Translate

Share it

วันศุกร์ที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2554

หัวปลี .. ในซอยหลังการบินไทย กรุงเทพฯ


 " หัวปลี " ..  ร้านอาหาร ที่เป็นมากกว่า ร้านอาหาร   ที่  กรุงเทพฯ

 
         
        




 

              





" หัวปลี "    ....   เป็นร้านข้าว
" หัวปลี "    ....   เป็นร้านเหล้า
" หัวปลี "    ....   เป็นร้านแห่งความรัก
" หัวปลี "    ....   เป็นร้านแห่งความหลัง


                 ผมจำไม่ได้ว่า ร้านอาหารร้านนี้เปิดมากี่ปีแล้ว ... แต่เมื่อประมาณ ยี่สิบปีที่แล้ว ผมอาศัยอยู่ในซอย  ซอยวิภาวดี 22 (ซอยหลังการบินไทย ที่เป็นแหล่งช้อปปิ้ง หรือ รู้จักกันอีกชื่อนึงว่า ตลาดนัดลุงเพิ่ม)    ร้านอาหารร้านนี้ ผูกพันธ์ กับผมมากทีเดียวครับ ก็เพราะสมัยหนุ่มๆ ตอนเริ่มทำงาน สมัยที่ยังไม่มีบ้านเป็นของตัวเอง  ก็เริ่มชีวิตคู่ ด้วยการเช่าอพาร์ทเม้นท์เล็กๆ ที่อยู่เกือบติดกับร้านนี้เลยครับ เป็นที่อยู่อาศัยกับแฟน (ภายหลัง แต่งงานเป็นสามี ภรรยา กันครับ)   เลิกงานกลับมาเกือบทุกเย็น ก็แวะทานอาหารที่ร้านนี้  จนเรียกว่า  " ผูกปิ่นโต " กันเลยครับ ... อยู่จนพอเริ่มมีเงินซื้อบ้าน ก็เลือกซื้อบ้านในซอยนี้อีกเช่นกัน  จนมีลูก ก็ยังแวะทานอาหารร้านนี้เป็นประจำ  ทานกัน ทุกคน เกือบทุกวัน ทั้งครอบครัว ... นอกจากแวะทานข้าวแล้ว ยังได้พูดคุย ปรึกษาโน่น ปรึกษานี่ กันมานับสิบปี จนมีความรู้สึกว่า  เราเป็น  " ญาติ "   กันไปซะแล้วครับ

















                    ร้าน   " หัวปลี "   หาไม่ยากครับ ผมเชื่อว่า พนักงานการบินไทยเกือบทั้งบริษัท แทบจะเป็นลูกค้าของร้านนี้  เพราะร้านนี้ตั้งอยู่ในซอยหลัง สำนักงานใหญ่การบินไทย ที่ วิภาวดีรังสิต เดินทะลุประตูหลัง เลี้ยวขวามุ่งหน้ามา  " ตลาดลุงเพิ่ม "  ที่เดี๋ยวนี้น่าจะเปลี่ยนชื่อเป็น ตลาด " เจ้าสัวเพิ่ม "  เพราะขยายใหญ่โต จนเจ้าของห้างสรรพสินค้าต้องอิจฉาเลยหละครับ  พอเห็นตลาดก็เลี้ยวขวาเดินไปสุดตลาด (ไม่ถึง 100 เมตรครับ)    ก็จะเห็นร้าน " หัวปลี "  ตั้งอยู่ซ้ายมือครับ
                    ร้านหัวปลี  ตกแต่งตามสไตลส์ของ คุณกล้วย ที่เธอชอบเป็นชีวิตจิตใจก็คือ Antique ทั้ง เฟอร์นิเจอร์ .. ประตู .. หน้าต่าง .. โต๊ะ .. เก้าอี้ .. โคมไฟ .. กระจก และ ของสะสมน่ารักอีกหลายอย่างทั้ง ถ้วยชาม .. ของเล่น .. ตุ๊กตา สารพัดชนิด ที่เธอเลือกซื้อมาเยอะแยะ จนต้องทำโกดัง ไว้เก็บเลยหละครับ  ... ถ้าลองนึกย้อนเวลากลับไปสมัยร้านนี้เปิดใหม่ๆ  ก็สามารถเรียกได้ว่า  ร้านนี้เป็นร้านแรกๆ ที่เอาของเก่า และของสะสม มาตกแต่งในร้านอาหารเลยทีเดียวครับ
                    ขอแอบกระซิบดังๆ ครับ .... ยังมีโรงแรม เก๋ เก๋ อีกสองแห่งของเธอที่ ปราณบุรี ทีต้องไปเท่านั้น ถึงจะรู้ลึกถึงคำว่า  " โดน "  ต้องลองไปพักดูเท่านั้นครับ  ลองเปิดเข้าไปดูใน website  ด้านล่างนี้นะครับ
(www.huapleelazybeach.com  และ  www.brassierebeach.com)



 







           


                      สำหรับอาหารร้านนี้ มีผู้คน , นักเขียน , นักชิม ได้เขียนถึงไว้เยอะมากครับ  ผมลองเปิดหาใน  Googles  เห็นมีคนเขียนถึงร้านนี้ เต็มหน้าจอ ไปหมดเลยครับ  ...  แต่สำหรับผม .. ผมว่า ร้านนี้ มันเป็นยิ่งกว่า ร้านอาหาร ครับ ...  เพราะเจ้าของเค้าตั้งใจ เสาะหาเมนู ที่คนรุ่นใหม่บางคน ตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยสัมผัสมาก่อน   เค้าเลือกอาหารไทยโบราณที่ทานกันมาตั้งแต่ สมัยคุณพ่อ สมัยคุณปู่  หลายเมนูด้วยกันครับ   ซึ่งบางเมนู เชฟรุ่นใหม่ๆ  ยังไม่เคยรู้จักด้วยซ้ำไป  นี่แหละครับ ที่เอามาเขียนวันนี้เพื่ออยากแนะนำให้ น้องๆในปัจจุบัน  ได้ลองมาชิมเมนูที่เป็น ภูมิปัญญา ของบรรพบุรุษของเรา ดีกว่าไปหลงงมงายไปเข้าคิวกินอาหาร JUNK FOOD  ทำลายสุขภาพ ครับ .....
                      อาหารจานโปรดที่ร้านนี้สำหรับผม ที่ไม่ว่าไปทีไร ก็ต้องสั่งครับ ... สายบัวต้มกระทิ (หาทานยากมากไปร้านอาหารไทยร้านอื่น ลองถามว่ามีเมนูนี้มั้ย ก็จะได้คำตอบว่า ..หา..หา...หา )  ,  น้ำพริกหมู (กุ้งก็มีนะครับ ถ้าไม่ทานหมู)  ,  หัวปลีทอด (โอวววว .... พระเจ้าช่วย หัวปลีทอด ของโปรด)  ,   ต้มข่าหัวปลี (ผมไปทานทีไร พนักงานแทบไม่ต้องล้างถ้วย ... เกลี้ยงทุกหยดครับ)  ,  ฉู๋ฉี่ปลาหมึกยัดไส้หมูสับ   นั่นแน๊ ไม่เคยทานละซิ (ผมเคยพาเพื่อนชาวญี่ปุ่นไปทาน ...  ถึงขนาดขึ้นไปยืนบนเก้าอี้ แล้วร้อง ... สุโค้ยยยย  กันทุกคนเลยครับ 5555)   ,   ข้าวผัดเนื้อเค็ม (คิดถึงทุกที ไม่ว่าไปเห็น เนื้อเค็ม ที่ไหนก็ตาม)  ...  ยังมีอีกหลายเมนูทีเด็ด ไม่ว่าจะเป็น   ผัดบวบใส่ไข่  , หลนกะปิ (แนะนำว่า อย่าพลาดโดยเด็ดขาดครับ)  ,  ไข่ตุ๋น  ,  น้ำพริกกะปิ  ,   แกงจืดไข่น้ำ  และ  อีกหลายๆเมนูครับ  ที่เหลือต้องไปชิมเองแล้วหละ   ถ้าเขียนต่อ ก็ต้องมีอีกหลายหน้าเลยละครับ









             




                        ที่สำคัญ ร้านนี้ ที่มีกับข้าวแบบโบราณ  ก็เพราะตั้งแต่เปิดมาจนปัจจุบัน ก็ยังคงเป็นแม่ครัวคนเดิม  ที่เป็นพีเลี้ยงคุณกล้วย ตั้งแต่สมัย คุณกล้วย ยังนั่งเล่นกองทรายอยู่เลยครับ   ทำให้ไม่ต้องสงสัยว่าทำไม  ถึงได้รู้จักรายการอาหารไทยตำหรับดั้งเดิมเยอะไปหมด  ที่สำคัญ รสชาติ หาตัวจับยากครับ ...  ลองแวะไปชิมดูนะครับ ....  
" อย่ามาว่าผมนะครับ ถ้าคุณไปแล้ว ตกหลุมรัก ร้านนี้ เข้า " 

                       คำนิยาม ที่เขียนมาข้างบน เกี่ยวกับ ร้านหัวปลี  ...  ตอนอ่านครั้งแรก ผมเข้าใจว่า คุณกล้วย กับ คุณเม้าท์ เขียนให้ผม ... เฉพาะเวลาที่ได้รู้จักกับทั้งสองคนที่ร้านนี้ ก็กว่า  20 ปี เห็นจะได้ (ไม่รวมเวลาที่รู้จักก่อนหน้าหัวปลีนะครับ)   ที่ต้องเขียนอย่างงี้ ก็เพราะในความเป็นจริง ความสัมพันธ์ระหว่างตัวผมเองกับที่นี่  มันช่างเหมือนกับ   " คำนิยาม ของร้านที่เขียนไว้ทุกประโยค "

สอบถามเส้นทาง  จองโต๊ะที่   02-513-5426   หรือ    02-511-1397



ป๋าปึกส์
24/02/2554

ขอแนะนำ ร้านโปรดของผู้เขียน
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2010/11/tengoku-1.html
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2010/11/tengoku-2.html
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2011/05/tengoku-de-cuisine.html


ติดตาม คอลัมน์ แนะนำร้านอาหารอร่อย โดย ป๋าปึกส์ ได้ทุกวันใน  Facebook
ได้ที่  : http://www.facebook.com/SuebsaengSun

3 ความคิดเห็น:

  1. Greetings from USA! Your blog is really cool.
    Are you living in Thailand?
    You are welcomed to visit me at:
    http://blog.sina.com.cn/usstamps
    Thanks!

    ตอบนำออก
  2. ชอบร้านนี้ค่ะ แต่ยังไม่ได้เคยลองอาหารของร้าน แต่อ่านจากบทความแล้วชอบ ต้องแวะไปให้ได้ ชอบมากที ป๋าบอกเจ้าของร้านเอาของเก่ามาแต่งร้าน
    เอ..จะมีตังค์ไปทาน...หรือเปลาหนอ

    ตอบนำออก