตอนดึก ครับ)

ร้านนี้หาไม่ยาก ครับ  ...   ขับรถมาตาม ถนน นิมมานฯ  จนมาถึง  ซอย 11  หรือ ซอย 13  ก็ได้ครับ  เลี้ยวเข้าซอยมาเลยครับ  เข้ามาจากปากซอย ซักประมาณ  200  เมตร  ก็จะเห็นร้านนี้เลยครับ
ร้านนี้ ทะลุ  2 ซอยเลยครับ    สามารถเข้ามาได้ทั้งซอย 11  และ  ซอย 13  ครับ
เปิดบริการ ทุกวัน  ตั้งแต่   17.00 น.   -   23.00 น.  

จองที่นั่ง และ สอบถามได้ที่    053-289-262


แผนที่ร้านอาหาร ทั้งหมดที่ผมเขียนแนะนำ ไว้ใน   " แนะนำ ร้านอาหารอร่อย โดยป๋าปึกส์ "
https://mapsengine.google.com/map/edit?authuser=0&hl=en&mid=zi7qOsZPeff0.kmjHpvkh5cmM



ป๋าปึกส์
04/08/2557
ขอแนะนำ ร้านโปรดของผู้เขียน
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2010/11/tengoku-1.html
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2010/11/tengoku-2.html
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2011/05/tengoku-de-cuisine.html

ติดตาม คอลัมน์ แนะนำร้านอาหารอร่อย โดย ป๋าปึกส์ ได้ทุกวันใน  Facebook
ได้ที่  : http://www.facebook.com/SuebsaengSun

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น